- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 440 ขุดรูหากระต่าย พี่ชายสอนมา! II 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 440 ขุดรูหากระต่าย พี่ชายสอนมา! II 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 440 ขุดรูหากระต่าย พี่ชายสอนมา! II 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 440 ขุดรูหากระต่าย พี่ชายสอนมา! II
หลังจากนวดพุงน้อย ๆ ของซินซินแล้ว เฉินอิ่งก็อุ้มเธอกลับไปที่ด้านหน้า
เจ้าตัวเล็กพวกนี้เริ่มกินเนื้อได้บ้างแล้ว แต่การให้นมประจำวันยังคงไม่ขาด
พอกลับมา ซินซินต้องเสริมสารอาหารเพิ่ม เพราะโครงสร้างกระดูกของเธอยังโตช้ากว่าลิงซ์รุ่นเดียวกันเล็กน้อย
เสี่ยวเซินได้ส่งสูตรอาหารมาให้แล้ว รวมถึงสูตรอาหารเสริมด้วย เขาบอกว่าให้ซินซินลองกินสักสองสามวันเพื่อดูผลก่อน แล้วค่อยปรับเปลี่ยน
หลังจากเตรียมอาหารเสร็จ เฉินอิ่งป้อนให้ซินซินก่อน แล้วค่อยยกนมและอาหารเสริมไปให้ลูกลิงซ์สองตัว
ลุงทาชิเป็นคนรับผิดชอบอาหารของพวกหมา เฉินอิ่งอาจจะช่วยป้อนได้บ้างเป็นครั้งคราว แต่จะไปแย่งหน้าที่ให้อาหารจากลุงทาชิไม่ได้ ไม่อย่างนั้นถ้าเขาไม่อยู่ พวกหมาจะไม่ยอมกิน
เป็นเช่นนี้อย่างสงบสุขแต่ก็วุ่นวายไปสามวัน จนกระทั่งเต้าเหมยฮวาจัดการเอกสารเสร็จเรียบร้อยและพร้อมจะกลับ เธอจะไม่กลับมาอีกจนกว่าจะถึงเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนปีหน้า
“กลับไปคราวนี้ ฉันคงต้องไปขลุกอยู่ที่ภูเขาไอเหลาสักสองเดือนก่อนจะกลับมหาลัย ถ้าคุณมีวันหยุด ก็แวะไปหาฉันได้นะ”
เฉินอิ่งชะงัก แล้วตอบกลับตรง ๆ ว่าเขาไม่มีวันหยุดและจะฉลองปีใหม่ที่ต้นแม่น้ำ
เต้าเหมยฮวาสำลักเล็กน้อย หันหน้าหนีพร้อมรอยยิ้มอย่างจนใจ
“งั้นก็ตามใจ ถ้าต้องการอะไรก็ติดต่อมานะ”
เธอจะพูดอะไรได้อีกล่ะ? คงทำได้แค่ค่อยเป็นค่อยไปต่อไป
เธอขับรถออกไปได้ไม่กี่เมตรก็หยุดรถ ชะโงกหน้าออกมาบอกเฉินอิ่งว่าเหล่าเกาไปที่ภูเขาเกาลี่กง ก่อนหน้านี้การวิจัยเรื่องไก่ฟ้าหางขาวสีรุ้งประสบความสำเร็จในระยะแรกแล้ว แต่ต่อมาหัวข้อวิจัยถูกส่งต่อให้ดอกเตอร์อีกสองคน
แต่ดูเหมือนผลลัพธ์จะไม่ดีนัก ดอกเตอร์คนหนึ่งเกือบตายจากภาวะปอดบวมน้ำบนที่สูงเฉียบพลัน โครงการเลยถูกส่งกลับมาอยู่ในมือเหล่าเกา
เฉินอิ่งไม่ได้ถามว่าเธอรู้ได้ยังไง พื้นที่แถวนั้นเป็นถิ่นของตระกูลไป๋การหาข่าวเป็นเรื่องง่ายสำหรับเธอ
เฉินอิ่งสงสัยมากกว่าว่าทำไมเหล่าเกาถึงไม่พูดเรื่องนี้ในกลุ่มแชทเลย
ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เหล่าเกาแทบไม่โผล่มาเลย เวลาคุยกันในกลุ่ม พวกเขาถามถึงเขาหลายครั้ง เหล่าเกาบอกว่ายุ่งจนไม่มีเวลากินเวลานอน นานเข้าทุกคนเลยเลิกเซ้าซี้
เต้าเหมยฮวาหยิบโทรศัพท์ออกมาส่งให้เฉินอิ่ง “ฉันเพิ่งได้ข่าวมา ดูเหมือนเหล่าเกาจะล้มอีกแล้ว กระดูกหักอีกรอบ การที่เขายังดื้อจะขึ้นเขาแบบนี้มันอันตรายมาก คุณเป็นเพื่อนเขา ลองเกลี้ยกล่อมเขาหน่อยสิ”
เฉินอิ่งรับโทรศัพท์ของเต้าเหมยฮวามาดู เห็นรูปถ่ายในห้องผู้ป่วยที่โรงพยาบาล ชัดเจนว่าเป็นการแอบถ่าย
“คนถ่ายรูปนี้คือภรรยาของลูกพี่ลูกน้องฉันเอง เธอรู้ว่าฉันรู้จักกับเหล่าเกา ก็เลยส่งมาให้”
“ฉันไปล่ะนะ ลองคิดดูว่าจะกล่อมเขายังไง นกให้ศึกษามีตั้งเยอะแยะ ไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงหรอก”
เฉินอิ่งพยักหน้าเงียบ ๆ คิ้วขมวดมุ่น
หลังจากส่งเต้าเหมยฮวาแล้ว เฉินอิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะโทรหาเหล่าเกา
เหล่าเกาที่ถูกญาติผู้ใหญ่รุมบ่นทั้งวันที่โรงพยาบาลจนแทบจะเป็นโรคซึมเศร้า เห็นสายเรียกเข้าจากเฉินอิ่งก็กดรับทันทีโดยไม่ทันคิด
“เป็นบ้าอะไรของนาย หักอีกแล้วเหรอ? เพิ่งหักไปไม่นานเองนะ กะจะนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิตหรือไง?”
เหล่าเกามองโทรศัพท์ด้วยความประหลาดใจ “นายรู้ได้ไงว่าฉันกระดูกหัก?”
“ช่างเถอะว่ารู้ได้ไง ได้ยินว่านายยังดื้อจะขึ้นเขาอีกเหรอ?”
“ฉันจะบอกให้นะ ฉันเจอรังไก่ฟ้าหางขาวสีรุ้งตั้งหลายรัง โอกาสสังเกตการณ์หาได้ยากมากนะเว้ย”
“ปีนี้มันผสมพันธุ์ที่นั่น ปีหน้ามันก็ต้องผสมพันธุ์ต่อ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเห็นอีกซะหน่อย จะเอาชีวิตไปทิ้งทำไม? ฟังฉันนะ รีบกลับไปโรงพยาบาลประจำมณฑลเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวฉันจะคุยกับรุ่นพี่ให้เขาช่วยดูเรื่องกระดูกให้นาย”
เหล่าเกาเงียบไปแต่ไม่วางสาย
เฉินอิ่งก็ไม่รีบพูด รออยู่อย่างน้อยสี่ห้านาทีจึงปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง
“กะว่าจะรอให้คอนเฟิร์มก่อนค่อยบอกนาย ฉันติดต่อไปทางทีมวิชาการของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งว่าจะไปสำรวจป่าดึกดำบรรพ์ที่มณฑลหูเป่ย ทางมหาวิทยาลัยมีทีมทำระยะแรกอยู่แล้ว เราจะไปสมทบกับทีมระยะที่สอง น่าจะเริ่มหลังตรุษจีน ถ้านายดูแลตัวเองดี ๆ ตอนนี้ ก็น่าจะยังไปทัน แต่ถ้านายยังดื้อจะขึ้นเขาไปดูไก่ฟ้าสีรุ้ง งั้นฉันไม่รอนายนะ”
โครงการที่เหล่าเกาวิจัยอยู่ เขาเป็นคนเริ่ม และหลังจากได้ผลลัพธ์ระยะแรก ก็ถูกส่งต่อให้คนอื่น ตอนนี้เมื่อมาถึงครึ่งทางและไปต่อไม่ได้ และอาจารย์ที่ปรึกษาก็ไม่อยากเสียของ เลยโยนกลับมาให้เหล่าเกา
แต่ในความเป็นจริง มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องอยู่เยอะแยะแล้ว ส่วนที่เหล่าเกาเข้ามารับช่วงต่อก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น เลื่อนออกไปหน่อยก็ไม่สาย หรือจะรอถึงปีหน้าก็ได้
เฉินอิ่งดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความลังเลของเหล่าเกา จึงค่อย ๆ เสริมอีกประโยค
“ทีมนั้นกำลังวิจัยเรื่องภาวะเผือกในสัตว์นะ ทั้งสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และนก นายจะไม่ไปจริง ๆ เหรอ?”
เหล่าเกาที่นอนอยู่บนเตียงกลอกตา
“เออ ไป ไป ไป ไอ้บ้าเอ๊ย นายจงใจแกล้งยั่วฉันชัด ๆ คอยดูเถอะ เจอหน้าเมื่อไหร่ พ่อจะมอมเหล้าให้ร่วงไปเลย”
แม้ไก่ฟ้าหางขาวสีรุ้งจะหายาก แต่นกเผือกนั้นหายากยิ่งกว่า เห็นได้ชัดว่าอะไรควรมาก่อน
ยิ่งไปกว่านั้นในสภาพแบบนี้ อาจารย์ที่ปรึกษาคงไม่บังคับให้เขาขึ้นเขาหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะความดื้อรั้นของเขาเอง อาจารย์คงส่งเขากลับบ้านไปนานแล้ว
หลังจากวางสาย เหล่าเกาจ้องเพดานอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์โทรหาแม่ ตกลงว่าจะออกจากโรงพยาบาลและกลับบ้านโดยตรง
กระดูกหักครั้งนี้ไม่รุนแรง เขาแค่ตกจากก้อนหิน กระดูกหน้าแข้งร้าว การพยากรณ์โรคหลังจัดกระดูกถือว่าดี แค่ต้องพักผ่อนฟื้นฟู
คุณนายเกาถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อลูกชายเปลี่ยนใจ ตอนทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลและรู้ว่าเฉินอิ่งโทรมากล่อม เธอรีบกลับบ้านและชื่นชมความพยายามของเฉินอิ่งให้คนในครอบครัวฟังยกใหญ่
ส่วนเรื่องงานวิจัยนกเผือกที่ลูกชายพูดถึง ยังมีเวลาอีกตั้งเยอะ อย่างน้อยสามถึงสี่เดือน ถึงตอนนั้นกระดูกก็คงหายดีแล้ว
แถมยังมีคนอื่นอยู่ด้วย และมีเฉินอิ่งอยู่ เธอจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของลูกชายมากนัก
หลังจากออกจากโรงพยาบาล เหล่าเกายังคงยืนกรานจะไปพักฟื้นที่ร่องหุบเขาเจียมู่ แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย อีกอย่างศาสตราจารย์ไป๋และภรรยาก็อยู่ที่นั่น คนเยอะคึกคักดี และคงไม่มานั่งบ่นเขาทั้งวัน เขาคงโง่มากถ้าตกลงกลับบ้านไปนั่งฟังคำบ่นเรื่องแต่งงานวันละสามเวลาหลังอาหาร