เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 435 ความหวาดกลัวยามเที่ยงคืน I 💸

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 435 ความหวาดกลัวยามเที่ยงคืน I 💸

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 435 ความหวาดกลัวยามเที่ยงคืน I 💸


ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 435 ความหวาดกลัวยามเที่ยงคืน I

ลูกเสือดาวเห็นเสือดาวตัวผู้ก็ดูเหมือนจะตกใจ อ้าปากร้อง “เมี๊ยว” เสียงดัง

สมเป็นสัตว์ตระกูลแมว รู้จักร้องเหมียวตั้งแต่เล็ก แถมเสียงยังอ้อนโดยธรรมชาติ

โดยทั่วไปในอาณาจักรสัตว์ สัตว์ตัวผู้มักจะฆ่าลูกสัตว์ที่มันไม่แน่ใจว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง

แต่เสือดาวหิมะตัวนี้ดูจะค่อนข้างมั่นใจว่านี่เป็นลูกของมัน หลังจากลูกเสือดาวหิมะร้อง มันก็ไม่กระโจนใส่ แต่ก็ไม่เดินหนี ทำเพียงแค่คำรามต่ำอย่างกังวลใจ

มันมองลูกเสือดาวหิมะในอ้อมแขนของเฉินอิ่ง แล้วมองไปที่ถ้ำเหนือหัว ดูเหมือนจะทำอะไรไม่ถูก

“แม่ของมันป่วย ผมต้องพาพวกมันลงไปรักษา เข้าใจไหม? พวกมันต้องการยาถึงจะรอด”

เสือดาวหิมะถอยหลังไปเล็กน้อย คำรามต่ำใส่เขาอีกครั้ง แล้วกระโดดขึ้นไปบนโขดหิน ค่อย ๆ เข้าไปใกล้ถ้ำที่แม่เสือดาวหิมะอยู่

เมื่อพบว่าแม่เสือดาวนอนแน่นิ่งไม่ตอบสนองอยู่ในถ้ำ เสียงร้องของเสือดาวหิมะตัวผู้ก็ร้อนรนขึ้น มันก้าวเข้าไปข้างในอย่างลังเล ส่งเสียงคำรามครืดคราดในลำคอ

แม่เสือดาวหิมะดูเหมือนจะรับรู้ถึงการมาของตัวผู้ ขยับตัวเล็กน้อย แต่ท้ายที่สุดก็ลืมตาไม่ขึ้น

เสือดาวหิมะตัวผู้ออกมาจากถ้ำ หมอบลง และมองลงมาที่เฉินอิ่งจากด้านบน

“ผมจะช่วยมัน ไม่ต้องห่วง” เฉินอิ่งพูด มือข้างหนึ่งเกาใต้คางลูกเสือดาวหิมะเบา ๆ อีกมือยันโขดหินพลิกตัว เงยหน้ามองเสือดาวหิมะ

ในอ้อมแขนของเขา ลูกเสือดาวหิมะก็เงยหน้าขึ้นเช่นกัน มองดูเสือดาวหิมะตัวผู้ที่อาจเป็นพ่อของมันอย่างจริงจัง

ตั้งแต่ต้นจนจบ เสือดาวหิมะตัวผู้ไม่ได้ส่งเสียงอะไรอีก เพียงแค่นอนหมอบอยู่อย่างมั่นคง จ้องมองเฉินอิ่ง

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เหมาจั้ว ลูกชายคนโตของเขา และตำรวจสามนายก็มาถึงพร้อมอุปกรณ์สำหรับช่วยเหลือ

เมื่อเห็นเสือดาวหิมะ พวกเขาก็ลังเลเล็กน้อย

“เร็วเข้าครับ รอช้าไม่ได้แล้ว อุณหภูมิกำลังลดลง แม่เสือดาวหมดสติไปแล้ว และลูกเสือก็หิวมานานแล้ว”

อาจจะรู้ว่าพวกเขามากันแล้ว และมนุษย์ไม่กล้าเข้ามาใกล้ เสือดาวหิมะตัวผู้จึงลุกขึ้น เดินขึ้นไปด้านบนประมาณสิบเมตร แล้วหมอบลงบนก้อนหิน โอบอุ้งเท้าหน้าไว้รอบส่วนที่ยื่นออกมาของหิน วางคางเกยขอบหิน ดวงตาเสือดาวจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาเขม็ง

เหมาจั้วและลูกชายเป็นคนเลี้ยงสัตว์ท้องถิ่นที่คุ้นเคยกับภูมิประเทศ ภายใต้การกำกับดูแลของเฉินอิ่ง พวกเขาดึงแม่เสือดาวหิมะออกมาจากถ้ำ ยึดร่างเธอไว้ระหว่างไม้สองท่อน และด้วยความช่วยเหลือของตำรวจสองนายที่รออยู่ด้านล่าง ทั้งสี่คนค่อย ๆ เคลื่อนย้ายแม่เสือดาวหิมะลงไปยังจุดที่ลาดชันน้อยกว่า

เส้นทางข้างหน้าเดินง่ายขึ้นมาก พวกเขาผลัดกันแบกเสือดาวหิมะลงเขา โดยมีเฉินอิ่งอุ้มลูกเสือปิดท้าย ก่อนจะลงจากเขา เขายังโบกมือให้เสือดาวหิมะตัวผู้และชี้ไปทางบ้านของเหมาจั้ว

เหมาจั้วมีรถกระบะเล็ก ใช้สำหรับขนย้ายกระโจมและสิ่งของเวลาเปลี่ยนทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ตอนนี้มันเหมาะเจาะมากสำหรับช่วยขนส่งแม่เสือดาวหิมะไปยังสถานีสัตวแพทย์ปศุสัตว์ที่ใกล้ที่สุด

สัตวแพทย์ที่นั่นได้รับแจ้งล่วงหน้าแล้ว และเตรียมยาและอาหารที่จำเป็นไว้พร้อม

แม่เสือดาวหิมะล้มป่วยเพราะทำงานหนักเกินไปจากการเลี้ยงดูลูก ผสมกับเป็นหวัดรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างฉับพลันในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ช่วงให้นมลูก แม่เสือดาวแทบต้องออกไปหาอาหารทุกวัน ไม่อย่างนั้นจะผลิตน้ำนมไม่พอเลี้ยงลูก

โชคดีที่แม่เสือดาวหิมะตัวนี้มีลูกแค่ตัวเดียว และประชากรแกะภูเขาในบริเวณใกล้เคียงก็มีมาก ทำให้การล่าไม่ยากเกินไปนัก

สถานีสัตวแพทย์มีเครื่องมือตรวจพื้นฐาน หลังจากตรวจแล้ว พบว่าปัญหาของแม่เสือดาวหิมะไม่หนักหนา แค่ท้องเสียเล็กน้อย หลังจากได้รับน้ำเกลือสองวัน เรี่ยวแรงของเธอก็ฟื้นกลับมาเป็นส่วนใหญ่

เจ้าตัวเล็กยังไม่หย่านม แต่ก็เริ่มหัดกินเนื้อบ้างแล้ว

เฉินอิ่งชงนมผงให้มัน แล้วสับเนื้อวัวและเนื้อแกะสดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ป้อนให้

เจ้าเฮยจินก็มีส่วนแบ่งด้วย เจ้าตัวเล็กแข่งกินกับลูกเสือดาวหิมะ พอตินเสร็จก็ทักทายกัน ราวกับเปรียบเทียบว่าใครกินเยอะกว่าและชามใครเลียได้เกลี้ยงเกลากว่า

ขนของเฮยจินหนาและนุ่มฟู พอยืนข้างลูกเสือดาวหิมะ ทั้งสองตัวก็มีขนาดพอ ๆ กัน

ในช่วงสองวันที่แม่เสือดาวได้รับน้ำเกลือ ลูกเสือดาวหิมะใช้เวลาค่ำคืนนอนเบียดกับเฮยจิน รังชั่วคราวของพวกมันคือกล่องกระดาษแข็งใบใหญ่ที่มีเสื้อผ้าเก่า ๆ และผ้าปูที่นอนอยู่ข้างใน และมีถุงน้ำร้อนอุณหภูมิพอเหมาะรองอยู่ด้านล่าง

กล่องกระดาษแข็งวางอยู่ในห้องของเฉินอิ่ง ซุกอยู่ที่มุมหัวเตียงโครงเหล็กชิดผนัง

อาจเป็นเพราะความอบอุ่นจากการมีเพื่อนตัวน้อย ลูกเสือดาวหิมะจึงไม่แสดงอาการเครียดมากนัก

จนกระทั่งแม่เสือดาวหิมะฟื้น มันถึงถูกส่งกลับไปอยู่ข้างกายแม่

ไม่รู้ว่าลูกเสือดาวหิมะคุยอะไรกับแม่ แต่เมื่อแม่เสือดาวหิมะเห็นเฮยจิน เธอก็ไม่โจมตีบุ่มบ่าม กลับกันเธอเข้ามาดมกลิ่นมันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเลียขนให้ ดึงเฮยจินเข้ามาด้วยอุ้งเท้าใหญ่ ยอมให้กินนมด้วย

เฮยจินงงเป็นไก่ตาแตก ดิ้นรนออกจากอ้อมกอดแม่เสือดาวหิมะหลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง แล้ววิ่งแจ้นไปหาเฉินอิ่ง ซ่อนตัวครึ่งหนึ่งไว้หลังขาเขา เอียงคอมองแม่เสือดาวหิมะให้นมลูก

เฉินอิ่งอดขำไม่ได้ วางเนื้อและกระดูกที่เตรียมมาไว้ในกรง ผายมือเชิญให้แม่เสือดาวกินได้ตามสบาย

แม่เสือดาวหิวโซ เลิกสนใจเรื่องให้นม ลุกขึ้นดมกลิ่นเนื้อและเริ่มกินอย่างตะกละตะกลาม

เธอกินอย่างหิวโหยจนเฉินอิ่งสงสัยว่าเธอได้เคี้ยวบ้างไหม หรือแค่กลืนเนื้อลงไปทั้งก้อน

ลูกเสือดาวหิมะกินนมไปขวดหนึ่งแล้วเมื่อเช้า และกินเนื้อเส้นไปอีกครึ่งปอนด์ แต่พอเห็นแม่กิน มันก็วิ่งเข้าไปขอแจม

เฉินอิ่งใช้คีมคีบกระดูกชิ้นเล็กติดเนื้อโยนให้ลูกเสือดาวหิมะ

แม่ของมันเงยหน้ามองแวบหนึ่ง ไม่พูดอะไร แต่หันตัวมาครึ่งหนึ่ง ใช้ร่างกายบังชามอาหารไว้

หลังจากพักที่สถานีสัตวแพทย์เป็นเวลาสี่วันครึ่ง ผลการตรวจก็ออกมา แม่เสือดาวฟื้นตัวได้ดี กินได้ ดื่มได้ และไม่มีอาการท้องเสียแล้ว

เนื่องจากมีอาหารให้กินทุกวัน การหลั่งน้ำนมของเธอก็ดีเยี่ยม ลูกเสือดาวหิมะไม่ต้องป้อนนมผงด้วยมือแล้ว แต่ยังคงให้กินเนื้อเส้นเสริมทุกวัน

“หมอเฉิน พรุ่งนี้จะปล่อยเธอกลับเหรอครับ? กลับไปที่เดิมเลยไหม?”

“ครับ ในสถานการณ์นี้เธอไม่ต้องพักฟื้นในศูนย์ช่วยเหลือ แค่ปล่อยกลับไปที่ที่เจอเธอก็พอ อ้อ พวกคุณติดต่อเหมาจั้วหรือยัง? ลูกชายคนโตของเขาเป็นเด็กขยัน ผมแนะนำให้เขาเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าชั่วคราว อย่างน้อยจนกว่าพวกเขาจะย้ายออกจากทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ เขาจะได้ช่วยลาดตระเวนภูเขาใกล้เคียงและคอยดูแม่เสือดาวหิมะกับลูกเป็นพิเศษ”

“เราส่งรายงานไปแล้วครับ แต่ครอบครัวของเขาจะย้ายเดือนหน้า ถ้าสำเร็จ ก็น่าจะเริ่มงานได้ปีหน้าเลย”

เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว อุณหภูมิที่ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์บนภูเขาสูงลดลงอย่างรวดเร็ว วัวและแกะอยู่ต่อไม่ไหว ต้องย้ายไปทุ่งหญ้าฤดูหนาว

ทุ่งหญ้าฤดูหนาวของครอบครัวเขาอยู่ห่างจากทุ่งหญ้าฤดูร้อนบนภูเขากว่าเจ็ดสิบกิโลเมตร พวกเขาใช้เวลาเกือบครึ่งปีที่ทุ่งหญ้าฤดูร้อน และย้ายกลับไปทุ่งหญ้าฤดูหนาวเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง

เฉินอิ่งไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับชีวิตคนเลี้ยงสัตว์ที่นี่ และรู้สึกไม่เหมาะที่จะไปแนะนำอะไร ในเมื่อพวกเขามีแผนอยู่แล้ว เขาจึงไม่ถามเซ้าซี้

หลังจากอยู่ต่ออีกวันเพื่อให้แน่ใจว่าการกิน การดื่ม และการขับถ่ายของแม่เสือดาวหิมะเป็นปกติ เฉินอิ่ง เจ้าหน้าที่สถานีสัตวแพทย์ และตำรวจที่ช่วยกู้ภัยแม่เสือดาวหิมะ ก็เดินทางไปยังทุ่งหญ้าของครอบครัวเหมาจั้ว

เมื่อถึงตีนเขา กรงเหล็กที่มีแม่เสือดาวหิมะและลูกถูกยกลงจากรถ หลังจากใช้มาตรการความปลอดภัยแล้ว เจ้าหน้าที่ก็เปิดประตูกรง

แม่เสือดาวหิมะกระโจนออกมา วิ่งไปไม่กี่เมตร แล้วหันกลับมาส่งเสียงเรียก ลูกเสือที่ยังกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ในกรงก็วิ่งตามออกมา

แม่ลูกวิ่งตามกันไปอย่างรวดเร็ว จนถึงไหล่เขา

แม่เสือดาวหันหัวกลับมามองเฉินอิ่งและเจ้าเฮยจินที่ยืนอยู่แทบเท้าเขา

“แฮ่ แฮ่!” แม่เสือดาวหิมะส่งเสียงเรียกเฮยจินสองสามครั้ง ราวกับสงสัยว่าทำไมมันไม่ตามมา

เฮยจินย่ำเท้าอยู่กับที่ เห่าตอบสองสามครั้ง หลังจากนั้นแม่เสือดาวหิมะก็ล้มเลิกความตั้งใจที่จะเรียกเฮยจินให้ตามไป เธอมองเฉินอิ่งอย่างลึกซึ้งก่อนจะรีบมุ่งหน้าขึ้นเขาไปพร้อมกับลูกของเธอ

“ดูภูเขาฝั่งตรงข้ามสิครับ” ตำรวจนายหนึ่งกระซิบและชี้ไปที่ยอดเขาฝั่งตรงข้าม

เฉินอิ่งยกโทรศัพท์ขึ้นมาโฟกัส ซูมเลนส์เข้าไป และเห็นเสือดาวหิมะตัวผู้ที่คล่องแคล่วตัวเดิมกำลังล่าแกะภูเขา

ดูเหมือนมันจะทำสำเร็จแล้ว อุ้งเท้าของมันกดอยู่บนหัวแกะ มีเลือดเปรอะรอบปาก ยืนสังเกตการณ์แม่เสือดาวหิมะและลูกที่เพิ่งกลับมาจากการพักฟื้นอย่างสง่าผ่าเผย

ร่างของแม่ลูกปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วที่ขอบยอดเขาแรก

ดูเหมือนเธอจะสังเกตเห็นเสือดาวหิมะตัวผู้เช่นกัน เธอชะงัก ใช้หางบังลูกของเธอไว้ และจ้องตากับเสือดาวหิมะตัวผู้อยู่ครู่หนึ่ง

“ดูเหมือนแม่เสือดาวจะไม่ได้กลับไปที่ถ้ำเดิมนะครับ เธอมุ่งหน้าไปอีกทาง”

เหมาจั้วก็อยู่ที่นั่นด้วย เขาขมวดคิ้วขณะมองทิศทางที่แม่เสือดาวหิมะมุ่งหน้าไป มันใกล้กับทุ่งเลี้ยงสัตว์ของครอบครัวเขามากขึ้น เขารู้สึกสังหรณ์ใจว่าเสือดาวอาจจะก่อเรื่องอะไรสักอย่าง

ลูกชายคนโตของเหมาจั้วหัวเราะเบา ๆ “พ่อครับ มันเล็งลูกวัวของเราหรือเปล่า?”

เหมาจั้วง้างมือเตรียมจะตบหัวลูกชาย แต่พอเห็นรอยยิ้มของตำรวจที่อยู่ใกล้ ๆ เขาก็ลดมือลงอย่างเก้อเขิน แล้วเตะก้นลูกชายเบา ๆ แทน

“ไปต้อนวัวไป พูดจาเหลวไหลอะไรตรงนี้”

หัวหน้าตำรวจโน้มตัวเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างกับเหมาจั้ว ผู้ซึ่งพยักหน้าหงึก ๆ และกระซิบตอบกลับไปสองสามประโยค

เฉินอิ่งฟังไม่รู้เรื่อง และไม่ได้ถามต่อ เขาเพียงแค่ถ่ายวิดีโอทิวทัศน์รอบ ๆ และส่งไปให้ชิงเย่และกลุ่มแชทหลักของศูนย์ช่วยเหลือ

“สภาพแวดล้อมที่นี่ดีมาก ปัจจุบันมีเสือดาวหิมะตัวผู้เพียงตัวเดียว สุขภาพแข็งแรง ทักษะการล่าเยี่ยม แม่เสือดาวพร้อมลูก สภาพร่างกายค่อนข้างดี ต้องติดตามเฝ้าระวังต่อไป”

ลูกชายคนโตของเหมาจั้วจะเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าชั่วคราวได้หรือไม่ เขาไม่รู้ แต่หลังจากได้เห็นฝีมือถ่ายภาพของเด็กหนุ่ม ซึ่งน่าประทับใจทีเดียว เขาจึงส่งผลงานบางส่วนไปให้เต้าเหมยฮวาและจี้ซิน

คนแรกช่วยหาโอกาสในกลุ่มพันธมิตร M หรือองค์กรการกุศลอื่น ๆ ได้ ส่วนคนหลังสามารถให้คำแนะนำทางเทคนิคอย่างเป็นระบบแก่เด็กหนุ่มได้

จี้ซินเดินทางไปทั่วสารทิศในปีนี้ เคยเจอเฉินอิ่งครั้งหนึ่งแล้วก็หายตัวไปในวันรุ่งขึ้น ถ้าไม่เพราะเขาโผล่มาในกลุ่มแชทบ้างนาน ๆ ที เฉินอิ่งคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ต้วนอู้หลิน และเสี่ยวหลิวพูดถึงว่าเขาวางแผนจะถ่ายสารคดีอะไรสักอย่างที่ต้นแม่น้ำ เฉินอิ่งไม่ได้ถามรายละเอียด ถ้าต้องการความช่วยเหลือ เดี๋ยวเขาก็คงบอกเอง

ตอนแรกที่ส่งรูปให้จี้ซิน เฉินอิ่งไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับการตอบกลับทันที แต่ทันทีที่พวกเขาปล่อยเสือดาวหิมะและวางแผนจะกลับ จี้ซินก็โทรมา

“นายกำลังมาเหรอ?”

เฉินอิ่งตระหนักว่าหลังจากจี้ซินร่าเริงขึ้น เขาก็มีแนวโน้มจะใจร้อนวู่วามอยู่บ้าง นี่เขาอยู่ระหว่างทางแล้วขณะที่คุยกัน

แน่นอนจี้ซินบอกว่าไม่ต้องให้เฉินอิ่งรอ เขาแค่ฝากบอกครอบครัวเหมาจั้วว่าจะแวะไปเยี่ยม

ครั้งนี้เขาขับรถส่วนตัวมาและวางแผนจะไม่แวะไปที่สถานีพิทักษ์ป่า เขาจะขับตรงจากทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ลงสู่ทางหลวงแผ่นดินเพื่อไปยังสถานีฉุกเฉินต้นแม่น้ำเลย

เมื่อได้ยินว่าเฉินอิ่งจะรอเพื่อนช่างภาพ สัตวแพทย์และตำรวจจึงแยกเป็นสอหงกลุ่ม รถบรรทุกเล็กของสถานีสัตวแพทย์ที่บรรทุกกรงขนย้ายและสัตวแพทย์ออกเดินทางไปก่อน ส่วนตำรวจอยู่รอเป็นเพื่อนเฉินอิ่งและคนอื่น ๆ

จบบทที่ ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 435 ความหวาดกลัวยามเที่ยงคืน I 💸

คัดลอกลิงก์แล้ว