- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 425 พวกเขาล้วนมีลูก แล้วทำไมฉันถึงไม่มี? II 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 425 พวกเขาล้วนมีลูก แล้วทำไมฉันถึงไม่มี? II 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 425 พวกเขาล้วนมีลูก แล้วทำไมฉันถึงไม่มี? II 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 425 พวกเขาล้วนมีลูก แล้วทำไมฉันถึงไม่มี? II
อย่างไรก็ตามเรื่องเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับเฉินอิ่ง เขาตรวจสอบอาการของลูกจามรีแต่ละตัว หลังจากบันทึกข้อมูลเสร็จก็กลับไปที่ฝั่งของตัวเอง
เข้าสู่เดือนสิงหาคม ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนมีมาก โดยเฉพาะเมื่อลมพัด เสียงลมหวีดหวิวราวกับจะพัดหลังคาให้ปลิวหายไป
ด้วยสถานีพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็กที่ขยายเพิ่ม พวกเขาจึงใช้ฮีตเตอร์ไฟฟ้าเพื่อสร้างความอบอุ่นในตอนกลางคืนได้
โต๊ะสี่เหลี่ยมคลุมด้วยผ้าหนารอบด้าน มีหม้อชานมเดือดปุด ๆ อยู่บนเตาตรงกลาง ผลไม้แห้ง ส้มกัมควอท และพุทราจีนวางอยู่รอบ ๆ บรรยากาศการล้อมวงจิบชาอย่างเป็นกิจจะลักษณะ
ทั้งสามคนต่างก้มหน้าดูข้อมูลในมือของตัวเอง
เต้าเหมยฮวาสนใจที่จะเข้าร่วมทีมวิจัยพืชทีมนี้มาก
อาจารย์ที่ปรึกษาของเธอมอบหมายโครงการให้เธอทำซึ่งเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่เธอต้องตีพิมพ์บทความวิจัยเพิ่มเพื่อจบการศึกษา เธอไม่ใช่คนประเภทที่ชอบปั่นงานวิจัยคุณภาพต่ำเพื่อเพิ่มยอด และเธอก็มีความสามารถพอที่จะทำงานวิจัยเชิงลึกได้
สิ่งที่เธอกำลังดูอยู่ตอนนี้คือการกระจายตัวของพืชสมุนไพรในพื้นที่ไร้ผู้คนบนที่ราบสูง
“พี่อิ่ง ฉันวางแผนจะตามหาโรดิโอลาสีแดง โดยเฉพาะถิ่นที่อยู่ของโรดิโอลาทังงู ฉันอาจจะต้องอยู่ที่นี่นานหน่อย คงไม่รบกวนงานของคุณใช่ไหม?”
“ไม่มีปัญหา แต่ที่พักที่สถานีพักนี่ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ เอาอย่างนี้ไหม ผมจะคุยกับอินลี่ให้ แล้วคุณไปพักที่สถานีพิทักษ์ป่า? เสี่ยวหลิวก็อยู่ที่นั่นด้วย ผู้หญิงสองคนจะได้อยู่เป็นเพื่อนกัน”
“ได้ค่ะ งั้นรบกวนคุณคุยกับพี่ลี่ก่อน แล้วฉันจะติดต่อที่บ้านให้ส่งของมาให้”
เต้าเหมยฮวาไม่ใช่คนเรื่องมากกับปัญหาจุกจิกแค่นี้ สถานีพักก็อยู่ไม่ไกลจากสถานีพิทักษ์ป่า ถ้าเธอตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ระยะทางไม่กี่สิบกิโลเมตรจะหยุดเธอได้เชียวเหรอ?
อินลี่ต้องต้อนรับเธอแน่นอน เต้าเหมยฮวาเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของสถานีพิทักษ์ป่าต้นแม่น้ำ ไม่มีใครรู้ว่าเธอทุ่มเงินไปเท่าไหร่กับอุปกรณ์และทรัพย์สินของพวกเขา แค่เธอจะมาพักเพื่อทำวิจัย พวกเขายินดีต้อนรับอยู่แล้ว
อีกอย่างเต้าเหมยฮวาเคยเปรย ๆ กับเขาว่าอยากหาโครงการบนที่ราบสูงเพื่อทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกให้จบ
อินลี่ซึ่งจบปริญญาด้านวนศาสตร์ มีความรู้เรื่องพืชอย่างลึกซึ้งและไม่เคยทิ้งความรู้วิชาชีพขณะทำงานที่สถานีพิทักษ์ป่า ระหว่างการลาดตระเวนบนภูเขา เขาบันทึกพืชหายากทุกชนิดที่พบเจอ รวมถึงโรดิโอลาทังงูด้วย
ถ้าเต้าเหมยฮวาอยากตามหาโรดิโอลาสีแดง เขาอาจจะพาเธอไปดูด้วยตัวเองเลยก็ได้
นอกจากโรดิโอลาทังงูแล้ว เขายังวิจัยพืชหายากบนที่ราบสูงอีกสองชนิด น่าเสียดายที่ปกติรอบตัวเขามีแต่ชายฉกรรจ์ ไม่มีใครให้ปรึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้เขารู้สึกเสียดายอยู่บ้าง
เมื่อจัดการเรื่องของเต้าเหมยฮวาได้คร่าว ๆ แล้ว เฉินอิ่งก็ฝากฝังเธอไว้กับอินลี่ด้วยความสบายใจ ส่วนตัวเขาเองต้องศึกษากาการกระจายตัวและการขยายอาณาเขตของเสือดาวหิมะและลิงซ์ไปทางทิศตะวันออกของเขตไร้ผู้คน
เนื่องจากการขยายตัวของเสือดาวหิมะและลิงซ์กดดันให้หมาป่าทุ่งหญ้าขยายตัวเข้าหาชุมชนมนุษย์ด้วย ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อพื้นที่อยู่อาศัย
เมื่อแนวโน้มการขยายตัวชัดเจนแล้ว สำนักงานป่าไม้และทุ่งหญ้าท้องถิ่นและอาสาสมัครอนุรักษ์สัตว์ป่าถึงจะเริ่มงานได้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความระมัดระวังหรือการสร้างแนวกันชน ซึ่งทั้งหมดต้องใช้เวลาและทรัพยากรทั้งคนและสิ่งของจำนวนมาก
ขณะกำลังจะเข้านอน ประตูก็ถูกดันเปิดแง้ม ๆ และหัวแมวตัวหนึ่งก็มุดเข้ามา
“จินหยา ทำไมจู่ ๆ ถึงกลับมาล่ะ? แล้วเจ้าจินน้อยไปไหน?”
จินหยาเดินเข้ามาและถูไถขาเขาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะวิ่งไปทางห้องของเขา ไม่กี่นาทีต่อมา เธอก็ออกมาพร้อมลากผ้าห่มผืนเล็กออกมาด้วย
“จินหยาเป็นภูตผีปีศาจแปลงกายมาหรือเปล่าเนี่ย? รู้จักกลับมาเอาผ้าห่มด้วย”
ผ้าห่มลากพื้น และเธอก็เหยียบชายผ้าห่มจนเกือบสะดุดขาตัวเอง
จินหยาดูร้อนรน คาบผ้าห่มไว้ในปากและเงยหน้ามองเฉินอิ่งด้วยดวงตาฉ่ำน้ำ เต็มไปด้วยความน้อยใจ
เฉินอิ่งลุกขึ้นอย่างจนใจและห่อผ้าห่มด้วยผ้าอีกผืน ผูกไว้บนหลังของเธอ
เจ้าตัวแสบที่บ้านเรียนรู้วิธีแกะห่อของมานานแล้ว ปมง่าย ๆ ไม่อาจต้านทานเขี้ยวและเล็บแหลมคมของพวกมันได้
วันรุ่งขึ้น เมื่อเฉินอิ่งขึ้นเขาไปเยี่ยมเจ้าตัวเล็ก เขาเห็นเจ้าจินน้อยนอนขดตัวอยู่ด้านในสุด ห่มผ้าห่มผืนเล็ก และนอนซุกอยู่ข้าง ๆ มันคือลูกลิงซ์สีเทาขาวตัวน้อย
สูงขึ้นไปอีกหน่อยในซอกหิน ลูกเสือดาวหิมะสามตัวกำลังกระโจนเล่นและฟัดกันนัวเนีย พวกมันโตขึ้นกว่าตอนที่เขาเห็นครั้งล่าสุด
ได้ยินเสียงเรียกจากด้านบน เฉินอิ่งถอยหลังสองสามก้าวและเงยหน้ามอง พบว่าบนชะง่อนหินด้านบน เอ๋อหนิว จินหยา และคุณนายลิงซ์ที่ไม่ได้เจอกันนาน กำลังนอนอาบแดดรวมกลุ่มกันอยู่
งั้นลูกลิงซ์สีเทาขาวตัวน้อยนั่นก็เป็นลูกของคุณนายลิงซ์สินะ ด้วยสีขนที่เหมือนแม่ ดูท่าทางโตขึ้นคงเป็นลิงซ์ตัวใหญ่ที่สวยงามอีกตัวแน่
เหมือนเช่นเคย เขาอุ้มลูกเสือดาวหิมะทั้งสามมาวัดข้อมูลร่างกาย และถือโอกาสบีบพุงและอุ้งเท้าของพวกมันเล่น
ฟันของเจ้าใหญ่เริ่มคมแล้ว กัดทะลุถุงมือจนเขารู้สึกเจ็บนิด ๆ
เจ้าสองทำหน้าตาประมาณว่า “เชิญตามสบาย” แต่สนใจหัวซิปบนอกเสื้อของเฉินอิ่งเป็นพิเศษ เขี่ยเล่นไม่หยุดและพยายามจะงับ
คุณหนูสามก็เหมือนแม่ของเธอ ขี้อ้อนเป็นพิเศษ ขดตัวเป็นก้อนกลมบนตัวเฉินอิ่ง และเริ่มส่งเสียงครางครืดคราดอย่างพอใจ
หลังจากวางลูกเสือดาวหิมะกลับคืน เฉินอิ่งก็ไม่รบกวนการอาบแดดของสามสาวและปีนขึ้นไปต่อ
ครั้งนี้เขาเกือบจะถึงยอดเขา มองออกไปเห็นทุ่งหญ้าที่ราบสูงอันราบเรียบอีกฝั่ง และสัตว์ต่าง ๆ ที่เดินเตร็ดเตร่อย่างอิสระบนทุ่งหญ้า รู้สึกถึงความกว้างใหญ่ไพศาล
ขณะตัดสินใจจะเดินเล่นไปทางทุ่งหญ้า เขาหันกลับมาเจอจินหยาแอบซ่อนตัวอยู่หลังก้อนหินมองดูเขาอยู่
“ทำอะไรน่ะ ไปทำอะไรผิดมาหรือไง ทำไมถึงทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ แบบนั้น?”
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง จินหยาก็เดินเข้ามาและถูไถหน้าแข้งเขาสองสามที แล้วนอนลงทับเท้าเขา กลิ้งตัวโชว์พุงนุ่มนิ่ม
“คายความจริงออกมา อยากจะทำอะไรกันแน่?”
“เมื่อไหร่จะให้ลูกที่สัญญาไว้กับฉันสักที? พวกนั้นมีลูกกันหมดแล้ว ทำไมฉันถึงไม่มีบ้าง!”
เฉินอิ่งทำหน้างง “ลูกที่สัญญาไว้? ฉันไปสัญญาตอนไหน?”
“อ้าว ก็สัญญาก่อนหน้านี้ไง หลังจากพี่ชายฉันมีลูก นายบอกว่าฉันก็จะมีลูกของตัวเองเหมือนกัน”
เฉินอิ่งเหงื่อตกเป็นแถบ นั่นมันไม่ใช่เพราะจินหยาคอยจะขโมยลูกของพี่ชายเธอหรอกเหรอ และเพื่อกันไม่ให้จินหยาโดนตบ เขาเลยกล่อมให้เธอยอมแพ้ไปตอนนั้น? ตอนนี้เขาจะไปหาลูกที่ไหนมาให้จินหยาเลี้ยงล่ะ?
แต่อย่างไรก็ตามเฉินอิ่งอยู่กับจินหยามาหลายปี ถ้าเธอจู่ ๆ ก็ถามเรื่องนี้ขึ้นมา แสดงว่าเธอต้องมีแผนอะไรบางอย่าง
“บอกมาเถอะ อยากทำอะไร ให้ฉันช่วยอะไร?”
จินหยากลอกตาไปมาอย่างรู้สึกผิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะกอดขาเฉินอิ่งอย่างออดอ้อน บอกว่าเธอถูกใจลูกสัตว์ตัวหนึ่งและอยากให้เฉินอิ่งช่วยพามาให้
“นายไม่รู้หรอก แม่ของมันไม่รักมัน มันแทบไม่ได้กินเหยื่อที่แม่หามาเลย ที่รอดมาได้ก็เพราะกินเศษอาหารเหลือเดนจากคนอื่นทั้งนั้น”
“แถวนี้มีลิงซ์ที่มีลูกด้วยเหรอ?”
“มีสิ มีสิ ถ้านายตกลง ฉันจะไปพามาเอง แต่นายต้องช่วยดูหน่อยนะ ตาของมันเหมือนจะมีปัญหา”
เฉินอิ่งไม่ได้ตอบตกลงทันที แต่บอกให้จินหยาพาเขาไปดูสถานการณ์ก่อน
เห็นท่าทีของเขาอ่อนลง จินหยาก็ดีดตัวลุกขึ้นยืน “งั้นไปกันเลย!”
ลิงซ์ทั้งตัวแผ่รังสีความกระตือรือร้นแบบที่รอไม่ไหวแล้วจริง ๆ