เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 420 โศกนาฏกรรมของภูติน้อยจอมกระโดด I 💸

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 420 โศกนาฏกรรมของภูติน้อยจอมกระโดด I 💸

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 420 โศกนาฏกรรมของภูติน้อยจอมกระโดด I 💸


ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 420 โศกนาฏกรรมของภูติน้อยจอมกระโดด I

เจ้างูเขียวหางไหม้ยักษ์มักจะพันตัวรอบเสี่ยวไห่อยู่เสมอ ไม่ใช่ว่าเขาไม่พยายามเอามันออก แต่งูตัวนี้ดื้อรั้นเป็นพิเศษ มันเคยทรมานตัวเองจนเกือบตายมาแล้วหลายครั้ง จนสุดท้ายเสี่ยวไห่ทนไม่ไหวต้องยอมรับมันกลับมา

เนื่องจากระดับการคุ้มครองของงูเขียวหางไหม้ยักษ์ไม่ได้สูงมากนัก และเมื่อพิจารณาถึงความต้องการอันแรงกล้าของงู สถาบันวิจัยงูจึงประเมินแล้วตกลงอนุญาตให้เสี่ยวไห่พางูเขียวหางไหม้ยักษ์ไปเป็นอาสาสมัครที่ร่องหุบเขาเจียมู่ได้

การเป็นอาสาสมัครคือบทลงโทษจากเบื้องบนสำหรับกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ล่วงล้ำเข้าไปในเขตพื้นที่คุ้มครอง แน่นอนว่าต้องเสียค่าปรับ แต่มาตรการลงโทษทางปกครองยังไม่เพียงพอ การให้ไปเป็นอาสาสมัครจึงเหมาะสมที่สุด

ระยะเวลาการเป็นอาสาสมัครคือหนึ่งปี โดยมีวันหยุดตามกฎระเบียบของประเทศ แต่เมื่อเข้าสู่ระบบอาสาสมัครแล้ว พวกเขาต้องอยู่ให้ครบปีก่อนจึงจะสามารถออกจากจุดลงทะเบียนได้

หากใครออกไปก่อนกำหนดโดยไม่มีเหตุอันควร จะถูกบันทึกชื่อลงในระบบฐานข้อมูลผู้ขาดความน่าเชื่อถือ

คนอื่นเลือกเป็นอาสาสมัครในเมือง แต่เสี่ยวไห่มีงูติดสอยห้อยตามมาด้วย จึงทำได้เพียงเป็นอาสาสมัครในสภาพแวดล้อมป่าธรรมชาติเท่านั้น

ท้ายที่สุดพ่อของเขาเป็นคนตัดสินใจและช่วยสมัครให้เขาไปที่ร่องหุบเขาเจียมู่

“ดีเลยครับ ทางฝั่งผมไม่มีปัญหา ผมกำลังจะไม่อยู่สักพักพอดี และกำลังกังวลว่าจะทำยังไงกับเสี่ยวไป๋ เขาคงรู้วิธีดูแลแม่งูใช่ไหมครับ?”

“แน่นอนครับ ถึงตอนนี้เขาจะเรียนศิลปะ แต่ความเชี่ยวชาญของครอบครัวก็ยังอยู่ การดูแลงูสำหรับเขาเหมือนเรื่องเล่นขายของ”

ก่อนเฉินอิ่งจะออกเดินทาง เสี่ยวไห่พาเหล่าชิงมาหา

เหล่าชิงหลังจากลอกคราบแล้ว ดูสดใสและมีชีวิตชีวาขึ้นมาก

เมื่อเห็นเฉินอิ่ง ในที่สุดมันก็ยอมผละจากเสี่ยวไห่และเลื้อยมาพันรอบตัวเฉินอิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มส่ายหัวไปมาซ้ายขวา ราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่าง

“เสี่ยวไป๋ขึ้นเขาไปแล้ว อยากไปหามันไหม?”

ช่วงหลังมานี้ เสี่ยวไป๋ได้รวมกลุ่มสามสหายสุดแปลกประหลาดกับเม่นน้อยและกระรอกบินเล็ก ออกอาละวาดในป่าทุกวัน

อาจเป็นเพราะทั้งคู่มีสีขาวเหมือนกัน เสี่ยวไป๋จึงอ่อนโยนกับเม่นน้อยมากกว่ากระรอกบินเล็ก ซึ่งมันมักจะข่มขู่เป็นประจำ ทำให้เม่นน้อยต้องวุ่นวายทุกวันกับการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างเพื่อนทั้งสอง กิจกรรมที่ทำให้ร่างอวบอ้วนของมันผอมลงไปถนัดตา

เมื่อคืนเสี่ยวไป๋พยายามข่มขู่กระรอกบินเล็กอีกแล้ว จนเกือบจะเขมือบเข้าไป ทำเอาเม่นน้อยโกรธจัด มันม้วนตัวเป็นลูกบอลและพุ่งชนเสี่ยวไป๋อย่างแรงหลายครั้ง ก่อนจะลากกระรอกบินเล็กที่โศกเศร้าเข้าโพรงไปปลอบใจ

เมื่อรู้ตัวว่าทำเกินไป เสี่ยวไป๋จึงนอนเฝ้าหน้ากล่องเลี้ยงเม่นทั้งคืน แถมยังไปเก็บผลไม้และยอดอ่อนที่เม่นชอบมาให้กระรอกบินเล็กอีกด้วย แม้จะต้องขอให้เสี่ยวเซินช่วยกลิ้งกิ่งไม้เล็ก ๆ กลับมาวางไว้ให้ แต่เสี่ยวไป๋ก็รู้สึกว่าตนแสดงความจริงใจสุด ๆ แล้ว

ทว่าวันนี้เม่นน้อยยังไม่ยอมยกโทษให้ และเมินเฉยต่อเสี่ยวไป๋ตอนที่ออกมาหากินตอนเช้า

หลังจากงงงวยอยู่ครู่หนึ่ง เสี่ยวไป๋ก็เลื้อยหนีไปและยังไม่กลับมาจนถึงตอนนี้

เฉินอิ่งไม่กังวลว่ามันจะเจอปัญหา ลำพังตัวเสี่ยวไป๋เองก็เป็นงูเห่าที่มีพิษร้ายแรง สัตว์อื่นต่างหากที่ต้องกลัวมัน

ยิ่งไปกว่านั้นนี่คือเขตพื้นที่คุ้มครองที่มนุษย์ไม่ทำร้ายสัตว์ง่าย ๆ แถมรูปของเสี่ยวไป๋ก็ถูกบันทึกในระบบเฝ้าระวังของสถานีพิทักษ์ป่าแล้ว เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนป่าทุกคนรู้ดีว่ามีงูเห่าเผือกบนเขาที่เป็นมิตรกับคนมาก ซึ่งหมอเฉินนำกลับมา ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเว้นแต่จะมีใครไปยั่วยุมันโดยไร้เหตุผล

เหล่าชิงไม่ได้ฉลาดเท่าเสี่ยวไป๋ แต่มันเข้าใจคำพูดของเฉินอิ่ง

สรุปง่าย ๆ คือเจ้าเม่นน้อยรังแกเพื่อนของมันใช่ไหม? แก้ปัญหาง่ายนิดเดียว กำจัดต้นตอซะก็สิ้นเรื่อง

เหล่าชิงเลื้อยอย่างมั่นใจเข้าไปในห้องเก็บของ ซึ่งมันได้กลิ่นเม่น เจ้าสิ่งน่าเกลียดนั่นยังนอนหลับอยู่

เฉินอิ่งยังไม่ทันตั้งตัว ภรรยาอาจารย์ก็คว้าแขนเขาไว้ ส่งสัญญาณให้เขามองเข้าไปในห้องเก็บของ

“ฉันรู้สึกว่าเจ้างูเขียวอยากจะกินเม่นนะ?”

เฉินอิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพุ่งตัวไปที่ห้องเก็บของทันที

เสี่ยวไห่ที่กำลังกรอกเอกสาร รีบวางแท็บเล็ตลงและวิ่งตามไป

ทันทีที่ไปถึงหน้าประตู เขาก็ได้ยินเสียงเฉินอิ่งตะโกนอย่างตื่นตระหนก “เหล่าชิง ปล่อยนะ! กินไม่ได้นะ เดี๋ยวหนามตำปาก ไม่สิ แบบนั้นก็ไม่ได้ หุบปากเดี๋ยวนี้!”

เสี่ยวไห่รีบวิ่งเข้าไป ยังไม่ทันเห็นเหตุการณ์ชัดเจนก็คว้าหางเหล่าชิงแล้วลากถอยหลังออกมา

อีกด้านหนึ่งเฉินอิ่งคว้าหัวมันแล้วดึงออกจากกล่อง งูเขียวหางไหม้ยักษ์มีแรงเยอะมากจนเฉินอิ่งเกือบจะจับไม่อยู่ สุดท้ายเสี่ยวไห่ก็แก้ปัญหาโดยให้งูพันรอบตัวเขาเอง

เหล่าชิงคงคุ้นเคยกับท่านี้ดี จึงรัดตัวเขาแน่นตามสัญชาตญาณ

ไม่พูดพร่ำทำเพลง เฉินอิ่งยกกล่องเลี้ยงเม่นแล้ววิ่งออกไปข้างนอก

“อาจารย์แม่ครับ เราเอากล่องนี้ไปไว้หน้าห้องอาจารย์ในโซนเก็บของดีไหมครับ?”

ภรรยาอาจารย์ค่อนข้างชอบเจ้าตัวเล็กสองตัวนี้ จึงรับกล่องมาและวางแผนจะย้ายเข้าไปข้างในทันที

เธอยังเดินไปไม่กี่ก้าว ก็เห็นเสี่ยวไป๋เลื้อยกลับมาที่ระเบียงพร้อมกับอ้าปากกว้าง

“ว้าว เสี่ยวไป๋ ไปกินอะไรมาเนี่ย?”

เพลี้ยทั้งรัง ไม่รู้ไปหามาจากไหน

เฉินอิ่งปิ๊งไอเดีย รีบวางกล่องลงและอุ้มเม่นน้อยขึ้นมา

เม่นน้อยที่ยังช็อกอยู่ จู่ ๆ ก็ได้กลิ่นอาหารโปรด จึงเริ่มกินตามสัญชาตญาณ

พอกินไปได้ไม่กี่คำ มันก็เริ่มได้สติ เงยหน้าขึ้นเห็นเสี่ยวไป๋ที่มีคราบโคลนเปรอะรอบปาก แล้วมันก็เข้าไปคลอเคลียกับตัวของเสี่ยวไป๋

ในขณะนั้นเหล่าชิงที่ถูกเสี่ยวไห่อุ้มอยู่ก็ออกมาเห็นเสี่ยวไป๋ มันรีบเลื้อยลงพื้น พยายามจะเข้าไปทักทายเพื่อน แต่กลับเห็นเม่นน้อยเดินออกมาขวางหน้าเสี่ยวไป๋และกางหนามใส่

เสี่ยวไป๋เอียงคอ งงว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเม่นน้อยผู้เป็นมิตรถึงได้มาเผชิญหน้ากับเหล่าชิง

เฉินอิ่งไม่กล้ารอดูละครฉากนี้ต่อ กลัวว่าไฟที่จุดติดแล้วจะดับยาก

เขาประคองเม่นน้อยไว้ในมือข้างหนึ่งและช้อนตัวเสี่ยวไป๋ขึ้นมาด้วยมืออีกข้าง ส่งสัญญาณให้เสี่ยวไห่อุ้มเหล่าชิงขึ้นมาด้วย

“พื้นที่ข้างล่างนี้ ฉันทำเป็นกล่องระบบนิเวศไว้ให้พวกนาย มีสองชั้นนะ เล่นด้วยกันดี ๆ ห้ามตีกัน ไม่งั้นจะโดนไล่ออกและห้ามอยู่ที่นี่อีก”

พื้นที่ใต้ห้องใต้หลังคาที่เคยเคลียร์ไว้สำหรับของเล่นเด็ก ๆ ตอนนี้ถูกทำความสะอาด และติดตั้งกล่องระบบนิเวศสูงประมาณสองเมตรและมีพื้นที่เกือบห้าตารางเมตร

ชั้นล่างประกอบด้วยหิน ขอนไม้ผุ และดินฮิวมัส รวมถึงดอกไม้และหญ้าต้นเล็ก ๆ ทั่วไป ยังมีโครงปีนป่ายสำหรับงูที่ทำจากตอไม้เก่าและไม้แห้ง พร้อมเปลญวนขนาดใหญ่สองอันที่ทำขึ้นพิเศษเพื่อให้งูเลื้อยเล่น

นอกจากประตูด้านล่างที่เปิดอยู่ ชั้นบนยังมีรูเล็ก ๆ เจาะทะลุยอดตอไม้ ข้าง ๆ กันมีหน้าต่างเว้นไว้สำหรับกระรอกบินเล็ก

อันที่จริงกระรอกบินเล็กเชี่ยวชาญการร่อน และสามารถกระโดดจากตรงนี้ ร่อนไปลงที่โคนต้นไม้ใหญ่กลางป่าได้อย่างพอดิบพอดี แล้วปีนขึ้นไปวิ่งเล่นในป่า

ต้นไม้ใหญ่และรังเทียมหลังโกดังได้ใช้ประโยชน์อีกครั้ง และหลังจากจัดแจงนิดหน่อย เม่นน้อยก็สามารถไปเล่นและค้างคืนที่นั่นได้

เจ้าตัวเล็กแต่ละตัวมีพื้นที่ส่วนตัวแยกจากกัน รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางไว้เล่นด้วยกัน

เฉินอิ่งคิดเผื่อไว้ทุกอย่างเท่าที่จะนึกออก และถ้าไม่ไหวจริง ๆ พวกมันก็ยังหนีไปเล่นในป่าได้

สิ่งที่เฉินอิ่งกังวลที่สุดก่อนหน้านี้คือไม่มีใครรู้ใจเสี่ยวไป๋ แต่ตอนนี้เมื่อเสี่ยวไห่มา อย่างน้อยเรื่องอาหารการกินก็คงไม่มีปัญหา และถ้าจนปัญญาจริง ๆ เขาก็ยังไปไถความช่วยเหลือจากพ่อของเขาได้

เขาอยู่บ้านต่ออีกหนึ่งสัปดาห์ พาเสี่ยวไห่ทัวร์รอบ ๆ พื้นที่ โดยเฉพาะจุดชมวิวสวย ๆ บนภูเขา

พ่อของเขาบอกว่าเขาเป็นนักประติมากรรมฝีมือดี ดังนั้นเขาน่าจะสนใจจิตรกรรมฝาผนังของชนกลุ่มน้อย งานแกะสลักหิน ไม้ และไม้ไผ่ เฉินอิ่งจึงให้เบอร์โทรศัพท์และช่องทางติดต่อโซเชียลมีเดียของเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านเสี่ยวไจ้หลายคน แนะนำให้คนหนุ่มสาวติดต่อกันไว้

ส่วนตัวแล้ว เขายังบอกเจ้าหน้าที่หมู่บ้านด้วยว่าถ้ามีกิจกรรมอะไรที่เสี่ยวไจ้ ให้เชิญเสี่ยวไห่ไปร่วมด้วย ถ้าต้องการคำแนะนำด้านศิลปะ ก็ไม่ต้องเกรงใจ ใช้งานได้เต็มที่

เสี่ยวไห่ไม่กลัวเฉินอิ่งหางานให้ทำหรอก เขาแค่กลัวว่าเฉินอิ่งจะเกรงใจพ่อเขาจนไม่ยอมให้เขาทำอะไรเลยต่างหาก

โชคดีที่วันก่อนเฉินอิ่งจะออกเดินทาง ฉานฉานได้คลอดลูกแฝด

มนุษย์แพนด้าผู้มากประสบการณ์ถือโอกาสนี้เข้าไปดูลูกทั้งสองของฉานฉาน จากการสังเกตเบื้องต้น ดูเหมือนตัวโตจะเป็นพี่สาว และตัวเล็กจะเป็นน้องชาย

ฉานฉาน ถึงอย่างไรก็เป็นแพนด้าที่ถูกเลี้ยงมาอย่างดี แม้เธอจะมักคลุกคลีอยู่ในศูนย์ฝึกสัตว์ป่าและมีประสบการณ์หาอาหารและน้ำเอง แต่เธอก็ยินดีรับ “อาหารที่ได้มาโดยบังเอิญ” ถ้ามีคนเสนอให้

ไผ่อ่อนหนึ่งมัด หน่อไม้หนึ่งกอง และฟักทองแก่หวาน ๆ ก็เพียงพอจะทำให้เธอเมินเฉยต่อสัตว์สองขาที่อยู่ในถ้ำ

แต่หลังจากมื้อนั้น ฉานฉานก็ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ง่าย ๆ ดูเหมือนเธอจะรู้ว่าลูก ๆ ของเธอต้องการให้สัตว์สองขาตรวจสุขภาพ

ต่างจากแม่แพนด้าตัวอื่น ๆ ฉานฉานเปี่ยมด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ในการมีลูกครั้งแรก เธอจัดการให้นมลูกทั้งสองตัวจนอิ่ม และออกไปหาอาหารโดยไม่ปล่อยให้ลูกหิว

เมื่อยืนยันได้ว่าฉานฉานและลูก ๆ สบายดี มนุษย์แพนด้าก็ถอนตัวออกมา ทิ้งไว้เพียงกล้องอินฟราเรดที่ทำงานอย่างขยันขันแข็ง

อย่างไรก็ตามในถ้ำหินกว้างขวางด้านล่าง จะมีคนผลัดเปลี่ยนเวรมาประจำการเป็นครั้งคราว เพื่อปกป้องสองคุณแม่ผู้ขยันขันแข็งและลูกน้อยที่น่ารักของพวกเธอ

“พวกคุณสังเกตไหมว่าแม่สัตว์รอบ ๆ ร่องหุบเขาเจียมู่ดูเหมือนจะมีอัตราการเกิดสูงขึ้น และปัญหาการคลอดยากหรือการทิ้งลูกก็น้อยลงด้วย?”

“ใช่ ผมลองเทียบข้อมูลย้อนหลังสามปี ปีนี้พวกมันแทบจะคลอดลูกออกมาเต็มจำนวนสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทีมเราคุยเรื่องนี้กันแล้ว น่าจะเกี่ยวกับระบบนิเวศรอบ ๆ ร่องหุบเขาเจียมู่ ห่วงโซ่อาหารที่นี่สมบูรณ์ สัตว์ขยายพันธุ์เร็วและมีจำนวนมาก แต่ไม่เกินระดับที่ต้องเฝ้าระวัง”

“ถูกต้อง ดูตารางนี้สิ นี่คือข้อมูลปีที่แล้วเทียบกับปีนี้จาก ‘เนชั่นที่สอง[1]’ จำนวนแต่ละสปีชีส์อยู่ที่จุดสูงสุดของความสามารถในการรองรับ หลังจากเรารายงานไป สำนักงานป่าไม้และทุ่งหญ้าถึงกับจัดให้มีการสำรวจทรัพยากรพืช เพราะกลัวว่าสัตว์ที่มากเกินไปจะทำลายการเจริญเติบโตของพืช แล้วเดาสิว่าเกิดอะไรขึ้น”

คนพูดเงียบไป แล้วก็โยนกราฟเปรียบเทียบกว่าสิบภาพลงในกลุ่มรวดเดียว

“ดูสิ ๆ บางคนยังคิดว่าร่องหุบเขาเจียมู่ปลอมข้อมูล ตารางสำรวจนี้ทางกรมจ้างคนมาตรวจสอบเอง และร่องหุบเขาเจียมู่ไม่มีอิทธิพลขนาดจะจ้างผู้เชี่ยวชาญพวกนั้นมาเมคข้อมูลให้หรอก พวกเขาแค่ดูแลรักษามันอย่างดี อิจฉาได้แต่อย่าริษยาเลย แทนที่จะเป็นแบบนั้น ไปถามพวกเขาดีกว่าว่าทำยังไงถึงได้ผลลัพธ์แบบนี้”

ในกลุ่มเงียบกริบไปพักใหญ่ จนกระทั่งมีคนสองสามคนส่งอีโมจิ “กราบคารวะ” ด้วยความเลื่อมใส

จะให้พูดอะไรได้อีกล่ะ เรียนรู้จากพวกเขาซะ!

บางเรื่องอาจเลียนแบบไม่ได้จริง ๆ แต่ต่อให้เรียนรู้ได้แค่ครึ่งเดียว ก็ยังช่วยเรื่องตัวชี้วัดผลงานประจำปีของพวกเขาได้

ถ้าไม่ได้ผลก็ต้องไปขอความช่วยเหลือ อ้อนวอนขอย้ายสัตว์จากร่องหุบเขาเจียมู่มาที่พื้นที่ของตัวเองบ้าง

คำพูดของ ‘มหาดรูอิด’ พวกสัตว์น่าจะยอมฟังบ้างแหละน่า จริงไหม?

แม้ทุกคนจะรู้ว่าฉายามหาดรูอิดเป็นเรื่องล้อเล่น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าลึก ๆ ในใจบางคนเชื่อสนิทใจว่าเฉินอิ่งมีพรสวรรค์จากสวรรค์ที่คนอื่นไม่อาจอิจฉาได้

เฉินอิ่งไม่รู้เลยว่าพวกเขาคิดอะไรกัน และเขาก็ไม่อยากรู้ด้วย

วันรุ่งขึ้น เขาเก็บข้าวของ พาเจ้าจินน้อยขึ้นรถที่เต้าเหมยฮวาทิ้งไว้ แล้วออกเดินทาง

ตอนแรกเสี่ยวไป๋อยากจะตามไปด้วย แต่พอเจ้าจินน้อยบรรยายสถานที่ที่จะไปให้ฟัง มันก็สงบลง

ร่องหุบเขาเจียมู่ก็ดีเหมือนกัน มีเวลาไปแกล้งสัตว์เล็ก ๆ หลังเขาได้ และยังรังแกสัตว์สองขาของเหล่าชิงได้ด้วย รังอุ่น ๆ ที่สัตว์สองขาตัวเมียทำให้ในบ้านของเธอก็สบายมาก เธอยังเย็บผ้าห่มผืนเล็กให้มันด้วย ซึ่งมันชอบสุด ๆ ไปเลย!

[1] สัตว์คุ้มครองระดับสอง

จบบทที่ ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 420 โศกนาฏกรรมของภูติน้อยจอมกระโดด I 💸

คัดลอกลิงก์แล้ว