เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 410 งูเขียวเฒ่าเกาะติดพี่ไห่ 💸

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 410 งูเขียวเฒ่าเกาะติดพี่ไห่ 💸

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 410 งูเขียวเฒ่าเกาะติดพี่ไห่ 💸


ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 410 งูเขียวเฒ่าเกาะติดพี่ไห่

เมื่อองค์ประกอบครบ เราเรียกว่า “การจำลองฉากคลาสสิก”

แน่นอนเฉินอิ่งหนึ่งในผู้เกี่ยวข้อง ปฏิเสธหัวชนฝาที่จะยอมรับว่าเป็น “ขุนนางสวี[1]

เขาบอกว่านี่ภูเขาไอเหลา ไม่ใช่เขาชิงเฉิง ต่อให้มีคุก ก็ต้องอยู่ที่เจดีย์เหลยเฟิงไม่เกี่ยวกับมณฑลเตียน

ถึงอย่างนั้นก็มีคนแอบถ่ายรูปเขาแบกเสี่ยวไป๋บนไหล่ มีงูเขียวเฒ่าขดอยู่ข้าง ๆ และมีพี่ไห่หัวล้านนอนอยู่ข้างหน้า

หลังจากเบลอหน้า รูปนี้ถูกตั้งชื่อว่า “ตำนานนางพญางูขาวฉบับดาร์ก”

การเจอคนเป็นเรื่องดี นักเรียนสี่คนอ่อนแอมาก รวมถึงคุณหนูเต้าและน้องชายสองคน สามคนกึ่งหมดสติ แต่ทุกคนยังมีชีวิตอยู่

จากนักเรียนคนเดียวที่ยังมีสติ เสี่ยวไห่หัวล้าน ทีมกู้ภัยรู้ว่าพวกเขารอดมาได้จนถึงตอนนี้โดยอาศัยความรู้เรื่องงูของเสี่ยวไห่ ความรู้เรื่องพืชของเต้าเจิ้นหัว และความอดทนทางร่างกายที่ค่อนข้างแข็งแกร่งของเพื่อนร่วมชั้นอีกสองคน

แม้จะพยายามเต็มที่ แต่ถ้าทีมกู้ภัยมาช้ากว่านี้สองวัน อาจทำได้แค่มาเก็บศพ

สามคนที่หมดสติอาการไม่แย่นัก แค่หมดแรง หิว และหนาวนิดหน่อย หลังจากกินและฉีดยา พวกเขานอนห่อตัวในถุงนอนในถ้ำ พอรุ่งสางยังไม่ตีห้า ก็ตื่นกันหมด

“พี่อิ่งไปกับกัปตันที่ยอดเขาเพื่อหาจุดเรียกเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยครับ พี่สาวเต้า รู้สึกยังไงบ้างครับ?”

คุณหนูเต้าพอเจอน้องชายรอดชีวิตก็ปล่อยวางความกดดันจนไข้ขึ้นสูงเกือบเพ้อ

ถ้าไม่ใช่เพราะเธอป่วยกะทันหัน พวกเขาคงแบ่งทีมไปเรียกเฮลิคอปเตอร์บนเขาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

โชคดีที่หมอที่มาด้วยและเฉินอิ่งยืนยันว่าเป็นแค่ปฏิกิริยาความเครียดจากการปลดปล่อยความกดดันกะทันหันหลังจากแบกรับมามากเกินไป พอฉีดยาและไข้ลด ก็ไม่มีปัญหา

จริงดังว่า ตีหนึ่ง อุณหภูมิเธอก็กลับมาปกติ แต่เธอตื่นช้ากว่าน้องชายสองคนไปครึ่งชั่วโมง

เต้าเหมยฮวาลืมตาขึ้น เห็นน้องชายตัวดีสองคนขนาบข้างหลับตาปี๋ แล้วยื่นมือไปบิดหูพวกมัน

“เจ้ เบาหน่อย”

“เจ้ ผมไม่กล้าแล้ว จริง ๆ นะ เชื่อผมเถอะ”

เต้าเหมยฮวาลุกขึ้น บิดอีกทีก่อนปล่อย เสียงแหบพร่า “พอกลับไป ฉันจะจัดการพวกแกให้สาสม รนหาที่ตายเองไม่เท่าไหร่ แต่ทำให้ย่ากับยายตกใจแทบแย่ ฉันว่าพวกแกคงไม่อยากเก็บหนังไว้แล้วมั้ง”

พี่น้องช่วยกันพยุงตัวลุกขึ้น

ในเต็นท์ข้าง ๆ นักเรียนหัวล้านและอีกคนที่หมดสติก็ตื่นแล้ว แต่ไม่กล้าขยับตัวมาก

งูเขียวนอนขดอยู่ข้างนักเรียนหัวล้าน หางพันแขนเขา หัววางบนหน้าอกเขา

เต้าเหมยฮวาเลิกผ้าเต็นท์ขึ้น เห็นเพื่อนอีกคนเบียดตัวชิดผนังเต็นท์ แทบจะร้องไห้ด้วยความกลัว

ขณะเดียวกันนักเรียนหัวล้านกำลังเจรจากับงูเขียวให้ปล่อยเขาไป

ไม่ใช่ว่างูหนักเกินจะขยับ แต่งูไม่ยอมให้เขาลุก ทุกครั้งที่เขาขยับ งูจะรัดหางแน่นขึ้น ส่งเสียงฟู่ และเอาหัวงูเล็ก ๆ ชนเขา

หลังจากดิ้นรนไร้ผลอยู่สิบห้านาทีเพื่อเกลี้ยกล่อมเจ้านายสัตว์เลื้อยคลานให้ไป นักเรียนหัวล้านอยากจะร้องไห้

สมาชิกทีมสองคนที่อยู่เฝ้าเดินเข้ามาพร้อมอาหาร คะยั้นคะยอให้ดื่มซุปร้อน ๆ และกินโจ๊กใส่หมูหยอง

“เริ่มด้วยโจ๊กอุ่น ๆ รองท้องก่อนนะ อดอาหารมานาน กินอย่างอื่นเดี๋ยวปวดท้อง พักสักหน่อยหลังกิน แล้วผมมีแป้งจี่ย่าง กินกับซุปร้อน ๆ อร่อยนะ”

เพื่อนอีกคนรออยู่หน้าถ้ำในที่กว้างกว่า รอคำสั่งจากเฉินอิ่งและคนอื่น ๆ

ภูเขาแถวนี้ไม่สูง ระดับความสูงแค่ไม่กี่ร้อยเมตร ปัญหาหลักคือหาจุดที่เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยลงจอดหรือลอยลำให้คนขึ้นลงได้สะดวก

หลังจากนำทางกัปตันและทีมไปถึงจุดหมาย เฉินอิ่งก็หมดหน้าที่

เขาพางูเห่าเผือกไปข้าง ๆ เพื่อคุยเรื่อง “เลิกรา”

ด้วยนิสัยติดหนึบของเสี่ยวไป๋ เฉินอิ่งสงสัยว่าถ้าเขาบอกว่าจะไป เจ้างูจะฝังเขาไว้ที่นี่เพื่อให้อยู่เป็นเพื่อนตลอดไปหรือเปล่า

แต่จะพามันไปด้วยได้ไหม ต้องวิเคราะห์จากสถานการณ์เฉพาะหน้า

ยังไงซะ มันก็มีสถานะและตำแหน่ง ไม่ใช่แค่งูเขียวธรรมดา ๆ ที่ใครจะมาเทียบได้

นี่แสดงให้เห็นว่าแม่นางไป๋มีบารมีเหนือกว่าเสี่ยวชิงเยอะ!

ยังมีเวลาก่อนเฮลิคอปเตอร์จะมา เฉินอิ่งส่งสัญญาณให้กัปตันแล้วขอตัวไปปลดทุกข์

เจ้าจินน้อยกำลังเพลิดเพลินกับมื้อเช้า เป็นเก้งน้อยขนาดเล็ก

มันชำเลืองมองเฉินอิ่ง แล้วก้มหน้ากินต่อหลังจากเขาโบกมือให้

หลังจากทำธุระเสร็จ เฉินอิ่งอยากจะเอาเสี่ยวไป๋ไปคืนที่ต้นไม้ แต่เจ้าตัวดีไม่ยอมไปท่าเดียว แถมยังขู่เขาด้วยการรัดคอแน่น ตางูสีแดงก่ำจ้องเขม็ง เหมือนจะบอกว่า “จะบินไปด้วยกัน หรือจะนอนคุยกับรากมะม่วงที่นี่ เลือกเอา”

เฉินอิ่งพยายามหลายครั้งแต่แกะไม่ออก เลยต้องยอมจำนนให้อ้อมกอดงู

ขากลับ หางตาเขาเหลือบเห็นสีขาวแวบ ๆ

ตอนแรกนึกว่าเป็นเห็ด แต่พอตั้งสติได้ ฤดูไหนจะมีเห็ดขาวใหญ่ขนาดนี้? อาจเป็นของหายาก น่าไปดูหน่อย

พอมองอีกที สีขาวนั้นหายไปแล้ว

อะไรกัน มีขางอกวิ่งหนีได้ด้วยเหรอ? หรือจะมีตำนานโสมคนจากแดนตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่นี่?

สงสัยจะอยู่กับพวกแมวมากไป ความอยากรู้อยากเห็นเลยครอบงำ และโดยไม่คิดเกินสามวินาที เท้าเขาก็พาเดินเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว

ป่าตรงนี้โปร่งกว่ามาก อย่างน้อยก็มีหญ้าเขียว ๆ บนพื้น

เขาเดินอ้อมต้นไม้ใหญ่ และในช่องว่างที่ใบไม้ทับถมกัน เขาเห็นสิ่งมีชีวิตสวยงามที่เรียกได้ว่าเป็นภูตน้อย

เจ้าตัวเล็กจ้องเขาด้วยความกลัว ขดตัวเป็นก้อนกลม

เสี่ยวไป๋แลบลิ้นสองแฉกถี่ ๆ อยู่พักหนึ่ง แล้วเลื้อยลงจากตัวเขา เข้าไปหาเม่นน้อย

เฉินอิ่งตั้งใจจะย่องหนี แต่บังเอิญเห็นรอยแดงบนตัวเม่นน้อย

ไม่แน่ใจว่าเป็นสีธรรมชาติหรือบาดเจ็บ เฉินอิ่งถอนหายใจและกลับมา สวมถุงมือพิเศษ และอุ้มเม่นน้อยขึ้นมา

ว้าว ขาหลังเจ้าตัวเล็กโดนกัดลึก เป็นรูสองรู และสีแดงนั้นคือเลือด

สัตว์เผือกอยู่รอดยากในป่า ขนเด่นเกินไป ล่อตาล่อใจนักล่า

งูเห่าเผือกยังดีหน่อย เพราะสู้เก่ง แต่เม่นน้อยนี่สิ อาการหนัก วันนี้เจ็บ พรุ่งนี้อาจเป็นอาหารสัตว์อื่น

สำหรับเฉินอิ่ง การเอามันไปนั้นง่าย แต่การรับประกันความอยู่รอดในป่าเป็นเรื่องยาก

ยิ่งไปกว่านั้น มันเป็นสัตว์คุ้มครองระดับสอง ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเอาไปได้ตามใจชอบ

เฉินอิ่งหรี่ตา แล้วจู่ ๆ ก็คว้าหัวเสี่ยวไป๋มาเทียบกับแผลที่ขาหลังเม่นน้อย

พอดีเป๊ะ ฝีมือหล่อนแน่ ๆ!

เสี่ยวไป๋: งูต้องนอนรอกระทะ[2]หล่นใส่หัวด้วยเหรอ?

มือหนึ่งถืองู อีกมือถือเม่น เฉินอิ่งเดินเร็ว ๆ ไปหาหัวหน้าทีม

“เสี่ยวไป๋กัดเม่นน้อยตัวนี้ ผมต้องพามันกลับไปรักษา คุณช่วยเป็นพยานให้ผมหน่อยได้ไหม?”

พูดจบเขาทำท่าเดิมซ้ำ เอาหัวเสี่ยวไป๋ไปแตะขาเม่น

หัวหน้าทีมบอกได้แค่ว่าเป็นแผลถูกกัด แต่งูตัวไหนกัด . . . ช่างเถอะ ถ้าหมอเฉินบอกว่าเป็นเสี่ยวไป๋ ก็เสี่ยวไป๋แหละ

เจ้าจินน้อยกินเสร็จและเช็ดหน้าสะอาดแล้ว เดินมาตะปบมือเฉินอิ่ง

“เมี๊ยว มุงอะไรกัน? ขอดูมั่งสิ”

พอเห็นเม่นเผือก เจ้าจินน้อยแสดงความรังเกียจ

“ไอ้นี่ไม่อร่อยเลย เนื้อน้อยแถมทิ่มปาก”

ดูออกเลยว่าเคยลองกินมาแล้ว

ปล่อยมือเฉินอิ่ง เจ้าจินน้อยก็กลับไปเฝ้าของขวัญต่อ

กระรอกบินผู้น่าสงสารขดตัวกลม ไม่กินไม่ดื่ม ร่อแร่เต็มที

เฉินอิ่งอยากกล่อมเจ้าจินน้อยให้เลิกรา พอกลับไปถ้าจินหยาไม่อยู่ แล้วจะเอาปัญญาที่ไหนไปดูแลกระรอกบิน?

ต่อให้ไม่ใช่สัตว์คุ้มครอง แต่สิทธิในการมีชีวิตก็ควรเคารพ

แต่เจ้าจินน้อยดื้อผิดปกติและไม่ฟังเฉินอิ่ง พอหงุดหงิดมาก ๆ มันหิ้วกรงปีนขึ้นต้นไม้ หันหน้าหนี ไม่สนใครทั้งนั้น

“เยี่ยม เรื่องเยอะกันจริง ๆ!”

เฉินอิ่งทำอะไรได้? แม้จะดูเท่และคุยกับสัตว์ได้สบาย ๆ แต่ละตัวก็ทำเอาเขาปวดหัวได้ทั้งนั้น

ตีก็ไม่ได้ ด่าก็ไม่ได้ แถมยังต้องหาทางช่วยอีก ใครจะรู้ความขมขื่นในใจเขา?

เอาเถอะ เอาเม่นน้อยใส่กระเป๋า สะพายเป้ แล้วเฉินอิ่งก็เรียกเจ้าจินน้อยให้รีบมา

พวกเขาทิ้งสมาชิกทีมสองคนไว้รอ ส่วนคนอื่นต้องกลับไปที่ถ้ำเพื่อพาคนที่ช่วยไว้ออกมา

วิทยุติดต่อได้แล้ว คนในถ้ำส่วนใหญ่ขยับตัวได้แล้วและพร้อมออกทุกเมื่อ

แต่ตอนนี้มีปัญหาเล็กน้อย งูเขียวตัวหนึ่งขวางไม่ให้คนหนึ่งขยับตัว และโจมตีใครก็ตามที่พยายามเข้ามาช่วย ต้องการความช่วยเหลือด่วนจากหมอเฉิน

งูพวกนี้เป็นอะไรกัน? มีปัญหาทางจิต หรือแค่งูขาวกับงูเขียวชอบพันคน?

การแสดง “ตำนานนางพญางูขาว” จบแล้วเหรอ ถึงจะมาเล่นบท “ฝาไห่ ท่านไม่เข้าใจความรัก[3]” ต่อ?

บังเอิญเหลือเชื่อจริง ๆ

งูขาวหนึ่ง งูเขียวหนึ่ง กับหนุ่มหล่อหัวล้านหนึ่ง

ครบองค์ประชุมจริง ๆ

เฉินอิ่งไม่กล้าชักช้า นำสมาชิกทีมสองคนกลับไปที่ถ้ำ

พวกเขาเคลียร์พื้นที่ว่างไว้แล้วเมื่อครู่ และยิงพลุสัญญาณไปแล้ว แค่รอเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยมาถึงจะได้ไป

ตอนนี้ต้องพาคนออกจากถ้ำก่อน

ลงเขาใช้เวลาไม่นาน พอเฉินอิ่งและทีมกลับมาถึงถ้ำ เห็นทุกคนมุงกันอยู่หน้าเต็นท์

“เกิดอะไรขึ้น มีคนโดนกัดเหรอ?”

“ยังไม่โดนค่ะ แค่ว่า . . .” เต้าเหมยฮวาหลีกทางให้ “ช่างเถอะ ดูเองดีกว่า”

เสียงเธอแปลก ๆ เฉินอิ่งไม่ได้คิดอะไรมาก เดินเข้าไปดู แล้วแทบหลุดขำ

งูตัวนั้นยาวกว่าเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์มาก ตอนนี้มันพันหนุ่มหล่อหัวล้านจนกลายเป็นดักแด้งู แต่ฉลาดพอที่จะเว้นตาและปากไว้ แสดงความฉลาดกว่าเมื่อวานนิดหน่อย

งูขาวที่พันแขนเฉินอิ่งชำเลืองมอง แล้วจู่ ๆ ก็คิดว่าลุคนี้เท่ดี เลยเริ่มขยับบ้าง

เฉินอิ่งมัวแต่ขำคนอื่น กว่าจะรู้ตัวว่ามีอะไรผิดปกติกับงูขาว มันก็เริ่มวัดหัวเขาด้วยลำตัวที่ยาวไม่เท่าไหร่อย่างทะเยอทะยานแล้ว

เฉินอิ่งขำพรืด ยื่นมือไปบีบหัวมัน แล้วขู่ “ทำตัวดี ๆ แล้วฉันจะยื่นเรื่องพาแกไปด้วย ไม่งั้นแกอยู่ที่นี่ตัวเดียวนะ”

นี่เป็นไอเดียหัวหน้าทีมกู้ภัยก่อนหน้านี้ เสนอให้เขาส่งงูเห่าเผือกไปสถาบันวิจัยงูก่อน แล้วค่อยหาทางปล่อยที่อื่น

ยังไงซะ งูเห่าก็ไม่เลือกที่อยู่มากนัก และเคยมีงูเห่าโผล่มาในป่าใต้สถานีช่วยเหลือร่องหุบเขาเจียมู่ด้วย มีตัวเผือกเพิ่มมาอีกตัวคงไม่กระทบอะไรมาก

[1] สวีเซียน พระเอกนางพญางูขาว

[2] แพะรับบาป/ความผิด

[3] เพลง/วลีฮิต

จบบทที่ ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 410 งูเขียวเฒ่าเกาะติดพี่ไห่ 💸

คัดลอกลิงก์แล้ว