- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 410 งูเขียวเฒ่าเกาะติดพี่ไห่ 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 410 งูเขียวเฒ่าเกาะติดพี่ไห่ 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 410 งูเขียวเฒ่าเกาะติดพี่ไห่ 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 410 งูเขียวเฒ่าเกาะติดพี่ไห่
เมื่อองค์ประกอบครบ เราเรียกว่า “การจำลองฉากคลาสสิก”
แน่นอนเฉินอิ่งหนึ่งในผู้เกี่ยวข้อง ปฏิเสธหัวชนฝาที่จะยอมรับว่าเป็น “ขุนนางสวี[1]”
เขาบอกว่านี่ภูเขาไอเหลา ไม่ใช่เขาชิงเฉิง ต่อให้มีคุก ก็ต้องอยู่ที่เจดีย์เหลยเฟิงไม่เกี่ยวกับมณฑลเตียน
ถึงอย่างนั้นก็มีคนแอบถ่ายรูปเขาแบกเสี่ยวไป๋บนไหล่ มีงูเขียวเฒ่าขดอยู่ข้าง ๆ และมีพี่ไห่หัวล้านนอนอยู่ข้างหน้า
หลังจากเบลอหน้า รูปนี้ถูกตั้งชื่อว่า “ตำนานนางพญางูขาวฉบับดาร์ก”
การเจอคนเป็นเรื่องดี นักเรียนสี่คนอ่อนแอมาก รวมถึงคุณหนูเต้าและน้องชายสองคน สามคนกึ่งหมดสติ แต่ทุกคนยังมีชีวิตอยู่
จากนักเรียนคนเดียวที่ยังมีสติ เสี่ยวไห่หัวล้าน ทีมกู้ภัยรู้ว่าพวกเขารอดมาได้จนถึงตอนนี้โดยอาศัยความรู้เรื่องงูของเสี่ยวไห่ ความรู้เรื่องพืชของเต้าเจิ้นหัว และความอดทนทางร่างกายที่ค่อนข้างแข็งแกร่งของเพื่อนร่วมชั้นอีกสองคน
แม้จะพยายามเต็มที่ แต่ถ้าทีมกู้ภัยมาช้ากว่านี้สองวัน อาจทำได้แค่มาเก็บศพ
สามคนที่หมดสติอาการไม่แย่นัก แค่หมดแรง หิว และหนาวนิดหน่อย หลังจากกินและฉีดยา พวกเขานอนห่อตัวในถุงนอนในถ้ำ พอรุ่งสางยังไม่ตีห้า ก็ตื่นกันหมด
“พี่อิ่งไปกับกัปตันที่ยอดเขาเพื่อหาจุดเรียกเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยครับ พี่สาวเต้า รู้สึกยังไงบ้างครับ?”
คุณหนูเต้าพอเจอน้องชายรอดชีวิตก็ปล่อยวางความกดดันจนไข้ขึ้นสูงเกือบเพ้อ
ถ้าไม่ใช่เพราะเธอป่วยกะทันหัน พวกเขาคงแบ่งทีมไปเรียกเฮลิคอปเตอร์บนเขาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
โชคดีที่หมอที่มาด้วยและเฉินอิ่งยืนยันว่าเป็นแค่ปฏิกิริยาความเครียดจากการปลดปล่อยความกดดันกะทันหันหลังจากแบกรับมามากเกินไป พอฉีดยาและไข้ลด ก็ไม่มีปัญหา
จริงดังว่า ตีหนึ่ง อุณหภูมิเธอก็กลับมาปกติ แต่เธอตื่นช้ากว่าน้องชายสองคนไปครึ่งชั่วโมง
เต้าเหมยฮวาลืมตาขึ้น เห็นน้องชายตัวดีสองคนขนาบข้างหลับตาปี๋ แล้วยื่นมือไปบิดหูพวกมัน
“เจ้ เบาหน่อย”
“เจ้ ผมไม่กล้าแล้ว จริง ๆ นะ เชื่อผมเถอะ”
เต้าเหมยฮวาลุกขึ้น บิดอีกทีก่อนปล่อย เสียงแหบพร่า “พอกลับไป ฉันจะจัดการพวกแกให้สาสม รนหาที่ตายเองไม่เท่าไหร่ แต่ทำให้ย่ากับยายตกใจแทบแย่ ฉันว่าพวกแกคงไม่อยากเก็บหนังไว้แล้วมั้ง”
พี่น้องช่วยกันพยุงตัวลุกขึ้น
ในเต็นท์ข้าง ๆ นักเรียนหัวล้านและอีกคนที่หมดสติก็ตื่นแล้ว แต่ไม่กล้าขยับตัวมาก
งูเขียวนอนขดอยู่ข้างนักเรียนหัวล้าน หางพันแขนเขา หัววางบนหน้าอกเขา
เต้าเหมยฮวาเลิกผ้าเต็นท์ขึ้น เห็นเพื่อนอีกคนเบียดตัวชิดผนังเต็นท์ แทบจะร้องไห้ด้วยความกลัว
ขณะเดียวกันนักเรียนหัวล้านกำลังเจรจากับงูเขียวให้ปล่อยเขาไป
ไม่ใช่ว่างูหนักเกินจะขยับ แต่งูไม่ยอมให้เขาลุก ทุกครั้งที่เขาขยับ งูจะรัดหางแน่นขึ้น ส่งเสียงฟู่ และเอาหัวงูเล็ก ๆ ชนเขา
หลังจากดิ้นรนไร้ผลอยู่สิบห้านาทีเพื่อเกลี้ยกล่อมเจ้านายสัตว์เลื้อยคลานให้ไป นักเรียนหัวล้านอยากจะร้องไห้
สมาชิกทีมสองคนที่อยู่เฝ้าเดินเข้ามาพร้อมอาหาร คะยั้นคะยอให้ดื่มซุปร้อน ๆ และกินโจ๊กใส่หมูหยอง
“เริ่มด้วยโจ๊กอุ่น ๆ รองท้องก่อนนะ อดอาหารมานาน กินอย่างอื่นเดี๋ยวปวดท้อง พักสักหน่อยหลังกิน แล้วผมมีแป้งจี่ย่าง กินกับซุปร้อน ๆ อร่อยนะ”
เพื่อนอีกคนรออยู่หน้าถ้ำในที่กว้างกว่า รอคำสั่งจากเฉินอิ่งและคนอื่น ๆ
ภูเขาแถวนี้ไม่สูง ระดับความสูงแค่ไม่กี่ร้อยเมตร ปัญหาหลักคือหาจุดที่เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยลงจอดหรือลอยลำให้คนขึ้นลงได้สะดวก
หลังจากนำทางกัปตันและทีมไปถึงจุดหมาย เฉินอิ่งก็หมดหน้าที่
เขาพางูเห่าเผือกไปข้าง ๆ เพื่อคุยเรื่อง “เลิกรา”
ด้วยนิสัยติดหนึบของเสี่ยวไป๋ เฉินอิ่งสงสัยว่าถ้าเขาบอกว่าจะไป เจ้างูจะฝังเขาไว้ที่นี่เพื่อให้อยู่เป็นเพื่อนตลอดไปหรือเปล่า
แต่จะพามันไปด้วยได้ไหม ต้องวิเคราะห์จากสถานการณ์เฉพาะหน้า
ยังไงซะ มันก็มีสถานะและตำแหน่ง ไม่ใช่แค่งูเขียวธรรมดา ๆ ที่ใครจะมาเทียบได้
นี่แสดงให้เห็นว่าแม่นางไป๋มีบารมีเหนือกว่าเสี่ยวชิงเยอะ!
ยังมีเวลาก่อนเฮลิคอปเตอร์จะมา เฉินอิ่งส่งสัญญาณให้กัปตันแล้วขอตัวไปปลดทุกข์
เจ้าจินน้อยกำลังเพลิดเพลินกับมื้อเช้า เป็นเก้งน้อยขนาดเล็ก
มันชำเลืองมองเฉินอิ่ง แล้วก้มหน้ากินต่อหลังจากเขาโบกมือให้
หลังจากทำธุระเสร็จ เฉินอิ่งอยากจะเอาเสี่ยวไป๋ไปคืนที่ต้นไม้ แต่เจ้าตัวดีไม่ยอมไปท่าเดียว แถมยังขู่เขาด้วยการรัดคอแน่น ตางูสีแดงก่ำจ้องเขม็ง เหมือนจะบอกว่า “จะบินไปด้วยกัน หรือจะนอนคุยกับรากมะม่วงที่นี่ เลือกเอา”
เฉินอิ่งพยายามหลายครั้งแต่แกะไม่ออก เลยต้องยอมจำนนให้อ้อมกอดงู
ขากลับ หางตาเขาเหลือบเห็นสีขาวแวบ ๆ
ตอนแรกนึกว่าเป็นเห็ด แต่พอตั้งสติได้ ฤดูไหนจะมีเห็ดขาวใหญ่ขนาดนี้? อาจเป็นของหายาก น่าไปดูหน่อย
พอมองอีกที สีขาวนั้นหายไปแล้ว
อะไรกัน มีขางอกวิ่งหนีได้ด้วยเหรอ? หรือจะมีตำนานโสมคนจากแดนตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่นี่?
สงสัยจะอยู่กับพวกแมวมากไป ความอยากรู้อยากเห็นเลยครอบงำ และโดยไม่คิดเกินสามวินาที เท้าเขาก็พาเดินเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว
ป่าตรงนี้โปร่งกว่ามาก อย่างน้อยก็มีหญ้าเขียว ๆ บนพื้น
เขาเดินอ้อมต้นไม้ใหญ่ และในช่องว่างที่ใบไม้ทับถมกัน เขาเห็นสิ่งมีชีวิตสวยงามที่เรียกได้ว่าเป็นภูตน้อย
เจ้าตัวเล็กจ้องเขาด้วยความกลัว ขดตัวเป็นก้อนกลม
เสี่ยวไป๋แลบลิ้นสองแฉกถี่ ๆ อยู่พักหนึ่ง แล้วเลื้อยลงจากตัวเขา เข้าไปหาเม่นน้อย
เฉินอิ่งตั้งใจจะย่องหนี แต่บังเอิญเห็นรอยแดงบนตัวเม่นน้อย
ไม่แน่ใจว่าเป็นสีธรรมชาติหรือบาดเจ็บ เฉินอิ่งถอนหายใจและกลับมา สวมถุงมือพิเศษ และอุ้มเม่นน้อยขึ้นมา
ว้าว ขาหลังเจ้าตัวเล็กโดนกัดลึก เป็นรูสองรู และสีแดงนั้นคือเลือด
สัตว์เผือกอยู่รอดยากในป่า ขนเด่นเกินไป ล่อตาล่อใจนักล่า
งูเห่าเผือกยังดีหน่อย เพราะสู้เก่ง แต่เม่นน้อยนี่สิ อาการหนัก วันนี้เจ็บ พรุ่งนี้อาจเป็นอาหารสัตว์อื่น
สำหรับเฉินอิ่ง การเอามันไปนั้นง่าย แต่การรับประกันความอยู่รอดในป่าเป็นเรื่องยาก
ยิ่งไปกว่านั้น มันเป็นสัตว์คุ้มครองระดับสอง ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเอาไปได้ตามใจชอบ
เฉินอิ่งหรี่ตา แล้วจู่ ๆ ก็คว้าหัวเสี่ยวไป๋มาเทียบกับแผลที่ขาหลังเม่นน้อย
พอดีเป๊ะ ฝีมือหล่อนแน่ ๆ!
เสี่ยวไป๋: งูต้องนอนรอกระทะ[2]หล่นใส่หัวด้วยเหรอ?
มือหนึ่งถืองู อีกมือถือเม่น เฉินอิ่งเดินเร็ว ๆ ไปหาหัวหน้าทีม
“เสี่ยวไป๋กัดเม่นน้อยตัวนี้ ผมต้องพามันกลับไปรักษา คุณช่วยเป็นพยานให้ผมหน่อยได้ไหม?”
พูดจบเขาทำท่าเดิมซ้ำ เอาหัวเสี่ยวไป๋ไปแตะขาเม่น
หัวหน้าทีมบอกได้แค่ว่าเป็นแผลถูกกัด แต่งูตัวไหนกัด . . . ช่างเถอะ ถ้าหมอเฉินบอกว่าเป็นเสี่ยวไป๋ ก็เสี่ยวไป๋แหละ
เจ้าจินน้อยกินเสร็จและเช็ดหน้าสะอาดแล้ว เดินมาตะปบมือเฉินอิ่ง
“เมี๊ยว มุงอะไรกัน? ขอดูมั่งสิ”
พอเห็นเม่นเผือก เจ้าจินน้อยแสดงความรังเกียจ
“ไอ้นี่ไม่อร่อยเลย เนื้อน้อยแถมทิ่มปาก”
ดูออกเลยว่าเคยลองกินมาแล้ว
ปล่อยมือเฉินอิ่ง เจ้าจินน้อยก็กลับไปเฝ้าของขวัญต่อ
กระรอกบินผู้น่าสงสารขดตัวกลม ไม่กินไม่ดื่ม ร่อแร่เต็มที
เฉินอิ่งอยากกล่อมเจ้าจินน้อยให้เลิกรา พอกลับไปถ้าจินหยาไม่อยู่ แล้วจะเอาปัญญาที่ไหนไปดูแลกระรอกบิน?
ต่อให้ไม่ใช่สัตว์คุ้มครอง แต่สิทธิในการมีชีวิตก็ควรเคารพ
แต่เจ้าจินน้อยดื้อผิดปกติและไม่ฟังเฉินอิ่ง พอหงุดหงิดมาก ๆ มันหิ้วกรงปีนขึ้นต้นไม้ หันหน้าหนี ไม่สนใครทั้งนั้น
“เยี่ยม เรื่องเยอะกันจริง ๆ!”
เฉินอิ่งทำอะไรได้? แม้จะดูเท่และคุยกับสัตว์ได้สบาย ๆ แต่ละตัวก็ทำเอาเขาปวดหัวได้ทั้งนั้น
ตีก็ไม่ได้ ด่าก็ไม่ได้ แถมยังต้องหาทางช่วยอีก ใครจะรู้ความขมขื่นในใจเขา?
เอาเถอะ เอาเม่นน้อยใส่กระเป๋า สะพายเป้ แล้วเฉินอิ่งก็เรียกเจ้าจินน้อยให้รีบมา
พวกเขาทิ้งสมาชิกทีมสองคนไว้รอ ส่วนคนอื่นต้องกลับไปที่ถ้ำเพื่อพาคนที่ช่วยไว้ออกมา
วิทยุติดต่อได้แล้ว คนในถ้ำส่วนใหญ่ขยับตัวได้แล้วและพร้อมออกทุกเมื่อ
แต่ตอนนี้มีปัญหาเล็กน้อย งูเขียวตัวหนึ่งขวางไม่ให้คนหนึ่งขยับตัว และโจมตีใครก็ตามที่พยายามเข้ามาช่วย ต้องการความช่วยเหลือด่วนจากหมอเฉิน
งูพวกนี้เป็นอะไรกัน? มีปัญหาทางจิต หรือแค่งูขาวกับงูเขียวชอบพันคน?
การแสดง “ตำนานนางพญางูขาว” จบแล้วเหรอ ถึงจะมาเล่นบท “ฝาไห่ ท่านไม่เข้าใจความรัก[3]” ต่อ?
บังเอิญเหลือเชื่อจริง ๆ
งูขาวหนึ่ง งูเขียวหนึ่ง กับหนุ่มหล่อหัวล้านหนึ่ง
ครบองค์ประชุมจริง ๆ
เฉินอิ่งไม่กล้าชักช้า นำสมาชิกทีมสองคนกลับไปที่ถ้ำ
พวกเขาเคลียร์พื้นที่ว่างไว้แล้วเมื่อครู่ และยิงพลุสัญญาณไปแล้ว แค่รอเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยมาถึงจะได้ไป
ตอนนี้ต้องพาคนออกจากถ้ำก่อน
ลงเขาใช้เวลาไม่นาน พอเฉินอิ่งและทีมกลับมาถึงถ้ำ เห็นทุกคนมุงกันอยู่หน้าเต็นท์
“เกิดอะไรขึ้น มีคนโดนกัดเหรอ?”
“ยังไม่โดนค่ะ แค่ว่า . . .” เต้าเหมยฮวาหลีกทางให้ “ช่างเถอะ ดูเองดีกว่า”
เสียงเธอแปลก ๆ เฉินอิ่งไม่ได้คิดอะไรมาก เดินเข้าไปดู แล้วแทบหลุดขำ
งูตัวนั้นยาวกว่าเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์มาก ตอนนี้มันพันหนุ่มหล่อหัวล้านจนกลายเป็นดักแด้งู แต่ฉลาดพอที่จะเว้นตาและปากไว้ แสดงความฉลาดกว่าเมื่อวานนิดหน่อย
งูขาวที่พันแขนเฉินอิ่งชำเลืองมอง แล้วจู่ ๆ ก็คิดว่าลุคนี้เท่ดี เลยเริ่มขยับบ้าง
เฉินอิ่งมัวแต่ขำคนอื่น กว่าจะรู้ตัวว่ามีอะไรผิดปกติกับงูขาว มันก็เริ่มวัดหัวเขาด้วยลำตัวที่ยาวไม่เท่าไหร่อย่างทะเยอทะยานแล้ว
เฉินอิ่งขำพรืด ยื่นมือไปบีบหัวมัน แล้วขู่ “ทำตัวดี ๆ แล้วฉันจะยื่นเรื่องพาแกไปด้วย ไม่งั้นแกอยู่ที่นี่ตัวเดียวนะ”
นี่เป็นไอเดียหัวหน้าทีมกู้ภัยก่อนหน้านี้ เสนอให้เขาส่งงูเห่าเผือกไปสถาบันวิจัยงูก่อน แล้วค่อยหาทางปล่อยที่อื่น
ยังไงซะ งูเห่าก็ไม่เลือกที่อยู่มากนัก และเคยมีงูเห่าโผล่มาในป่าใต้สถานีช่วยเหลือร่องหุบเขาเจียมู่ด้วย มีตัวเผือกเพิ่มมาอีกตัวคงไม่กระทบอะไรมาก
[1] สวีเซียน พระเอกนางพญางูขาว
[2] แพะรับบาป/ความผิด
[3] เพลง/วลีฮิต