เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 400 เป็นสีธรรมชาติ หรือตอนเกิดหมึกหมดกันแน่? 💸

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 400 เป็นสีธรรมชาติ หรือตอนเกิดหมึกหมดกันแน่? 💸

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 400 เป็นสีธรรมชาติ หรือตอนเกิดหมึกหมดกันแน่? 💸


ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 400 เป็นสีธรรมชาติ หรือตอนเกิดหมึกหมดกันแน่?

เฉินอิ่งไม่ปฏิเสธและคิดว่าเก็บเงินไว้ดีกว่า เพราะเขามีแผนจะปรับปรุงสถานีพักที่นี่ให้เป็นอย่างน้อยก็สถานีฉุกเฉินและสังเกตการณ์สัตว์ป่าชั่วคราว หรือไม่ก็สถานีฉุกเฉินแห่งที่สองไปเลย

แม้สถานีพิทักษ์ป่าต้นแม่น้ำจะมีที่พักพิงให้ แต่พื้นที่รับผิดชอบกว้างใหญ่ไพศาล และตอนนี้ก็อยู่ได้ด้วยแรงของเสี่ยวซ่งและผู้ช่วยเท่านั้น ซึ่งงานล้นมือกับการช่วยชีวิตสัตว์ป่าฉุกเฉิน

ทำเลที่ตั้งของสถานีพักดีมาก อยู่ตรงรอยต่อระหว่างพื้นที่ทดลองและโซนกันชน เหมาะเป็นจุดพักและเติมเสบียงสำหรับทีมสำรวจทางวิทยาศาสตร์ หรือใช้สังเกตการณ์และทำงานฉุกเฉินเกี่ยวกับสัตว์ป่า

เรื่องคนสามารถเรียนรู้จากพี่ซงโหย่วหมิงได้ โดยการรับสมัครเด็กฝึกงานวิจัยและสัตวแพทย์อาสาสมัครมาช่วยเสริมทัพ

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนมีนาคมปีถัดไป ไม่จำเป็นต้องมีคนประจำการที่นี่ เพราะอากาศหนาวเกินไป และสัตว์ไม่ออกจากถ้ำง่าย ๆ

ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมถึงสิ้นเดือนตุลาคมเป็นช่วงพีคของการจับคู่และสืบพันธุ์ของสัตว์ และเป็นช่วงเวลาทองของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ด้วยฃ ดังนั้นการมีสถานีสังเกตการณ์เพิ่มขึ้นเป็นผลดีต่อนักวิจัย ยิ่งไปกว่านั้นแผงโซลาร์เซลล์ก็ติดตั้งไว้แล้ว ปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ น่าเสียดายแย่

มหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อเร็ว ๆ นี้มีอิทธิพลในวงการวิชาการสัตว์ป่าในประเทศพอสมควร พวกเขาช่วยอำนวยความสะดวกในการตั้งห้องพยาบาลส่วนตัวให้เฉินอิ่ง ซึ่งขั้นตอนง่ายกว่าการที่เขาไปขอเองมาก

อุปกรณ์และวัสดุบางอย่างบุคคลธรรมดาซื้อไม่ได้ เว้นแต่จะยื่นขอในนามการวิจัยทางวิชาการ

อุปกรณ์ล้ำสมัยที่ศูนย์ช่วยเหลือต้นแม่น้ำ ล้วนบริจาคโดยคุณหนูเต้า ในนามครอบครัวเธอ

เมื่อการจัดการเบื้องต้นสำหรับสถานีฉุกเฉินลงตัว ผู้บริหารมีธุระอื่นต้องไปจัดการต่อจึงกลับไปก่อน ทิ้งหัวหน้าอาจารย์ไว้หารือกับเฉินอิ่งเรื่องการสังเกตการณ์ฝูงจามรีป่า

หลังจากผู้บริหารกลับไป อาจารย์ฉวยโอกาสถามเฉินอิ่งว่าสนใจเรื่องภาวะผิวเผือกในสัตว์ไหม

เรื่องอะไรอีกล่ะเนี่ย?

โชคดีอาจารย์รีบขยายความว่า “เร็ว ๆ นี้มีการค้นพบภาวะผิวเผือกสองชนิดในเขตไร้ผู้คนของมณฑลเซียง เพื่อนผมเชี่ยวชาญด้านวิจัยภาวะผิวเผือกในสัตว์และวางแผนจะจัดทีมสำรวจเข้าไปในป่าเพื่อเก็บตัวอย่างทางชีวภาพ หมอเฉินสนใจไปดูด้วยกันไหมครับ?”

ปฏิกิริยาแรกของเฉินอิ่งคือปฏิเสธ แต่จู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าเขาไม่เคยมีโอกาสเข้าไปในป่าแถบนั้นมาก่อน และถ้าปฏิเสธตอนนี้ อาจไม่มีโอกาสอีกเลย

เดี๋ยวนี้การจัดการเขตอนุรักษ์ธรรมชาติของประเทศเข้มงวดมาก ถ้าไม่มีเหตุผลอันควรและคุณสมบัติเพียงพอ อย่าหวังจะได้เข้า การบุกรุกอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เฉินอิ่งรับไม่ไหว

“จะเข้าไปเมื่อไหร่ครับ?”

“น่าจะประมาณเดือนตุลาคมครับ คงหลังวันหยุดยาววันชาติจีน และก่อนหน้าหนาวจะมาเยือน”

การจัดทีม ยื่นขอโครงการ และขอใบอนุญาต ล้วนต้องใช้เวลา แถมโครงการจะผ่านไหมก็ขึ้นอยู่กับดวงด้วย

หลายคนและหลายสถาบันอยากศึกษาสัตว์เผือก ไม่ใช่เรื่องที่ใครนึกอยากทำก็ทำได้

“โอเคครับ งั้นใส่ชื่อผมในทีมด้วย ต้องการเอกสารอะไรอีเมลมาบอกได้เลยครับ”

อาจารย์ถอนหายใจโล่งอกและยิ้มลาเฉินอิ่ง

การช่วยชีวิตนักเรียนของเขา เฉินอิ่งเท่ากับช่วยกู้อาชีพเขาไว้ด้วย ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ เขาต้องรับผิดชอบส่วนหนึ่งแน่นอน

หลังจากอาจารย์ไป เฉินอิ่งเอาเนื้อก้อนใหญ่จากตู้เย็นมาละลาย ส่วนหนึ่งต้มเป็นมื้อเย็นให้แม่นมหมา อีกส่วนเตรียมไว้ให้เสือดาวหิมะ

เจ้ายักษ์นี่ช่วยชีวิตคน สมควรได้รับรางวัล!

พอถือจานเนื้อไปข้างหลัง เขาไม่เห็นเอ๋อหนิวและเสือดาวหิมะ และที่ปากถ้ำเจ้าตัวเล็กสีเทาขาวกำลังคลานต้วมเตี้ยมอย่างทุลักทุเล

เขาเข้าไปใกล้ถ้ำ เจ้าตัวเล็กเอาหัวชนปลายรองเท้าเขา แล้วนอนหงายท้อง ชี้สี่ขาขึ้นฟ้า โชว์พุงกลมป๊อก

เฉินอิ่งอดใจไม่ไหวต้องลูบพุงมัน

จริงด้วย ขนลูกแมวนุ่มเป็นพิเศษ จับแล้วเหมือนสำลี

ตัวนี้น่าจะเป็นพี่คนโต เพราะกินเก่งสุด แข็งแรงสุด และนอนน้อยสุด

ต่างจากเจ้าสองและเจ้าสาม ที่วัน ๆ เอาแต่กินกับนอน เหมือนพี่คนโตแย่งความง่วงไปจากพี่น้องจนหมด

ในจอมอนิเตอร์จะเห็นว่าขณะที่เอ๋อหนิวนอนกอดลูกตัวเล็ก ๆ หลับปุ๋ย เจ้าใหญ่จะดีดดิ้นแขนขาอย่างคึกคักอยู่ข้างหลัง เหมือนทารกมนุษย์ที่พลังเหลือล้นตอนกลางคืน

ลูกเสือดาวหิมะจะหย่านมตอนอายุสองถึงสามเดือน ตอนนี้สารอาหารหลักยังมาจากนมแม่

แต่พอลูกโตขึ้น ภาระของเอ๋อหนิวก็หนักขึ้นมาก เห็นได้จากที่เธอต้องกินแทบทุกวัน ไม่งั้นน้ำนมไม่พอเลี้ยงลูก

ขณะกำลังดูเจ้าใหญ่ เอ๋อหนิวก็กระโดดเข้ามาอย่างสง่างาม

เธอหมอบลงข้าง ๆ ดมเนื้อในชาม และรู้สึกว่ายังโชว์กินได้อีกสักสองสามคำ

เธอเก็บอาหารที่เตรียมให้เสือดาวหิมะลงท้องตัวเองโดยไม่เกรงใจ ก่อนจะเดินมาคาบเจ้าใหญ่ออกจากมือเฉินอิ่ง เข้าไปในถ้ำเพื่อให้นมลูกสามตัว

ตามหลังเธอมาคือเสือดาวหิมะ มันเดินเข้ามา ดมเลือดที่เหลือติดก้นชาม แล้วเงยหน้ามองเฉินอิ่งตาใสซื่อ

“ไปข้างหลังกัน เดี๋ยวฉันป้อนเนื้อให้”

เฉินอิ่งตบหัวฟู ๆ ของเสือดาวหิมะ และพามันไปที่ประตูห้องผสมอาหาร

ซุนฉีไห่ไม่กล้าออกมา ยืนอยู่ข้างใน ถ่ายรูปเสือดาวหิมะผ่านหน้าต่างส่งให้แม่และอาจารย์

[เสือดาวหิมะตัวใหญ่.jpg ตัวนี้แหละที่ช่วยนักเรียนพวกนั้น แถมยังเป็นพ่อแมวที่รับผิดชอบและหาได้ยากด้วย มันมักจะหาอาหารมาให้เอ๋อหนิว และพอเอ๋อหนิวออกไปข้างนอก มันก็เฝ้าลูก ๆ อยู่ใกล้ ๆ]

ดูจากหน้าแชท นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาส่งรูปไป

แม่ซุนไม่อ่านไม่ตอบ แต่อาจารย์ที่ปรึกษาของซุนฉีไห่ถามว่าเฉินอิ่งตกลงร่วมมือไหม

“ผมว่ายากครับ ผู้บริหารจากโรงเรียนของนักเรียนที่ถูกช่วยไว้ก็มา เสนอบริจาคห้องพยาบาลส่วนตัวให้พี่อิ่ง และยังบริจาค ‘ค่าโภชนาการหลังคลอด’ ให้เอ๋อหนิวด้วย ร้ายกาจจริง ๆ!”

ทั้งคู่เป็นมหาวิทยาลัย แต่ระดับชั้นต่างกันชัดเจน มหาวิทยาลัยที่เกิดเหตุเป็นท็อป 3 ในวงการ ส่วนโรงเรียนที่เขาเรียนอยู่อันดับต่ำกว่าหน่อย

อาจารย์ไม่ยอมแพ้ บอกว่าบริจาคห้องพยาบาลไม่ได้ แต่ช่วยเรื่องอื่นได้ เช่น ส่งนักศึกษาปริญญาโทและปีสูง ๆ ไปให้ใช้แรงงานฟรีตอนคนขาด!

ซุนฉีไห่พูดไม่ออก รู้ตัวเลยว่ากำลังโดนใช้งานเยี่ยงทาส

เสือดาวหิมะยืนเฝ้าหน้าประตูห้องผสมอาหาร เห่าหอนเป็นระยะ

“ภูเขาข้างบนนั่นดีนะ ของกินเพียบ ฉันเจอถ้ำใหญ่พอให้พวกมันอยู่ได้ด้วย อยากให้ฉันพาไปดูไหม?”

ขณะเฉินอิ่งหั่นและละลายเนื้อ เขาถามว่ามันคิดจะพาเอ๋อหนิวและลูก ๆ ย้ายไปที่นั่นเหรอ

“ที่นี่สัตว์สองขาเยอะเกินไป ล่าเหยื่อไม่สะดวก และพอลูกโตหน่อย ฉันต้องสอนพวกมันล่า เริ่มจากตัวเล็ก ๆ จับแบบนี้! W( ̄_ ̄)W”

เสือดาวหิมะลุกขึ้นยืน ทำท่าตะปบ

“ฉันดุขนาดนี้ ลูกฉันก็ต้องดุด้วย โดยเฉพาะตัวโตสุด เหมือนฉันเปี๊ยบ!”

เฉินอิ่งมองค้อน เรื่องฝีมือไม่รู้ แต่เรื่องขนาดตัว ใช่เลย อ้วนกลมเหมือนกันเปี๊ยบ

หลังจากหั่นเนื้อสามปอนด์ เขาวางใส่ชามให้เสือดาวหิมะค่อย ๆ เคี้ยว

จัดการเสร็จ นั่งลงได้ไม่ถึงสิบนาที ก็ได้ยินเสียงรถ

เฉินอิ่งเงยหน้ามองจากหน้าต่าง เห็นอินลี่มา

“มาทำไม? เกิดอะไรขึ้น?”

“เปล่า ได้ยินว่านายช่วยนักเรียนไว้เลยมาดูหน่อย นายโอเคใช่ไหม?”

“ฉันสบายดี เสือดาวหิมะต่างหากที่ช่วยไว้ทัน เจ้านี่อยู่กับเอ๋อหนิวมากไปจนรู้จักช่วยคนแล้ว”

มองดูเสือดาวหิมะที่ยังฟัดกับเนื้อแช่แข็ง อินลี่เดินไปตบตัวมัน

เสือดาวหิมะตบกลับอย่างรำคาญและคำรามใส่ คว้าเนื้อแช่แข็งวิ่งไปข้างหลัง

“เจ้านี่ . . .” อินลี่หัวเราะ เข้าไปข้างในรินน้ำกิน “ฉันมาถามแผนนายต่อไป หลังเหตุการณ์นี้กรมสั่งทุกสถานีให้เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวน ใครเข้าโซนกันชนต้องลงทะเบียนอย่างละเอียด เวลาเข้าออกต้องเป๊ะ ถ้าใครไม่ออกมาตามเวลา ต้องติดต่อโดยตรง”

ครั้งนี้โชคดีที่มีเทวดาผู้พิทักษ์ แล้วถ้าในอนาคตไม่มีล่ะ?

นอกจากนี้จะให้ห้ามกิจกรรมวิจัยเพราะเหตุนี้ก็ไม่ได้ อันไหนจำเป็นต้องทำก็ต้องทำ แต่มาตรการความปลอดภัยต้องยกระดับขึ้น

อินลี่ถ่ายทอดประกาศจากกรมและคุยกับเฉินอิ่งสักพัก ไม่รู้คุยอีท่าไหนไปจบที่เรื่องจามรีป่าเผือก

“จามรีตัวนี้มีหลายหน่วยงานสอบถามเข้ามา จามรีขาว ไม่ใช่สายพันธุ์หายาก เขตเทียนจู้มีประชากรจามรีขาวที่มั่นคง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เจอจามรีขาวป่าในเขตเรา ได้ยินว่ามีอย่างน้อยห้าหน่วยงานยื่นขอมาเก็บตัวอย่างไปวิจัย”

อินลี่มีภารกิจของตัวเองทริปนี้ หวังว่าเฉินอิ่งจะไปช่วยดูจามรีขาวด้วย

“จามรีขาวมีแค่ที่เทียนจู้ ที่อื่นมีแต่ตำนาน ไม่เคยเห็นตัวเป็น ๆ ในป่า จู่ ๆ โผล่มาตัวนึง ผู้ใหญ่บางคนอยากรู้ว่าเป็นจามรีขาวเทียนจู้ที่หลงทางมา หรือจามรีเผือกโดยบังเอิญ หรือแม้แต่จามรีขาวที่เกิดจากลูกผสมตามธรรมชาติ”

จามรีขาวที่มีอยู่ไม่ใช่จามรีเผือก

เร็ว ๆ นี้ มหาวิทยาลัยรัฐ L และสถาบันวิจัยการเลี้ยงสัตว์และสัตวแพทยศาสตร์แห่งชาติ L ภายใต้สถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งชาติ ร่วมมือกันไขปริศนาเบื้องหลังการเปลี่ยนสีขนของจามรีขาว

การผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างจามรีดำเลี้ยงกับวัวลาย ทำให้เกิดจามรีลาย ซึ่งต่อมาเกิดการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมจนได้จามรีขาว

งานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพิ่งตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ เนเจอร์ คอมมิวนิเคชันส์

ถ้าผลวิจัยบอกว่านี่คือจามรีขาวเทียนจู้ ทุกคนก็แค่ดำเนินชีวิตต่อไปตามปกติ

ถ้าไม่ใช่ อาจมีความหวังสำหรับ KPI งานวิจัยปีนี้

เฉินอิ่งซึ่งมาจากสายวิชาการเหมือนกัน รู้ดีว่าวงการวิจัยแย่งชิงทรัพยากรกันดุเดือดแค่ไหน

สำหรับโครงการวิจัยเดียวกัน ใครลงมือก่อนได้เปรียบ

ในเมื่ออินลี่เป็นคนเสนอ เขาต้องสนับสนุนแน่นอน

“ไปกันเถอะ ยังเช้าอยู่ ไปเช็กดูก่อนค่อยสรุป คงตลกน่าดูถ้ากลายเป็นแค่จามรีสีทองที่สีตก”

ความเป็นไปได้นี้ต่ำมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้

ยังไงซะ แม้แต่สมบัติของชาติอย่างแพนด้ายักษ์ ยังมีหมึกหมดได้ แล้วทำไมจามรีจะสีตกไม่ได้?

จบบทที่ ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 400 เป็นสีธรรมชาติ หรือตอนเกิดหมึกหมดกันแน่? 💸

คัดลอกลิงก์แล้ว