- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 345 สัตว์สองขา ช่วยชีวิตมันด้วยเถอะ 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 345 สัตว์สองขา ช่วยชีวิตมันด้วยเถอะ 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 345 สัตว์สองขา ช่วยชีวิตมันด้วยเถอะ 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 345 สัตว์สองขา ช่วยชีวิตมันด้วยเถอะ
ลูกชายยอมสวามิภักดิ์กับศัตรูไปแล้ว คนเป็นแม่จะทำอะไรได้?
ช่างหัวมันเถอะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
มือข้างหนึ่งลูบเสือ มืออีกข้างถือโทรศัพท์ เฉินอิ่งคุยกับผู้เชี่ยวชาญ และบอกด้วยว่าตอนฉีดยาเมื่อกี้ เขาสังเกตเห็นการตอบสนองที่ขาหลังข้างหนึ่งของเสือสมองน้อย
ต้องมีการตรวจอย่างละเอียดเพื่อยืนยันอาการ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ ถ้าเสือสมองน้อยไม่ออกไปจากที่นี่ มันไม่มีโอกาสรอดจนโตเป็นผู้ใหญ่แน่นอน
วิธีการช่วยเหลือที่เฉินอิ่งเคยโปรโมตในร่องหุบเขาเจียมู่ ก็กำลังถูกนำมาทดลองใช้ในอุทยานแห่งชาติเสือและเสือดาวเช่นกัน
การช่วยเหลือแบบกึ่งเปิดนี้ช่วยให้สัตว์มีพื้นที่กว้างขวางในการเคลื่อนไหว และนอกจากการรักษาที่จำเป็น ชีวิตของพวกมันก็ไม่ต่างจากในป่ามากนัก
ความจริงแล้ว วิธีการนี้ดัดแปลงมาจากการออกแบบการฝึกกึ่งป่าที่ใช้กับแพนด้ายักษ์ แล้วปรับเปลี่ยนตามความต้องการในการอยู่รอดที่แตกต่างกันของสัตว์ชนิดอื่น
มุมมองของผู้เชี่ยวชาญคือ แม่เสือโคร่งตะวันออกเฉียงเหนือและลูกของเธอคู่นี้สามารถเป็นครอบครัวเป้าหมายสำหรับการทดลองนี้ได้
ถ้าแพนด้ายักษ์ฝึกในป่าโดยมีแม่นำทางได้ ทำไมเสือโคร่งตะวันออกเฉียงเหนือจะทำไม่ได้?
รายละเอียดต่าง ๆ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเสือโคร่งตะวันออกเฉียงเหนือหารือและตัดสินใจ ส่วนเดียวที่เฉินอิ่งต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวคือการผ่าตัด
การถ่ายทำของเขาก็ใกล้เสร็จแล้ว และเขามีเวลาว่างอย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนงานเดือนหน้า ซึ่งเหลือเฟือสำหรับการรักษาลูกเสือในระยะแรก
แม่เสือฟังคำพูดของเฉินอิ่งและนิ่งเงียบไปนาน
เธอไม่อยากเข้าไปในโลกของมนุษย์ แต่ก็ทำใจแยกจากลูกไม่ได้ แต่ลึก ๆ แล้ว เธอก็รู้ดีว่าลำพังตัวเธอเอง ดูแลลูกรักให้ดีไม่ได้แน่
ดวงตาของเฉินอิ่งฉายแววแผนการวูบหนึ่ง
ในหมู่สัตว์การครองอาณาเขตขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง
เขาทำไม่ได้ แม่เสือก็ทำไม่ได้ แต่เสือตัวผู้ตัวนั้นน่าจะทำได้
การมีแม่เสือหลายตัวหลงใหลและยอมผสมพันธุ์ด้วย แสดงว่าเขาต้องมีดีพอตัว
ถ้าเสือตัวผู้ช่วยแม่เสือยึดอาณาเขตใกล้ป่าเสือได้ เธอก็จะมาเยี่ยมลูกได้ตลอดเวลา ต่อไปในภายหลัง อาจเป็นไปได้ที่จะให้เขาช่วยดูแลการฟื้นฟูของเสือสมองน้อย และถ้าเป็นไปได้ ก็พาเสือสมองน้อยกลับคืนสู่ป่า
แน่นอนทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเสือสมองน้อย ถ้าเป็นไปไม่ได้ การแยกทางของแม่ลูกก็หลีกเลี่ยงไม่ได้
เห็นเฉินอิ่งกวักมือเรียก เสือตัวผู้ก็วิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาและหยุดห่างประมาณห้าเมตร ไม่รีบร้อนกระโจนใส่แม่เสือ
เสือสมองน้อยตกใจ จะวิ่งกลับถ้ำก็ไม่ทันแล้ว ด้วยความสิ้นหวัง มันจึงมุดเข้าไปในอ้อมกอดเฉินอิ่ง
โชคดีที่มันยังตัวเล็กพอที่จะซ่อนในเสื้อโค้ทของเฉินอิ่งได้
หลังจากขยับตัวอยู่พักหนึ่ง มันค่อย ๆ โผล่หัวออกมาจากคอเสื้อของเฉินอิ่งอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ มองเสือตัวใหญ่ที่ไม่คุ้นเคยด้วยความหวาดระแวง
เสือตัวผู้ไม่สนใจเสือสมองน้อย สายตาจับจ้องไปที่แม่เสือแสนสวยเท่านั้น
แต่แม่เสือยังอยู่ในระยะเลี้ยงลูก ปกติจะติดสัดแค่ครั้งเดียวทุกสองหรือสามปี ต่อให้ลูกตายเร็ว การติดสัดครั้งต่อไปก็จะไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงประมาณเดือนพฤศจิกายน
ตอนนี้การมาของตัวผู้มีแต่จะทำให้ตัวเมียเครียด
แต่เฉินอิ่งมีวิธีทำให้พวกมันสงบลง เขาขยี้หูกลม ๆ ของแม่เสือและพูดเสียงนุ่มนวลให้เธอผ่อนคลาย จากนั้นปล่อยให้เสือตัวผู้ค่อย ๆ เข้าใกล้ จนกระทั่งนอนลงตรงหน้าแม่เสือเพื่อโชว์พุงนิ่ม ๆ
สำหรับสัตว์ป่า พุงคือจุดอ่อน การเปิดเผยจุดอ่อนคือวิธีบอกว่าจะไม่ทำอันตราย
หลังจากนอนอยู่ตรงนั้นกว่าสิบนาที แม่เสือก็ไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านการเข้าใกล้ของตัวผู้มากนัก สุดท้ายตัวผู้จอมเจ้าชู้ก็กล้านอนลงข้าง ๆ แม่เสือ แถมยังหันไปเลียหูเธอเบา ๆ
เสือสมองน้อย: หนูไม่ควรอยู่ตรงนี้ใช่ไหม? หนูควรไปอยู่ในถ้ำหรือเปล่า?
เฉินอิ่งกดหัวเสือสมองน้อยกลับเข้าไปในเสื้อ และพยุงตัวลุกขึ้น
แม่เสือสะบัดขนและลุกขึ้นยืนเช่นกัน
เสือตัวผู้ดูงง ๆ เล็กน้อย มองเฉินอิ่งแล้วร้อง “โฮก ┗|`O′|┛ โฮก~~”
เกิดอะไรขึ้น? ฉันยังไม่ทันได้อิงแอบกับหวานใจเลย นายจะพาเธอไปแล้วเหรอ?
เฉินอิ่งไม่หันไปมอง “คนเขาเรียกเสือตัวนั้นว่า เอ๋อเหมาไถ[1] แต่นายน่ะ เอ๋อเพียน[2]!”
คนที่ได้รับสัญญาณจากเฉินอิ่งเริ่มเดินกลับไปก่อนหน้าเขาแล้ว
พี่ตากล้องนั่งหันหลังบนเลื่อน เลนส์ยังคงจับภาพไปที่เฉินอิ่ง
เสือโตเต็มวัยสองตัววิ่งตามรถของเฉินอิ่งไปทางหมู่บ้าน เสือสมองน้อยอยู่นิ่ง ๆ สักพัก ก็พยายามดันหัวออกมาผ่านช่องว่างระหว่างกระดุมเสื้อ ร้องไห้กระซิก ๆ ในสายลม!
หลังจากร้องสองที เสือสมองน้อยก็หดกลับเข้าไปอย่างเขินอาย
ไม่นานนักมันก็รู้สึกอุ่นสบายและเริ่มครางครืดคราดเบา ๆ
เฉินอิ่งไม่ได้เดินเร็ว เขาต้องให้เวลาป่าเสือเตรียมตัวให้พร้อม
โชคดีที่ก่อนมา พี่ไห่เตือนให้เขาแจ้งป่าเสือล่วงหน้า ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ รถขนย้ายของป่าเสือก็มาถึงล่วงหน้าแล้ว เตรียมพร้อมเต็มที่
เมื่อเข้าใกล้หมู่บ้าน เสียงของพี่ไห่ก็ดังผ่านหูฟังบลูทูธ
เจ้าหน้าที่ป่าเสือรออยู่ห่างจากหมู่บ้านสามกิโลเมตรแล้ว หวังว่าจะรับเสือสมองน้อยไปได้เลยแล้วจากไป
เฉินอิ่งชำเลืองมองเสือโตเต็มวัยสองตัวที่ตามมาติด ๆ แล้วรู้สึกปวดหัวตุบ ๆ
“อาจจะยากหน่อยครับ แม่เสือตามมาเพราะเป็นห่วง แถมยังมีเสือตัวผู้ตัวนั้นอีก”
พี่ไห่เงียบไปนาน คงไม่รู้จะจัดการยังไงเหมือนกัน
จากนั้นเสียงแปลกหน้าก็ดังขึ้นในหูฟัง
“คุณเฉิน สวัสดีครับ ผมหูเหว่ย สัตวแพทย์จากป่าเสือ พี่ไห่เพิ่งสรุปสถานการณ์ของคุณให้ผมฟัง ผมคิดว่าเรารับแม่เสือไปด้วยได้ แต่สำหรับเสือตัวผู้ คุณเฉินคิดว่าไงครับ มีวิธีล่อมันไปทางอื่นไหม?”
ล่อไปทางอื่นก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ . . .
เฉินอิ่งหันไปมองเสือตัวผู้แล้วคิดว่า ‘เอาล่ะ ฉันจะพามันไปจับนก’
เมื่อเสือตัวผู้เห็นเฉินอิ่งหยุด มันก็คำรามใส่ ส่งสัญญาณให้เขารีบส่งลูกเสือไปซะ มันจะได้อิงแอบกับแม่เสือต่อ
เฉินอิ่งกลอกตา “อะแฮ่ม นายคิดว่าจะชนะใจสาวได้ง่าย ๆ แบบนี้เหรอ? ไม่ควรเตรียมเหยื่อมาเอาใจเธอหน่อยเหรอ?”
เสือตัวผู้คำรามต่ำ “เธอล่าเองได้!”
“ไอ้เสือห่วยแตก!” เฉินอิ่งอยากจะเตะมันสักที “เอาน่า นายกำลังจะพรากลูกเธอไป แล้วนายไม่เสนอเหยื่อเป็นการเอาใจ ถ้าเธอไม่กัดนายให้ตาย เธอก็ไม่ยอมอิงแอบกับนายหรอก”
เสือตัวผู้มองเฉินอิ่งอย่างงุนงง มันเคยแต่พุ่งเข้าใส่เมื่อเห็นโอกาส มันต้องซับซ้อนขนาดนี้เลยเหรอ?
แม่เสือข้าง ๆ ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จ้องเจ้าทึ่มจอมหลอกลวงด้วยสายตาเย็นชา และแยกเขี้ยวใส่เมื่อมันพยายามจะเข้าใกล้
เสือตัวผู้ไม่คิดว่าแม่เสือจะเปลี่ยนท่าทีปุบปับขนาดนี้ มันกระโดดโหยงไปด้านข้างอย่างรุนแรง
“โฮก~” เสือตัวผู้หายใจแรงสองสามครั้ง เดินงุ่นง่านไปมาอย่างกระวนกระวาย
แม่เสือนั่งยอง ๆ อยู่กับที่ มองมันอย่างเย็นชา
หลังจากวนเวียนอยู่หลายรอบ เสือตัวผู้ก็พ่นลมหายใจสองทีแล้ววิ่งหนีไปไกล
เฉินอิ่งหูดี และเขาได้ยินแว่ว ๆ ว่าไอ้เสือขยะเอ๋อเพียนบ่นพึมพำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับ “ตัวเมียนี่เรื่องมากชะมัด”
เมื่อไม่มีเสือตัวผู้ตัวป่วน เฉินอิ่งก็นั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าแม่เสือพร้อมลูกเสือ
“คุณอยากไปกับลูกไหม?”
ดวงตาแม่เสือฉายแววสับสนและทรมาน
มันเงียบอยู่นาน และเฉินอิ่งตัดสายทิ้งอย่างโหดร้ายสองครั้งเมื่อโทรศัพท์ดัง ครั้งที่สามที่โทรศัพท์ดัง แม่เสือก็วิ่งหนีไปโดยไม่หันกลับมามอง
เสียงคำรามต่ำลอยมาตามลมว่า “โฮก ฉันจะรอการกลับมาของมันในป่า”
การจากไปของแม่เสือเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย แต่ก็สมเหตุสมผล
การปล่อยวางของเธอยังหมายความว่าเธอไว้ใจเฉินอิ่ง สัตว์สองขาตัวนี้ ยอมฝากลูกรักไว้กับเขา
“ไม่ต้องห่วง พอมันหายดี ผมจะพามันกลับมาที่นี่”
เฉินอิ่งให้คำมั่น มองไปในทิศทางที่แม่เสือหายไป
[1] เจ้าทึ่มขี้เมา
[2] เจ้าทึ่มจอมหลอกลวง