เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 345 สัตว์สองขา ช่วยชีวิตมันด้วยเถอะ 💸

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 345 สัตว์สองขา ช่วยชีวิตมันด้วยเถอะ 💸

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 345 สัตว์สองขา ช่วยชีวิตมันด้วยเถอะ 💸


ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 345 สัตว์สองขา ช่วยชีวิตมันด้วยเถอะ

ลูกชายยอมสวามิภักดิ์กับศัตรูไปแล้ว คนเป็นแม่จะทำอะไรได้?

ช่างหัวมันเถอะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

มือข้างหนึ่งลูบเสือ มืออีกข้างถือโทรศัพท์ เฉินอิ่งคุยกับผู้เชี่ยวชาญ และบอกด้วยว่าตอนฉีดยาเมื่อกี้ เขาสังเกตเห็นการตอบสนองที่ขาหลังข้างหนึ่งของเสือสมองน้อย

ต้องมีการตรวจอย่างละเอียดเพื่อยืนยันอาการ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ ถ้าเสือสมองน้อยไม่ออกไปจากที่นี่ มันไม่มีโอกาสรอดจนโตเป็นผู้ใหญ่แน่นอน

วิธีการช่วยเหลือที่เฉินอิ่งเคยโปรโมตในร่องหุบเขาเจียมู่ ก็กำลังถูกนำมาทดลองใช้ในอุทยานแห่งชาติเสือและเสือดาวเช่นกัน

การช่วยเหลือแบบกึ่งเปิดนี้ช่วยให้สัตว์มีพื้นที่กว้างขวางในการเคลื่อนไหว และนอกจากการรักษาที่จำเป็น ชีวิตของพวกมันก็ไม่ต่างจากในป่ามากนัก

ความจริงแล้ว วิธีการนี้ดัดแปลงมาจากการออกแบบการฝึกกึ่งป่าที่ใช้กับแพนด้ายักษ์ แล้วปรับเปลี่ยนตามความต้องการในการอยู่รอดที่แตกต่างกันของสัตว์ชนิดอื่น

มุมมองของผู้เชี่ยวชาญคือ แม่เสือโคร่งตะวันออกเฉียงเหนือและลูกของเธอคู่นี้สามารถเป็นครอบครัวเป้าหมายสำหรับการทดลองนี้ได้

ถ้าแพนด้ายักษ์ฝึกในป่าโดยมีแม่นำทางได้ ทำไมเสือโคร่งตะวันออกเฉียงเหนือจะทำไม่ได้?

รายละเอียดต่าง ๆ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเสือโคร่งตะวันออกเฉียงเหนือหารือและตัดสินใจ ส่วนเดียวที่เฉินอิ่งต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวคือการผ่าตัด

การถ่ายทำของเขาก็ใกล้เสร็จแล้ว และเขามีเวลาว่างอย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนงานเดือนหน้า ซึ่งเหลือเฟือสำหรับการรักษาลูกเสือในระยะแรก

แม่เสือฟังคำพูดของเฉินอิ่งและนิ่งเงียบไปนาน

เธอไม่อยากเข้าไปในโลกของมนุษย์ แต่ก็ทำใจแยกจากลูกไม่ได้ แต่ลึก ๆ แล้ว เธอก็รู้ดีว่าลำพังตัวเธอเอง ดูแลลูกรักให้ดีไม่ได้แน่

ดวงตาของเฉินอิ่งฉายแววแผนการวูบหนึ่ง

ในหมู่สัตว์การครองอาณาเขตขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง

เขาทำไม่ได้ แม่เสือก็ทำไม่ได้ แต่เสือตัวผู้ตัวนั้นน่าจะทำได้

การมีแม่เสือหลายตัวหลงใหลและยอมผสมพันธุ์ด้วย แสดงว่าเขาต้องมีดีพอตัว

ถ้าเสือตัวผู้ช่วยแม่เสือยึดอาณาเขตใกล้ป่าเสือได้ เธอก็จะมาเยี่ยมลูกได้ตลอดเวลา ต่อไปในภายหลัง อาจเป็นไปได้ที่จะให้เขาช่วยดูแลการฟื้นฟูของเสือสมองน้อย และถ้าเป็นไปได้ ก็พาเสือสมองน้อยกลับคืนสู่ป่า

แน่นอนทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเสือสมองน้อย ถ้าเป็นไปไม่ได้ การแยกทางของแม่ลูกก็หลีกเลี่ยงไม่ได้

เห็นเฉินอิ่งกวักมือเรียก เสือตัวผู้ก็วิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาและหยุดห่างประมาณห้าเมตร ไม่รีบร้อนกระโจนใส่แม่เสือ

เสือสมองน้อยตกใจ จะวิ่งกลับถ้ำก็ไม่ทันแล้ว ด้วยความสิ้นหวัง มันจึงมุดเข้าไปในอ้อมกอดเฉินอิ่ง

โชคดีที่มันยังตัวเล็กพอที่จะซ่อนในเสื้อโค้ทของเฉินอิ่งได้

หลังจากขยับตัวอยู่พักหนึ่ง มันค่อย ๆ โผล่หัวออกมาจากคอเสื้อของเฉินอิ่งอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ มองเสือตัวใหญ่ที่ไม่คุ้นเคยด้วยความหวาดระแวง

เสือตัวผู้ไม่สนใจเสือสมองน้อย สายตาจับจ้องไปที่แม่เสือแสนสวยเท่านั้น

แต่แม่เสือยังอยู่ในระยะเลี้ยงลูก ปกติจะติดสัดแค่ครั้งเดียวทุกสองหรือสามปี ต่อให้ลูกตายเร็ว การติดสัดครั้งต่อไปก็จะไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงประมาณเดือนพฤศจิกายน

ตอนนี้การมาของตัวผู้มีแต่จะทำให้ตัวเมียเครียด

แต่เฉินอิ่งมีวิธีทำให้พวกมันสงบลง เขาขยี้หูกลม ๆ ของแม่เสือและพูดเสียงนุ่มนวลให้เธอผ่อนคลาย จากนั้นปล่อยให้เสือตัวผู้ค่อย ๆ เข้าใกล้ จนกระทั่งนอนลงตรงหน้าแม่เสือเพื่อโชว์พุงนิ่ม ๆ

สำหรับสัตว์ป่า พุงคือจุดอ่อน การเปิดเผยจุดอ่อนคือวิธีบอกว่าจะไม่ทำอันตราย

หลังจากนอนอยู่ตรงนั้นกว่าสิบนาที แม่เสือก็ไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านการเข้าใกล้ของตัวผู้มากนัก สุดท้ายตัวผู้จอมเจ้าชู้ก็กล้านอนลงข้าง ๆ แม่เสือ แถมยังหันไปเลียหูเธอเบา ๆ

เสือสมองน้อย: หนูไม่ควรอยู่ตรงนี้ใช่ไหม? หนูควรไปอยู่ในถ้ำหรือเปล่า?

เฉินอิ่งกดหัวเสือสมองน้อยกลับเข้าไปในเสื้อ และพยุงตัวลุกขึ้น

แม่เสือสะบัดขนและลุกขึ้นยืนเช่นกัน

เสือตัวผู้ดูงง ๆ เล็กน้อย มองเฉินอิ่งแล้วร้อง “โฮก ┗|`O′|┛ โฮก~~”

เกิดอะไรขึ้น? ฉันยังไม่ทันได้อิงแอบกับหวานใจเลย นายจะพาเธอไปแล้วเหรอ?

เฉินอิ่งไม่หันไปมอง “คนเขาเรียกเสือตัวนั้นว่า เอ๋อเหมาไถ[1] แต่นายน่ะ เอ๋อเพียน[2]!”

คนที่ได้รับสัญญาณจากเฉินอิ่งเริ่มเดินกลับไปก่อนหน้าเขาแล้ว

พี่ตากล้องนั่งหันหลังบนเลื่อน เลนส์ยังคงจับภาพไปที่เฉินอิ่ง

เสือโตเต็มวัยสองตัววิ่งตามรถของเฉินอิ่งไปทางหมู่บ้าน เสือสมองน้อยอยู่นิ่ง ๆ สักพัก ก็พยายามดันหัวออกมาผ่านช่องว่างระหว่างกระดุมเสื้อ ร้องไห้กระซิก ๆ ในสายลม!

หลังจากร้องสองที เสือสมองน้อยก็หดกลับเข้าไปอย่างเขินอาย

ไม่นานนักมันก็รู้สึกอุ่นสบายและเริ่มครางครืดคราดเบา ๆ

เฉินอิ่งไม่ได้เดินเร็ว เขาต้องให้เวลาป่าเสือเตรียมตัวให้พร้อม

โชคดีที่ก่อนมา พี่ไห่เตือนให้เขาแจ้งป่าเสือล่วงหน้า ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ รถขนย้ายของป่าเสือก็มาถึงล่วงหน้าแล้ว เตรียมพร้อมเต็มที่

เมื่อเข้าใกล้หมู่บ้าน เสียงของพี่ไห่ก็ดังผ่านหูฟังบลูทูธ

เจ้าหน้าที่ป่าเสือรออยู่ห่างจากหมู่บ้านสามกิโลเมตรแล้ว หวังว่าจะรับเสือสมองน้อยไปได้เลยแล้วจากไป

เฉินอิ่งชำเลืองมองเสือโตเต็มวัยสองตัวที่ตามมาติด ๆ แล้วรู้สึกปวดหัวตุบ ๆ

“อาจจะยากหน่อยครับ แม่เสือตามมาเพราะเป็นห่วง แถมยังมีเสือตัวผู้ตัวนั้นอีก”

พี่ไห่เงียบไปนาน คงไม่รู้จะจัดการยังไงเหมือนกัน

จากนั้นเสียงแปลกหน้าก็ดังขึ้นในหูฟัง

“คุณเฉิน สวัสดีครับ ผมหูเหว่ย สัตวแพทย์จากป่าเสือ พี่ไห่เพิ่งสรุปสถานการณ์ของคุณให้ผมฟัง ผมคิดว่าเรารับแม่เสือไปด้วยได้ แต่สำหรับเสือตัวผู้ คุณเฉินคิดว่าไงครับ มีวิธีล่อมันไปทางอื่นไหม?”

ล่อไปทางอื่นก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ . . .

เฉินอิ่งหันไปมองเสือตัวผู้แล้วคิดว่า ‘เอาล่ะ ฉันจะพามันไปจับนก’

เมื่อเสือตัวผู้เห็นเฉินอิ่งหยุด มันก็คำรามใส่ ส่งสัญญาณให้เขารีบส่งลูกเสือไปซะ มันจะได้อิงแอบกับแม่เสือต่อ

เฉินอิ่งกลอกตา “อะแฮ่ม นายคิดว่าจะชนะใจสาวได้ง่าย ๆ แบบนี้เหรอ? ไม่ควรเตรียมเหยื่อมาเอาใจเธอหน่อยเหรอ?”

เสือตัวผู้คำรามต่ำ “เธอล่าเองได้!”

“ไอ้เสือห่วยแตก!” เฉินอิ่งอยากจะเตะมันสักที “เอาน่า นายกำลังจะพรากลูกเธอไป แล้วนายไม่เสนอเหยื่อเป็นการเอาใจ ถ้าเธอไม่กัดนายให้ตาย เธอก็ไม่ยอมอิงแอบกับนายหรอก”

เสือตัวผู้มองเฉินอิ่งอย่างงุนงง มันเคยแต่พุ่งเข้าใส่เมื่อเห็นโอกาส มันต้องซับซ้อนขนาดนี้เลยเหรอ?

แม่เสือข้าง ๆ ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จ้องเจ้าทึ่มจอมหลอกลวงด้วยสายตาเย็นชา และแยกเขี้ยวใส่เมื่อมันพยายามจะเข้าใกล้

เสือตัวผู้ไม่คิดว่าแม่เสือจะเปลี่ยนท่าทีปุบปับขนาดนี้ มันกระโดดโหยงไปด้านข้างอย่างรุนแรง

“โฮก~” เสือตัวผู้หายใจแรงสองสามครั้ง เดินงุ่นง่านไปมาอย่างกระวนกระวาย

แม่เสือนั่งยอง ๆ อยู่กับที่ มองมันอย่างเย็นชา

หลังจากวนเวียนอยู่หลายรอบ เสือตัวผู้ก็พ่นลมหายใจสองทีแล้ววิ่งหนีไปไกล

เฉินอิ่งหูดี และเขาได้ยินแว่ว ๆ ว่าไอ้เสือขยะเอ๋อเพียนบ่นพึมพำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับ “ตัวเมียนี่เรื่องมากชะมัด”

เมื่อไม่มีเสือตัวผู้ตัวป่วน เฉินอิ่งก็นั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าแม่เสือพร้อมลูกเสือ

“คุณอยากไปกับลูกไหม?”

ดวงตาแม่เสือฉายแววสับสนและทรมาน

มันเงียบอยู่นาน และเฉินอิ่งตัดสายทิ้งอย่างโหดร้ายสองครั้งเมื่อโทรศัพท์ดัง ครั้งที่สามที่โทรศัพท์ดัง แม่เสือก็วิ่งหนีไปโดยไม่หันกลับมามอง

เสียงคำรามต่ำลอยมาตามลมว่า “โฮก ฉันจะรอการกลับมาของมันในป่า”

การจากไปของแม่เสือเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย แต่ก็สมเหตุสมผล

การปล่อยวางของเธอยังหมายความว่าเธอไว้ใจเฉินอิ่ง สัตว์สองขาตัวนี้ ยอมฝากลูกรักไว้กับเขา

“ไม่ต้องห่วง พอมันหายดี ผมจะพามันกลับมาที่นี่”

เฉินอิ่งให้คำมั่น มองไปในทิศทางที่แม่เสือหายไป

[1] เจ้าทึ่มขี้เมา

[2] เจ้าทึ่มจอมหลอกลวง

จบบทที่ ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 345 สัตว์สองขา ช่วยชีวิตมันด้วยเถอะ 💸

คัดลอกลิงก์แล้ว