เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 305 เอ๋อหนิวมีอนาคตสดใส 💸

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 305 เอ๋อหนิวมีอนาคตสดใส 💸

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 305 เอ๋อหนิวมีอนาคตสดใส 💸


ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 305 เอ๋อหนิวมีอนาคตสดใส

ในป่ารกร้างหลังสถานีพิทักษ์ป่าแม่น้ำไม่แข็ง ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่าทุ่งหิมะ เป็นที่อยู่ของสัตว์เล็ก ๆ ที่ปลายห่วงโซ่อาหาร อย่างกระต่ายที่ราบสูงและสัตว์ฟันแทะต่าง ๆ

หน้าหนาวอันยาวนานบังคับให้เจ้าตัวเล็กพวกนี้ที่เก่งเรื่องขุดรู ต้องคุ้ยหารากหญ้าและมอสใต้หิมะกินให้อิ่ม เพื่อกลายเป็นอาหารของสัตว์กินเนื้อที่อยู่สูงกว่าในห่วงโซ่อาหาร

จินหยาไม่คุ้นที่ทาง การสำรวจวันนี้ที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างเลยคว้าน้ำเหลว

สามทุ่ม ลมข้างนอกหวีดหวิว เธออยากออกไปล่าเหยื่ออีก แต่เฉินอิ่งห้ามไว้ และปิดประตูโรงเรือนที่เชื่อมกับสวนหลังบ้าน

พอปิดประตู อุณหภูมิข้างในก็ค่อย ๆ สูงขึ้น ทำให้เจ้าจินน้อยรู้สึกดีขึ้นมาก

เห็นเพื่อนตัวน้อยดูไม่ค่อยสบาย จินหยาขยับเข้าไปใกล้ กอดและเลียขนเจ้าจินน้อยสักพัก แล้วนอนเบียดกันให้ความอบอุ่น

ขนหนา ๆ ของลิงซ์น่ารำคาญในหน้าร้อน แต่ท่ามกลางพายุหิมะหน้าหนาว มันคือแหล่งความร้อนที่อุ่นที่สุด

ห้องเฉินอิ่งอยู่ติดกับโรงเรือนสัตว์ มีประตูเหล็กเล็ก ๆ กั้น

ห้องนี้เคลียร์ไว้ให้เขาพักโดยเฉพาะ มีเตาผิงติดผนังและปล่องควันยาวยื่นออกไปเหนือหน้าต่าง

เตานี้ขาดไม่ได้เลยสำหรับทำความร้อน ต้มน้ำ และทำอาหาร

สถานีพิทักษ์ป่ามีโรงอาหาร แต่ไม่ใช่ทุกคนจะกลับมากินทันเวลา บางทีลาดตระเวนบนเขา เจอเหตุสุดวิสัยก็มาช้า

เจ้าหน้าที่โรงอาหารจะเช็กตารางเวรว่าใครน่าจะกลับไม่ทัน แล้วเตรียมอาหารใส่กล่องไว้ให้ พอกลับมาก็แค่อุ่นกินบนเตา

เฉินอิ่งก็เหมือนกัน เจ้าหน้าที่โรงอาหารกลัวเขากินไม่อิ่มหรือไม่ถูกปาก เลยขนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหลายรส ปลากระป๋อง และหมูพะโล้กระป๋องมาให้เพียบ

หลังเช็กประตูโรงเรือนว่ากันลมดีแล้ว เฉินอิ่งเปิดประตูเหล็กเล็กเชื่อมห้อง

กลางคืนไม่มีใครมากวน จินหยากับเจ้าจินน้อยเลือกได้ว่าจะนอนโรงเรือนหรือมาเบียดบนเตียงกับเขา

หน้าร้อนที่แม่น้ำไม่แข็งอุ่นกว่านี้หลายองศา และลมกลางคืนไม่แรงขนาดนี้ ขนาดหน้าต่างกระจกสองชั้นยังได้ยินเสียงลมคำราม จินตนาการได้เลยว่าลมข้างนอกรุนแรงแค่ไหน ทำให้สัตว์ส่วนใหญ่อยู่ในโพรง ซึ่งอุ่นกว่าข้างบนมาก

หลังบันทึกงานประจำวัน เฉินอิ่งกอดสองก้อนความร้อนใต้ผ้าห่มผืนหนาแล้วหลับไป

เจ็ดโมงเช้า จินหยาปลุกเฉินอิ่ง เธอหิว อยากออกไปล่าเหยื่อ

เจ้าจินน้อยปรับตัวได้หน่อยแล้ว ตัดสินใจไปกับจินหยา

เฉินอิ่งติดกล้องจิ๋วให้เจ้าจินน้อย กะจะดูการล่าของพวกมัน

จินหยาเร็วมาก เคลื่อนไหวคล่องแคล่วบนหิมะ ดมฟุดฟิด ล็อกเป้ากลิ่นเหยื่อได้อย่างรวดเร็ว

เจ้าจินน้อยระวังตัวกว่า ค่อย ๆ ย่ำหิมะ สะบัดขนเพื่อให้แน่ใจว่าหิมะที่เกาะจะไม่ละลายซึมเข้าขน

เฉินอิ่งไม่ตามไป ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ต่อให้มีเฉินอิ่งสามคนก็ไล่จินหยาไม่ทัน

ดังนั้นได้เวลาปล่อยโดรน!

ทุ่งกว้างเหมาะกับโดรนมากกว่าในป่าเยอะ ตราบใดที่ลมไม่แรงเกินไป เพราะภาพสั่นยังดีกว่าโดรนตก

จินหยาเจอรูรังกระต่ายอยู่ในถ้ำใต้เนินเขาหลังเขตอนุรักษ์ เธอหมอบต่ำด้วยความอดทน รอจังหวะกระต่ายโผล่มาเชือด

แต่เจ้าจินน้อยทำแบบนั้นไม่ได้ ในสภาพหิมะตกหนักแบบนี้ ขืนนอนลงไป เฉินอิ่งคงได้มาเก็บศพแมวแช่แข็งกลับไป

ขนาดรูรังกระต่ายเหมาะให้เสือไฟขุดพอดี ตะกุยไม่กี่ที ปากรูก็เปิดกว้าง เจ้าจินน้อยลากกระต่ายอ้วนพีออกมา

“เอ๊ะ ทำแบบนี้ก็ได้เหรอ?”

จินหยาเดินมาดู แล้วลองเลียนแบบเจ้าจินน้อยขุดรูบ้าง

หัวเธอใหญ่กว่าเจ้าจินน้อย อุ้งเท้าใหญ่กว่า ตัวก็อ้วนกว่า ขุดทีไรก็วืด

จินหยาหงุดหงิดเริ่มด่ากระต่าย สบถคำหยาบคายในภาษาแมว

จังหวะกำลังหัวร้อน เสียงหัวเราะดังมาจากใกล้ ๆ

จินหยาหันขวับ เห็นตัวประหลาดโผล่ครึ่งตัวออกมาจากรูใกล้ ๆ หัวเราะเยาะเธอ

กระต่ายทนได้ แต่ลิงซ์ทนไม่ได้!

จินหยาพุ่งใส่จิ้งจอกทิเบต ทำให้จิ้งจอกมุดรูหนีทันควัน จินหยาไม่ยอมแพ้ ตะกุยปากรู จะมุดเข้าไปกัดให้ตาย

หน้าตาก็อัปลักษณ์ ยังกล้ามาหัวเราะเยาะเธอ รนหาที่ตายชัด ๆ!

เจ้าจินน้อยคาบกระต่ายเดินมา วางลง แล้วงับหางสั้น ๆ ของจินหยา

“โอ๊ย ทำอะไรน่ะ?”

“อย่าโกรธน่า กินอะไรก่อน เดี๋ยวฉันขุดกระต่ายให้”

พูดไม่ทันขาดคำ กระต่ายสองสามตัวขนาดต่างกันก็พุ่งพรวดออกจากรูที่เล็งไว้ตอนแรก

เจ้าจินน้อยกระโดดม้วนตัวกลางอากาศอย่างสวยงาม งับกระต่ายตัวใหญ่ได้ตัวหนึ่ง จินหยาก็พุ่งไปงับกระต่ายวัยรุ่นอีกตัว

แต่ระหว่างล่าไอ้จิ้งจอกทิเบตเจ้าเล่ห์ตัวเมื่อกี้ก็โผล่มา งับกระต่ายที่เจ้าจินน้อยวางไว้ ลากกลับรูหน้าตาเฉย

มันคงไม่กินในรูหรอก แต่เก็บไว้ก่อน รอผู้บุกรุกไป แล้วค่อยออกมาเสวยสุขอาหารเช้าฟรี ๆ แบบไม่ต้องออกแรง

จินหยาหันกลับมาเห็นจิ้งจอกขโมยของ โกรธจนขนพอง ตัวพองขึ้นมาเลย

เจ้าจินน้อยก็เคือง แต่ใจเย็นกว่า ส่งสัญญาณให้จินหยากินก่อน

อิ่มท้องแล้วค่อยไปคิดบัญชีกับหัวขโมย!

เฉินอิ่งดูผ่านโดรน กำลังจะบังคับโดรนเข้าไปใกล้จินหยา ก็เห็นแมวใหญ่คุ้นตาหมอบต่ำในหิมะห่างออกไป

ดูจากลายน่าจะเป็น ‘เจ๊ลิงซ์’ ที่เจอคราวที่แล้ว

ไม่ใช่ว่าเจ๊ลิงซ์คบกับลิงซ์หนุ่มอยู่เหรอ? แปลกที่ไ่ม่เห็นลิงซ์หนุ่มเลย

เฉินอิ่งกลัวพลาด บังคับโดรนบินวนดูรอบ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าลิงซ์หนุ่มไม่อยู่จริง ๆ

“ชิ สงสัยเจ๊ลิงซ์ทิ้งมันไปแล้วมั้ง”

เจ๊ลิงซ์ดูไม่สนใจแย่งอาหารจินหยา น่าจะเพราะได้กลิ่นลิงซ์แปลกหน้าเลยมาดูลาดเลา

จินหยาก็รู้สึกเหมือนกัน มองรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง จนสายตาไปสบกับเจ๊ลิงซ์

สองลิงซ์จ้องตากันห่างกว่าห้าสิบเมตร แล้วเจ๊ลิงซ์ก็หันหลังกลับอย่างเด็ดเดี่ยว

ไม่ใช่กลัวแพ้ แต่เจ๊ลิงซ์ดูไม่ออกว่าเจ้าจินน้อยคือตัวอะไร

ในประสบการณ์ลิงซ์อันน้อยนิด เธอไม่เคยเห็นแมวใหญ่หน้าตาแบบนี้มาก่อน

กลิ่นเหมือนลิงซ์ แต่ก็ผสมกลิ่นอื่น

กลิ่นที่เจ๊ลิงซ์ไม่พิศวาสเลยสักนิด

หลังจินหยาและเจ้าจินน้อยกินกระต่ายเสร็จ พวกมันไปหมอบเฝ้าปากรูจิ้งจอกทิเบตคนละฝั่ง

จินหยาถึงขั้นกวาดหิมะอุดปากรู กะจะแช่แข็งจิ้งจอกให้ตายคาถ้ำ

เฉินอิ่งรอสักพัก สุดท้ายต้องใช้โดรนเรียกจินหยากลับบ้าน

ได้ยินเสียงสัตว์สองขาเรียก จินหยาฮึดฮัดนิดหน่อย แต่เห็นเจ้าจินน้อยทนหนาวไม่ค่อยไหวเลยยอมกลับ

ผ่านไปอย่างน้อยสิบนาทีหลังจากพวกจินหยาไปแล้ว จิ้งจอกทิเบตถึงโผล่หัวออกมา มองซ้ายขวา แล้วรีบคาบกระต่าย “ที่เก็บได้” หนีไป

เหอะ กระต่ายเจ้าเล่ห์มีสามโพรง จิ้งจอกเจ้าเล่ห์มีอย่างน้อยสิบแปด ลาก่อน!

กลับถึงสถานีพิทักษ์ป่า จินหยากระโจนใส่อกเฉินอิ่ง ฟ้องฉอด ๆ

เธอด่าจิ้งจอกทิเบตตั้งแต่รูปร่างหน้าตา สีขน ยันนิสัยกะล่อนจนพอใจ แล้วถึงพาเจ้าจินน้อยไปกินมื้อเช้าพิเศษที่เฉินอิ่งเตรียมไว้

เนื้อวัวหนึ่งกิโล ลุงทาชิเตรียมไว้ให้ คิดว่าแมวใหญ่จากแผ่นดินใหญ่คงไม่ชินกับการล่าบนที่ราบสูง

เดิมทีมีมากกว่ากิโล แต่เฉินอิ่งบอกว่าพวกมันจับกระต่ายได้แล้ว ลุงทาชิเลยเอากลับไปส่วนใหญ่ เหลือไว้แค่เป็นของว่าง

คุณภาพเนื้อวัวและแกะบนที่ราบสูงต่างจากร่องหุบเขาเจียมู่นิดหน่อย และต่างจากกระต่ายที่พวกลิงซ์กินประจำ รสชาติแปลกใหม่ดี

เจ้าจินน้อยไม่ค่อยชอบ กินไปไม่กี่คำ แล้วไปขดตัวนอนข้างเตา ดูเหมือนต้องใช้เวลาปรับตัวกับสภาพอากาศโหดร้ายนี้อีกหน่อย

กลางวัน แมวใหญ่สองตัวขลุกอยู่ในบ้านไม่ออกไปไหน

ท่านอนจินหยายังแผ่หลาเหมือนเดิม ถ้าไม่มีเจ้าจินน้อยกันไว้ คงกลิ้งตกแท่นไปแล้ว

หลังสถานีพิทักษ์ป่าในโรงเรือนสัตว์ มีลามะทิเบตบาดเจ็บสองตัว โดยมีการสร้างเพิงง่าย ๆ ด้วยวัสดุหยาบ ๆ ไว้ใกล้สถานี ปูฟางแห้งให้ลามะนอนตอนกลางคืน

วันไหนแดดดีไม่มีหิมะก็เอาฟางมาตากแดด และทำความสะอาดพื้นเพิง

ลามะสองตัวนี้บาดเจ็บและหลงฝูงตอนพายุหิมะหนัก หลังรักษาตัวมาครึ่งเดือน อาการเกือบหายสนิท พร้อมฝึกเตรียมปล่อย จะส่งกลับเมื่ออากาศดีขึ้น

เฉินอิ่งช่วยตรวจตอนกลางวัน มั่นใจว่าหายดีแล้ว และเรียนรู้วิธีฝึกปล่อยและช่วยพวกมันหาฝูง

มื้อเที่ยง ลุงทาชิมาหาบอกเฉินอิ่งให้พรุ่งนี้ลางานไว้ จะพาเขาไปหา ‘เอ๋อหนิว’ หรือ ‘น้องรองเฉิน’

ได้ยินลุงทาชิพูด เฉินอิ่งมองรอบ ๆ อย่างรู้สึกผิด

เขายังไม่ได้บอกจินหยาเรื่องเอ๋อหนิว

จินหยาคิดว่าเขามาเพื่อลิงซ์ตัวผู้ป่วยและลูกลิงซ์ ถ้าเจ๊แกรู้ว่ามีเพื่อนสนิทชื่อเอ๋อหนิวอยู่ที่นี่อีกตัว คงงอนตุ๊บป่องไปหลายวัน

แต่ในเมื่อมาแล้ว และเขาห่วงเอ๋อหนิวจริง ๆ ไม่เห็นกับตาคงนอนไม่หลับ

“เอ๋อหนิวโตขึ้นเยอะเลย มีเนื้อมีหนังขึ้นด้วย คนเลี้ยงสัตว์ก็ชอบมัน ตอนพายุหิมะคราวก่อน วัยรุ่นสองคนเป็นห่วงขี่ม้าไปตามหา และเจอว่ามันสบายดี เพิ่งล่าละมั่งได้ตัวนึง”

ฟังลุงทาชิเล่า เฉินอิ่งคลายกังวลไปเปราะหนึ่ง

“จริงสิ หมอเฉิน จะเอายังไงกับแมวใหญ่สองตัวนี้ตอนคุณไป?”

“ต้องพาไปด้วยครับ ไม่ต้องห่วงลุงทาชิ พวกมันไม่ทำร้ายใคร”

“ผมรู้ครับว่าไม่ทำร้ายคน แต่ . . .” ลุงทาชิเกาหัวอย่างสงสัย “พวกมันจะไม่ตีกันเหรอครับ? เอ๋อหนิวชอบตีกับลิงซ์อีกตัว เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งทำลิงซ์ตัวผู้บาดเจ็บ ผมส่งไปรักษาที่สถานีช่วยเหลือยังไม่หายดีเลย”

ว้าว อย่างนี้นี่เอง มิน่าไม่เห็นลิงซ์หนุ่มอยู่กับเจ๊ลิงซ์ ที่แท้นอนโรงพยาบาลอยู่นี่เอง!

จบบทที่ ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 305 เอ๋อหนิวมีอนาคตสดใส 💸

คัดลอกลิงก์แล้ว