- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 285 หน้าด้าน ใช้พวกมากลากรังแกคนน้อย! 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 285 หน้าด้าน ใช้พวกมากลากรังแกคนน้อย! 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 285 หน้าด้าน ใช้พวกมากลากรังแกคนน้อย! 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 285 หน้าด้าน ใช้พวกมากลากรังแกคนน้อย!
พืช ดิน แหล่งน้ำ . . .
หลังจากเก็บข้อมูลสำคัญได้หลายอย่าง พวกเขาก็เตรียมตัวเดินทางกลับทางเดิม
อย่างน้อยอีกหกเดือนกว่าพวกเขาจะกลับมาได้อีกครั้ง หรืออาจต้องรอถึงเมษายนปีหน้าเมื่อน้ำแข็งและหิมะละลาย
พวกเขาทำเครื่องหมายพิเศษไว้ตรงจุดนี้ คราวหน้าอาจลองสร้างเพิงถาวรที่นี่เพื่อใช้เป็นฐาน
สภาพแวดล้อม ภูมิอากาศ และทรัพยากรพืชและสัตว์รอบ ๆ ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ถ้าพวกเขาต้องการดำเนินนโยบายเช่น “คืนเสือสู่ป่า” และ “อพยพหมีขึ้นเหนือ” จริง ๆ จุดนี้จำเป็นต้องมีมนุษย์ประจำการถาวร
ครั้งนี้พวกเขามาลาดตระเวนและแค่ต้องนำข้อมูลกลับไป ส่วนจะดำเนินการตามแผนหรือไม่ หรืออย่างไร ไม่ใช่เรื่องของพวกเขาแล้ว
ระบบการอนุญาตเก็บตัวอย่างที่เริ่มใช้ภายในเมื่อปีที่แล้ว กำลังจะถูกนำไปใช้ทั่วประเทศในเร็ว ๆ นี้
การเข้าสู่พื้นที่แกนกลางของเขตอนุรักษ์เพื่อการวิจัย ต้องมีใบอนุญาตเพื่อเข้าและเก็บตัวอย่าง
ไม่ว่าจะเก็บสัตว์ พืช สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ปลา หรืออื่น ๆ การเข้าและออกจากเขตอนุรักษ์ต้องมีการตรวจสอบเอกสารและใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง
นี่เป็นมาตรการเพื่อสกัดกั้นการลักลอบล่าสัตว์และการเก็บเกี่ยวผิดกฎหมายเพิ่มเติม
ด้วยมาตรการเหล่านี้ แม้จะหยุดพวกที่สมรู้ร่วมคิดกันภายในและภายนอกเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวไม่ได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็ลดการกระทำผิดได้ถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์
เฉินอิ่งยื่นขอใบอนุญาตครั้งนี้ และเมื่อออกจากเขตอนุรักษ์ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบและลงทะเบียนปลายทางของตัวอย่าง
การเดินทางกลับราบรื่นดี เรื่องประหลาดใจเดียวคือ ‘เจ๊เสือไฟ’ ตามพวกเขาออกมาด้วย
เจ๊เสือไฟเป็นเสือไฟตัวเมียโตเต็มวัย อายุประมาณเจ็ดหรือแปดปี
เธอกำลังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ตามเฉินอิ่งมา อาจเป็นเพราะได้กลิ่น ‘เจ้าจินน้อย’ บนตัวเขา
ขณะที่พวกเขากำลังจะเข้าสู่พื้นที่กิจกรรมของมนุษย์ เฉินอิ่งก็ได้โอกาสถามเธอ
“ฉันอยากดูสภาพแวดล้อมของนาย แถวถิ่นฉันมีแมวเหมือนฉันแค่สามตัว และฉันไม่ชอบพวกมัน บางทีแถวบ้านนายอาจมีแมวตัวอื่นที่โดนใจฉันก็ได้”
ไม่ว่าจะด้วยมาตรฐานความงามของคนหรือเสือไฟ เจ๊เสือไฟตรงหน้าคือ “นางงามจักรวาล” อย่างไม่ต้องสงสัย
ทันใดนั้นเฉินอิ่งเริ่มกังวลแทนจินหยา ถ้ามีเจ๊เสือไฟเข้ามาแทรก มิตรภาพระหว่างเจ้าจินน้อยและจินหยาจะยังคงอยู่ไหม?
แม้ในโลกสัตว์ การสืบพันธุ์จะเป็นสัญชาตญาณและไม่เกี่ยวกับความรักโรแมนติก แต่เฉินอิ่งก็มองพวกมันเป็นลูกหลังจากใช้เวลาด้วยกันมานาน
เหตุผลบอกเขาว่าจินหยาและเจ้าจินน้อยควรแยกจากกันเพื่อทำภารกิจสำคัญที่สุดในชีวิตให้สมบูรณ์ แต่อารมณ์บอกว่าเขาหวังให้จินหยาและเจ้าจินน้อยเกื้อหนุนกันในป่าอันโหดร้าย อยู่เคียงข้างกันจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต
ช่างเถอะ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ
เฉินอิ่งถอนหายใจอย่างปลง ๆ และตัดสินใจทำเป็นนกกระจอก[1]เทศต่อไปอีกสักพัก
อีกอย่างข้างนอกยังมีเสือไฟตัวอื่น บางทีพวกมันอาจไม่สนใจเจ้าจินน้อยก็ได้
“พี่ฉือ หาที่กางเต็นท์ข้างหน้ากันเถอะ แถวนั้นมีป่าไผ่ใหญ่ที่สุด ต้องเก็บตัวอย่างและดูว่าเจ้าขาวใหญ่กับพวกมาถึงหรือยัง”
ตำแหน่งถูกมาร์กไว้เป็นพิเศษในแผนที่มือถือที่บันทึกไว้
นี่คือพื้นที่ที่ผู้เชี่ยวชาญกำหนดว่าอาจเหมาะเป็นถิ่นอาศัยของแพนด้ายักษ์
อย่างไรก็ตามพวกเขายังไม่ได้มาตรวจสอบด้วยตัวเอง การวิเคราะห์ทำผ่านแผนที่ดาวเทียมล้วน ๆ
ในขากลับ ภารกิจสำคัญที่สุดของทีมเฉินอิ่งคือกำหนดขอบเขตป่าไผ่ สายพันธุ์ไผ่ สภาพการเจริญเติบโต และดูว่ามีแหล่งน้ำใกล้ ๆ ไหม
โดรนที่ใช้รวมกับการสแกนจากหลายทิศทาง แสดงให้เห็นว่าป่าไผ่ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง อย่างน้อยห้าสิบตารางกิโลเมตรอย่างต่อเนื่อง
ต่อเนื่องไม่ได้แปลว่าทั้งพื้นที่เป็นป่าไผ่ทึบ แต่หมายถึงแต่ละหย่อมป่าอยู่ไม่ไกลกัน
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยระดับความสูงที่หลากหลาย ชนิดของไผ่ก็ต่างกัน ทำให้แพนด้ายักษ์หาอาหารได้เพียงพอในฤดูกาลและพื้นที่ที่ต่างกัน
การวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญถูกต้อง มีไผ่ที่เหมาะกับแพนด้าห้าถึงหกชนิด และคุณภาพดีเยี่ยม ไม่ต้องห่วงว่าแพนด้าจะอดตาย
และจริงดังคาด เจ้าขาวใหญ่และเจียวเจียวเดินอวดโฉมในป่าไผ่มาสักพักแล้วไม่รู้ตั้งเมื่อไหร่
หลังจากกางเต็นท์ เฉินอิ่งบอกพี่ฉือแล้วออกไปหาเจ้าขาวใหญ่
เสือไฟที่ตามมาด้วยกำลังกินอาหาร เห็นเฉินอิ่งเดินขึ้นเขา ก็คาบอาหารที่ยังกินไม่หมดตามไป
“เจ้าขาวใหญ่ เจียวเจียว อยู่แถวนี้ไหม? เจ้าตัวเล็กไปไหน?”
มองไปรอบ ๆ ไม่เห็นวี่แววเลโอ และลูกหมี เฉินอิ่งตบพุงนุ่ม ๆ ของเจ้าขาวใหญ่แล้วถาม
“พวกมันไปหาน้ำกิน”
มีแหล่งน้ำที่นี่เหรอ?
เขาคิดเรื่องนี้มาตลอดทางที่เดินทวนน้ำขึ้นมา
ลำธารมีน้ำ แต่ภูมิประเทศที่นี่ชันกว่าในพื้นที่ไร้มนุษย์มาก
มีน้ำตกเล็ก ๆ ที่เกิดจากตาน้ำอยู่สองข้างทาง แต่เป็นแบบตามฤดูกาล หลังกันยาตุลา พออุณหภูมิลดลง ตาน้ำพวกนี้อาจแข็งตัวและหยุดไหลเพราะหิมะสะสมบนยอดเขา
“มีที่หนึ่งบนเขามีน้ำ และใหญ่ด้วย เจ้าตัวเล็กสองตัวไปเล่น ไปดูสิ ฉันยังกินไม่อิ่มเลย”
ตัวใหญ่ก็ต้องกินตลอดเวลาเพื่อรักษาสภาพร่างกาย ดังนั้นเจ้าขาวใหญ่และเจียวเจียวถ้าไม่กิน ก็กำลังเดินทางไปกิน
เฉินอิ่งตบพุงเจียวเจียว แล้วเดินผ่านพวกเขาขึ้นเขาไป
ตามรอยอึของเจ้าขาวใหญ่และเจียวเจียวไป ก็เจอลูกหมีสองตัวเล่นอยู่ในแอ่งน้ำ
แอ่งน้ำไม่ใหญ่ ประมาณสองสามตารางเมตร และมีตาน้ำเล็ก ๆ ผุดปุด ๆ อยู่ตรงกลาง
น้ำในแอ่งขุ่นคลั่กเพราะสองแสบลงไปเล่นปล้ำกัน และดูจากลูกหมียืน น้ำลึกแค่เข่า น่าจะปลอดภัยอยู่
เห็นเฉินอิ่ง ทั้งคู่ลุกขึ้นพร้อมกันแล้วพุ่งเข้าหา
หน้าเฉินอิ่งเปลี่ยนสี “อย่า ไม่ต้องเข้ามา!”
เด็กเปรตสองตัวนี้เปียกโชก หนังหนา ๆ ของพวกมันไม่กลัวหนาว แต่เขากลัวโว้ย
แต่เลโอและลูกหมีไม่ใช่เด็กว่าง่าย ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ พยายามจะเข้าถึงตัวเฉินอิ่งให้ได้
เห็นเฉินอิ่งหลบฉากตลอด เลโอร้องคำราม แล้วแยกกับลูกหมี ตีโอบหน้าหลัง
“มีแผนซะด้วย ไม่ได้ หยุดเดี๋ยวนี้”
เฉินอิ่งยันหัวหมีไว้ข้างละมือ ดิ้นรนไม่ให้พวกมันเข้ามากอด
จังหวะที่กำลังจะหมดแรง เสียง “เมี๊ยว-โอ๊ว” ดังมาจากเหนือหัว และซากกระต่ายครึ่งตัวก็ร่วงลงมาจากฟ้า กระแทกหลังหัวเลโอ
เฉินอิ่งตกใจ “หยุด อย่าตีกัน!”
ยังพูดไม่ทันจบ เจ๊เสือไฟก็กระโดดลงมา ตั้งท่าโจมตีบนตอไม้ผุใกล้ ๆ ใส่เลโอ
เจ้าขาวใหญ่ที่ยังกินไผ่อยู่ข้างล่าง หูผึ่งเมื่อได้ยินเสียงขู่จากเสือไฟ แยกเขี้ยว ทิ้งไผ่ แล้ววิ่งขึ้นเขา
เจียวเจียวตามมาติด ๆ ช้ากว่าจังหวะหนึ่ง
ขณะที่เจ๊เสือไฟกำลังขู่ลูกหมี จู่ ๆ หลังเธอก็โก่งขึ้น แล้วรีบกระโดดหนีขึ้นต้นไม้
เฉินอิ่งหันไปเห็นเจ้าขาวใหญ่พุ่งเข้าใส่อย่างดุเดือด ทำเอาปวดหัวจี๊ด
“เข้าใจผิด เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว”
เฉินอิ่งรีบอธิบาย พร้อมแนะนำเจ๊เสือไฟให้พวกมันรู้จัก
เจ้าขาวใหญ่และเจียวเจียว ไม่สนใจสัตว์ต่างสายพันธุ์ พอแน่ใจว่าเสือไฟไม่เป็นภัย ก็เดินฮึดฮัดไปหาเลโอ กัดหูแล้วลากออกมา
เจ๊เสือไฟมองสี่ตัวยักษ์อย่างระแวง ไม่รู้คิดอะไรอยู่
เห็นพ่อแม่มา ลูกหมีรีบทำตัวเรียบร้อย ซุกไซ้แม่อย่างออดอ้อน แอบชำเลืองมองเจ้าขาวใหญ่เป็นระยะ
เลโอคอตก โดนเจ้าขาวใหญ่เทศนายับ รัศมีหดหู่แผ่ซ่าน ขณะเดินตามพ่อกลับเข้าป่าไผ่
ครอบครัวสี่ตัวไม่ว่าจะนั่งตรงไหน ก็เหมือนภูเขาเนื้อสี่ลูกที่ข้ามไม่พ้น
เจ๊เสือไฟกล้าขู่ลูกหมี แต่ไม่กล้าแหยมกับเจ้าขาวใหญ่และเจียวเจียว ไม่งั้นคู่ผัวเมียคงสอนเธอให้รู้ว่าการเป็นแมวที่ดีต้องทำยังไง
เฉินอิ่งแบมือให้เจ๊เสือไฟบนต้นไม้ รู้สึกอายแทน
เธออุตส่าห์มาช่วยเขาแท้ ๆ เกือบโดนครอบครัวเจ้าขาวใหญ่รุมยำซะงั้น แค่คิดก็น่าน้อยใจ
เฉินอิ่งเก็บซากกระต่ายครึ่งตัวบนพื้น พยายามส่งให้เสือไฟ แต่เธอไม่มองด้วยซ้ำ หันหลังกระโดดไปต้นอื่นหนีไปเลย
“เอาเถอะ ทำให้โกรธทั้งสองฝ่ายแล้ว กลับไปทำงานดีกว่า”
กล้องอีกสองตัวต้องติดตั้ง แม้แหล่งน้ำจะโดนสองแสบกวนจนขุ่น แต่ผ่านไปแค่สิบนาทีก็เริ่มใสแล้ว
หลังเช็กตาน้ำ เขาหาหินมาวางกั้นง่าย ๆ แล้วหาที่เหมาะ ๆ ติดกล้องอินฟราเรด
บันทึกตำแหน่งและหมายเลขกล้อง ปรับมุมอีกรอบ มั่นใจว่าปลอดภัยจากสัตว์ แล้วเก็บของลงเขา
เขาลงอีกทางพลางเช็กขอบป่าไผ่ รอยเท้าบนทางเดินสัตว์บอกว่ามีสัตว์กีบหลายชนิดอาศัยอยู่
เวลาไม่ค่อยเหมาะ เป็นช่วงพักผ่อนของสัตว์กีบ กะว่าเช้ากว่านี้หรือเย็นกว่านี้ อาจเห็นภูตไพรพวกนี้ออกมาหากิน
กลับมาที่เต็นท์ พี่ฉือกำลังสอนอิงป๋อทำกับข้าว พร้อมถ่ายทอดวิชาเอาตัวรอดในป่า
อิงป๋อแม้จะเป็นลูกหลานคนภูเขา แต่ต่างจากคนรุ่นก่อน ตั้งแต่เกิดมา ภูเขาถูกปิดเพื่อฟื้นฟูป่า เด็กพวกนี้แทบไม่มีประสบการณ์ใช้ชีวิตลำพังในป่า
แม้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนจะทำงานเป็นทีม แต่บางครั้งก็ต้องแยกกันทำภารกิจ
การรู้วิธีป้องกันตัวและทำงานให้สำเร็จในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยต้องใช้ทักษะ
เฉินอิ่งมองดูด้วยรอยยิ้ม กำลังจะพูด แต่บางอย่างสะดุดตา เสียงเขาเกือบหายไปในลำคอ
“พี่ฉือ ค่อย ๆ ย่อตัวลง อย่าหันกลับไป ย่อลงแล้วขยับมาหาผม”
อิงป๋อจะเอื้อมมือไปดึงพี่ฉือตามสัญชาตญาณ แต่โดนเฉินอิ่งดึงตัวออกมาก่อน
พี่ฉือแทบแข็งเป็นหิน สงบสติอารมณ์ ทำตามคำสั่งเฉินอิ่ง ค่อย ๆ ย่อตัวลง
ขณะพูด เฉินอิ่งคว้าไม้เท้าเดินป่า กำแน่น แล้วค่อย ๆ ขยับเข้าไปหาพี่ฉือ
ตอนนั้นเองอิงป๋อถึงเห็นงูที่กำลังเลื้อยช้า ๆ บนก้อนหินด้านหลังซ้ายของพี่ฉือ
“กลิ้งเร็ว!” เฉินอิ่งตะโกน เหวี่ยงไม้เท้าออกไป
พี่ฉือกลิ้งตัวกับพื้น รอดพ้นอันตรายหวุดหวิดในท่าทางทุลักทุเล
งูพิษที่เสียเหยื่อและโดนไม้เท้าเฉินอิ่งฟาดโกรธจัดเตรียมฉก
[1] มุดหัวหนีปัญหา