- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 280 สัตว์สองขาเกือบร้องไห้เพราะตกใจ 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 280 สัตว์สองขาเกือบร้องไห้เพราะตกใจ 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 280 สัตว์สองขาเกือบร้องไห้เพราะตกใจ 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 280 สัตว์สองขาเกือบร้องไห้เพราะตกใจ
เฉินอิ่งตกใจแทบแย่ รีบตะเกียกตะกายไปช่วยคน
พอไปถึง ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไงไม่ให้ทำร้ายจิตใจ
จริง ๆ แล้ว เสี่ยวเสิ่น กลัวก็เป็นเรื่องปกติ ใครจะไม่กลัวบ้างถ้าเจอหมีดำในป่า ยิ่งลูกหมีดำสองตัวยิ่งแล้วใหญ่ วุ่นวายจะตายชัก
ที่เขาอึ้งไม่ใช่เพราะคิดว่า เสี่ยวเสิ่น ขี้ขลาดน่าอาย แต่เป็นเพราะ . . .
“โอ๊ย โอ๊ย สัตว์สองขาตัวนี้ของฉัน เขาแข่งปีนต้นไม้กับฉันได้ด้วย!”
จันทร์เสี้ยวใหญ่ผงกหัวปีนขึ้นไปเกือบถึงเท้าเสี่ยวเสิ่น ทำเอาเสี่ยวเสิ่นตกใจปีนหนีขึ้นไปอีก พร้อมเป่านกหวีดไปด้วย
ก่อนหน้านี้ถ้าใครบอกว่าเสี่ยวเสิ่นจะร้องไห้ เฉินอิ่งคงทุบหัวแบะ แต่ตอนนี้ดูไม่ออกเลยว่าน้ำตาหรือเหงื่อที่ไหลลงมาจากหางตา
เห็นเฉินอิ่งมา เสี่ยวเสิ่นทั้งกังวลทั้งกลัว
“พี่อิ่ง เร็ว หนีไป มีลูกหมีดำสองตัว แม่มันต้องอยู่แถวนี้แน่ . . .”
เขาชะงักกลางประโยคเมื่อสายตาเปื้อนน้ำตาโฟกัสได้
พี่อิ่งของเขาอุ้มลูกหมีที่นั่งรออยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วตีไปสามที
“จันทร์เสี้ยวใหญ่ ฉันให้เวลาสามวินาทีลงมา ไม่งั้นฉันจะขึ้นไป”
ลูกหมีที่กำลังเมามันกับการข่วนรองเท้าชะงักกึก แล้วรูดลงมาเร็วกว่าตอนปีนขึ้นสามเท่า จากนั้นกอดขาเฉินอิ่ง เริ่มร้องหงิง ๆ
เดี๋ยวนะ หมีดำร้องหงิง ๆ ได้ด้วยเหรอ?
จังหวะที่เสี่ยวเสิ่นเริ่มตั้งคำถามกับชีวิต เขาเห็นหมีดำตัวใหญ่โผล่หัวออกมาจากหลังต้นไม้ สายตาเย็นชาและอำมหิต
“พี่อิ่ง หนีเร็ว หมีใหญ่มาแล้ว!”
ขณะที่เขายืดคอหน้าแดงก่ำตะโกนเตือนอย่างบ้าคลั่ง หมีดำก็ลุกขึ้นยืนสองขา ชูแขนสูง แล้วพุ่งเข้าใส่เฉินอิ่ง
“อ๊า!~~ เอ๊ะ?”
เสี่ยวเสิ่นกำลังจะปล่อยมือรูดลงไปช่วยก็เห็นพี่อิ่งย่อตัวหลบฉาก หมีดำตะปบอากาศวืด แล้วหันมากอดเอวเฉินอิ่งร้องไห้โฮ เสียงฟังดูน่าสงสารชอบกล?
เขา . . . เขาหูฝาดไปหรือเปล่า? หมีดำร้องไห้น้อยใจเนี่ยนะ?
เฉินอิ่งอุ้มจันทร์เสี้ยวเล็กด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือดึงหูจันทร์เสี้ยวใหญ่ แถมยังต้องฟังคำบ่นของ ‘นักเลงข้างถนน’ อีก ชีวิตนี้ช่างยากเย็น!
แต่นักเลงข้างถนนว่าไงนะ? เพราะปีนี้ไม่ท้อง เลยโดนหมีสาวรังเกียจบังคับให้ออกกำลังกาย ห้ามกินน้ำผึ้ง หาว่าอ้วนเกินไปเลยไม่มีลูก?
“เดี๋ยวนะ ใครบอกมันแบบนั้น?”
“ฮือ ฮือ สัตว์สองขาที่รังนายบอก แล้วเมียฉัน กับแม่หมีตัวนั้นก็ได้ยิน”
มันอ้วนที่สุดในบรรดาหมีสามตัว ดังนั้นการไม่มีลูกจึงเป็นความผิดของมัน!
นักเลงข้างถนนน้อยใจ อธิบายก็ไม่ได้ สัตว์สองขาโง่เง่านั่นฟังภาษาหมีไม่รู้เรื่อง มันเลยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ไม่ได้!
เฉินอิ่งกลั้นขำแทบแย่ ยัดจันทร์เสี้ยวใหญ่ใส่อ้อมกอดนักเลงข้างถนน
“โอเค เดี๋ยวฉันตรวจให้ทั้งคู่ ดูซิว่าเป็นอะไรกันแน่”
เขาโดนบัฟประหลาดอะไรเข้าสิงหรือเปล่า ทำไมหมีสาวกับจินเหยียนถึงป่วยโรคเดียวกัน?
โรคอยากมีลูก!
เฉินอิ่งปล่อยมือข้างหนึ่ง โอบรอบคอนักเลงข้างถนน และเงยหน้ามองเสี่ยวเสิ่น
“รีบลงมา และไปหาพี่สาวเต้าของนายซะ”
เสี่ยวเสิ่นตั้งสติได้รูดลงจากต้นไม้ แล้วตะเกียกตะกายไปหาคุณหนูเต้า
คุณหนูเต้ากำลังมองพวกเขาจากไม่ไกลนัก
เห็นเสี่ยวเสิ่นไป จันทร์เสี้ยวก็ใหญ่ดิ้น
“ฮือ ฮือ อย่าไป นั่นสัตว์สองขาของฉัน!”
มันกัดแขนนักเลงข้างถนนอย่างถือดี ทำให้นักเลงข้างถนนโกรธคำรามใส่ แล้วก็โดนเฉินอิ่งตบ
หงุดหงิดชะมัด หมีตัวผู้ไม่มีสิทธิมนุษยชนแล้วเหรอ? หมีตัวผู้ไม่สมควรได้รับการปกป้องเหรอ?
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป สาบานเลยว่าจะหนีออกจากบ้าน!
มันตกใจแทบแย่ วิ่งไปนั่งหอบแฮก ๆ ข้างคุณหนูเต้า เห็นเฉินอิ่งหิ้วลูกหมีดำมือละตัว ตามด้วยหมีดำร้องไห้โฮเดินห่างออกไป
“คุณเฉิน . . . ทำไมคุณเฉินถึงสนิทกับหมีดำพวกนั้นจัง?”
“ตัวใหญ่นั่นเป็นเจ้าถิ่นที่นี่ เมียมันคือหมีควายที่ช่วยมาจากฟาร์มดีหมีตีนเขา เฉินอิ่งช่วยไว้ แล้วพวกมันก็อยู่แถวนี้ตลอด”
“แม่ของลูกหมีอพยพมาเมื่อหน้าหนาวที่แล้ว และคุณเฉินก็ช่วยดูแลตอนคลอด แม่หมีไว้ใจคุณเฉินมาก”
คุณหนูเต้ารีบถ่ายรูปเก็บข้อมูล แล้วตบไหล่เสี่ยวเสิ่น
“โครงการนี้อยู่อีกอย่างน้อยปีครึ่ง นายมีเวลาถมเถที่จะทำความรู้จักเพื่อนสัตว์ของคุณเฉิน ไปเถอะ กลับไปทำงาน”
คราวนี้เสี่ยวเสิ่นไม่กล้าแยกตัว และคุณหนูเต้าเห็นใจที่เขาตกใจมากเลยยอมให้ตามติด
เฉินอิ่งเอาเจ้าตัวเล็กไปคืนเจ๊หมีดำ และเห็นเธอกำลังนั่งกินแมลงคุยกับหมีสาวอยู่จริง ๆ
เขาบอกเธอว่าจะแวะไปตรวจร่างกายที่สถานีฉุกเฉินในอีกสองวัน และไม่กล้าอยู่นาน ขอตัวอ้างว่ามีงานต้องทำ
นักเลงข้างถนนนั่งอยู่ครึ่งนาทีแล้วเดินตามเขาไป
หมีสาวเคี้ยวผลไม้พลางจ้องเขม็งไปที่นักเลงข้างถนน
น่าผิดหวัง น่าผิดหวังจริง ๆ! พยายามมาครึ่งปี ไม่มีอะไรออกมาสักแอะ!
เจ๊หมีดำวางเฉยแบบชาวพุทธ นางไม่ถือสาหรอกถ้าหมีสาวจะเอาลูกนางไปเลี้ยงสักตัว
เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมันเหนื่อยนะพวกเธอ
เฉินอิ่งเร่งฝีเท้า และด้วยความช่วยเหลือของหมาไม้ก็ค้นหาพื้นที่ไปได้หนึ่งในสาม
เมื่อเห็นว่าเย็นแล้ว เขาแนะนำให้คุณหนูเต้าและเสี่ยวเสิ่นกลับไปพักผ่อนก่อน
“คุณเฉิน พี่สาวเต้าเจอสมุนไพรบางอย่างและกำลังเก็บตัวอย่างทดสอบอยู่ ผมช่วยเธอเก็บงาน คุณไม่ต้องรอเราครับ”
หลังจากเก็บตัวอย่างเสร็จ เฉินอิ่งกลับไปที่สถานีช่วยเหลือ พอดีกับที่อาสาสมัครหนุ่มสาวกำลังจะกลับสถานีพิทักษ์ป่า
“อย่าเพิ่งไป อยู่กินข้าวด้วยกันก่อน กินเสร็จค่อยกลับพร้อมเสี่ยวเต้าปลอดภัยกว่า”
คนหนุ่มสาวสามคนจากสถานีพิทักษ์ป่า หญิงสองชายหนึ่ง หัวเราะคิกคักแล้วมาช่วยทำกับข้าว
ขณะทำอาหาร เจ้าหน้าที่ลาดตระเวน ‘เสี่ยวสวี’ พูดถึงสถานีพิทักษ์ป่าที่ร่องน้ำพุร้อน
“มีเรื่องลิงเมื่อพักก่อน ตอนพี่อิ่งไม่อยู่ เจ้าหน้าที่ใหม่สองคนที่ไม่รู้เรื่องพยายามปรับกล้องอินฟราเรด เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจลิง พวกเขาดันใช้หินปาไล่ ผลคือโดนรุมยำเละ”
ว่ากันว่าอาการหนักเอาเรื่อง คนหนึ่งตกเขาขาหัก อีกคนโดนฝูงลิงปาข้าวของใส่จนกะโหลกร้าว ถ้าไม่เรียกขอความช่วยเหลือทัน อาจโดนลิงเล่นงานหนักกว่านี้
“ตอนนี้เจ้าหน้าที่ทางนั้นกล้า ๆ กลัว ๆ เรื่องลาดตระเวน กลัวไปแหย่รังแตน เราเลยทำได้แค่ใช้โดรนจากฝั่งเขาเราช่วยส่อง”
“ลิงทางนั้นเป็นลิงวอกทิเบต กับลิงหางสั้นใช่ไหม? ลิงชนิดไหนก่อเรื่อง ลิงวอกเหรอ?”
“น่าจะเป็นลิงวอกครับ ขนาดลิงจมูกเชิดสีทองยังไม่อยากไปแถวนั้นเลย สงสัยเคยตีกันแล้วแพ้”
‘เสี่ยวถง’ ที่ดูแลข้อมูล เสริมว่า “พี่อิ่ง หนูเช็กข้อมูลหลังบ้านแล้ว จำนวนลิงที่รายงานเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ล่าสุดลุงอี้ไปลาดตระเวน เห็นกับตาอย่างน้อยร้อยตัว”
ลิงเยอะขนาดนี้ ถ้าไม่คุมให้ดี มีเรื่องแน่
สรุปคือช่วงไม่กี่เดือนมานี้ นักล่าแถวนี้ลดลงมาก ขณะที่ในเขตอนุรักษ์ข้างเคียง อิทธิพลของ ‘เสือโคร่ง’ ตัวใหม่ ทำให้สัตว์บางกลุ่มที่เคยอยู่ป่าลึกเริ่มอพยพออกมา
“โอเค เดี๋ยวฉันจะไปดูให้ หลังจากเคลียร์งานลาดตระเวนทางนี้เสร็จ”
การแก้ปัญหาไม่ได้ทำได้ในวันสองวัน และสถานการณ์ยังพอคุมได้ ไม่งั้นหัวหน้าสถานีคงขอให้เขาช่วยไปแล้ว
ชั่วโมงต่อมา คุณหนูเต้าและเสี่ยวเสิ่นกลับมา
เห็นสภาพทั้งคู่ เฉินอิ่งแปลกใจมาก “ไปโดนอะไรมา?”
ตั้งแต่หัวจรดเท้า เละเทะไปด้วยโคลน บอกว่าไปกลิ้งในบ่อโคลนมาก็เชื่อ
“ขอโทษครับ ความผิดผมเองที่ทำพี่สาวเต้าพลอยซวยไปด้วย” เสี่ยวเสิ่นหน้าแดงก้มหน้าขอโทษ
“ไม่ใช่ความผิดเขาหรอก เขาไม่คุ้นกับป่า และฉันก็รีบไปหน่อยไม่ดูทาง รู้ตัวอีกทีก็ลื่นไถลลงไปแล้ว โชคดีที่เสี่ยวเสิ่นคว้ากิ่งไม้ไว้ทัน ไม่งั้นเจ็บหนักกว่านี้แน่”
จริง ๆ แล้ว คุณหนูเต้ารักษาหน้าให้เสี่ยวเสิ่น
ถ้าเขาไม่เสนอหน้าจะช่วยจนเกินเหตุ เธอไปวัดคนเดียวคงไม่เกิดเรื่อง
เฉินอิ่งก็ดูออก ชำเลืองมองพวกเขา แล้วไล่ไปล้างตัวเปลี่ยนชุด
“ต้มซุปกระดูกวัวไว้ มีเนื้อกับผักด้วย เสี่ยวถงทำบะหมี่ไว้ คืนนี้พวกนายลาภปากแน่”
หลังจากคุณหนูเต้าล้างตัวเสร็จออกมา เสมียนเสี่ยวถงรีบยื่นชานมร้อน ๆ ให้ ใส่เต้าหู้นมที่เฉินอิ่งเอามาอร่อยเหาะ
จิบชานมอุ่น ๆ ตามด้วยเต้าหู้นม คุณหนูเต้าถอนหายใจอย่างมีความสุข ถือแก้วนั่งบนบันไดมองดูทุกคนวุ่นวาย
กลิ่นหอมของซุปเนื้อโชยไปทั่ว ไม่นานหมีดำน้อยสองตัวก็กลิ้งหลุน ๆ มา
เสี่ยวเสิ่นถอยขึ้นบันไดอย่างประหม่า จ้องมองตาไม่กระพริบ
สองพี่น้องไม่สนว่ามนุษย์ทำอะไร พอถึงชายป่า ก็รีบตะกายขึ้นต้นไม้ เหมือนหนีตาย และก็ตามคาด ไม่นานเสียงคำรามของหมีก็ดังตามมา
“จันทร์เสี้ยวใหญ่กับจันทร์เสี้ยวเล็กทำแม่ของขึ้นอีกแล้ว ฟังจากเสียง เจ๊หมีดำโกรธจนจักระกระหม่อมจะเปิดแล้วมั้ง”
คนที่มาช่วยคือเสี่ยวเซิน g-kเลี้ยงหมีบ่อย ๆ คุ้นเคยกับเสียงเจ๊หมีดำดี
และครึ่งนาทีต่อมา เจ๊หมีดำก็วิ่งดึ๋งดั๋งมา ร่างอวบอ้วนส่ายไปมา มุ่งเป้าไปที่ต้นไม้
เสี่ยวเซิน ที่ตามใจลูกหมีเป็นพิเศษ รีบถือชามผลไม้ ราดน้ำผึ้งอย่างลวก ๆ แล้ววิ่งไปดักหน้าเจ๊หมีดำ
“เจ๊หมี เจ๊หมี อย่าโกรธเลย ลูกตัวเองทั้งนั้น อย่าโมโห เดี๋ยวเสียสุขภาพ ไม่มีใครมาแทนเจ๊ได้นะ”
เจ๊หมีดำถลึงตาเล็ก ๆ ใส่ เสี่ยวเซิน แล้วมองต่ำลงไปที่ชามผลไม้ในมือเขา
ความโกรธที่เดือดพล่านลดลงฮวบฮาบด้วยกลิ่นหวานหอมของผลไม้และน้ำผึ้ง
เธอคว้าชามผลไม้ นั่งลงใต้ต้นไม้เริ่มกิน
บนต้นไม้ ลูกหมีสองตัวมองแม่สวาปามของอร่อย น้ำลายไหลย้อยลงมา แทบจะเป็นสาย!
เฉินอิ่งฉวยโอกาสถ่ายรูปและโพสต์ลงบัญชีส่วนตัวที่ไม่ได้อัปเดตมานาน
[จากสายตาพิฆาตของแม่หมีและการลงโทษด้วยของอร่อย.jpg]
ข้างล่างเลย์เอาต์เก้าช่องยังมีรูปซูมรายละเอียดน้ำลายลูกหมีที่ไหลย้อยลงมา
ทันใดนั้นแฟนคลับที่รอคอยอย่างกระหายก็ระเบิดหัวเราะ