- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 260 ลงมาเถอะ คนดีของพี่ 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 260 ลงมาเถอะ คนดีของพี่ 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 260 ลงมาเถอะ คนดีของพี่ 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 260 ลงมาเถอะ คนดีของพี่
จี้ซินรอในรถ ขณะที่เฉินอิ่งลงไปเดินอ้อมไปอีกฝั่ง มองขึ้นไปที่ลิงซ์บนเสาไฟฟ้า
ความเคลื่อนไหวของเขาดึงดูดความสนใจของคนแถวนั้น มีคนร้องอุทานและเริ่มเดินเข้ามาถ่ายรูปและวิดีโอ
เห็นได้ชัดว่าเสียงตะโกนของพวกเขาทำให้ลิงซ์ตกใจ
เจ้าก้อนทองคำอยากกระโดดลงมา แต่กลัวคนข้างล่างจะทำร้าย ลองแหย่เท้าออกมาหลายครั้งแล้วก็หดกลับ
“รบกวนช่วยออกจากพื้นที่ด้วยครับ เราต้องช่วยเหลือลิงซ์ตัวนี้”
“คุณก็ช่วยไปสิ เราไม่ได้ขวางทางสักหน่อย”
ชายหนุ่มผมแซมน้ำเงินแสยะยิ้ม จงใจหันกล้องมือถือใส่เฉินอิ่ง
“ขอทางหน่อยครับ เราต้องกู้ภัยสัตว์”
“ไม่ได้ยินหรือไง ช่วยไปสิ ฉันไม่ได้ห้าม ถ่ายรูปแล้วมันผิดตรงไหน จะกัดฉันเหรอ?”
ผู้หญิงสองคนข้าง ๆ ดูอาย ๆ พยายามดึงแขนเขา แต่เขาสะบัดออก
“เฮ้ย พี่ชาย วันนี้ฉันจะถ่าย มีปัญหาอะไรไหม คิดว่าจะตีฉันได้เหรอ?”
คิดว่ารถที่นั่งมาเป็นของสถานีพิทักษ์ป่าแล้วจะกร่างได้เหรอ?
เฉินอิ่งมองเขาแวบหนึ่ง ไม่พูดอะไรอีก หยิบโทรศัพท์โทรหาตำรวจป่าไม้
“ครับ พิกัด xx ครับ กลุ่มนักศึกษามั้ง ขัดขวางการปฏิบัติงานกู้ภัยสัตว์ป่าติดค้าง และเพิกเฉยต่อคำเตือนขับรถเข้าพื้นที่หวงห้าม อืม เช็กได้ครับว่ามาจากมหาลัยไหน แล้วติดต่อทางมหาลัยให้รับทราบ เดี๋ยวผมจะรายงานผู้บังคับบัญชาด้วย”
ได้ยินเฉินอิ่งพูด สีหน้าผู้หญิงสองคนและผู้ชายเปลี่ยนไปทันที
“ไม่นะ คุณทำแบบนี้ได้ไง”
ผู้หญิงคนหนึ่งเกือบร้องไห้ ใครเขาแจ้งมหาลัยกันดื้อ ๆ แบบนี้?
“กลัวบ้าอะไร แจ้งมหาลัยแล้วไง เขาจะห้ามไม่ให้ฉันจบเหรอ? ปัญญาอ่อน!”
ผู้ชายที่ถือมือถือถ่ายรูปทำท่าจะพุ่งใส่เฉินอิ่ง แต่ถูกผู้หญิงอีกคนดึงไว้ เธอคนนี้ดูมีสติกว่าหน่อย
ด้วยแรงของเพื่อนสองคน ชายหนุ่มถูกลากกลับไปที่รถ
ชายหนุ่มอีกคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างรถกระบะ คุยกับอินลี่อยู่ สงสัยกับท่าทางแปลก ๆ ของเพื่อน เลยถามลอย ๆ พอรู้ว่าเฉินอิ่งโทรแจ้งความ หน้าเขาก็ถอดสีทันที
“ผอ.อิน ลูกน้องคุณทำเกินไปไหมครับ?”
“อ้อ เขาไม่ใช่ลูกน้องผม” อินลี่หัวเราะ โชว์ฟันขาววับ “เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญภายนอกของเรา และเป็นที่ยอมรับขององค์กรอนุรักษ์ในประเทศหลายแห่ง เรื่องกู้ภัยสัตว์ป่า เราฟังคำสั่งเขาหมด”
ไฉ่ร่างและลูกทีมอีกสองสามคนก็สนับสนุน
“อาจารย์ของเขาดูเหมือนจะเป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการนี้ คอนเนกชันกว้างขวางมาก พวกคุณไปขอโทษและยอมรับผิดดีกว่า แล้วเราจะได้จบเรื่องกัน”
“เป็นไปไม่ได้ . . .”
ไอ้หนุ่มถ่ายรูปคำราม แต่แล้วก็เห็นประตูรถอีกคันเปิดออก และชายคนหนึ่งก้าวลงมา
“จี้ซิน?”
“ฉันอัดวิดีโอเหตุการณ์ทั้งหมดไว้แล้ว ถ้ามหาลัยสอบสวน ฉันจะรายงานความจริง”
“นายบ้าหรือเปล่า?”
“ฉันอาจจะบ้า แต่พวกนายน่ะเกินเยียวยา แต่เมื่อทำผิดกฎหมาย ก็ต้องมีตำรวจ”
พวกเขาอยู่ไม่ไกลจากจุดตรวจ ตำรวจป่าไม้จะมีเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนแถวนี้ช่วงนี้พอดี และพอได้รับสายจากเฉินอิ่ง รถที่มีเจ้าหน้าที่สี่คนก็มาถึงอย่างรวดเร็ว
เห็นเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบลงมาจากรถ น้ำตาผู้หญิงสองคนก็ร่วงเผาะ
“ผอ.อิน หมอเฉิน พวกคุณแจ้งตำรวจเหรอครับ?”
“ผมเอง” เฉินอิ่งยกมือ “มีลิงซ์ติดอยู่ข้างบน ตอนนี้ดูไม่ออกว่าบาดเจ็บไหม ผมต้องช่วยมัน แต่นักศึกษาพวกนี้ยืนขวางอยู่ใต้เสาถ่ายรูป ขัดขวางการทำงานและทำให้ลิงซ์ตกใจ”
ได้ยินเฉินอิ่งพูด ผู้หญิงสองคนอยากจะแก้ตัว แต่จี้ซินแทรกขึ้น
“ผมมีวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นหลักฐาน ถ้าต้องการ ผมส่งให้ได้เลยครับ”
“จี้ซิน นี่มันเกินไปแล้วนะ”
“เกินไปตรงไหน? พวกนายไม่ได้ทำผิดเหรอ หรือฉันใส่ร้าย? พวกนายจะสอบต่อปริญญาโทไม่ใช่เหรอ? ไม่ได้เรียนวิชากฎหมายและการเมืองมาเหรอ? ละเลยกฎหมายพื้นฐานแล้วยังมาขู่ฉันอีก?”
ไอ้หนุ่มผมน้ำเงินโกรธจนตาแดงก่ำ จะพุ่งใส่จี้ซิน แต่โดนตำรวจขวางไว้
“พ่อหนุ่ม ใจเย็นหน่อย ต่อหน้าตำรวจยังกล้าลงไม้ลงมือ อารมณ์ร้อนน่าดูนะเรา?”
เห็นรอยยิ้มกึ่งเยาะบนหน้าเจ้าหน้าที่ ผมน้ำเงินก็สะดุ้งได้สติ
“ขอโทษครับ ผมแค่โมโหนิดหน่อย”
“มีอะไรให้โมโห? มีป้ายห้ามขับรถส่วนตัวเข้าทุ่งหญ้าตลอดทาง จะสอบปริญญาโท อ่านหนังสือไม่ออกเหรอ? อีกอย่าง คุณอาจไม่อยากช่วยกู้ภัยสัตว์ป่า แต่คุณขัดขวางไม่ได้ ดูท่าทางกร่างไม่เบานะ”
ภายใต้กล้องบันทึกภาพของตำรวจ นักศึกษาสี่คนหน้าซีดเผือก ยอมรับผิดแต่โดยดี
เฉินอิ่งขี้เกียจเสวนากับพวกเขา เรียกจี้ซินมาช่วย
“ฉันจะปีนขึ้นไปเอามันลงมา นายช่วยดูข้างล่างให้หน่อย”
“เราไม่มีอุปกรณ์นะพี่อิ่ง พี่จะปีนยังไง?”
“ในรถมีรองเท้าปีนเสา เดี๋ยวฉันไปเอา”
ได้ยินดังนั้น ลูกทีมคนหนึ่งรีบดึงชุดรองเท้าปีนเสาออกมาจากใต้เบาะรถกระบะ
เครื่องมือสำคัญสำหรับช่างไฟ ใช้ปีนเสาไม้หรือเสาคอนกรีตเวลาออกตรวจงาน
เฉินอิ่งเตรียมเนื้อแห้ง ใส่รองเท้าปีนเสา หยิบเชือกกู้ภัย และเริ่มปีนอย่างช้า ๆ
อินลี่และไฉ่ร่างยุ่งอยู่กับรถกระบะอีกฝั่ง ชำเลืองมองเฉินอิ่งเป็นระยะด้วยสีหน้าหนักใจ
นี่เป็นงานที่น่าเบื่อหน่ายที่สุด รู้ว่าไม่คุ้มค่าเหนื่อยแต่ก็ต้องช่วย
หลังจากลากรถขึ้นมาได้ อินลี่ไม่พูดกับพวกเขาอีกเลย
ยังไงซะ ตำรวจก็อยู่แล้ว ที่เหลือไม่ใช่หน้าที่เขา
“ลิงซ์ขึ้นไปได้ไง?”
“ไม่รู้สิ อาจโดนไล่ล่ามา?”
ทุ่งหญ้านี้ไม่น่าจะมีบันทึกเรื่องเสือดาวหิมะ ลิงซ์โผล่มาหลายครั้งแล้ว แต่สัตว์อะไรจะเป็นภัยคุกคามต่อลิงซ์ได้ล่ะ?
หลังจากจัดการคนพวกนั้นเสร็จ ตำรวจสั่งให้พวกเขาออกไปทันทีและไปรับโทษที่จุดตรวจสุดท้ายก่อนออกจากเขตอนุรักษ์
โทษในประเทศส่วนใหญ่ตอนนี้เป็นค่าปรับ รุนแรงที่สุดคือห้ามเข้าพื้นที่
สำหรับพวกอวดดีที่ไม่ฟังคำเตือนแบบนี้ ทั้งเจ้าหน้าที่สถานีพิทักษ์ป่าและตำรวจป่าไม้ไม่มีความเห็นใจให้แม้แต่น้อย
เห็นรถพ้นอันตรายแล้ว ก็ไล่ให้รีบไป
ผมน้ำเงินมองมาและถามอย่างไม่พอใจว่าทำไมจี้ซินถึงอยู่ได้ ทั้งที่ไม่ใช่คนของสถานีและไม่ใช่สมาชิกองค์กรอนุรักษ์
อินลี่เดินผ่านมาพอดี ได้ยินเข้าเลยกวักมือเรียกจี้ซิน
“มานี่ ยื่นบัตรอนุญาตให้คุณตำรวจดูหน่อย”
จี้ซินรีบหยิบบัตรอนุญาตออกจากช่องกระเป๋ากล้อง
เขาขอมาก่อนเข้าพื้นที่ ที่ศูนย์อนุรักษ์ และมันระบุชัดเจนว่าเขาได้รับอนุญาตให้เข้ามาในฐานะช่างภาพติดตาม
เห็นแบบนั้น ผมน้ำเงินกัดฟันกรอด มองจี้ซินตาขวางไม่พูดอะไร และกระแทกประตูปิดดังปัง แรงจนรถสั่น
รุ่นพี่คนขับหน้าซีด ก้มหน้า สักพักก็ขอโทษตำรวจ ควบคุมอารมณ์ แล้วมองจี้ซินด้วยสายตาซับซ้อนก่อนขึ้นรถ
ผู้หญิงสองคนไม่กล้าพูดอะไร เดินตามไปอย่างว่าง่าย
แต่ตอนรถออกตัว ผู้หญิงคนที่ดูมีสติกว่ามองจี้ซิน ขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนอยากจะพูดอะไร แต่ยังไม่ทันพูด รถก็กระชากออกตัวและเร่งความเร็วจากไป
จี้ซินไม่เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ ยืนถือกล้องอยู่ข้างรถ ถ่ายรูปเฉินอิ่งปีนเสาไปช่วยลิงซ์
ตำรวจป่าไม้สี่นายก็หยิบกล้องบันทึกภาพการปฏิบัติงานออกมาบันทึกการกระทำของเฉินอิ่ง
ยังไงซะ เสาไฟก็ยังมีไฟอยู่ โดนไฟดูดไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
“ไม่ต้องกลัว เจ้าตัวเล็ก ฉันมาช่วยแล้ว”
เฉินอิ่งไม่ผลีผลามแตะตัวเจ้าตัวเล็ก
มีช่องว่างระหว่างคานขวางกับสายไฟบนยอดเสาที่ลิงซ์ซ่อนตัวอยู่ เขากลัวว่าถ้ามันดิ้นแรงเกินไปแล้วโดนไฟดูด คงไม่ดีแน่
ลิงซ์ดูไม่ดุร้ายเท่าไหร่ เสียงร้องหงิง ๆ แผ่วเบาและท่าทางน่าสงสารทำเอาใจอ่อน
หลังจากปล่อยให้มันคุ้นกลิ่น เฉินอิ่งยื่นมือไปแตะอุ้งเท้ามัน
เจ้าตัวเล็กไม่ดิ้น กลับเลียมือเขาเบา ๆ อย่างหยั่งเชิง
เฉินอิ่งล็อกเข็มขัดนิรภัยรอบเอว มั่นใจว่าที่รัดเท้าจะไม่ลื่นหลุด แล้วปล่อยมือทั้งสองข้าง จับขาหน้าลิงซ์ไว้
“มา ช้า ๆ เข้ามาในอ้อมกอดฉัน”
เขาปลอบประโลมเบา ๆ ค่อย ๆ ชักนำลิงซ์ให้ไถลลงมาตามช่องว่างสู่ยอดเสา
โชคดีที่ลิงซ์ตัวไม่ใหญ่ พอเข้ามาในอ้อมกอด มันก็กอดคอและไหล่เฉินอิ่งแน่น
เฉินอิ่งดึงเชือกกู้ภัยออกมา มัดลิงซ์ติดกับตัว แล้วเอาเสื้อคลุมหัวมันไว้ก่อนจะค่อย ๆ ไต่ลงมา
เขาไม่ชำนาญการใช้ที่รัดเท้า ขาขึ้นไม่เท่าไหร่ แต่ขาลงนี่สิ ติดขัดตลอด ต้องใช้เวลาเป็นสองเท่ากว่าจะพาลิงซ์ลงมาได้อย่างปลอดภัย
มีลูกละมั่งทิเบตที่ต้องกู้ภัยสองตัวอยู่ท้ายรถกระบะ เฉินอิ่งเลยให้จี้ซินนั่งข้างคนขับ ส่วนเขานั่งกระบะหลังกอดลิงซ์ไว้ กันมันตกใจแล้วดิ้นพล่าน ซึ่งอาจทำให้บาดเจ็บได้
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรต้องจัดการแล้ว ตำรวจป่าไม้ก็แยกตัวไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ
เฉินอิ่งและพวกเดิมทีวางแผนจะอยู่ที่นั่นสองวันเพื่อให้แน่ใจว่าละมั่งทิเบตจะไม่ย้ายถิ่นไปไกลหรือจากไปก่อนกลับสถานีพิทักษ์ป่า แต่ตอนนี้มีลิงซ์เพิ่มมาอีกตัว ต้องกลับไปเช็กอาการมันก่อน
“เจ้าตัวเล็กนี่เป็นไงบ้าง?”
“ไม่ค่อยดี” เฉินอิ่งเก็บชุดปฐมพยาบาล “ผมสงสัยว่าลิงซ์ตัวนี้เป็นโรคหัวใจแต่กำเนิด แล้วก็มีอะไรผิดปกติที่ท้องขวา ต้องตรวจละเอียดกว่านี้”
ด้วยมือเปล่า เขาบอกได้แค่ว่ามีปัญหาในท้องลิงซ์ แต่ระบุไม่ได้ว่าคืออะไร
ยังไงซะ ลิงซ์ก็ดูไม่สดชื่นและหัวใจเต้นผิดจังหวะ
“โอเค ไฉ่ร่างพาสองคนกลับไปก่อน ผมจะอยู่ที่นี่กับคนอื่นอีกสองวันแล้วค่อยกลับ”
งานต้องทำ การกู้ภัยต้องดำเนินต่อ ไม่มีทางเลือกนอกจากแยกกัน
“ทำไมคุณกับพี่อิ่งไม่กลับไปก่อนล่ะครับ? ผมอยู่กับทีมที่นี่ได้สองวัน”
“พูดไร้สาระอีกแล้ว บอกให้ไปก็ไปสิ นายทำงานไม่หยุดมาเดือนนึงแล้ว ถือโอกาสลาพักร้อนประจำปีไปเลย เมียนายใกล้คลอดแล้วไม่ใช่เหรอ? สองคนแรกนายก็ไม่ได้อยู่ด้วย คราวนี้ต้องอยู่ข้าง ๆ เธอให้ได้นะ”
พอพูดถึงเมีย ไฉ่ร่างก็ได้แต่หัวเราะแหะ ๆ และยอมกลับก่อน
ครอบครัวไฉ่ร่างอยู่ในเมืองอำเภอที่ใกล้ที่สุด เมียเขาเป็นข้าราชการและสนับสนุนงานเขา ยอมทนลำบากและเหงา
“พี่ไฉ่ร่างครับ ถ้าลูกคลอดแล้ว ผมไปเยี่ยมได้ไหมครับ?”
ช่วงเวลานี้จี้ซินคิดอะไรบางอย่างได้ เขาอยากใช้เวลาช่วงดร็อปเรียนทำโปรเจกต์ถ่ายภาพพิเศษเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนในพื้นที่ไร้มนุษย์
ความงามของโลกใบนี้คงอยู่ได้เพราะมีคนที่แบกรับภาระหนักอึ้งและก้าวต่อไปอย่างเงียบ ๆ
ต่อให้มีคนเห็นน้อยนิด แต่ความยากลำบากของทีมลาดตระเวนจะไม่ถูกฝังลืมไปพร้อมกับความมืดมิด