เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 245 แค่อยากถามว่า มีลูกหมีตัวไหนชีวิตบัดซบกว่าจือหม่าอีกไหม 💸

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 245 แค่อยากถามว่า มีลูกหมีตัวไหนชีวิตบัดซบกว่าจือหม่าอีกไหม 💸

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 245 แค่อยากถามว่า มีลูกหมีตัวไหนชีวิตบัดซบกว่าจือหม่าอีกไหม 💸


ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 245 แค่อยากถามว่า มีลูกหมีตัวไหนชีวิตบัดซบกว่าจือหม่าอีกไหม

เฉินอิ่งไม่กล้าบอกเสี่ยวเซิน กลัวว่าถ้าเขารู้ว่าแม้แต่เมินตุนเอ๋อร์ยังผิดหวังในตัวเขาอย่างแรง เขาอาจจะนอนกัดผ้าห่มร้องไห้ทั้งคืน

เขาวางกระเป๋าลงแล้วไปช่วยเมินตุนเอ๋อร์ดูแลลูก ๆ

สามแสบกำลังก่อความวุ่นวายได้ที่ และได้ยินเสียงร้องแหลมสามเสียงดังมาแต่ไกล

ในรัศมียี่สิบเมตร ไม่มีหนูหรือนกให้เห็นสักตัว

พอดูใกล้ ๆ ในรัง ลูกหมีสามตัวยังคลานไม่แข็งเลย แต่กัดกันนัวเนีย ร้อง “โฮก~ โฮก~”

เขาลองคลำพุงน้องเล็ก อืม กลมป๊อกแน่นเปรี๊ยะ

ไม่ต้องพูดถึงพี่ใหญ่ กับพี่รอง พวกนั้นตัวกลมเป็นข้าวปั้นอยู่แล้ว

น้องเล็กถึงจะตัวเล็กแต่ใจนักเลง พูดน้อยต่อยหนัก สไตล์การต่อสู้เหมือนนักเลงข้างถนน กัดหน้า กัดนิ้วเท้า กัดตูด

แม้พี่ใหญ่กับพี่รองจะตัวใหญ่กว่าน้องเล็ก แต่ตัวต่อตัวก็สู้ไม่ได้

พอรุมสองต่อหนึ่ง สู้ไปครึ่งทางก็หันมาตีกันเอง น้องเล็กแทบไม่ต้องออกแรง พี่ชายสองตัวก็กลิ้งเป็นลูกบอลไปเอง

เฉินอิ่งอุ้มน้องเล็กขึ้นมา วางบนกองใบไผ่ให้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก

น้องเล็กเดินวนอย่างระแวดระวัง แล้วกระดึ๊บ ๆ ไปข้างหน้าอย่างร่าเริง

ขณะที่พี่หนึ่งพี่สองตีกันอยู่ ก็รู้สึกผิดปกติ ดมฟุดฟิด ร้องเรียกสองที แล้วชะงัก

แย่แล้ว น้องเล็กหายไปจากสายตา

พี่หนึ่งพี่สองค้นรังอย่างบ้าคลั่ง พยายามขุดน้องเล็กออกจากทุกซอกทุกมุม

เฉินอิ่งมองดูแล้วรู้สึกว่าพวกมันดูทึ่ม ๆ ชอบกล

หวังว่าจะไม่ได้รับมรดกความทึ่มมาจากแม่นะ

ชื่อ ‘เมินตุนเอ๋อร์[1]’ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากความทึ่มของเธอล้วน ๆ

เห็นน้องเล็กกลิ้งไปไกลเกิน เฉินอิ่งรีบอุ้มกลับมาวางในรัง

พี่หนึ่งพี่สองกระโจนใส่น้องเล็กที่ดูเหมือนร่วงลงมาจากฟ้า กดน้องไว้ข้างล่าง ทำเอาน้องเล็กร้องโหยหวนด้วยความหงุดหงิด พยายามดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อคลานออกมา

หลังจากนั้นน้องเล็กก็ยังพยายามจะคลานออกมา แต่ทางออกไม่ง่ายเหมือนเดิมแล้ว เฉินอิ่งเพิ่มระดับความยากเพื่อป้องกันการหลบหนี

เฉินอิ่งกำลังเพลิดเพลินกับการเล่นกับสามแสบ จู่ ๆ ก็สังเกตเห็นแพนด้าวัยรุ่นตัวหนึ่งที่มีลายขาวดำเป็นหย่อม ๆ เดินช้า ๆ ผ่านหน้าไป ดูเหมือนขาหน้าขวาจะบาดเจ็บเล็กน้อย

เขาคิดว่ากับดักแถวนี้ถูกเคลียร์ไปหลายรอบแล้ว ไม่น่าจะมีหลงเหลือ อาการบาดเจ็บน่าจะเป็นอุบัติเหตุมากกว่า

เฉินอิ่งหยิบวิทยุสื่อสารเรียกทีมอนุรักษ์แพนด้า ไม่นานชายหนุ่มในชุดมาสคอตแพนด้าก็วิ่งเหยาะ ๆ เข้ามา

เฉินอิ่งชี้จุดที่แพนด้าบาดเจ็บอยู่ ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเรียกกำลังเสริม เตรียมจับแพนด้า

แต่ยังไม่ทันไปถึง แพนด้าต้องสงสัยว่าบาดเจ็บก็เดินเข้ามาหาเอง พร้อมกับร้องโหยหวนมาตลอดทาง

“โฮ ๆ สัตว์สองขา ในที่สุดฉันก็เจอนาย”

เชี่ย จือหม่า! จือหม่าเหรอ?

เฉินอิ่งสะดุ้ง ลุกพรวดพราดวิ่งเข้าไปกอดจือหม่า

“อิง อิง อิง, อ๊าา~”

น้ำเสียงจือหม่าเปลี่ยนไปมาอย่างดราม่า ใครฟังก็รู้ว่าเจอปัญหาหนักมา โดยไม่ต้องรู้ภาษาสัตว์

“เป็นอะไรไป? ทะเลาะกับแม่อีกแล้วเหรอ?”

“เปล่าเลย ไอ้ตัวใหญ่นั่นต่างหาก มันเล่นไม่ซื่อ ฉันเพิ่งขวบกว่า ๆ มันก็ไล่ฉันออกจากอกแม่แล้ว”

เฉินอิ่งชะงัก แล้วนึกขึ้นได้ว่าเจ้าถิ่นเดิมของป่าคือแพนด้าตัวผู้จอมกร่างตัวนั้น แม้นักเลงข้างถนนยังต้องรักษาระยะห่าง

เฉินอิ่งนั่งลงสำรวจจือหม่าซ้ายขวา มั่นใจว่าไม่มีปัญหาอื่น แล้วยกขาหน้าขวาขึ้นดู เห็นเล็บฉีกเข้าไปในเนื้อ มิน่าล่ะถึงเดินกะเผลก

“ไปโดนอะไรมา?”

จือหม่าเลียอุ้งเท้าอย่างไม่ใส่ใจ

“เกาะไม่ดีตอนลงจากต้นไม้เลยลื่น ตอนนี้ดีขึ้นเยอะแล้ว ตอนเจ็บใหม่ ๆ เจ็บมาก ไม่กล้าเดินเลย นอนใต้ต้นไม้ทั้งคืน”

จือหม่าซุกตัวเข้าหาอกเฉินอิ่ง

“ฉันหิวมาก อยากกินของอร่อยนั่น”

“โอเค เดี๋ยวพาไปทำแผล แล้วให้พ่อเสี่ยวเซินทำขนมปังข้าวโพดอร่อย ๆ ให้กินนะ”

เมื่อก่อนเสี่ยวเซินดูแลจือหม่าเป็นหลัก ตอนนี้จือหม่ากลับมา เขาคงดีใจที่สุด

เฉินอิ่งนึกถึงทริปซานเจียงที่จะไปดูละมั่งทิเบต พอดีเลย ทิ้งจือหม่าไว้เป็นเพื่อนเสี่ยวเซิน

ชายหนุ่มในชุดแพนด้าหลายคนมองเฉินอิ่งด้วยความทึ่ง

พี่อิ่งสุดยอดจริง ๆ ขนาดแพนด้ายักษ์ยังยอมกระโจนใส่อ้อมกอดเอง

“ตัวนี้เป็นลูกแพนด้าที่เราเคยช่วยไว้ ชื่อจือหม่า ใครก็ได้มาช่วยพาไปสถานีฉุกเฉินหน่อย ช่วยตรวจร่างกายละเอียดให้ที”

เฉินอิ่งวางแผนจะช่วยกันแบกจือหม่ากลับไปกับอีกคน

เจ้าหมีทึ่มนี่เห็นแผลที่เริ่มติดเชื้อเป็นเรื่องเล็ก เลียแผลทุกวันแล้วรีบเดินต่อ

ถ้าไม่รักษาให้ดี อาจกระทบชีวิตในอนาคตได้

ที่สำคัญกว่านั้น ถ้าแผลติดเชื้อ อาจถึงตายได้เลย

เฉินอิ่งโทรหาเสี่ยวเซิน ซึ่งเตรียมพร้อมอยู่ที่สถานีฉุกเฉินแล้ว จือหม่าจะได้กินขนมปังข้าวโพดและนมที่โหยหาเร็ว ๆ นี้

เสี่ยวเซินเริ่มนึ่งขนมปังข้าวโพดที่เตรียมไว้ทันทีที่วางสาย จากนั้นเขาก็มายืนเขย่งเท้าชะเง้อรอที่ทางแยก เผื่อจะได้เห็นจือหม่าเร็วขึ้นอีกวินาทีเดียว

เมินตุนเอ๋อร์นอนอยู่ใต้โครงไม้ กินไปงีบไป เห็นท่าทางเสี่ยวเซิน ก็คลานมาดูด้วยความอยากรู้ นั่งพิงต้นไม้ ดึงหน่อไม้มากินเล่นชิล ๆ

สุดท้ายต้องใช้คนสามคนผลัดกันแบกจือหม่ากลับมา

พอถูกวางลง เจ้าตัวเล็กก็ทิ้งตัวแผ่เป็นแพนเค้กหมีทันที

เห็นเสี่ยวเซินและได้กลิ่นคุ้นเคย จือหม่าก็กอดขาเขาแน่น

เมินตุนเอ๋อร์ลืมเคี้ยวไผ่ในปาก มองเฉินอิ่งอย่างไม่เชื่อสายตา

“ไอ้ตัวเล็กนี่มาได้ไง? แม่ฉันล่ะ?”

“แม่เธอหา ‘พ่อใหม่’ ให้เธอไง จือหม่าโดน ‘พ่อใหม่’ ไล่ออกจากบ้าน เลยดั้นด้นมาขอความช่วยเหลือ”

เมินตุนเอ๋อร์ช็อกจนร้องเสียงหลง เดินเหยาะ ๆ เข้ามาสำรวจจือหม่า กอดและตรวจดูซ้ายขวา

จือหม่านิสัยดี ยอมให้พี่สาวจับหมุนไปมา แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจ ผลักพี่ออก แล้วบอกว่า “ขอกินอะไรก่อนได้ไหม? หิว!”

ขณะที่เมินตุนเอ๋อร์วุ่นวายกับจือหม่า เสี่ยวเซินวิ่งไปเอานมและขนมปังข้าวโพดมาให้

เขายังคว้ามีดดายหญ้า สับหน่อไม้มาโหลหนึ่ง เลาะใบเสียออก ตัดเป็นท่อนพอดีคำ กองไว้ข้าง ๆ จือหม่า

เฉินอิ่งไปหยิบเครื่องมือมาตัดแต่งเล็บที่ฉีกของจือหม่า ทำความสะอาดสิ่งสกปรกและใส่ยา

ถ้าไม่ติดเชื้อนิดหน่อย ก็แทบไม่ต้องทำอะไรเลย

สัตว์ป่าบาดเจ็บเป็นเรื่องปกติ ส่วนใหญ่หายเอง ถ้าหายเองไม่ได้จริง ๆ ก็ไปอ้อนยมบาลเอา เผื่อชาติหน้าเกิดเป็นสัตว์เลี้ยงคุณหนู

ชายหนุ่มชุดแพนด้าสองคนส่งจือหม่าเสร็จก็รีบกลับไป

สามแสบนั่นประมาทไม่ได้เลย

หลังจากดูอยู่พักหนึ่ง สัญชาตญาณความเป็นแม่ของเมินตุนเอ๋อร์ก็กลับมาทำงาน

เธอเดินส่ายตูดกลับไปให้นมลูก ช้าและอิดออดเหมือนพ่อแม่ที่ถ่วงเวลาอยู่ใต้ตึก ไม่อยากขึ้นบ้านหลังเลิกงาน

ลุงจ้าวและลุงอี้ได้ข่าวว่าจือหม่ากลับมา ก็รีบมาหา

ลุงอี้ถึงกับทำม้าโยกให้จือหม่า และเช็กของเล่นกับอุปกรณ์ทั้งหมดที่สถานีอีกรอบ ทำชิงช้ายางรถยนต์ใหม่อีกสองอัน

ลุงจ้าวรับผิดชอบซ่อมโครงไม้และแท่นนอน แกยังจัดพื้นที่ที่เคยเป็นห้องคลอดของเมินตุนเอ๋อร์ใหม่ ทำแท่นไม้ยกสูงสามสิบเซน ยาวสามเมตร กว้างเมตรครึ่ง ให้จือหม่านอน

จือหม่าดูเหมือนจะจำได้ว่าสัตว์สองขาแก่สองตัวนี้เคยเห็นมาก่อน และยังจำเตียงใหญ่กับชิงช้าตัวโปรดได้

หลังจากถูกเลี้ยงแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ แล้วโดนไล่ออกมาตั้งแต่เด็ก จือหม่าผ่านความยากลำบากมามาก ในที่สุดก็เจอที่ที่มีคนดูแลและรักมัน

คืนนั้นจือหม่าหลับฝันดี

เสี่ยวเซินลุกขึ้นมาดูสองสามครั้งกลางดึก กลัวมันหิวหรือกลัว

จือหม่าหลับยาวจนถึงเช้า เมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นเสี่ยวเซินกำลังคัดหน่อไม้อยู่หน้าประตู

จือหม่าเดินไปนั่งข้างเสี่ยวเซิน ซุกหัวเข้าหาอกเขา เรียกร้องให้ลูบและนวดให้

ใจเสี่ยวเซินแทบละลาย เขาปลอบจือหม่าสักพัก เอาใบไผ่อ่อนที่สุดให้ เอาขนมปังข้าวโพดและนมมาให้ แถมด้วยแอปเปิ้ลอร่อย ๆ และแครอทหวาน ๆ

ขณะจือหม่ากิน มันก็นอนลง ยกขาเล็ก ๆ ข้างหนึ่งพาดบนขาเสี่ยวเซิน บังคับให้นวดให้

เฉินอิ่งถือแก้วน้ำยืนดูจากระเบียงชั้นสอง กลอกตาบน

นี่มันละครฉากลูกคนเล็กเจ้าของที่ดินผู้เอาแต่ใจกับคนรับใช้ส่วนตัวชัด ๆ

“เสี่ยวเซิน เพลา ๆ หน่อย อย่าตามใจจือหม่ามากเกินไป ไม่งั้นมันจะเคยตัวและใช้ชีวิตเองลำบากนะ” เขาเตือน

ได้ยินเฉินอิ่งพูด เสี่ยวเซินลังเลนิดหน่อยแล้วดึงมือกลับ

จือหม่าไม่พอใจ เงยหน้าขึ้นร้องใส่เฉินอิ่งสองที

“เมื่อไหร่ที่ฉันอยู่เองไม่ได้ฮะ? ฉันแค่อยากให้นวด ไม่ได้ให้หาอาหารให้ซะหน่อย”

อาหารมาเสิร์ฟถึงที่โดยไม่ต้องกระดิกนิ้ว ยังกล้าบอกว่าไม่ต้องให้ใครหาอาหารให้อีก?

เฉินอิ่งวางแก้วลง เริ่มกังวล ลูบคางครุ่นคิดเกี่ยวกับยีนของแม่หมี

คนโต เมินตุนเอ๋อร์ คนรอง เจ้าขาวใหญ่ ไม่รู้ว่ามีตัวที่สามไหม แล้วก็จือหม่า

ดูเหมือนจะเพี้ยน ๆ กันหมด!

อีกอย่างด้วยฝีมือแม่หมี ถ้าเธอไม่อยากจริง ๆ แพนด้าตัวผู้นักสู้นั่นจะไล่จือหม่าออกมาได้เหรอ?

เขารู้สึกตะหงิด ๆ ว่าจือหม่าอาจปิดบังอะไรบางอย่าง แต่คิดไปก็ป่วยการ จือหม่ามาถึงนี่แล้ว จะไล่ไปตอนนี้ก็ไม่ได้

ปล่อยให้มันพักผ่อนให้เต็มที่เถอะ ไม่ช้าก็เร็ว เจ้านี่ก็ต้องไป

จะไปสู้พี่ชายหรือเอาชนะพี่สาวได้เหรอ?

รายนี้มันอ่อนแอยิ่งกว่าอ่อนแอ

เจ้าขาวใหญ่และเจียวเจียว พร้อมลูกสองตัว หายหัวไปไหนไม่รู้

น่าจะเดินตามทางเดินสัตว์ในร่องหมีเฒ่าเข้าไปในป่าลึก

เลโอ อายุน้อยกว่าจือหม่าไม่เท่าไหร่ น่าจะแยกตัวไปอยู่เองได้ภายในสิ้นปีนี้ และใช้เวลาอีกปีสองปีปรับตัวในป่าก่อนเริ่มฝึกเพื่อแย่งชิงคู่

ส่วนลูกหมีปกติควรอยู่ต่ออีกครึ่งปีค่อยแยกตัว แต่เจ้าขาวใหญ่และเจียวเจียวอาจกระตุ้นให้แยกเร็วขึ้นเพราะวางแผนจะมีลูกเพิ่ม

พวกเขาคงไม่ตรงไปตรงมาเหมือนแม่หมี คงปล่อยให้เจ้าตัวเล็กไปอยู่ในอาณาเขตพี่ชายเลโอ หรือแถว ๆ อาณาเขตตัวเองสักพัก

เจ้าขาวใหญ่ที่เตร็ดเตร่ไปไกล ไม่รู้เลยว่าน้องชายตัวเองมาขอพึ่งพิงสัตว์สองขา ไม่งั้นคงกลับมาลากจือหม่าไปด้วยแล้ว

ยังไงซะ ส่งไปหนึ่งตัว หรือปล่อยไปสองตัว การมีตัวที่สามโผล่มา อาจช่วยกระตุ้นสัญชาตญาณการแข่งขันให้หลาน ๆ ได้บ้าง

[1] ทึ่ม/ทื่อ

จบบทที่ ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 245 แค่อยากถามว่า มีลูกหมีตัวไหนชีวิตบัดซบกว่าจือหม่าอีกไหม 💸

คัดลอกลิงก์แล้ว