- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 235 จิ้งจอกน้อยแสนฉลาด เกาะขาใหญ่เข้าไว้ 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 235 จิ้งจอกน้อยแสนฉลาด เกาะขาใหญ่เข้าไว้ 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 235 จิ้งจอกน้อยแสนฉลาด เกาะขาใหญ่เข้าไว้ 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 235 จิ้งจอกน้อยแสนฉลาด เกาะขาใหญ่เข้าไว้
หัวปุกปุยเล็ก ๆ โผล่ออกมาจากพุ่มไม้ และพอเงยหน้าขึ้น ก็พบว่าตัวเองถูกตรึงด้วยสายตานับสิบคู่ จิ้งจอกน้อยแข็งทื่อไปในทันที
“โอ๊ย เจ้าตัวเล็กนี่จะทำอะไรน่ะ?”
เจ๊เสือดาว ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เดินเข้าไปกัดหนังคอจิ้งจอกน้อยแล้วลากออกมาจากพุ่มไม้อย่างไม่เกรงใจ
จิ้งจอกน้อย: ว่านอนสอนง่าย ยอมให้ลากแต่โดยดี (-o⌒)
“นี่มันจิ้งจอกตัวเดิมที่เราเห็นเมื่อกี้ไม่ใช่เหรอ?”
จินหยารีบวิ่งเข้ามาแล้วเอาอุ้งเท้าเขี่ย
“พูดมาซิ ตามพวกเรามาทำไม?”
“แม่บอกให้หนูออกไปจากที่นี่ แต่หนูไม่รู้ทางออก”
จิ้งจอกน้อยส่งเสียงครางหงิง ๆ แผ่วเบา
“ได้โปรด หนูแค่อยากออกไปจากป่านี้”
เฉินอิ่งยื่นมือไปอุ้มจิ้งจอกน้อยขึ้นมา ลูบไล้ตั้งแต่หัวจรดหาง
“เป็นจิ้งจอกสาวน้อยนี่เอง น่าจะเพิ่งโตเต็มวัย แม่คงบอกให้ไปหากินเองและหาอาณาเขตของตัวเอง น่าสงสารคงหลงทิศแน่ ๆ ไม่รู้ว่าหลงมานานแค่ไหนแล้ว”
จินหยาหัวเราะก๊ากอย่างไม่เกรงใจ
หลงทิศ สัตว์ที่หลงทิศเนี่ยนะ ตลกสิ้นดี!
เจ๊เสือดาวพยายามกลั้นขำ
อย่างไรก็ตามความอดทนของเธอที่มีต่อลูกสัตว์นั้นมีเหลือเฟือ เห็นจิ้งจอกน้อยทำท่าจะร้องไห้ เธอก็รีบเลียหน้าผากปลอบใจ
“โอเค งั้นตามพวกเรามา พอถึงที่ที่เหมาะสม เธอค่อยไป”
เฉินอิ่งไม่ได้เข้าร่วมวงประชุมสัตว์ขนปุย
เขากับเหล่าเกากำลังยุ่งกับการจัดที่พักสำหรับคืนนี้ แม้จะอยู่แค่สามสี่ชั่วโมง แต่ก็ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย
ทั้งสองแบ่งงานกันทำและตั้งแคมป์เสร็จอย่างรวดเร็ว
จิ้งจอกน้อยมองสำรวจรอบ ๆ อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ สุดท้ายก็ไปเกาะติดเป้ยเป้ย
เป้ยเป้ย ไม่เคยเห็นอะไรขนฟูกว่าตัวเองมาก่อน โอบกอดจิ้งจอกน้อยไว้ในอ้อมแขนด้วยความอยากรู้อยากเห็นและอ่อนโยน
ต้องบอกเลยว่า จิ้งจอกน้อยตะลึงไปชั่วขณะ คิดว่าจะตายด้วยกรงเล็บเสือดาวซะแล้ว
จนกระทั่งเข้ามาใกล้ ถึงได้รู้ว่าตาข้างหนึ่งของเป้ยเป้ยเสีย
จิ้งจอกน้อยเลียเบ้าตาเป้ยเป้ยโดยสัญชาตญาณ และกระซิบเบา ๆ “เลียแล้วจะเจ็บน้อยลงนะ”
เห็นชัดว่าเจ้าตัวเล็กนี่เคยชินกับการปลอบใจตัวเอง
เจ๊เสือดาวตัวแข็งทื่อไปครู่หนึ่ง แต่ก็ผ่อนคลายลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิ้งจอกน้อย
ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังระแวดระวังการเคลื่อนไหวของจิ้งจอกน้อยอยู่เสมอ อาจเป็นเพราะทั้งคู่เป็นเด็กผู้หญิงเหมือนกัน
จิ้งจอกน้อยกับเป้ยเป้ยเข้ากันได้ดีอย่างเหลือเชื่อ พวกมันนอนขดตัวด้วยกันในตอนกลางคืน หางฟู ๆ ของจิ้งจอกน้อยห่มให้เป้ยเป้ย และเป้ยเป้ยก็กอดมันไว้ในอ้อมแขน
เห็นได้ชัดถึงความไร้เดียงสาบนใบหน้าของเจ้าตัวเล็กทั้งสอง
พอตื่นมา อาหารก็พร้อมเสิร์ฟโดยพวกผู้ใหญ่ จิ้งจอกน้อยไม่ได้กินอิ่มมาตั้งแต่แยกจากแม่
คราวนี้ได้รับอนุญาตให้กินจนอิ่มโดยแม่ของเพื่อน มันดีใจจนน้ำตาแทบไหลขณะกิน
เป้ยเป้ยก็เห็นคุณค่าของอาหารเช่นกัน
แม้จะได้รับการปกป้องจากครอบครัวบุญธรรม แต่ความทรงจำเรื่องความหิวโหยฝังลึกในกระดูก มันจึงกินอย่างตั้งใจทีละคำ เพื่อไม่ให้เหลือทิ้งขว้าง
จิ้งจอกน้อยเลียนแบบเป้ยเป้ย เลือกกินเฉพาะส่วนที่กินได้และกินจนพุงกาง แต่ก็ยังเหลืออีกเยอะ
ยังไม่ทันได้แสดงความเสียดาย พี่เสือดาวกับเจ้าจินน้อยก็โฉบเข้ามาจัดการเหยื่อที่เหลือจนเกลี้ยง
จินหยาจำได้ว่าสัตว์สองขาของพวกมันกินได้แต่กระต่าย
เจ๊เสือดาวและจินหยาไปจับกระต่ายมาคนละตัวเพื่อป้อนสัตว์สองขา
เฉินอิ่งและเหล่าเกาช่วยกันถลกหนังและสับกระต่ายเป็นชิ้น ๆ หมักเกลือ หอมป่า และขิง แล้วตุ๋นไฟอ่อนก่อนเติมน้ำเคี่ยว ระหว่างนั้นก็ทำความสะอาดเต็นท์และเดินตรวจความปลอดภัยรอบ ๆ เก็บตัวอย่างที่ต้องการ พอเสร็จงานก็ได้เวลากินพอดี
มื้อต่อไปต้องรอถึงบ่าย
เนื้อกระต่ายที่เหลือและยังไม่ได้หมัก จินหยาและเจ๊เสือดาวจัดการเรียบ พยายามไม่ให้เหลือถึงสัตว์เล็กตัวอื่น เพื่อไม่ให้พวกมันติดนิสัยไม่ยอมหากินเอง
จิ้งจอกน้อยเคลื่อนไหวอย่างสง่างาม
หางของมันฟูและนุ่ม เวลาวิ่งดูเหมือนไม้ปัดฝุ่นพริ้วไหวในสายลม
เป้ยเป้ยกำลังตั้งใจเรียนรู้วิธีสังเกตสภาพแวดล้อมในป่าจากแม่
แต่ขณะวิ่ง สายตาก็ถูกหางฟู ๆ ของจิ้งจอกน้อยดึงดูดไป
ไม่ใช่แค่เป้ยเป้ย แม้แต่เฉินอิ่งและเหล่าเกาก็สนใจหางใหญ่ ๆ ของจิ้งจอกน้อยมาก อยากจะลองลูบดูสักครั้ง
“ตอนพักผ่อน ฉันเห็นคลิปคนลูบหางจิ้งจอกบ่อย ๆ ไม่เคยคิดว่ามันจะพิเศษอะไร แต่ตอนนี้เห็นแล้วว่าน่าลูบจริง ๆ แฮะ”
ช่วงพัก เหล่าเกาแอบจับหางจิ้งจอกน้อย แล้วหันมาเมาท์กับเฉินอิ่ง สีหน้าเหมือนพวกโรคจิตเปี๊ยบ
ส่วนเฉินอิ่งกล้ากว่า คว้าหนังคอจิ้งจอกน้อยขึ้นมา อุ้มทั้งตัวไว้ในอ้อมแขน ลูบไล้ตั้งแต่หัวจรดปลายหาง
สัมผัสมันนุ่มลื่นจริง ๆ
แต่ภายใต้สายตาจับผิดของจินหยา เขาก็วางจิ้งจอกน้อยลงเงียบ ๆ หันมากอดจินหยา ลูบสองสามที แล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง ยังไงขนจินหยาของเราก็สบายที่สุด
จินหยาพอใจ ตาหยีด้วยรอยยิ้ม ดูเหมือนเด็กผู้หญิงจอมเปิ่น
เจ๊เสือดาวหันหน้าหนี ทนดูไม่ได้
“สัตว์ร้ายผู้ยิ่งใหญ่ลดตัวลงมาแข่งความน่ารักกับจิ้งจอกน้อย ไม่มีสัตว์ตัวไหนงี่เง่าไปกว่าเธอแล้ว”
“ฮึ ฮึ ฮึ ฉันมีความสุข เขาชอบกอดฉัน อิจฉาเหรอ?”
เจ๊เสือดาวเปลี่ยนสีหน้าทันควัน แสดงทักษะการเปลี่ยนอารมณ์ขั้นเทพ
จิ้งจอกน้อยมองดูอย่างงุนงงและหวาดกลัว ขณะที่เจ๊เสือดาวกับจินหยาเริ่มไล่ตบกันในป่า
“หนู . . . หนูทำอะไรผิดเหรอ?”
“เปล่าหรอก นี่เป็นแค่รูปแบบการแลกเปลี่ยนความรู้สึกที่เป็นเอกลักษณ์ระหว่างแม่กับน้าจินหยา แค่เล่นสนุกกันนิดหน่อย เดี๋ยวก็ดีเอง”
และก็ตามคาด 5 นาทีต่อมา ครอบครัวกระรอกผู้โชคร้ายทั้งครอบครัวก็นอนเรียงรายอยู่ตรงหน้าทุกคน
“ฉันชนะ! ฉันชนะ! ฉันจับได้มากกว่าตัวนึง”
จินหยากระโดดโลดเต้นอย่างตื่นเต้น
ข้าง ๆ พี่เสือดาวเลียคอและคางคู่ของเขาอย่างอ่อนโยน
“อยากกินกระรอกไหม? เดี๋ยวฉันจับตัวใหญ่ ๆ ให้”
“ไม่เอา ใครจะไปชอบกินพวกกระรอก? มีแต่ขนไม่มีเนื้อ สู้กวางไม่ได้หรอก” เจ๊เสือดาวบ่นพึมพำเสียงต่ำ “เจ้านี่ทึ่มชะมัด พนันได้เลยชาตินี้ไม่มีลูกเป็นของตัวเองแน่ ฉันเล่นกับมันหน่อยก็ได้”
ฟังเจ๊เสือดาวพูด พี่เสือดาวก็ขยับเข้าไปถูแก้ม
จริง ๆ แล้วเจ๊เสือดาวก็เหมือนกัน เธอมีลูกไม่ได้อีกแล้ว เลยรู้สึกเอ็นดูสัตว์ที่เด็กกว่าเป็นพิเศษ แม้แต่จินหยาก็ยังยอมให้
แต่ไม่ถึงนาที จินหยาก็ย่องมางับหางเจ๊เสือดาว แล้ววิ่งจู๊ดขึ้นต้นไม้หนีไป
ห่างไปกว่า 20 เมตร ยังได้ยินเสียงหัวเราะแหบพร่าราวกับปีศาจของเธอ
เจ๊เสือดาวทนไม่ไหว พลิกตัวไล่กวดทันที
เสียงกิ่งไม้หักและเสียงสัตว์แตกตื่นดังระงมไปทั่วป่า
เห็นแววตาอิจฉาเล็ก ๆ ในตาเป้ยเป้ยที่มองดูเหตุการณ์ พี่เสือดาวก็ดึงลูกสาวมากอดและเลียเบา ๆ สองสามที
หลังจากช่วยเหล่าเกาจับนก ติดห่วงขา และจดบันทึกเสร็จ เฉินอิ่งกลับมาเห็นพี่เสือดาวเลียเป้ยเป้ย ก็ตบหัวพี่เสือดาวด้วยความสงสัย
“วันนี้มาดูลูกเหรอ? เจ๊เสือดาวไปไหน?”
พูดจบเจ้าจินน้อยที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ก็ส่งเสียงร้อง บอกให้มองไปทางสองนาฬิกา
เจ๊เสือดาวกับจินหยาหันมาร่วมมือกันจับนกตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
เป้าหมายคือนกตัวดำมิดหมี เกาะอยู่บนกิ่งไม้อย่างสบายใจ กำลังไซ้ขนเพลิน ๆ
จังหวะที่เจ๊เสือดาวและจินหยาพุ่งเข้าใส่ นกดำก็ม้วนตัวแบบเหยี่ยว กรงเล็บเกาะกิ่งไม้ แล้วหมุนตัว 360 องศา
จากนั้นก็บินขึ้นฟ้า ส่งเสียงร้องกุ๊ก ๆ เหมือนเยาะเย้ยดังลั่น
แผนจับนกล้มเหลว!
ต่างฝ่ายต่างโทษกันว่าทำเสียงดังให้นกตื่น เจ๊เสือดาวกับจินหยาก็เลยตีกันอีกรอบ
คนอื่นขี้เกียจห้ามแล้ว
หลังจากเสร็จธุระ พวกเขาก็เดินทางต่อท่ามกลางเสียงหัวเราะและการพูดคุย
จินหยาที่ซนมาทั้งเช้า พอตกบ่ายก็หมดแรง เดินตามหลังเจ้าจินน้อยอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก เกือบตกต้นไม้หลายรอบ
ช่วงหนึ่งของการเดินทาง เฉินอิ่งถึงกับต้องให้ขี่หลัง
ประมาณ 1 ทุ่ม เจ้าจินน้อยเจอจุดตั้งแคมป์ที่เหมาะสมล่วงหน้าและพาเฉินอิ่งกับพวกไปที่นั่น
ถ้ำลึกกว่าสิบเมตร มีทางแยกเล็ก ๆ หลายทาง
เฉินอิ่งและพวกไม่ได้เข้าไปลึก แค่เช็กแถวปากถ้ำ
ไม่มีร่องรอยสัตว์ใหญ่หรืองู หินค่อนข้างแข็ง และแห้งดี
มีลมพัดผ่านทางแยกหลายทาง แสดงว่าอากาศถ่ายเท และน่าจะมีแม่น้ำใต้ดินอยู่ข้างใน
พวกเขากางเต็นท์สองหลังบนพื้นที่ราบหน้าปากถ้ำ
เฉินอิ่งและเหล่าเกาตัดสินใจอยู่ต่ออีกวันเพื่อสำรวจพื้นที่รอบ ๆ ให้ละเอียด
พวกเขาเดินทางไม่หยุดตั้งแต่เข้าป่าและเหนื่อยล้า ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้พักผ่อน
เมื่อตกลงว่าจะอยู่สองคืน สัตว์ต่าง ๆ ก็แยกย้ายกันไปผ่อนคลาย
จิ้งจอกน้อยและเป้ยเป้ยถูกฝากไว้กับเฉินอิ่ง ขณะที่พ่อแม่ออกไปล่าเหยื่ออย่างหนักเพื่อหาอาหารมาเลี้ยงลูกและสัตว์สองขา
ผักอบแห้งถูกเติมลงในแป้งบด พร้อมเนื้อแห้งและผงปรุงรส สตูที่พวกเขาทำส่งกลิ่นหอมจนน้ำลายสอ
เป้ยเป้ยรู้ว่านี่ไม่ใช่ของที่มันกินได้ เห็นจิ้งจอกน้อยทำท่าจะเข้าไปหา ก็เอามือกดตัวไว้เบา ๆ
“นั่นอาหารของสัตว์สองขา ถ้าเรากิน เขาจะหิว อีกอย่าง สัตว์สองขาบอกว่าเรากินไอ้นี่ไม่ได้ กินแล้วขนจะร่วง น่าเกลียดตายเลย”
จิ้งจอกน้อยมองขนตัวเอง แล้วถอยหลังกรูดสองก้าว ล้มตัวลงนอนข้างเป้ยเป้ย
จริง ๆ แล้ว จิ้งจอกน้อยไม่หิวเลย พ่อแม่บุญธรรมไม่เคยลืมแบ่งอาหารให้มันตอนป้อนเป้ยเป้ย มันแค่เคยหิวโหยมาก่อน เลยอยากกินทุกครั้งที่มีอาหาร
ระหว่างรอเส้นสุก เฉินอิ่งมองเป้ยเป้ยกับจิ้งจอกน้อย แล้วหยิบเนื้อแห้งสองแท่งออกมาจากเป้ โยนให้พวกมันแทะเล่น
จิ้งจอกน้อยชะงัก งับเนื้อแห้งไว้ คาบเนื้อไว้ในปาก หันไปมองเป้ยเป้ย
“ไหนว่าสัตว์สองขาขาดแคลนอาหารไง? ทำไมถึงให้เนื้อเราล่ะ?”
เป้ยเป้ยลิ้มรสที่คุ้นเคย “นี่ไม่ใช่อาหาร นี่เอาไว้ลับฟัน”
หรูหราหมาเห่า!
แค่ไม้กับกระดูกไม่พอเหรอ?
จิ้งจอกน้อยรู้สึกว่าโลกภายนอกไม่เหมือนที่แม่บอกไว้เลยสักนิด