- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 230 ความคิดดีนะ แต่อย่าคิดอีกในคราวหน้า 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 230 ความคิดดีนะ แต่อย่าคิดอีกในคราวหน้า 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 230 ความคิดดีนะ แต่อย่าคิดอีกในคราวหน้า 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 230 ความคิดดีนะ แต่อย่าคิดอีกในคราวหน้า
น้องเล็กถูกส่งตัวลงเขาอย่างเร่งด่วน
ที่ตีนเขา ทีมดูแลและเพาะพันธุ์มืออาชีพมารออยู่นานแล้ว
โชคดีที่มีแม่แพนด้าที่ศูนย์กำลังเลี้ยงลูกอยู่ พอเลี้ยงน้องเล็กให้โตได้ขนาดที่เหมาะสม ก็จะส่งต่อให้แม่บุญธรรมดูแลได้
แม่แพนด้าส่วนใหญ่ที่ศูนย์มีประสบการณ์เป็นแม่บุญธรรม
ผู้บริหารศูนย์พิจารณาอย่างรอบคอบ ให้แน่ใจว่าแม่บุญธรรมของน้องเล็กเป็น ‘แพนด้า’ ที่มีประสบการณ์และอ่อนโยน
สภาพแวดล้อมบนเขาเทียบกับที่ศูนย์ไม่ได้แน่นอน แต่เมินตุนเอ๋อร์ไม่แคร์ เธอถึงกับอยากจะย้ายลูกน้อยเกิดใหม่ไปอยู่ในโพรงต้นไม้ที่เธอเล็งไว้ก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ
เฉินอิ่งเกลี้ยกล่อมจนเธอยอมล้มเลิกความคิด
“รอให้โตกว่านี้หน่อยค่อยย้ายเถอะ ถึงจะแข็งแรงกว่าน้องเล็กมาก แต่ก็ยังตัวเล็กกว่าลูกหมีทั่วไปเยอะ ย้ายไปย้ายมาแบบนี้เดี๋ยวลูกสองตัวจะป่วยเอา”
เมินตุนเอ๋อร์คิดดูแล้วก็ตกลง แต่ไม่ยอมให้ใครนอกจากเฉินอิ่งและเสี่ยวเซินแตะต้องลูกของเธอ
หลังจากมั่นใจว่าเสี่ยวเซินดูแลเมินตุนเอ๋อร์และลูกหมีได้ดี พี่เลี้ยงสองคนที่ส่งมาจากศูนย์ก็ขอตัวกลับ
พวกเขาทุกคนเป็นมือเก๋าที่มีประสบการณ์ในวงการเจ็ดแปดปี รู้ดีว่าต้องระวังอะไรบ้างในการปล่อยแพนด้าคืนสู่ธรรมชาติ
ความจริงแล้ว จะดีที่สุดถ้าแม้แต่เสี่ยวเซินก็ไม่เข้าใกล้เมินตุนเอ๋อร์
เสี่ยวเซินรู้เรื่องนี้ดี และนอกจากให้อาหารเมินตุนเอ๋อร์ เขาก็ไม่เคยแตะต้องลูกหมีเลย
ทุกคนร่วมมือกัน พยายามอย่างเต็มที่เพื่อจำลองสภาพแวดล้อมให้เหมือนธรรมชาติที่สุด
ประมาณหนึ่งสัปดาห์ ลูกหมีสองตัวก็เริ่มมีลายกั๊กสีดำจาง ๆ ขึ้นแล้ว
พี่เลี้ยงวางใจได้อย่างสมบูรณ์ และหลังจากวัดตัวลูกหมีทั้งสอง ก็เดินทางออกจากสถานีฉุกเฉิน
ช่วงเวลานี้ เจ้าขาวใหญ่กลับมาครั้งหนึ่ง เป็นห่วงน้องสาวเมินตุนเอ๋อร์ กลัวว่าจะดูแลลูกไม่ดี
อย่างไรก็ตามนิสัยของเมินตุนเอ๋อร์นิ่งขึ้นมากหลังคลอดลูก หวงลูกสองตัวมากจนแม้แต่เจ้าขาวใหญ่ก็ห้ามเข้าใกล้
เมินตุนเอ๋อร์ถึงกับคิดจะให้เฉินอิ่งพาน้องเล็กกลับมา เธอรู้สึกว่าเธอไหว
หลังจากพิจารณาถี่ถ้วน เฉินอิ่งคิดว่าปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า
สำหรับเมินตุนเอ๋อร์ การเลี้ยงลูกครอกแรกสองตัวก็ท้าทายพอแล้ว การเพิ่มมาอีกตัวไม่ได้แค่เพิ่มความยากขึ้นหนึ่งในสาม แต่มันจะเพิ่มความท้าทายแบบทวีคูณ
วันที่ลูกหมีสองตัวอายุครบหนึ่งเดือน เฉินอิ่งและเสี่ยวเซินจัดมื้อใหญ่ฉลองให้เธอ จากนั้นก็ดูเธอง่วนอยู่กับการย้ายลูกหมีสองตัวไปที่โพรงต้นไม้ที่เลือกไว้นานกว่าชั่วโมง
เฉินอิ่งทนเห็นลูกหมีลำบากไม่ไหว เลยช่วยตกแต่งโพรงต้นไม้ให้เหมาะสม
วัสดุปูรองรังข้างใน จริง ๆ แล้วเจียวเจียวกับเจ้าขาวใหญ่เป็นคนเก็บมาให้
หลังจากเมินตุนเอ๋อร์จากไป เสี่ยวเซินรู้สึกโหวงเหวงแปลก ๆ วิ่งไปห้องคลอดที่ว่างเปล่าทุกวันเพื่อยืนเหม่อสักพัก
จังหวะที่เขากำลังจะชิน พ่อสวีก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
“อะไรนะ? ฝูฝูจะคลอดเหรอ?”
“ใช่ มันปวดท้องมาวันกับคืนหนึ่งแล้วยังไม่คลอดเลย แรงจะหมดอยู่แล้ว ผมอยากเข้าไปช่วย แต่มันดุมาก ไม่ยอมให้เข้าใกล้”
ได้ยินแบบนั้น เฉินอิ่งสงสัยว่าลูกของฝูฝูอาจจะตัวใหญ่มากเพราะแม่กินเก่ง ซึ่งอาจทำให้คลอดยาก
เฉินอิ่งให้เสี่ยวเซินเตรียมอาหารเพิ่มพลัง เพราะเขาต้องไปดูสถานการณ์ด้วยตัวเองก่อน
“เตรียมการกับทางศูนย์หรือยัง?”
“เรียบร้อยแล้ว สัตวแพทย์กับหัวหน้ากำลังขึ้นเขามา”
ดีที่มีคนรับผิดชอบมาด้วย
เมื่อเฉินอิ่งและพ่อสวีไปถึงร่องน้ำพุร้อน ก็เห็นฝูฝูนอนนิ่งอยู่ในรัง ไม่ขยับเขยื้อน
เฉินอิ่งตกใจ วิ่งเข้าไปพลิกตัวมันสุดแรงเกิด แล้วยัดยาเม็ดเคลือบน้ำตาลเข้าปาก
ยานี้เดิมทีเตรียมไว้ให้เมินตุนเอ๋อร์ แต่ไม่ได้ใช้ สำหรับฝูฝู ดูเหมือนจะพอแค่ประทังอาการ
ไม่กี่นาทีต่อมา ฝูฝูเริ่มมีแรงกลับมาบ้าง วางหัวโต ๆ หนุนตักเฉินอิ่ง ขดตัว แล้วร้องออกมาหลายครั้ง
“โอเค ฉันอยู่นี่แล้ว พ่อเธอก็อยู่ข้างนอก เป็นห่วงเธอแทบแย่ อยากกินอะไรไหม เดี๋ยวให้พ่อเตรียมหน่อไม้ที่อร่อยที่สุดให้?”
ฝูฝูเงยหน้ามองข้างนอกแล้วพยักหน้า
การคลอดลูกมันยากขนาดนี้เลยเหรอ!
พอพ่อสวีกลับมาพร้อมหน่อไม้คัดพิเศษ และเสี่ยวเซินมาถึงพร้อมขนมปังข้าวโพดเสริมอาหาร ฝูฝูที่มีเฉินอิ่งอยู่ข้าง ๆ และได้กินอิ่ม ก็มีแรงเบ่งต่อ
คราวนี้ใช้เวลาไม่นาน ประมาณสี่ห้าชั่วโมง ฝูฝูก็คลอดในที่สุด
เสียงร้องลั่นของลูกหมีตอนคลอดทำเอาคนที่ซ่อนตัวอยู่ข้างนอกตะลึง
ไม่ใช่แค่เสียงดัง ตัวก็ใหญ่บึ้ม ใหญ่พอ ๆ กับน้องเล็กสองตัวรวมกัน มิน่าล่ะฝูฝูถึงคลอดยากขนาดนี้
การคลอดของแพนด้ายักษ์ปกติก็ยากอยู่แล้ว ฝูฝูนี่ระดับความยากสูงสุดเลย
เจ้าตัวเล็กดูดนมแรงมาก ดูดจนฝูฝูหน้าเบ้ด้วยความเจ็บและอยากจะโยนลูกทิ้ง
คลอดแล้วก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง ตอนนี้มีแม่หมีอีกสามตัวที่อาจจะคลอด และทางศูนย์ เมื่อเห็นการคลอดยากของเมินตุนเอ๋อร์และฝูฝู ก็เพิ่มแผนสำรองเผื่อไว้
เฉินอิ่งไม่ต้องรับผิดชอบแพนด้าตัวอื่น งานหลักของเขาคือดูแลเมินตุนเอ๋อร์และฝูฝูให้ดี
เมินตุนเอ๋อร์จริง ๆ แล้วสบายมาก เพราะยีนของเธอมีพรสวรรค์ในการเลี้ยงลูกอยู่แล้ว เธอจัดการลูกสองตัวได้อย่างคล่องแคล่ว
ตรงข้ามกับฝูฝูที่ดูลำบากหน่อย
ด้วยลูกตัวใหญ่ขนาดนี้ การให้นมก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
แม่แพนด้าต้องกินให้พอในแต่ละวันเพื่อผลิตน้ำนมให้เพียงพอสำหรับลูกน้อย
แม้จะมีป่าไผ่ใกล้ร่องน้ำพุร้อน แต่ไผ่ที่นั่นเหมาะกินเล่นขำ ๆ แม่แพนด้าที่กำลังฟื้นตัวหลังคลอดต้องการไผ่และหน่อไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่า และอาจต้องเสริมโปรตีนบ้าง
สิ่งที่ทำให้เฉินอิ่งและฝูฝูประหลาดใจคือ หมีหูใหญ่ แวะมาเยี่ยมฝูฝูที่เพิ่งคลอดลูก และเอาหนูอ้นอ้วนพีมาเป็นของขวัญด้วย
พอรู้ว่าฝูฝูต้องการไผ่สดที่ดีกว่านี้และเยอะกว่านี้ หมีหูใหญ่ก็พาเฉินอิ่งไปป่าไผ่อีกแห่งในอาณาเขตของมัน
นี่คือป่าไผ่สีทองตามธรรมชาติ
ไผ่ชนิดนี้หายากบนภูเขา น่าจะเป็นนกที่คาบเมล็ดมาจากที่อื่นมาทิ้งไว้
นี่ก็เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชรูปแบบหนึ่ง
ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด
พ่อสวีคัดเลือกไผ่ที่อ่อนที่สุดอย่างพิถีพิถัน ตัดกลับไปบ้าง พร้อมหน่อไม้สดที่เพิ่งแทงยอดอีกโหลกว่า ๆ
ฝูฝูชอบรสชาติไผ่นี้มาก กินเกลี้ยงในมื้อเดียว และดูเหมือนยังอยากกินอีก
หมีหูใหญ่ใจกว้างมาก อนุญาตให้ฝูฝูแม่ลูกอ่อน เข้าไปหาอาหารในป่าไผ่หย่อมนั้นได้ ขณะที่ตัวเองเลือกจะขยายอาณาเขตขึ้นไปบนเขาแทน
ในสัปดาห์เดียวกัน ลูกของฝูฝูตัวโตกว่าพี่ใหญ่ของเมินตุนเอ๋อร์เสียอีก
พอเมินตุนเอ๋อร์รู้ข่าว ก็ทำหน้าช็อก และอยากจะไปดูให้เห็นกับตา
เฉินอิ่งขยี้หัวเธอ ห้ามไม่ให้ทำอะไรโง่ ๆ
ต่างคนต่างเป็นแม่ลูกอ่อน ต่อให้ฝูฝูใจดีแค่ไหน ก็ไม่ยอมให้หมีแปลกหน้าเข้าใกล้ลูกหรอก
หมีหูใหญ่เองก็ไม่เข้าใกล้มาก รักษาระยะห่างปลอดภัย มองแวบเดียวแล้วก็ไป
ที่เป็นไปได้เพราะฝูฝูอาศัยอยู่ในถิ่นของมันมาหลายเดือน ทำให้ทั้งคู่คุ้นเคยกัน เลยคุยกันง่าย
เข้าเดือนมิถุนายน อุณหภูมิบนเขากำลังสบายที่สุด
แม่แพนด้ามือใหม่ทั้งสองเริ่มมั่นใจพอที่จะทิ้งลูกไว้ที่บ้านและออกไปเดินเล่นบ้าง
เมินตุนเอ๋อร์ไม่มีปัญหา เพราะลูกของเธอพ้นวัยเสี่ยงตายแล้ว และเธอยอมให้เจ้าขาวใหญ่มาดูลานอกถ้ำได้
แต่เจียวเจียวยังถูกห้ามเข้าใกล้ รวมถึงเลโอและลูกหมีก็เข้าใกล้ลูกหมีไม่ได้เหมือนกัน
เลโอน้อยใจมาก เป็นที่รักของทุกคนไม่ว่าคนหรือหมี ไม่น่าเชื่อว่าน้าจะระแวงขนาดนี้ เลโอน้อยงอน กัดมือตัวเองอยู่พักหนึ่งก่อนจะพาลูกหมีหนีออกจากบ้าน
เจียวเจียวไม่ห่วงสักนิด กลับดีใจด้วยซ้ำ
แหม มีเด็กอยู่บ้าน จะมีแม่สักกี่คนที่ไม่ความดันขึ้น
โดยเฉพาะเมื่อก่อนตบได้ เดี๋ยวนี้เลโอไวปานลิง แถมขี้ฟ้อง ยังไม่ทันโดนตีก็ร้องลั่นป่า จนสัตว์ทั้งป่าคิดว่าเธอเป็นแม่ใจร้ายชอบตบลูกไม่มีเหตุผล
เมื่อวานทะเลาะกับแม่กระรอก ยัยนั่นจี้ใจดำเจียวเจียวว่าขนาดลูกตัวเองยังดูแลไม่ได้ เที่ยวไล่ตีลูกวันเว้นวัน เจียวเจียวโกรธจนเกือบจะตบแม่กระรอกคว่ำ
แต่เจ๊เสือดาวกลับเห็นใจ พี่ใหญ่กับน้องเล็กก็โดนดัดนิสัยบ่อย ๆ เวลาโกรธ เจ๊เสือดาวไม่ลังเลที่จะตบพี่เสือดาวด้วยซ้ำ
ปลายเดือนที่แล้ว เป้ยเป้ยถูกส่งตัวกลับมาหลังผ่าตัด
เป้ยเป้ยใส่ตาเทียมแล้วดูดีขึ้น แต่สุขภาพยังไม่ค่อยดี
เฉินอิ่งได้ยินจากผู้เชี่ยวชาญที่พามาส่งว่าเพราะบาดเจ็บสาหัส อายุขัยของเป้ยเป้ยคงไม่ยืนยาวนัก และด้วยรูปลักษณ์ อาจเป็นไปได้สูงว่าจะไม่มีลูกเป็นของตัวเอง
ก็แหม ตัวเล็ก แถมตาเดียว ดูไม่ใช่สเปกที่เสือดาวตัวผู้จะเลือก
เอาน่า ไม่มีก็ไม่มี รอดตายมาได้ก็บุญแล้ว
เพราะเป้ยเป้ยกลับมา ไม่รู้ว่าพี่ใหญ่กับน้องเล็กไปรู้ข่าวมาจากไหน รีบบึ่งกลับมาข้ามคืน
ตอนนี้พอโตเป็นหนุ่มและเริ่มหากินเองได้ พวกมันมักจะหายไปเจ็ดแปดวัน แล้วกลับบ้านมาอยู่สักสองวัน
พี่เสือดาวกับเจ๊เสือดาวไม่ห่วงพวกมันเลย
ตัวเดียวอาจจะหิว แต่สองพี่น้องรวมพลัง คนซวยคือลูกชาวบ้าน
อย่างครอบครัวกระต่ายป่า และครอบครัวกวางชะมดกับลูกกวาง
แถมบางทีพวกมันยังวิ่งขึ้นเขาไปล่าลูกเลียงผา แม้จะคว้าน้ำเหลวห้าหกครั้งจากสิบครั้ง แต่ถ้าสำเร็จที ก็กินอิ่มไปหลายวัน นอนขี้เกียจไม่ต้องล่าได้ยาว ๆ
การกลับมาของเป้ยเป้ยทำให้พี่ใหญ่กับน้องเล็ก ที่วางแผนจะแยกจากแม่หลังฤดูฝนเริ่มลังเล
พวกมันไม่อยากทิ้งน้องสาวและอยากพาน้องไปด้วย
แต่พอเอ่ยปากกับแม่ เจ๊เสือดาวปฏิเสธทันควัน
เพราะอาการบาดเจ็บ เธอคงมีลูกไม่ได้อีกแล้ว และร่างกายเป้ยเป้ยก็ทนความลำบากข้างนอกไม่ไหว
เจ๊เสือดาวอยากให้เป้ยเป้ยอยู่ต่อ อาศัยในอาณาเขตของพี่เสือดาว ที่ซึ่งเธอสามารถขอความช่วยเหลือจากสัตว์สองขาได้เสมอถ้าไม่สบาย ชีวิตสบายกว่าออกไปตกระกำลำบากกับลูกชายจอมทึ่มสองตัวของเธอเยอะ
อีกอย่างด้วยสภาพร่างกายของเป้ยเป้ย การผสมพันธุ์ไม่ใช่ทางเลือก และสองพี่น้องนั่นก็ต้องอยากมีลูกของตัวเอง
พอถึงฤดูผสมพันธุ์และตัวผู้มารวมตัวกันแย่งตัวเมีย พี่ใหญ่กับน้องเล็กอาจปกป้องน้องสาวจากการโดนลูกหลงไม่ได้
พอข้อเสนอตกไป พี่ใหญ่ก็โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไปลงกับสัตว์ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ส่วนน้องเล็กด้วยความเป็นห่วง มองดูน้องสาวที่หลับปุ๋ย แล้วเริ่มใช้ความคิด พยายามหาแผนที่วินวินทั้งสองฝ่าย
พี่เสือดาวและเจ๊เสือดาวไม่ห้าม ถ้าลูกคิดแผนดี ๆ ได้จริง พวกเขาก็ไม่อยากผูกมัดเป้ยเป้ยไว้ที่นี่เหมือนกัน
เสือดาวเป็นสัตว์รักอิสระ และการโลดแล่นในป่ากว้างตลอดปีคือสิ่งที่พวกมันโหยหาลึก ๆ ในกระดูก
สามวันต่อมา น้องเล็กก็ไปหาแม่
“แม่ครับ ถ้าสมมติว่า ผมจะพาเจ้าสัตว์สองขาไปด้วยล่ะ?”
เจ๊เสือดาวตาโต เอ้อ ความคิดเข้าท่าแฮะ กล้าดีนี่หว่า!