- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 220 พี่หู่พาลูกค้ามาหา 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 220 พี่หู่พาลูกค้ามาหา 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 220 พี่หู่พาลูกค้ามาหา 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 220 พี่หู่พาลูกค้ามาหา
หน้าขนฟู ปากกว้างแดงฉาน ตัวอักษร “หวัง[1]” บนหน้าผากเด่นชัด
“โฮก! โฮก!”
เจ้าตัวใหญ่พลาดเป้าในการจู่โจมครั้งแรก และขณะตั้งท่าจะซ้ำ มันก็เข้ามาใกล้เฉินอิ่งได้กลิ่นที่ทำให้เสือรู้สึกสบายใจ
“โฮก อยู่นิ่ง ๆ ขอดมหน่อย”
อุ้งเท้าเสือยกขึ้น กดลงบนตัวเฉินอิ่ง ขณะที่หัวก้มลงดมซอกคอเขา
จังหวะนั้นสมาชิกทีมที่ตามมาเห็นฉากนี้พอดี เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังระงม ตัดกับรอยยิ้มสะใจเล็ก ๆ บนใบหน้าของสองคนที่เขม่นเฉินอิ่ง
คนหนึ่งก้าวออกมาทำท่าจะช่วยดึงหัวหน้าทีมออกไป ขณะที่อีกคนยืนอยู่หลังกลุ่ม มือล้วงกระเป๋ากางเกง แล้วดึงออกมาอย่างไม่ยี่หระหลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง
เฉินอิ่งยกมือขึ้น ส่งสัญญาณให้สมาชิกทีมอย่าแตกตื่นและอย่าทำให้เสือตกใจ
เสือดมฟุดฟิดรอบตัวเฉินอิ่งสักพัก แล้วก็จาม พ่นน้ำลายใส่เขาเต็ม ๆ
ไม่กี่นาทีต่อมา มันก็ปล่อยเฉินอิ่ง คำรามข่มขู่ฝูงชน แล้วหันหลังหายวับไปในป่าทึบ
หลังของหัวหน้าทีมชุ่มไปด้วยเหงื่อ รอจนเห็นเสือจากไปแล้ว เขาถึงรีบเข้ามาฉุดเฉินอิ่งให้ลุกขึ้น
“ไม่เป็นไรครับ เสือตัวนั้นไม่ได้คิดร้าย มันแค่สงสัยเฉย ๆ”
ทีมงานทำหน้าไม่ถูก เกือบโดนเสือขย้ำตาย แล้วบอกว่าไม่คิดร้ายเนี่ยนะ?
“มันไม่คิดร้ายจริง ๆ ครับ มันแค่สงสัยเพราะไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตแบบพวกเรามาก่อน ผมเดาว่าตัวผมคงเหม็นเหงื่อจนมันรังเกียจมั้ง”
สมาชิกทีมหญิงสองคนอดขำไม่ได้
รังเกียจจริง ๆ แหละ ถึงขั้นจามใส่นี่ จะไม่รังเกียจได้ไง?
มุกตลกของเขาช่วยผ่อนคลายบรรยากาศได้มากโข
แต่ทุกคนยังคงระวังตัว การที่เฉินอิ่งไม่ถูกโจมตี ไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะปลอดภัย
“เสือตัวนี้หน้าตาคล้ายเสือโคร่งอินโดจีนมาก แต่เรายังไม่ถึงเขตชายแดนเลยไม่ใช่เหรอ? เสือโคร่งอินโดจีนเข้ามาลึกขนาดนี้เชียวเหรอ?”
เสือโคร่งอินโดจีนไม่พบว่าอาศัยอยู่ในประเทศเรามาหลายปีแล้ว ที่เห็น ๆ กันคือพวกที่ข้ามพรมแดนมาเที่ยวเล่นชั่วคราว
อย่างไรก็ตามถ้าเสือโคร่งอินโดจีนตัวนี้ตัดสินใจปักหลักที่นี่ มันอาจดึงดูดตัวที่สองที่สามตามมา และบางทีในอีกไม่กี่ปี พวกเขาอาจมีประชากรเสือโคร่งอินโดจีนเป็นของตัวเองก็ได้
ทีมงานตื่นเต้นกับบทวิเคราะห์นี้ ความกลัวเสือหายวับไปทันที ตอนนี้อยากจะเข้าไปลูบหัวเสือ ยุให้มันขยันปั๊มลูกปีละสองตัว สามปีตั้งแก๊งได้เลย!
โดยไม่มีใครสังเกตเห็น คุณหนูเต้าและหัวหน้าทีมสบตากัน คุณหนูเต้าพยักหน้าเล็กน้อย
สีหน้าของหัวหน้าทีมแข็งทื่อไปชั่วขณะ แต่ด้วยเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ยังค้างคาใจ คนอื่น ๆ เลยไม่ได้คิดอะไรมาก เข้าใจว่าเขากังวลเรื่องความสำเร็จของงานสำรวจที่จะถึงนี้
การสำรวจส่วนที่เหลือดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่เจอสัตว์ดุร้ายตัวอื่นอีก
แน่นอนว่าพวกเขายังค้นพบของดีหายากมากมาย เช่น ค่างแว่นถิ่นเหนือ ญาติของพวกที่เหลียงซาน
ค่างที่เหลียงซานเป็นค่างเทาอินโดจีน ขนชี้ตั้งเหมือนทรงผมพังก์ แต่ค่างแว่นถิ่นเหนือที่นี่หัวกลมดิ๊ก
“ค่างพวกนี้นิสัยดีจริง ๆ ไม่เหมือนญาติเถื่อน ๆ ของพวกมันอย่างลิงวอก นี่เด็กดีทั้งนั้น”
พี่ชาง อาสาสมัครผู้คลั่งไคล้การถ่ายรูปลิง โชว์รูปให้เฉินอิ่งดู
“ดูสิ นี่ถ่ายตอนมาครั้งที่แล้ว ลิงยังไม่เยอะขนาดนี้ ตอนนี้เพิ่มขึ้นชัดเจน ยอดเยี่ยมจริง ๆ”
เขาดูตื่นเต้นอย่างจริงใจ พลิกดูรูปถ่าย รำลึกความหลังของแต่ละช็อตเมื่อปีสองปีก่อน
ถ้าไม่ใช่รักแท้ แล้วจะเรียกว่าอะไร?
อาสาสมัครหญิงที่เคยคุยกับเฉินอิ่งเป็นคนรักนก แต่ก็นอกใจนกไปชอบถ่ายรูปงูด้วย
งานอดิเรกที่ค่อนข้างหายากในหมู่ผู้หญิง
พอถามว่าทำไมไม่ชอบพวกแมว เจ๊แกก็ทำเสียงฮึดฮัด บอกว่าเพราะแมวชอบกินนก พาลเกลียดทั้งตระกูลเลย
“แต่งูก็กินนกนะ”
“แต่งูกินไข่นก ตราบใดที่ยังไม่ฟัก ก็ยังไม่นับเป็นนก!”
เออ ตรรกะล้ำลึกจริง ๆ
เสียงหัวเราะและการหยอกล้อทำให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เฉินอิ่งและหัวหน้าทีมกางเต็นท์เสร็จ กินมื้อเย็นกับทีมในกระท่อม คุยกันนิดหน่อย แล้วเตรียมตัวพักผ่อน
ยังไม่ทันถึงเต็นท์ เฉินอิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ ห้ามหัวหน้าทีมที่กำลังจะเข้าไปดู แล้วใช้ไม้เท้าเดินป่าเขี่ยประตูเต็นท์เปิดออก
ทันทีที่ช่องเปิด หัวขนาดมหึมาก็เบียดออกมา
“สูดดดด . . .” ทุกคนสูดหายใจเฮือก
หน้าเฉินอิ่งมืดครึ้ม เดินอ้อมไปหลังเต็นท์ แทบกระอักเลือดด้วยความโกรธ
เจ้าตัวใหญ่ใช้กรงเล็บกรีดเต็นท์จนเป็นรู แล้วเบียดตัวเข้ามาจากด้านข้าง
เต็นท์เดี่ยวที่เล็กอยู่แล้ว ถูกมันยึดครองพื้นที่จนเต็มเอี๊ยด
ไอ้ตัวแสบยังกัดเป้ของเขาจนเละ ลากเนื้อแห้งที่ซ่อนไว้ออกมากินเกลี้ยง
ความโกรธของเขาพุ่งปรี๊ดทันที!
เฉินอิ่งเดินเข้าไป บิดหูเสือ แล้วลากมันออกมาจากเต็นท์
ทีนี้ทุกคนถึงได้เห็นสภาพภายใน
จุ๊ จุ๊ เต็นท์พังยับเยิน ใช้งานไม่ได้แล้ว และเป้ใบนั้น ครึ่งบนฉีกขาดรุ่งริ่ง ของข้างในกระจัดกระจาย
เสือที่ถูกลากออกมา รู้สึกว่าสายตาของทีมงานดูแปลก ๆ เลยคำรามใส่อย่างหงุดหงิด
มองอะไรกัน พี่หู่ไม่สมควรได้รับการเคารพหรือไง?
เฉินอิ่งหน้าบึ้ง เก็บของที่ยังพอใช้ได้ แต่เป้พังยับ จะให้เขาหอบของพะรุงพะรังเดินป่าสี่วันได้ไง
เด็กดื้อต้องทำยังไง? ตีสิครับ!
เฉินอิ่งโมโหจัด จับเสือกดลงกับพื้น แล้วฟาดก้นมันไปหลายที
เสือมึนงงกับการโดนตี หันกลับมาส่งเสียงโวยวายใส่เฉินอิ่ง
“ยังจะเถียงอีก? ดูสิ่งที่แกทำสิ แล้วฉันจะนอนที่ไหน? จะขนของพวกนี้ไปยังไง? ฮึ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่รู้จักคิดบ้างเลยเหรอ?”
คนรอบข้างอึ้งกิมกี่
เสือเริ่มใช้สมองคิด จริง ๆ ด้วย มนุษย์นี่มีปัญหาเยอะจริงแฮะ
คุณหนูเต้าหยิบถุงพับได้ออกมาจากเป้และส่งให้เฉินอิ่ง
ถุงนี้คงทนได้ไม่นาน แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย
พวกเขาช่วยกันเก็บกวาด หัวหน้าทีมและอาสาสมัครหญิงช่วยยัดของบางส่วนลงเป้ตัวเอง ที่เหลือก็ยัดลงถุงพับได้อย่างทุลักทุเล
“พรุ่งนี้ฉันจะไปถามที่หมู่บ้านดู เผื่อมีใครมีเป้ให้ยืม” คุณหนูเต้าพูดพลางม้วนนิ้วเล่น “และในฐานะที่ฉันให้ถุงคุณ ฉันขอลูบเสือหน่อยได้ไหม?”
เฉินอิ่งชำเลืองมองพี่หู่ที่นอนเอกเขนกอยู่ในซากเต็นท์ แล้วพยักหน้า
“เชิญเลย ลูบให้หนำใจ ลูบให้ขนร่วงไปเลย”
เขากดหัวเสือไว้ ยอมให้คุณหนูเต้าลูบหลังพี่หู่
ขนค่อนข้างหยาบ ต่างจากสัมผัสของจินหยาและเจ๊เสือดาว พูดให้ถูกคือคล้ายขนเสือลายเมฆ แต่แข็งกว่า
พี่หู่ดูไม่สบอารมณ์ งับมือเฉินอิ่งเบา ๆ
“อยู่นิ่ง ๆ แบบนั้นแหละ ขอฉันเช็กฟันหน่อย”
ตาเฉินอิ่งไว เขาสังเกตเห็นความผิดปกติที่ฟันซี่หนึ่งของเสือ จึงง้างปากมันออกดูใต้แสงไฟแคมป์
ดูเหมือนจะเป็นแผลเก่า อาจเกิดจากเคี้ยวของแข็งเกินไป ทำให้ฟันบิ่นและเหงือกอักเสบ
เฉินอิ่งแตะเบา ๆ พี่หู่ที่เจ็บก็สะบัดมือเขาออกอย่างหงุดหงิด ทำท่าจะหนี
“อย่าเพิ่งรีบ เดี๋ยวฉันจัดการให้”
เฉินอิ่งกดตัวมันไว้ แล้วขอให้คุณหนูเต้าเอาชุดปฐมพยาบาลมา
พอเปิดชุดปฐมพยาบาล ทุกคนตาเป็นประกาย
เหมือนหีบสมบัติ ยกเว้นเครื่องมือตรวจขนาดใหญ่ มีครบทุกอย่าง แม้แต่ชุดเครื่องมือทำความสะอาดฟันครบเซ็ต
ด้วยความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ลีก MM สองคน เฉินอิ่งขูดหินปูนที่เกาะเหงือกพี่หู่ออก กรอส่วนที่คมของฟันที่แตก และทายาแก้อักเสบปิดท้าย
พี่หู่เลียปาก สีหน้าดูสดใสขึ้น
เฮ้ย รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย!
พี่หู่ผู้พอใจเดินอาด ๆ ออกไปล่าเหยื่ออย่างตื่นเต้น คืนนี้ฟันดีพอจะเคี้ยวเหยื่อได้อีกตัวแล้ว
“พี่อิ่ง มาเบียดกับพวกเราในบ้านไหมครับ?”
หนึ่งในสองชายหนุ่มพยายามจะพูด แต่อีกคนดึงแขนไว้ ทั้งคู่หันหน้าหนี เก็บอาการไม่อยู่
เฉินอิ่งเมินพวกเขา หยิบชุดเย็บผ้าออกมา กะว่าจะซ่อมเต็นท์ให้พอใช้ได้อีกสักสองสามวัน
เขามีผ้ากันน้ำน้ำหนักเบาติดเป้มาด้วย เอามาคลุมทับรอยขาดได้พอดี
ตราบใดที่ฝนไม่เทลงมาหนัก ๆ การซ่อมแบบแก้ขัดนี้ก็น่าจะเอาอยู่
เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ควรทำให้ทุกคนอดนอน ภารกิจวันพรุ่งนี้ยังหนักหนา ต้องนอนเก็บแรงให้พอเพื่อชดเชยพลังงานที่เสียไป
เฉินอิ่งโยนถุงหอมเข้าไปในเต็นท์ เขาทำเองโดยใช้สมุนไพรจีนที่สถานีฉุกเฉิน มันเวิร์กมากในป่า
ยุงและมดในป่าดิบชื้นเยอะกว่าป่าที่บ้านเขามาก มีถุงหอมนี้ ก็ไม่ต้องกลัวตื่นมาตัวลายเป็นตุ๊กแก
ทีมมีแป้งกันแมลง และทุกคนก็พกสูตรเด็ดของตัวเองมา เฉินอิ่งเลยไม่ได้อวดถุงหอมของเขา
เพิ่งกินมื้อเช้าเสร็จและเตรียมเริ่มงาน พี่หู่ก็กลับมาอีกแล้ว และคราวนี้ไม่ได้มาตัวเดียว
เสือสามตัว!
ทำเอาทุกคนวิ่งป่าราบกลับเข้ากระท่อม เหลือแค่เฉินอิ่งกับชายฉกรรจ์สามคนถือเคียวด้ามยาว ยืนจังก้าอยู่ที่ประตู
เฉินอิ่งมองกราดไป สังเกตเห็นเสือตัวหนึ่งตัวเล็กกว่าและดูแววตาใสซื่อกว่า น่าจะเป็นลูกเสือที่ยังไม่อย่านม
แม่ลูกไม่ได้เข้ามาใกล้มาก ขณะที่พี่หู่เดินเข้ามาอย่างไม่ยี่หระ อ้าปากใส่เฉินอิ่ง บ่งบอกว่าพา ‘ลูกค้า’ มาหา
เมื่อเข้าใจเจตนาของมัน เฉินอิ่งถอนหายใจ หยิบชุดปฐมพยาบาล เดินตรงไปหาแม่เสือ
แม่เสือดูผอมโซ มีคราบเลือดจาง ๆ ที่มุมปาก และได้กลิ่นเหม็นเน่าจาง ๆ เมื่อเข้าไปใกล้
หลังจากสังเกตครู่หนึ่ง เฉินอิ่งหันกลับไปหยิบขวดน้ำแร่และผ้าขนหนูสะอาด
เดินไปไม่กี่ก้าว เขาก็หันกลับมาอย่างลังเล
“พี่อิ่ง มีอะไรครับ?”
“เอ่อ มีใครที่ไม่กลัวเกินไปอยากจะมาเป็นลูกมือผมไหมครับ?”
ไม่กลัว? จะเป็นไปได้ไง?!
เห็นสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของทุกคน เฉินอิ่งก็ไม่ว่าอะไร หันกลับไปหาแม่เสือ
เขาทำคนเดียวได้ แค่ไม่สะดวกเท่าไหร่
ทันใดนั้นหัวหน้าทีมก็พูดขึ้นก่อนที่คุณหนูเต้าจะทันได้อ้าปาก
“ผมเอง คุณต้องการอะไร?”
“คือ ผมต้องล้างแผลให้มันก่อน คุณต้องช่วยจับหัวมันให้นิ่ง แล้วอาจต้องช่วยราดน้ำล้างแผล”
เทน้ำใส่หัวเสือ? แน่ใจนะว่าจะไม่โดนงับหัวหลุด?
สีหน้าหัวหน้าทีมกระตุกวูบ แต่เขาไม่ลังเล สวมถุงมือพิเศษ แล้วเดินอย่างกล้าหาญไปหาเสือ
เฉินอิ่งตบตัวพี่หู่ ส่งสัญญาณให้พาลูกเสือไปเล่นที่อื่นก่อน เขาจะทำงาน ห้ามกวน
เมื่อแม่เสืออ้าปาก ตาของเฉินอิ่งแทบถลนออกมา
หัวหน้าทีมที่อยู่ข้าง ๆ เผลออุทาน “เชี่ย” ออกมาดังลั่น เรียกความอยากรู้อยากเห็นของไทยมุงทั้งในและนอกกระท่อมทันที
สองคนที่ประตูเขย่งเท้า พยายามจะชะเง้อดูสุดชีวิต แต่เฉินอิ่งและหัวหน้าทีมบังหัวเสือไว้มิด
[1] ราชา