- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 215 เมินตุนเอ๋อร์ ผู้พ่ายรักกลับมาแล้ว 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 215 เมินตุนเอ๋อร์ ผู้พ่ายรักกลับมาแล้ว 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 215 เมินตุนเอ๋อร์ ผู้พ่ายรักกลับมาแล้ว 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 215 เมินตุนเอ๋อร์ ผู้พ่ายรักกลับมาแล้ว
เสือดาวลายดอกเจ้าถิ่นได้ลิ้มรสเนื้อวัวเป็นครั้งแรก และหลังจากเคี้ยวไปไม่กี่คำ มันก็ดูเหมือนจะคิดว่ารสชาติไม่เลวเลย
เนื้อวัวจากฟาร์มพวกนี้ ขาดความเหนียวสู้ฟันแบบสัตว์ป่าไปนิดหน่อยจริง ๆ
แต่เสือดาวเจ้าถิ่นไม่เคยกินมาก่อน อะไรใหม่ ๆ ก็ย่อมอร่อยเสมอ
หัวหน้าทีมแพทย์ยกเก้าอี้ตัวเล็กมาสองตัว ตัวหนึ่งให้ตัวเอง อีกตัวให้เฉินอิ่ง และต้องขอบคุณเฉินอิ่งที่ทำให้เขาได้เห็นนักล่าแห่งป่าที่แข็งแรงสมบูรณ์ในระยะประชิดขนาดนี้
จะบอกว่าเขาไม่เคยเห็นเสือดาวลายดอกก็คงไม่ได้
ป่าในเหลียงซานกว้างใหญ่ไพศาล อาหารอุดมสมบูรณ์ เสือดาวจึงไม่เคยสูญพันธุ์ไปจากที่นั่น
แต่เสือดาวที่เขาเจอมักจะบาดเจ็บหรือป่วย ซึ่งมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในเชิงคอนเซปต์ระหว่างเสือที่เลี้ยงในกรงกับเสือป่า
ยิ่งไปกว่านั้น เสือในกรงทำได้แค่สังเกตผ่านลูกกรง หรือไม่ก็เห็นตอนมันนอนสลบเหมือดเพราะโดนยาสลบ
หลังจากสวาปามเนื้อจนเกลี้ยง เสือดาวลายดอกก็เลียเลือดจนหมดเกลี้ยงเช่นกัน
จากนั้นมันก็นั่งลงทำความสะอาดหน้า และขณะล้างหน้า หัวของมันก็ขยับเข้ามาใกล้ชามของเฉินอิ่ง ชัดเจนว่าอยากลองชิมสักคำ
เฉินอิ่งทำหน้าดุและผลักหัวมันออกไป
“มองอะไร? ถึงมองก็กินไม่ได้หรอก”
เขารีบยัดข้าวเข้าปากจนหมด และไม่มีเวลาแม้แต่จะซดน้ำซุป เขาวางชามลงและดึงหนังคอเสือดาวลายดอกเพื่อลากมันออกไป
ถ้ามันไม่ไปตอนนี้ คนอื่นก็ไม่มีที่นั่งกินข้าวพอดี
เจ้าหน้าที่สถานีพิทักษ์ป่าไม่เท่าไหร่ แต่ในบรรดานักศึกษาฝึกงาน บางคนกลัวจนหน้าซีด ไม่กล้ากินข้าวและวิ่งหนีไปแทน
เขาเดาว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ร้านสะดวกซื้อคงขายดีเป็นเทน้ำเทท่าวันนี้
พาเสือดาวลายดอกไปที่พื้นที่กว้างขวางอีกแห่งของสวนสัตว์ป่า เฉินอิ่งขอให้คนดูแลเปิดประตู เตรียมจะคุยกับมันอย่างจริงจัง
เสือดาวลายดอกไม่ได้กังวลเลยที่ถูกขัง มันเดินทอดน่องสำรวจรอบกรงอย่างสบายใจ ถูกใจต้นไม้ปลอมที่มีคานขวาง กระโดดขึ้นไปลองลับเล็บ แล้วก็ล้มตัวลงนอน
ดูหางใหญ่ ๆ ของมันแกว่งไกวอย่างเริงร่า ดูเหมือนมันจะอารมณ์ดีทีเดียว
เนื่องจากที่นี่คนเยอะ เฉินอิ่งจึงปล่อยให้เสือดาวเดินเพ่นพ่านอิสระเหมือนตอนอยู่ที่ร่องหุบเขาเจียมู่ไม่ได้
เขากลับมาพร้อมหวี และขณะแปรงขนและนวดให้เสือดาว ก็พยายามเกลี้ยกล่อมให้มันรีบไปซะ
ด้วยความรำคาญที่เขาบ่นพึมพำ เสือดาวถึงกับเอามือปิดหู ดูหมดความอดทนสุด ๆ
เฉินอิ่งกัดฟันกรอด ง้างหวีขึ้นแต่ก็ทำใจตีไม่ลง
“เออ งั้นก็รอนี่แหละ ฉันจะไปดูอาการลูกชะนีหน่อย”
เฉินอิ่งล็อกประตูกรงเหล็กขังมันไว้ โดยจงใจไม่สั่งอะไรกับ ‘เป่าเป่า[1]’เลย
เขาต้องให้มันได้ลิ้มรสความใจร้ายของมนุษย์บ้าง จะได้เรียนรู้ที่จะอยู่ห่างจากคน
หน้าห้องสังเกตการณ์ แม่ของลูกชะนีโผล่มาอีกแล้ว
แม่ชะนีเอาผลไม้สุกมาหลายลูก อยากจะป้อนลูก แต่กระจกกั้นขวางความรักของแม่ไว้
เฉินอิ่งเดินเข้าไปลูบแม่ชะนี รับผลไม้จากมือมัน เอาไปล้าง แล้วนำเข้าไปในห้องสังเกตการณ์
การฟื้นตัวของลูกชะนีเป็นไปได้ด้วยดี
ด้วยยาพิเศษที่ช่วยสมานแผลและการทำความสะอาดแผลอย่างระมัดระวังทุกวัน ไม่มีร่องรอยการติดเชื้อที่รอยเย็บเลย และเริ่มตั้งแต่วันที่สองหลังจากเขามา ลูกชะนีก็กินอาหารเหลวได้ตามปกติ
เฉินอิ่งแบ่งผลไม้และป้อนให้ลูกชะนี ยกเว้นตอนให้น้ำเกลือที่ต้องมัดไว้ นอกนั้นลูกชะนีได้รับอนุญาตให้ขยับตัวได้บ้าง
มันรู้ดีว่าจะไม่ทำตัวเองเจ็บ เล่นของเล่นบนเตียงพยาบาลโดยไม่ซนจนเกินเหตุ
“หมอเฉินคะ รายงานผลตรวจวันนี้ออกมาแล้วค่ะ การฟื้นตัวของลูกชะนีดีเกินคาด อาจารย์ทีมแพทย์ทุกคนคิดว่าเราลองให้มันกลับไปที่โรงเรือนสัตว์ได้แล้วค่ะ”
“โอเคครับ แต่การฟื้นตัวภายในยังต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะคงที่ ดังนั้นต้องดูแลเรื่องอาหารการกินอย่างใกล้ชิดนะครับ”
“ได้ค่ะ ทางศูนย์จัดคนดูแลสองคนมาดูแลมันโดยเฉพาะแล้วค่ะ”
เฉินอิ่งจะไม่เข้าไปก้าวก่ายการจัดการของที่นี่
ตอนนี้เมื่อยืนยันได้ว่าทั้งลูกชะนีและชะนีหนุ่มกำลังฟื้นตัวได้ดี ภารกิจของเขาก็เกือบจะเสร็จสิ้นแล้ว
เฟิงซินเพิ่งแจ้งเขาว่าพวกเขาถึงเขตอนุรักษ์ธรรมชาติลุ่มแม่น้ำนาบันแล้ว และเฉินอิ่งวางแผนจะรออีกสักวันสองวัน ถ้าอาการของลูกชะนียังคงที่หลังจากกลับไปที่สวนสัตว์อนุบาล เขาก็จะเตรียมตัวเดินทางต่อ
หลังจากให้ลูกชะนีออกกำลังกายสักพัก เขาเรียกนักศึกษาฝึกงานที่ดูแลมันและชะนีตัวอื่น ๆ มาอบรมพิเศษหัวข้อ “การฟื้นฟูสัตว์ตระกูลลิงหลังกระดูกหัก”
พอบรรยายจบ ก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
หลังจากสาธิตการนวดทั้งตัวให้ลูกชะนี เขาแบ่งนักศึกษาเป็นกลุ่มย่อยให้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติด้วยกัน
เขารีบออกจากประตูไปที่สวนสัตว์ป่าที่เป่าเป่าอยู่ หวังว่ามันจะไม่เริ่มงอแงนะ
เฉินอิ่งประเมินความนิ่งของเป่าเป่าต่ำไป มันนอนแผ่หราอยู่บนต้นไม้ หลับปุ๋ยไม่รู้ร้อนรู้หนาว
นี่มันเผือกร้อนชัด ๆ!
เขาจะไล่มันกลับป่ายังไงดีเนี่ย? หรือจะต้องพามันไปเดินเล่นอีกรอบหลังจากเพิ่งกลับมา?
เฉินอิ่งไม่กล้าแม้แต่จะกลับไปนอนที่หอพัก ขดตัวนอนกอดหมอนในป้อมยามข้างสวนสัตว์ป่าทั้งคืน
เช้าวันรุ่งขึ้น ประมาณตีห้าห้านาที เป่าเป่าก็เริ่มกระวนกระวายและเขย่าประตูกรงเหล็ก อยากจะออกไป
เฉินอิ่งเดินหน้าบึ้งมาเปิดประตู และถือโอกาสตบก้นแน่น ๆ ของมันไปทีหนึ่ง
อืม สัมผัสไม่เลวแฮะ
เป่าเป่าหันขวับ ทำท่าจะตะปบ แต่กลางอากาศกลับกระโดดหลบไปด้านข้าง ปีนขึ้นต้นไม้ ส่งเสียงโหยหวนสองที เฉินอิ่งแยกไม่ออกว่ามันหัวเราะหรือเยาะเย้ยที่ทำให้เขาตกใจ แล้วก็หายวับไปไร้ร่องรอย
พอกลับมาถึงแถวตึกหอพัก เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคและหัวหน้าทีมแพทย์ก็เข้ามาทักทาย
“ทำไมเราไม่ใส่ปลอกคอให้เสือดาวล่ะครับ? ทำไมไม่บอกเร็วกว่านี้? มันไปซะแล้ว”
รอยยิ้มของหัวหน้าทีมแพทย์เจื่อนลง “ไปแล้วเหรอ? มันจะไปดื้อ ๆ แบบนี้ได้ไง?”
“แล้วทำไมมันต้องอยู่ล่ะครับ? อยู่รอกินโต๊ะจีนเหรอ?”
เฉินอิ่งรับปลอกคอมาและชำเลืองมอง
“ผมจะเก็บไว้กับตัวก่อน ถ้าบ่ายนี้มันกลับมา ผมจะใส่ให้ แต่ถ้าไม่ ผมจะคืนให้ก่อนผมกลับครับ”
“คุณจะไปแล้วเหรอ?”
“ครับ ผมมีงานอื่นต้องทำ เสือลายเมฆรอผมอยู่ครับ”
หัวหน้าทีมแพทย์ร้อนใจ คว้ามือเขาหมับ “แต่ทางนี้ต้องการคุณมากกว่านะครับ!”
เฉินอิ่งพูดไม่ออก ราวกับว่าเขาอยู่ต่อได้จริง ๆ งั้นแหละ แต่การจะไปก็ไม่ใช่ว่าจะไปได้ทันทีในวันรุ่งขึ้น
เขายังต้องสังเกตกิจกรรมของลูกชะนี ให้ความคุ้นเคยกับนักศึกษาเรื่องกระบวนการฟื้นฟู และปรับยา
ดูเหมือนไม่มีอะไรทำมาก แต่พอทำจริง ๆ ก็กินเวลาสุด ๆ
ต่อมาก็เป็นไปตามคาด เสือดาวกลับมาจริง ๆ ไม่ได้คาบอาหารมาด้วย แค่เดินทอดน่องมาเฉย ๆ
ขณะเฉินอิ่งเดินออกจากโซนฟื้นฟูที่ลูกชะนีอยู่ เขาก็เห็นเป่าเป่าเกาะอยู่บนกำแพงด้านนอกของโรงเรือนสัตว์ทันที
ข้างใน พวกลิงหนุ่มส่งเสียงร้อง ┗|`O′|┛ โอ๊ย~~ อาละวาดอย่างทำอะไรไม่ได้ใส่เป่าเป่า
เป่าเป่าทำหน้าประมาณว่า ‘ดูไอ้พวกงั่งนี่สิ’ มองพวกลิงหนุ่มวิ่งไล่งับหางตัวเองข้างในสวนด้วยสายตาเหยียดหยาม
“ลงมา ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” เฉินอิ่งเดินเข้าไปใกล้ ตบขาหลังที่ห้อยต่องแต่งของเป่าเป่า ตั้งใจจะใส่ปลอกคอให้มัน
“นี่อะไร? กินได้ไหม?”
“กินไม่ได้ เลิกพยายามจะแทะทุกอย่างสักที แกเป็นเป่าเป่า ไม่ใช่แมว ทำไมขี้สงสัยจัง?”
เขาใส่ปลอกคอให้มันอย่างทุลักทุเล ปรับขนาดและองศาไม่ให้รบกวนกิจกรรมประจำวันของเป่าเป่า
ไม่ชินกับปลอกคอใหม่ เป่าเป่าสะบัดหัวและใช้ขาหลังเกาเกากระดิกคอ แต่ก็เอาไม่ออก
“เด็กดี มานี่ มากินเนื้อกัน”
ต้องมีรางวัลล่อใจหน่อยสำหรับการให้ความร่วมมือ
กระต่ายหนึ่งตัวบวกเนื้อวัวสามปอนด์ คือปริมาณอาหารคร่าว ๆ ของเสือดาวสำหรับวันหรือสองวัน
เขาทำมือเป็นสัญลักษณ์บอกความสำเร็จให้หัวหน้าทีมแพทย์ ซึ่งเริ่มรับสัญญาณติดตามทันที
ขณะนั่งเฝ้าเป่าเป่ากินอาหารมื้อใหญ่ เฉินอิ่งวิดีโอคอลหาเสี่ยวเซิน อยากเช็กสถานการณ์ที่สถานีฉุกเฉิน
พอรับสาย เฉินอิ่งก็โดนเจ๊เสือดาวจู่โจมทันที
เจ๊เสือดาวยื่นหน้าเข้ามาใกล้กล้อง บ่นด่าเสียงดัง เป้าหมายคือเมินตุนเอ๋อร์
“หยุด ๆ ช้า ๆ หน่อย เกิดอะไรขึ้นกับเมินตุนเอ๋อร์? เธอกลับเข้าป่าไปแล้วเหรอ?”
เสี่ยวเซินชะโงกหน้าเข้ามาครึ่งหนึ่งเพื่ออธิบาย
“เมินตุนเอ๋อร์ไล่ตบทุกคนที่ศูนย์อนุรักษ์ แต่หมีตัวผู้ที่มันปิ๊งดันไม่ยอมผสมพันธุ์กับมันทำให้โมโหจัด มันเลยหักต้นไม้ในกรงไปครึ่งหนึ่งในคืนเดียว แถมยังทำลายของเล่นเสริมทักษะพังยับ”
หน้าเสี่ยวเซินเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม “ช่วยไม่ได้ ทางศูนย์เลยต้องปล่อยมันกลับเข้าป่า ฤดูผสมพันธุ์ปีนี้ใกล้จะหมดอีกแล้ว”
“แต่ตัวผู้ฝั่งเราก็ไม่มีตัวไหนสนใจจะผสมพันธุ์กับเมินตุนเอ๋อร์ไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่ครับ แต่ดูเหมือนปีนี้จะมีหมีหนุ่มจากพื้นที่อื่นเข้ามาสองสามตัว ทางศูนย์เลยอยากให้เมินตุนเอ๋อร์ลองดูเผื่อจะปิ๊งปั๊งกับหนุ่ม ๆ พวกนี้”
เฉินอิ่งจนปัญญา ยัยอ้วนเมินตุนเอ๋อร์เริ่มจะเป็นภาระหนักอกพวกเขาแล้วจริง ๆ
บางทีฮวงจุ้ยบ้านมันอาจจะไม่ดี
เจ้าขาวใหญ่ยอมเป็นลูกเขยเต็มตัว ดูแลลูกเลี้ยงดียิ่งกว่าพ่อแท้ ๆ
เมินตุนเอ๋อร์พวกแพ้คนหล่อ แค่ดูหน้าก็น่าจะพอแล้ว แต่มันดันเรื่องมากต้องการทั้งหล่อทั้งเก่ง จะเอาทุกอย่าง ทำไมไม่ไปสอยดาวเอาเลยล่ะ?
ส่วนจือหม่า หมีน้อยที่ถ้าไม่หลงทางก็กำลังจะหลงทาง ไม่รู้ว่าปีนี้จะเตลิดไปไหนอีกไหม
ไม่มีลูกแม่หมีตัวไหนไม่สร้างปัญหาเลยสักตัว
ไม่สิ แม่หมีก็สร้างปัญหาเหมือนกัน จือหม่าหลงทางก็ต้องโทษแม่มันส่วนหนึ่งด้วยแหละ
เห็นเฉินอิ่งคุยกับสัตว์สองขาตัวอื่นแล้วเมินเธอ เจ๊เสือดาวก็เริ่มไม่พอใจและคำรามเสียงดัง
เสียงคำรามนี้เรียกความสนใจจากเป่าเป่าที่กำลังกินอยู่ใกล้ ๆ
เป่าเป่าเบียดเข้ามาหน้าจอ ดมฟุดฟิด แต่ไม่เห็นเสือดาวตัวเมีย
ขณะที่มันกำลังจะกลับไปกินต่อด้วยความงุนงง เจ๊เสือดาวที่อยู่อีกฝั่งก็เหลือบเห็นหัวของเป่าเป่า แล้วเธอก็องค์ลงทันที!
“อ๋อ ไอ้สารเลว บอกว่าจะไป ‘ทำงาน’ แต่ลับหลังแกแอบเลี้ยงเสือดาวอีกตัวไว้เหรอ”
เจ๊เสือดาวคำรามอย่างเกรี้ยวกราด “มันสวยกว่าฉันเหรอ หรือตัวผู้ของมันเก่งกว่า? ลูกสองตัวของฉันยังซนไม่พอใช่ไหม? ถ้าไม่พอ เราก็ยังมีนังหนูให้แกเล่นด้วยไม่ใช่เหรอ?”
เฉินอิ่งโดนด่าชุดใหญ่ ร้องขอความเมตตาและยืนยันว่าไม่ได้เลี้ยงเสือดาวใหม่ ดูสิ เขาแค่ใส่ปลอกคอให้มันเฉย ๆ
กล้องซูมไปที่ปลอกคอสีดำรอบคอเป่าเป่า และภาพที่คุ้นตาก็ทำให้เจ๊เสือดาวสงบลงในที่สุด
“เออ ช่างเถอะ อย่าให้รู้นะว่าแอบเลี้ยงเสือดาวไว้ข้างนอก ไม่งั้น . . .”
สายตาเจ๊เสือดาวคมกริบ เฉินอิ่งเสียวสันหลังวาบ และแอบผลักหัวเป่าเป่าที่พยายามจะเอาหัวมาถูไบอกเขาออกไปเงียบ ๆ
เป่าเป่า ซึ่งได้ยินแต่เสียงแต่ไม่เห็นตัว เดินวนรอบเฉินอิ่ง แล้วกลับไปกินเนื้อต่ออย่างงง ๆ
สัตว์สองขาตัวนี้แปลกชะมัด ซ่อนเสือดาวไว้ได้ด้วย!
ขณะโชว์ออฟ มันก็คอยสำรวจเฉินอิ่ง สงสัยว่าเขาซ่อนเสือดาวตัวเมียไว้ตรงส่วนไหนของร่างกายกันแน่
หลังจากคุยสั้น ๆ และกำลังจะวางสายวิดีโอคอล เขาก็ได้ยินเสียงตะโกนของหลินลี่แว่วมา
“อาจารย์เซี่ย [2]อาจารย์เซี่ย แพนด้าตัวนั้นมาอีกแล้วครับ!”
[1] เสือดาว
[2] อาจารย์เซี่ย คือ เสี่ยวเซินนะครับ ชื่อเต็มของเขาคือ เซี่ยเซิน