- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 210 จะตัวใหญ่แค่ไหน ก็ยังเป็นเบบี๋อยู่ดี 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 210 จะตัวใหญ่แค่ไหน ก็ยังเป็นเบบี๋อยู่ดี 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 210 จะตัวใหญ่แค่ไหน ก็ยังเป็นเบบี๋อยู่ดี 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 210 จะตัวใหญ่แค่ไหน ก็ยังเป็นเบบี๋อยู่ดี
เหงื่อเย็นไหลอาบแก้มเสี่ยวกู่ทันที ขณะที่คุณหนูเต้าและเฉินอิ่งเปิดประตูรถลงไปดูสถานการณ์พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
“ลูกชะนีครับ”
เฉินอิ่งระบุได้ทันทีว่าวัตถุที่ตกลงมาคือลูกชะนี
เขามองซ้ายมองขวา ถอดเสื้อโค้ทออก วิ่งเข้าไปห่อตัวลูกชะนี แล้วกลับมาที่รถ
ลูกชะนียังมีชีวิตอยู่ แต่อาการน่าเป็นห่วง
มีเลือดรอบปาก ตาปิดแน่น และลมหายใจรวยริน
“ไปเร็ว ออกรถเลย”
คุณหนูเต้าตบเบาะคนขับ “ฉันจะโทรบอกให้เขาเตรียมห้องฉุกเฉินเดี๋ยวนี้”
เสี่ยวกู่ถอนหายใจ ตั้งสติ เหยียบคันเร่งมิด รถพุ่งทะยานสู่สถานีพิทักษ์ป่า
เมื่อไปถึง มีคนมารอรับที่หน้าประตูแล้ว โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง พวกเขาถูกนำตัวไปที่ห้องผ่าตัดทันที
เฉินอิ่งเปลี่ยนชุด ล้างมือและฆ่าเชื้ออย่างใจเย็น สายตาจับจ้องไปที่ลูกชะนีบนเตียงผ่าตัด
เขาได้คลำตรวจเบื้องต้นตอนอุ้มมาแล้ว วินิจฉัยคร่าว ๆ ว่าซี่โครงหักทิ่มปอด และอาจมีอาการบาดเจ็บภายในจากการตกจากที่สูง
แม้ห้องผ่าตัดจะดูเรียบง่าย แต่ก็มีอุปกรณ์ครบครัน รวมถึงเครื่องอัลตราซาวนด์ข้างเตียง ทว่าผลการตรวจไม่ค่อยสู้ดีนัก
หลังจากการผ่าตัดยาวนานสี่ชั่วโมงครึ่ง โดยมีสัตวแพทย์ผู้ช่วยผลัดเปลี่ยนเวรไปรอบหนึ่งแล้ว เฉินอิ่งยังคงมือเที่ยงขณะทำความสะอาดอวัยวะภายในของลูกชะนี
“นี่มันศัลยแพทย์มือเทวดาชัด ๆ ทำไมไม่ไปรักษาคน มาเป็นสัตวแพทย์นี่ดูเสียของชอบกลแฮะ”
สัตวแพทย์และนักศึกษาฝึกงานรอบ ๆ กระซิบกระซาบกัน จนหัวหน้าทีมส่งสายตาดุ ๆ ไปให้ พวกเขาถึงยักไหล่และเงียบเสียงลง
“เอาล่ะ การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับว่าจะผ่านช่วงติดเชื้อหลังผ่าตัดไปได้ไหม และการพยากรณ์โรคจะออกมาดีหรือเปล่า”
หลังจากส่งต่อลูกชะนีให้ทีมดูแลหลังผ่าตัด เฉินอิ่งยืดคอและไหล่ที่แข็งเกร็ง เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วดื่มน้ำรวดเดียวสองแก้ว
เพื่อไม่ให้เสียเวลาผ่าตัด เขาไม่กล้าแม้แต่จะดื่มน้ำเพราะกลัวปวดห้องน้ำ
แม้การผ่าตัดสัตว์จะไม่เคร่งครัดเท่าคน และชุดผ่าตัดก็เรียบง่ายกว่า แต่ลูกชะนีเพิ่งผ่านการผ่าตัดช่องท้องมา การป้องกันการติดเชื้อไว้ก่อนย่อมดีที่สุด
คุณหนูเต้ารออยู่ข้างนอก พอเขาออกมา เธอก็ลุกขึ้นช่วยเขาใส่เป้
“ไปกันเถอะ ฉันจะพาไปที่หอพัก คุณพักสักหน่อย เดี๋ยวฉันจะโทรเรียกมากินข้าวเย็น”
อีกด้านหนึ่ง มีชะนีบาดเจ็บรอเฉินอิ่งอยู่ แต่คุณหนูเต้าจะไม่ขอให้เขาผ่าตัดอีกหลังจากเพิ่งยืนมาสี่ห้าชั่วโมง
“อย่าเพิ่งรีบพักเลยครับ ไปดูชะนีตัวที่บาดเจ็บก่อนดีกว่า ผมต้องดูว่าสามารถจัดกระดูกด้วยมือเปล่าได้ไหม ถ้าไม่ได้ ยิ่งผ่าตัดเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี”
พวกเขาย้ายไปที่โซนฟื้นฟู
ชะนีที่มีกระดูกหักหลายแห่งทั่วตัวกำลังได้รับการรักษาที่นี่
ด้วยเทคนิคลูบขนขั้นเทพและออร่าความเป็นมิตรขั้นสูง เฉินอิ่งค่อย ๆ ทำให้ชะนีที่กำลังตื่นตระหนกสงบลง
“บาดเจ็บมาสามวันแล้วเหรอครับ? รักษาอะไรไปบ้างแล้ว?”
ขณะตรวจดูอาการเขาก็ถามขึ้น แพทย์หญิงที่ดูแลชะนีตัวนี้รีบหยิบระเบียนคนไข้ขึ้นมาอ่าน
“แขนทั้งสองข้างหักในระดับต่างกัน กระดูกอัลนาที่แขนซ้ายมีร่องรอยการเชื่อมของกระดูกเก่า กระดูกขา กระดูกนิ้ว ก็มีรอยร้าวและหักเล็กน้อย ที่สำคัญที่สุดคือซี่โครงหักสองแห่ง ซึ่งอาจหักทิ่มอวัยวะสำคัญได้ถ้ายิ่งขยับตัวโดยไม่ได้รับการรักษา”
อย่างไรก็ตามซี่โครงหักไม่ใช่เรื่องยากเกินไปสำหรับมนุษย์ หลัก ๆ คือใช้แถบรัดหน้าอกเพื่อยึดซี่โครงและปล่อยให้หายเองตามธรรมชาติ
แต่นี่คือชะนี ที่ปีนป่ายทุกวัน แม้กระดูกหักก็หยุดมันไม่ได้ และการหาวิธีให้มันยอมอยู่นิ่ง ๆ เพื่อรักษาตัวคือความท้าทายที่ทุกคนต้องเจอ
หลังจากเฉินอิ่งตรวจชะนีเสร็จ พอจะเดินออกมา เจ้าชะนีก็ดึงข้อมือเขาไว้ มองตาละห้อย
คิดดูแล้ว เฉินอิ่งตัดสินใจถือโอกาสทำรักษาระยะแรกสำหรับกระดูกซี่โครงที่หัก และหลังจากเตรียมยาเสร็จ เขาจะรักษาแขนขาให้มัน
“เป็นเด็กดีนะ ว่านอนสอนง่าย เดี๋ยวฉันไปเอายามาทาให้ แล้วแกจะดีขึ้นเร็ว ๆ นี้”
เขาตบหัวชะนีหนุ่มเบา ๆ และให้ลูกมะเดื่อแห้ง
พอได้ขนม ชะนีก็ยอมนั่งนิ่ง ๆ อย่างว่าง่าย
แถบรัดหน้าอกเตรียมไว้แล้ว แต่ไม่มีใครทำให้มันยอมอยู่นิ่งให้ใส่ได้
ตอนมันหมดสติ พวกเขาเคยพันให้รอบหนึ่ง แต่พอมันตื่น มันก็ดิ้นจนหลุด เกือบทำให้อาการแย่ลง
เฉินอิ่งลงมือเอง ภายใต้การกำกับของเขา ชะนียอมยกแขนขึ้นดี ๆ ยอมให้เขาพันแถบรัดหน้าอก
การใส่แถบรัดหน้าอกมันอึดอัด ชะนีพยายามจะดึงออก แต่เฉินอิ่งตีมือมันเบา ๆ มันก็ย่อตัวลงทำหน้ามุ่ย
เฉินอิ่งให้ลูกมะเดื่ออีกหนึ่งลูก ปรับความแน่นของแถบรัด อธิบายสิ่งที่เขาจะทำต่อไป แล้วก็แบกเป้เดินไปหอพัก
ระหว่างที่เขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและพักผ่อนที่หอพัก สัตวแพทย์คนอื่น ๆ ก็เร่งเตรียมยาตามใบสั่งของเขา
ยาพวกนี้จะถูกบดเป็นผงและผสมเป็นยาพอกเพื่อช่วยสมานกระดูก
“ความยากที่สุดคือการที่มันขยับตัวอาจทำให้แผลไม่หายดี ดังนั้นเราต้องหาวิธีให้มันระบายพลังงานส่วนเกินโดยไม่กระทบกระเทือนแผล”
พูดง่ายแต่ทำยาก อย่างน้อยสัตวแพทย์ที่นี่ก็ยังหาทางออกไม่ได้
เฉินอิ่งเองก็นึกวิธีไม่ออกในทันที เขาทำได้แค่รักษามันไปก่อน แล้วค่อยหาวิธีแก้ปัญหานี้
ค่อยเป็นค่อยไป!
หลังจากรีบกินข้าวเสร็จ เฉินอิ่งก็เอาอาหารมาให้ชะนีและนั่งเป็นเพื่อนมัน
พอมาถึงโรงเรือนสัตว์ เขาเห็นมันไปห้อยโหนอยู่บนบาร์โหนในร่มอีกแล้ว แขนที่เจ็บทำให้มันร้องโอดโอย แต่ก็ยังดื้อไม่ยอมลงมา
นักศึกษาฝึกงานสองคนที่ดูแลมันแทบจะร้องไห้ พอเห็นเฉินอิ่งเดินมา คนหนึ่งถึงกับหันหลังแอบเช็ดน้ำตา
เฉินอิ่งเคาะกรงเหล็กและขมวดคิ้ว
“เมื่อกี้ฉันบอกแกว่าไง? หันหลังปุ๊บก็ดื้อปั๊บเลยเหรอ?”
ชะนีกระโดดลงจากบาร์โหน เดินกระฟัดกระเฟียดมาที่ประตูด้วยหน้าตามูทู่ แถมยัง “โยนความผิดให้คนอื่นก่อน” อีก
“ไม่มีข้าว ไม่กินข้าว ห้ามขยับตัว!”
ชะนีหนุ่มรู้สึกอัดอั้นตันใจจนเผลอจะไปดึงแถบรัดหน้าอก
เฉินอิ่งตาไว คว้ามือมันไว้ทัน
“มา ออกมา ฉันจะพาไปเดินเล่น”
ชะนีแก้มขาวเหนือเป็นสัตว์อาศัยบนต้นไม้ แทบไม่ลงมาเดินพื้นดิน ใช้แขนโหนข้ามต้นไม้เอา
การเปลี่ยนนิสัยของพวกรักอิสระแบบนี้ยากจริง ๆ
แต่ใครใช้ให้แกกระดูกหักล่ะ?
เฉินอิ่งจูงมันออกจากโรงเรือนสัตว์ไปที่ต้นไม้ในลาน แล้วปีนขึ้นไปพร้อมกับมัน ให้มันนั่งในดงใบไม้ตามที่มันคุ้นเคย
เนื่องจากชะนีนิ้วหักและต้องลดกิจกรรมลง เฉินอิ่งจึงป้อนอาหารให้มัน บางครั้งก็ปล่อยให้มันเคี้ยวยอดอ่อนและใบไม้อ่อนเอง
พอได้ออกมาข้างนอก อารมณ์ของชะนีดีขึ้นผิดหูผิดตา มันกินไปชำเลืองมองเฉินอิ่งไป ทำตัวน่ารักต่างจากเมื่อกี้ราวฟ้ากับเหว
ขณะที่มันกำลังกิน เฉินอิ่งรับยาพอกที่นักศึกษาฝึกงานส่งให้และทาอย่างชำนาญ แล้วพันด้วยผ้าพันแผล
“อันนี้ห้ามแกะ ทนหน่อยไม่กี่วัน พอหายดีแล้ว แกก็จะได้กลับบ้าน”
ชะนีที่กำลังจะเอาปากไปแทะผ้าพันแผล หรี่ตาลงแล้วดึงนิ้วกลับอย่างเนียน ๆ
เฉินอิ่งเห็นแล้วขำ ลูบหัวจุกสีดำของมัน
ชะนีเลียนแบบเขา เอามือมาขยี้ผมเขาบ้าง
นักศึกษาฝึกงานใต้ต้นไม้เห็นภาพนี้แล้วอิจฉาตาร้อนผ่าว
เมื่อไหร่พวกเขาจะทำให้สัตว์เชื่องได้ตั้งแต่แรกเจอแบบหมอเฉินบ้างนะ?
ไม่ใช่แค่นักศึกษาที่อิจฉา สัตวแพทย์เองก็อิจฉา
เหลียงซานมีสัตว์ป่ามากมาย แต่ที่ล้ำค่าที่สุดคือชะนีแก้มขาวเหนือ ซึ่งใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งทั้งในระดับชาติและสากล
ผ่านไปกว่าชั่วโมง นั่งเป็นเพื่อนเจ้าชะนีหนุ่มกินข้าวและทายา เฉินอิ่งถามมันว่าจะกลับไปพักในโรงเรือนหรือจะอยู่บนต้นไม้ต่ออีกหน่อย
ชะนีหนุ่มมองซ้ายมองขวา ตัดสินใจพักบนต้นไม้ในห้องนั้นแหละ
พอกลับเข้าห้อง ชะนีหนุ่มก็ส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้น
ก่อนหน้านี้ห้องโล่ง ๆ มีแค่บาร์โหนเทียมไม่กี่อัน ไม่มีอะไรเลย แต่ในช่วงเวลาสั้น ๆ โรงเรือนสัตว์ถูกเนรมิตให้เต็มไปด้วยกิ่งไม้ใบไม้
ชะนีหนุ่มสำรวจนิดหน่อย รู้สึกสบายตัว นาน ๆ ทีถึงจะยอมนอนลง หาว ปิดตา และหลับไปอย่างรวดเร็ว
“ปล่อยให้มันนอนเถอะ ไม่ต้องเข้าไปดูบ่อย มีกล้องอยู่ข้างใน คอยดูผ่านกล้องก็พอ อีกสี่ชั่วโมงผมจะมาเปลี่ยนผ้าพันแผลให้มัน”
“หมอเฉินครับ ทำไมไม่สอนพวกเราเปลี่ยนผ้าพันแผลล่ะครับ? หมอจะได้พักผ่อนบ้าง”
“ไว้ตอนเปลี่ยนผ้าพันแผลผมจะพาพวกคุณไปดู แต่ช่วงสองสามวันนี้ยังไม่ได้ มันยังเครียดอยู่ เกิดทำเจ็บขึ้นมามันจะอารมณ์เสีย”
ชะนีตัวอื่น ๆ ได้รับการรักษาไปแล้ว เฉินอิ่งแค่มาตรวจซ้ำพวกที่ตีกันหนัก ๆ จนกล้ามเนื้อและกระดูกบาดเจ็บ
ชะนีพวกนั้นที่เคยดุร้ายแยกเขี้ยวใส่สัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่กู้ภัย กลับเชื่องสนิทเมื่ออยู่กับเฉินอิ่ง สั่งให้นอนก็นอน สั่งให้พลิกตัวก็พลิกตัว เชื่อฟังยิ่งกว่าลิงละครสัตว์
ทักษะขั้นเทพนี้ทำเอาสัตวแพทย์ที่เคยกังขาหุบปากสนิท
จะไปเทียบได้ไง? เทียบยังไงไหว? แค่เขาปรายตามอง สัตว์ตัวใหญ่พวกนี้ก็ยอมจำนนให้ตรวจแต่โดยดี
พวกเขาน่ะเหรอ ทั้งพูดดีทั้งหลอกล่อสารพัด ยังแทบจะตรวจไม่รอด
มีแค่ชะนีเด็กไม่กี่ตัวที่พอจะว่านอนสอนง่ายหน่อย ก็เฉพาะตอนแม่ไม่อยู่เท่านั้นแหละ
เอาเถอะ ยอมรับความจริงและช่องว่างแห่งทักษะนี้ซะ คนธรรมดาจะไปเทียบกับ ‘ดรูอิด’ ได้ยังไง!
เพียงชั่วข้ามคืน ข่าวการมาเยือนของดรูอิดที่เขตอนุรักษ์ธรรมชาติเหลียงซานก็แพร่สะพัดไปทั่ววงการอนุรักษ์สัตว์ป่าในมณฑลเตียน
พอสืบดูถึงรู้ว่า นี่คือสัตวแพทย์จากสถานีพิทักษ์แพนด้ายักษ์ของมณฑลข้างเคียงนี่เอง
เช้าวันรุ่งขึ้น ระหว่างทางไปดูอาการลูกชะนี เฉินอิ่งรู้สึกแปลก ๆ ทำไมคนมองเขาเยอะจัง? แถมยังซุบซิบกันข้างหลัง หรือว่าเขา . . .
เขาก้มลงมอง อ้าว ลืมรูดซิปกางเกง!
มณฑลเตียนนี่สมคำร่ำลือจริง ๆ เมื่อเช้าเขากินเห็ดเมาไปมากเกินไปหรือเปล่านะ?
เฉินอิ่งเดินเข้าห้องสังเกตการณ์ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เจ้าตัวเล็กตื่นแล้วแต่อ่อนแรง ถูกยึดไว้กับเตียงพยาบาล มีสายน้ำเกลือห้อยอยู่ข้าง ๆ
เฉินอิ่งเดินเข้าไป แตะแก้มและจุกบนหัวลูกลิง แล้วหยิบสมุดบันทึกข้างตัวขึ้นมาดู
มันบันทึกรายละเอียดการให้ยาและผลตรวจ สะดวกให้หมอเช็กได้ตลอดเวลา
ลูกชะนี ซึ่งยังมีขนสีทองปกคลุม ส่งเสียง “ฮู-ฮา” เบา ๆ เมื่อเห็นเฉินอิ่ง
เฉินอิ่งวางสมุดบันทึกและก้มลงมองมัน