- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 170 เปลี่ยนเจ้าบ้านหน่อยเป็นไง? 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 170 เปลี่ยนเจ้าบ้านหน่อยเป็นไง? 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 170 เปลี่ยนเจ้าบ้านหน่อยเป็นไง? 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 170 เปลี่ยนเจ้าบ้านหน่อยเป็นไง?
สองคนที่หนีไปได้มีรายงานว่ามุ่งหน้าไปทางหุบเขากู่ลา ตอนนี้ตำรวจป่าไม้ นักผจญเพลิง และเจ้าหน้าที่กองร้อยรักษาดินแดนกำลังปิดถนนและปูพรมค้นหา
อินลี่ถูกพักงานชั่วคราว ส่วนพ่อของเขาตรงไปที่สำนักงานเพื่อคุย
พ่ออินลี่ ผู้เชื่อเสมอว่าเส้นสายสำคัญที่สุด ในที่สุดก็เข้าใจภายใต้แสงสว่างของความยุติธรรมทางกฎหมายว่า เส้นสายเหล่านั้นก็เหมือนฟองสบู่ที่แตกได้แม้ไม่มีใครจิ้ม
เพื่อนที่เคยเรียกว่าเพื่อนหนีหายเหมือนเจอโรคระบาด และ “พี่น้อง” หลายคนถึงกับแฉว่าแกใช้ตำแหน่งของอินลี่ค้าสมุนไพรหายาก
แม้ข้อกล่าวหาหลังจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นการใส่สีตีไข่ของพวกเหยียบย่ำคนล้ม แต่พฤติกรรมของพ่ออินลี่ก็ถือว่าเต้นอยู่บนเส้นด้ายของกฎหมายจริง ๆ
พอได้ยินว่าลูกชาย ความภาคภูมิใจของแก อาจตกงาน พ่ออินลี่ดูแก่ลงไปสิบปีในชั่วข้ามคืน
หลังค่อมลง เสียงเบาลง ปฏิเสธซ้ำ ๆ ว่าไม่มีเจตนาจะลักลอบล่าสัตว์ อ้างว่าแค่อยากขอเงินลงทุนจากเจ้านายใหญ่เท่านั้น
“พ่อคิดว่าขอแล้วจะได้เลยเหรอ? คิดว่าเงินหาได้ตามท้องถนนหรือไง? หวังผลตอบแทนโดยไม่ลงทุน พ่อคิดว่าเป็นไปได้เหรอ?”
พี่เขยของอินลี่โกรธจัด ตอนไปเยี่ยมพ่อตาพร้อมภรรยา เขาอดกลั้นความโกรธไว้ไม่อยู่
“ผมรู้ว่าผมไม่ได้เรื่อง พ่อถึงดูถูกผม แม้แต่เมียผมยังทน พ่อมีอาลี่คนเดียวที่ได้ดี แต่ตอนนี้ แม้แต่ความสำเร็จนั้น พ่อก็จะทำลายมัน”
ชายนั่งยอง ๆ พิงกำแพง กุมหัวร้องไห้เบา ๆ ใบหน้าดูซูบตอบและแก่ชรายิ่งกว่าเดิม
ที่ชั้นสามฝั่งตรงข้าม อินลี่มองฉากนี้จากห้องผู้อำนวยการด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ
“อินลี่ อย่ากดดันตัวเองมาก เรื่องนี้ไม่กระทบคุณเท่าไหร่หรอก”
ผู้อำนวยการยืนข้างอินลี่ ตบไหล่เขา
“เรื่องที่ผมพูดคราวที่แล้ว คิดไปถึงไหนแล้ว? ส่วนตัวผมแนะนำให้ลองดู ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ค่อยกลับมา ตำบลเจียมู่ มีที่ว่างให้คุณเสมอ”
อินลี่ก้มหน้าเงียบ
ผู้อำนวยการเคยบอกว่าจะมีการตั้งสถานีพิทักษ์ป่าแห่งใหม่บนที่ราบสูงหลังปีใหม่ และอยากให้อินลี่ไปดูแล
เขาลังเล เพราะเขาพอใจกับงานที่ตำบลเจียมู่ เข้ากับทุกคนได้ดี และที่สำคัญคือใกล้บ้าน ดูแลแม่ได้สะดวก
แต่ด้วยเรื่องอื้อฉาวของพ่อ การอยู่ต่อจะดึงดูดคำครหามากเกินไป
แม้ตอนนี้การสอบสวนจะเคลียร์พ่อเขาว่าไม่ได้ตั้งใจสมคบคิดกับพวกลักลอบล่าสัตว์ แต่ข่าวลือสนความจริงที่ไหน?
ผู้อำนวยการไม่กดดัน ปล่อยให้เขาคิดต่อ
เขตอนุรักษ์ที่ตั้งใหม่ยังอยู่ในช่วงจัดตั้งองค์กร จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วสุดก็เดือนมีนาคมหรือเมษายนปีหน้า
อินลี่มีเวลาถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์หลังปีใหม่ในการตัดสินใจ
“เราให้คุณหยุดครึ่งเดือน ช่วงวันหยุดปีใหม่ คุณทำตามระเบียบปกติ ให้พนักงานเก่ากับใหม่เข้าเวรร่วมกันสามวัน กลับบ้านไปพยายามอย่าทะเลาะกับพ่อ คนแก่ไม่เข้าใจเป็นเรื่องปกติ เราต้องใจเย็นและอธิบายให้ละเอียด”
อินลี่พยักหน้าเงียบ ๆ ก่อนจะออกจากห้องผู้อำนวยการและกำลังจะไปทำเรื่องปิดคดีให้พ่อที่ห้องข้าง ๆ เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากเฉินอิ่ง
“พ่อฉันรู้เรื่องที่บ้านนายแล้ว กำลังบึ่งเข้าเมือง รีบพาพ่อนายกลับบ้านก่อนที่ตาแก่สองคนจะเจอกัน”
น่าอายที่จะพูด แต่เวลาแยกกันอยู่ สองผู้เฒ่ายังพอคุยกันรู้เรื่อง แต่พอเจอกันเมื่อไหร่ เหมือนดาวอังคารชนโลก ทุกคนภาวนาให้โลกแตกไปซะยังดีกว่า
อินลี่เร่งฝีเท้า ทำเรื่องเสร็จในพริบตา แล้วลากพี่เขยให้พาพ่อกลับไป
เห็นเขาหน้าเครียด พี่สาวและพี่เขยอินลี่ไม่กล้าถาม ทำตามสั่งทันที
จนกระทั่งพาพ่อกลับบ้านและกำชับพี่สาวให้จับตาดูพ่อให้ดีสองสามวันนี้ แล้วรีบหันหลังกลับ พี่เขยอินลี่ถึงค่อย ๆ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น
ป้าข้างบ้านเดินผ่านมา ชะโงกดูในลานบ้าน แล้วโบกมือให้พี่สาวอินลี่
“ได้ยินว่าลุงเฉินกำลังกลับมา จับตาดูพ่อเธอดี ๆ นะ อย่าให้ไปตีกันล่ะ”
ชัดเจนแจ่มแจ้ง ความแค้นของสองผู้เฒ่าย้อนไปถึงวัยเด็ก
อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน บ้านใกล้กัน ย่อมถูกเปรียบเทียบเป็นธรรมดา
พ่อเฉินอิ่งเป็นคนเงียบขรึม แต่ฉลาดเป็นกรด
พ่ออินลี่เป็นคนใจร้อน ขี้โมโห และไม่ชอบใช้สมอง
ความขัดแย้งสะสมระเบิดออกหลังการประชุมผู้ปกครองครั้งหนึ่ง หลังจากทั้งคู่แต่งงานมีลูกแล้ว
“พ่อฉันให้ของขวัญครู แต่ไม่ใช่เงิน เป็นบัตรเข้าฟังบรรยายพิเศษที่พ่อหามาได้จากเส้นสาย ครูฉันอยากเลื่อนวิทยฐานะและกำลังหาโอกาสเข้าอบรม พ่อฉันถนัดเรื่อง ‘ยื่นมือเข้าช่วยในยามยาก’”
“แล้วพ่ออินลี่เห็นตอนให้บัตร ก็กล่าวหาว่าพ่อฉันติดสินบนครูด้วยเงิน บอกว่านั่นช่วยให้ฉันได้รางวัล ‘นักเรียนดีเด่น’ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ฉันสอบได้ที่หนึ่งของระดับชั้นมาห้าปีติด”
“หลังจากนั้น พ่อฉันก็ออกจากหมู่บ้านไปหาโอกาสที่อื่น แล้วฉันก็สอบเข้าโรงเรียนมัธยมในอำเภอ ต่อมาก็ย้ายตามพ่อไปเรียนในเมืองเอก”
“คราวหลังในงานรวมญาติ ลุงฉันหลุดปากบอกว่า พ่ออินลี่กลายเป็นคนระแวงตั้งแต่นั้นมา เชื่อว่าโลกนี้ขับเคลื่อนด้วยเส้นสาย และทำอะไรไม่ได้ถ้าไม่มีเงินหรืออำนาจ แกเลยกดดันอินลี่ให้ประสบความสำเร็จ ความสัมพันธ์พ่อลูกแย่ลงถาวรหลังจากเราย้ายออกไป”
เหล่าเกาอึ้ง “พ่ออินลี่ ไม่ได้ไปหาเรื่องพ่อชกต่อยกับพ่อนายเหมือนที่ปู่แกทำ ก็ถือว่านิสัยดีใช้ได้แล้วนะ”
“นั่นสิ จริง ๆ แล้วเราดีกันมาตั้งแต่เด็ก ฉันเรียนเก่งกว่าอาลี่นิดหน่อย เห็นได้ชัด ปกติเราสลับกันได้ที่หนึ่งที่สองตลอด และปีที่ฉันได้ ‘นักเรียนดีเด่น’ เขาก็ได้รางวัล ‘ยุวชนดีเด่น’ เหมือนกัน แต่พ่อเขารู้สึกว่าไม่ยุติธรรม”
เหล่าเกาถอนหายใจ “มิน่าล่ะ ผู้อำนวยการถึงบอกใบ้ให้นายเกลี้ยกล่อมเหล่าอินให้ไปทำงานที่ศูนย์พิทักษ์แห่งใหม่ ฉันก็คงทำเหมือนกัน พ่อแม่แบบนี้อยู่ด้วยแล้วอึดอัดตาย”
“จริง ผู้อำนวยการคนปัจจุบันเลื่อนตำแหน่งมาจากโรงเรียนมัธยมในตำบลเรา อาลี่เป็นหัวหน้าห้องมาหกปีและเรียนดี เลยเป็นศิษย์รักของท่าน”
คำพูดนี้ทำเอาเหล่าเกาสะอึก
มิน่าล่ะ ผู้อำนวยการถึงดูทุ่มเทปั้นอินลี่เป็นพิเศษ มีสายสัมพันธ์นี้อยู่นี่เอง
เฉินอิ่งละไว้ในฐานที่เข้าใจว่า ตบมือข้างเดียวไม่ดัง
ความบาดหมางระหว่างผู้เฒ่าบานปลายจนกลายเป็นศัตรู นอกจากพ่ออินลี่จะยุขึ้นง่ายแล้ว พ่อเขาเองก็ไม่ใช่ย่อย
ขับรถของเหล่าเกาเข้าตัวตำบล ก้าวเข้าประตูสถานีตำรวจ พวกเขาก็เห็น “ประธานเฉิน” ในชุดนักธุรกิจมาดเนี๊ยบ และชายวัยกลางคนในชุดสูทดูภูมิฐานเดินออกมา
เฉินอิ่งเดินเข้าไป ยังไม่ทันพูด พ่อเขาก็ชิงพูดก่อน
แกแนะนำชายวัยกลางคนข้าง ๆ ว่าเป็นทนายชื่อดัง ที่ประธานเฉินจ้างมาเป็นพิเศษเพื่อว่าความให้พ่ออินลี่
จุดหักมุมนี้ทำเอาเฉินอิ่งงงไปเลย
“ประธานเฉินครับ ผมขอตัวกลับก่อน เรื่องนี้ไม่น่าร้ายแรงครับ น่าจะแค่ตักเตือน ถ้ามีปัญหาอะไร ติดต่อผมได้ตลอดครับ”
ทนายงานยุ่ง จัดการเรื่องเสร็จก็รีบไป
เฉินอิ่งยังงง ๆ เดินตามพ่อไปส่งทนาย แล้วหาจังหวะถามพ่อว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่
“ฮึ ด้วยสมองทึ่ม ๆ ของไอ้แก่นั่น โดนหลอกชัวร์ มันอาจจะทำเรื่องเหลวไหลได้ แต่เรื่องคอขาดบาดตายแบบนี้ ต่อให้มีความกล้าอีกสิบเท่า มันก็ไม่กล้าหรอก”
เหมือนเคยหลังจากบ่นระบายอารมณ์ ประธานเฉินก็มองไปทางอื่นแก้เขิน
“พ่อจะไม่กลับไปที่หมู่บ้าน หมอนั่นคงรู้สึกแย่แล้วแหละ พ่อรู้รายละเอียดแล้ว จะมีบทลงโทษ แต่ไม่ถึงขั้นคดีอาญา ที่สำคัญกว่านั้นคือ เขาโดนหลอก . . .” ประธานเฉินถอนหายใจ “ตาแก่นี่ อายุขนาดนี้แล้ว ขาข้างหนึ่งแหย่ลงโลงแล้ว ยังปล่อยวางไม่ได้อีกเหรอ? บอกอาลี่ด้วยว่า พ่อจะหาวิธีช่วยเขาลดผลกระทบจากเรื่องนี้ และอย่าให้เขากดดันตัวเองเกินไป ถ้าจำเป็นจริง ๆ พ่อจะดูว่าย้ายเขาไปที่อื่นได้ไหม”
ประธานเฉินมาเร็วเคลมเร็วเหมือนพายุ
หลังจากส่งพ่อกลับ เฉินอิ่งและเหล่าเกาตัดสินใจไปที่หมู่บ้านเสี่ยวไจ้เพื่อดูสถานการณ์