- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 150 เด็กหนุ่มผู้เลี้ยงแมวดาว 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 150 เด็กหนุ่มผู้เลี้ยงแมวดาว 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 150 เด็กหนุ่มผู้เลี้ยงแมวดาว 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 150 เด็กหนุ่มผู้เลี้ยงแมวดาว
ในป่า เฉินอิ่งบอกนักเลงข้างถนนว่าเจ๊หมีดำจะย้ายที่คลอดลูก และขอให้มันเลี่ยงหุบเขาฮวาชิวช่วงนี้
นักเลงข้างถนนตกลงอย่างไม่ยี่หระ
มันชอบร่องหมีเฒ่าดีอยู่แล้ว ใกล้ฟาร์มผึ้ง แถมบางทียังไปขอข้าวกินฟรีที่สวนหมีได้ และถ้าอยากได้อะไรอย่างอื่นก็พอหาได้
นอกจากช่วงฤดูผลไม้ หุบเขาฮวาชิวก็ไม่ได้วิเศษอะไรนักหนา
หลังจากจัดการเรื่องหมีดำเสร็จ เฉินอิ่งหิ้วคอแมวดาวขึ้นมาตรวจดู
ตัวผู้ ไข่สองใบเห็นชัดเจน
เขาหิ้วแมวดาวหนุ่มกลับสถานีช่วยเหลือเพื่อตรวจร่างกาย และโทรหาอินลี่ระหว่างเดิน
ปลายสายเสียงดังวุ่นวาย เหมือนมีคนกำลังร้องไห้
อินลี่บอกให้เขารอสักครู่ ผ่านไปประมาณสิบวินาที เสียงรอบข้างก็เงียบลง
“พ่อแม่เด็กขึ้นมาแล้ว จะพาเขากลับบ้าน แต่เขาไม่ยอมกลับถ้าหาแมวไม่เจอ”
เฉินอิ่งแค่นเสียง “บอกให้ตัดใจซะ แมวอยู่กับฉันแล้ว แมวดาวชัวร์ สัตว์คุ้มครองระดับสอง ติดคุกแน่นอน”
อินลี่เสียงสั่น ยิ่งกระวนกระวายกว่าเดิม
“เด็กคนนี้มีปัญหาหน่อย ๆ ที่บ้านดูจะตามใจมาก ลุงเขาแอบบอกฉันว่า พวกเขารู้กันหมดแหละว่าแมวตัวนี้พิเศษ แต่ . . .”
“ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไร การตามใจให้เลี้ยงสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์คุ้มครองระดับชาติ มันผิดกฎหมาย การทำให้สัตว์ตายหรือเกี่ยวข้องกับการค้าขายสัตว์ป่าเป็นอาชญากรรม นายก็น่าจะรู้ดีกว่าฉันนะ”
อินลี่เงียบไปพักใหญ่ สุดท้ายก็แค่ขอให้เฉินอิ่งพาแมวดาวมาเจอ แล้วค่อยคุยกันต่อหน้า
กลับมาที่สถานีช่วยเหลือ เสี่ยวเติ้งมาพร้อมเสบียง และกำลังช่วยเสี่ยวเซินเช็ดตัวให้เลโอ
เจ้านี่ทำตัวแปลก ๆ ช่วงนี้ ออกไปข้างนอกเหมือนไปขุดถ่าน กลับมาทีไรตัวดำปี๋
เจียวเจียวไม่อยากแตะเลโอเลยตอนนี้ เอาแต่กอดลูกหมีไว้ตลอด
เจ้าขาวใหญ่ขนสีขาว ถึงจะอยู่ในป่ามานาน ก็แค่เหลืองนิดหน่อย ไม่ดำสม่ำเสมอทั้งตัวแบบเลโอ
ตอนเสี่ยวเติ้งมาถึงสถานีช่วยเหลือ เด็กคนนั้นก็ไปถึงสถานีพิทักษ์ป่าแล้ว และด้วยความหูตาไว เขาเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเด็กคนนั้นมาได้เกือบหมดจากการสอบถามอ้อม ๆ
“เด็กป่วยครับ เป็นโรคที่รักษาไม่หาย การมาเยี่ยมญาติครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้าย ที่บ้านรู้เรื่องอาการเขาดี เลยมักจะตามใจ”
“เขารักสัตว์มาตั้งแต่เด็ก ฝันอยากมีสัตว์เลี้ยงของตัวเอง แต่เพราะเรื่องสุขภาพ หมอเลยไม่ให้เขาอยู่ใกล้สัตว์อย่างหมาแมว”
“คราวนี้เขาขอร้องหนักมาก และหลังจากปรึกษาหมอ พ่อแม่ก็ยอมให้เลี้ยงแมวได้ พวกเขาเจอแมวที่ตีนเขา นึกว่าเป็นแมวจรจัด ต่อมาพอรู้ว่าเป็นแมวดาว ครอบครัวก็ทำใจบอกให้เขาทิ้งไม่ได้”
เสี่ยวเติ้งถอนหายใจ ก้มหน้ามองพื้น “ป้าเขาบอกว่าเด็กเหลือเวลาไม่มากแล้ว หลังจากเขาไป พวกเขาจะมอบแมวดาวให้สถานีพิทักษ์ป่า”
เหล่าเกาคอแห้งผาก พูดเสียงแหบพร่า “ทำไมเด็กคนนี้ถึง . . .”
เขาไม่รู้จะพูดยังไง ไร้เดียงสาเหรอ? ถ้าเป็นเขา เขาก็คงไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด
บรรยากาศหนักอึ้ง จินหยากับเจ้าจินน้อยกลับมาเจอทหารเสือสี่คนนั่งเงียบกริบ เหมือนมีเมฆดำปกคลุมอยู่เหนือหัว
“เป็นอะไรกัน?” จินหยาเดินเข้ามา ถูไถแขนเฉินอิ่ง แล้วนอนลงบนม้านั่งข้างเขา
เจ้าจินน้อยอยู่บนต้นไม้ รักษาระยะห่างจากมนุษย์
เฉินอิ่งไม่รู้จะอธิบายสถานการณ์ของเด็กให้จินหยาฟังยังไง ได้แต่บอกเสียงแหบ ๆ ว่าไม่มีอะไร
“แต่ดูเหมือนมีอะไรนะ” จินหยาพูดลอย ๆ “วันนี้ตอนล่าเหยื่อในป่า ฉันได้ยินมาว่าเสือลายเมฆขโมยแมวมาจากสัตว์สองขา รู้ไหม?”
พูดยังไม่ทันขาดคำ หัวหนึ่งก็โผล่ออกมาจากต้นไม้ฝั่งตรงข้าม
ว้าว เจ้าตัวการอยู่นี่เอง!
มองขึ้นไปที่กรงสัตว์ห้องสังเกตการณ์ สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ก็ขดตัวอยู่ที่มุมกรง
อินลี่โทรมาอีก
“เด็กไม่ยอมลงจากเขา นายรีบมาหน่อยได้ไหม?”
น้ำเสียงอินลี่เผยความจนปัญญาอย่างชัดเจน
“เด็กสุขภาพไม่ดี พ่อแม่ไม่กล้ากดดันมาก ตอนนี้เขาวิ่งหนีไปขังตัวเองอยู่ในคอกสัตว์ที่จินหยาเคยอยู่ ไม่มีใครกล่อมให้ออกมาได้เลย”
“ไม่มีกุญแจสำรองเหรอ?”
“มีกุญแจ แต่เด็กคนนั้น . . . ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไง นายเรียนจิตวิทยามา ลองมาดูหน่อยได้ไหม?”
“แต่ฉันเรียนจิตวิทยาสัตว์นะ!”
“มนุษย์ก็สัตว์เหมือนกันแหละ น่าจะพอ ๆ กันมั้ง? ลองดูหน่อยเถอะ ถ้ายืดเยื้อต่อไป ฉันกลัวเขาจะเป็นอะไรไปจริง ๆ”
ช่างเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นจริง ๆ มนุษย์ก็เป็นสัตว์ . . . บ้าบอ! ถึงเขาจะเป็นสัตวแพทย์ แต่ในฐานะผู้ใหญ่ เขาจะยืนดูอยู่เฉย ๆ ไม่ได้
ขณะกำลังจะออกไป เฉินอิ่งเหลือบมองจินหยา แล้วจู่ ๆ ก็ปิ๊งไอเดีย
“จินหยา อยากไปกับฉันไหม? ฉันอาจต้องการให้เธอช่วย”
จินหยาเดินตามเฉินอิ่งอย่างร่าเริง เดินไปไม่กี่ก้าวก็หันกลับมามองเจ้าจินน้อย
คิดดูแล้ว เจ้าจินน้อยตัดสินใจตามไปด้วย มันอยากรู้ว่าเฉินอิ่งต้องการความช่วยเหลืออะไรจากจินหยา
ยังไงซะ แมวก็เป็นสัตว์ขี้สงสัยไม่ใช่เหรอ?
เสี่ยวเติ้งก็กลับไปที่สถานีพิทักษ์ป่าด้วย ระหว่างทางเสี่ยวเติ้งพยายามจะลูบจินหยาตลอด แต่จินหยาไม่ยอมให้โดนตัว
พอเขาถอดใจ จินหยาก็มาแหย่ สมกับคำว่า “น่ารำคาญแบบขี้เล่น” จริง ๆ
ส่วนเจ้าจินน้อย รักษาระยะห่างเสมอเมื่อมีคนแปลกหน้า และระวังตัวแจตลอดทาง หูหมุนไปมา ความสามารถในการแยกแยะเสียงผ่านสายลมเลเวล 100
พอถึงหน้าประตูสถานีพิทักษ์ป่า พวกเขาก็ได้ยินเสียงร้องไห้จากข้างในลาน
ที่คอกสัตว์ชั้นหนึ่งของสถานีช่วยเหลือ มีตำรวจสองสามนายและผู้หญิงคนหนึ่งเกาะราวกั้นหน้าประตู ร้องไห้และพูดอะไรบางอย่าง
เห็นคนเยอะ จินหยากับเจ้าจินน้อยก็หยุด ไม่ยอมไปต่อ
“พวกเธอซ่อนอยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปดูลาดเลา แล้วจะเรียกเมื่อจำเป็น โอเคไหมจินหยา?”
จินหยาถูไถมือเฉินอิ่ง แล้วกระโดดขึ้นต้นไม้ไปซ่อนกับเจ้าจินน้อย
ทันทีที่เฉินอิ่งและเสี่ยวเติ้งเดินเข้าไป หัวหน้าสถานีก็คว้าแขนเขาหมับ
“หมอเฉิน มาแล้ว ช่วยกล่อมเด็กที ถ้าเขาอยากได้แมว เดี๋ยวผมหาให้ รับรองสวยแน่นอน หมาก็ได้นะ หูจึของผมเพิ่งคลอดลูก ยังแจกไม่หมด จองให้เขาตัวนึงได้เลย”
เฉินอิ่งพยักหน้า เดินฝ่าฝูงคนเข้าไป และเคาะประตูเหล็ก
“หนุ่มน้อย ฉันเข้าไปนะ จะไปเอาของ”
ในคอกสัตว์ของจินหยา ไม่มีอะไรนอกจากผ้าห่มเก่า ๆ ผืนหนึ่ง
เด็กชายนั่งอยู่บนผ้าห่ม เงียบกริบ
“เธอทำอะไร? ลุกขึ้น เอาผ้าห่มมาให้ฉัน”
เฉินอิ่งเดินเข้าไปในคอกโดยไม่ถามอะไรอีก อุ้มเด็กขึ้นมา แล้วดึงผ้าห่มออกไป
“จินหยา เสี่ยวจิน มากินข้าว!”
ปูผ้าห่มลงบนแท่นหินที่จินหยาเคยใช้กินข้าวอย่างคล่องแคล่ว แล้วเดินไปที่ครัว เอาไก่ละลายน้ำแข็งออกมาตัวหนึ่ง เคาะชาม จินหยากับเจ้าจินน้อยก็พุ่งเข้ามาในลาน กระโดดขึ้นแท่นหินและนั่งลง
พ่อแม่เด็กกอดกันด้วยความหวาดกลัว ขวางประตูคอกสัตว์ไว้
แต่เด็กชายกลับค่อย ๆ เบียดตัวไปที่ประตู เขย่งปลายเท้าแอบดูเฉินอิ่งป้อนอาหารจินหยาเงียบ ๆ
“ลูกสัตว์ตัวนั้นกำลังมองเราอยู่” จินหยาเอียงคอเล็กน้อย พึมพำเบา ๆ “ผอมจัง แม่มันไม่หาอาหารให้เหรอ? แบ่งให้มันกินสิ”
เฉินอิ่งเกาหลังคอจินหยา “ไม่ต้องหรอก เธอกินเถอะ เขาป่วย ต้องกินอาหารพิเศษที่เตรียมให้เขา”
ได้ยินคำว่า “ป่วย” จินหยารับคำ “อ้อ” แล้วไม่พูดอะไรอีก
ยังไงซะ อยู่ที่สถานีฉุกเฉินมานาน เธอเห็นสัตว์เจ็บป่วยมาเยอะแยะ ซึ่งล้วนต้องกินของขม ๆ ทั้งนั้น ชิ น่าสงสาร