เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 140 ตกลงว่าเป็นลูกหมาป่าหรือลูกหมาบ้านกันแน่? 💸

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 140 ตกลงว่าเป็นลูกหมาป่าหรือลูกหมาบ้านกันแน่? 💸

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 140 ตกลงว่าเป็นลูกหมาป่าหรือลูกหมาบ้านกันแน่? 💸


ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 140 ตกลงว่าเป็นลูกหมาป่าหรือลูกหมาบ้านกันแน่?

ลูกหมาน้อยห้าตัว แต่ละตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์ เป็นภาพที่คนเป็นแม่ชอบที่สุด โดยเฉพาะตัวที่สี่ มันมีกระจุกขนสีดำหนาตรงกลางหน้าผาก เหมือนเปลวไฟสีดำกำลังเต้นระบำ

ดูจากขนาด เจ้าตัวเล็กนี้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกสุนัขตำรวจอย่างสมบูรณ์แบบ

แน่นอนนอกจากมันแล้ว สภาพร่างกายของลูกสุนัขลูกผสมอีกสองตัวก็ผ่านเกณฑ์เช่นกัน

มีความเป็นไปได้สูงที่หนึ่งในสามตัวนี้จะได้รับการฝึก และหลังจากผ่านการประเมิน จะถูกนำกลับไปที่ศูนย์ฝึกสุนัขตำรวจเพื่อฝึกและทดสอบเพิ่มเติม เพราะเฉพาะสุนัขที่ผ่านการทดสอบทั้งหมดเท่านั้นที่จะได้เข้าประจำการอย่างเป็นทางการ กลายเป็นสุนัขตำรวจเต็มตัว

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากได้รับข่าว ศูนย์สุนัขตำรวจท้องถิ่นก็ส่งคนมาเช่นกัน หลังจากคัดลอกเอกสารบางอย่าง ครูฝึกบอกว่าพวกเขามีสุนัขตำรวจปลดระวางชั้นเยี่ยม และถ้ามีโอกาสอีก ให้แจ้งพวกเขาด้วย

การสร้างลูกผสมหมาป่ากับหมาฟังดูง่าย แต่ในความเป็นจริง มันขึ้นอยู่กับโชคล้วน ๆ

ข้อแรก บังเอิญว่าแม่หมาป่าเพิ่งเสียลูกไป และอยู่ในช่วงที่มีสัญชาตญาณความเป็นแม่สูงสุดและโศกเศร้าที่สุด

ข้อสอง ราชาหมาป่าตายไปแล้ว และแม่หมาป่าที่อยู่ตัวคนเดียวและมีสัญชาตญาณความเป็นแม่แรงกล้า เปิดโอกาสให้ตัวตัว

ถ้าเวลาหรือสถานที่ไม่ใช่ หรือมีฝูงหมาป่าอื่นอยู่แถวนั้น ลูกหมาพวกนี้คงไม่มีโอกาสได้เกิด

เมื่อยืนยันว่าแม่หมาป่าและลูก ๆ ปลอดภัยดี ศาสตราจารย์ไป๋ก็จากไปอย่างอาลัยอาวรณ์พร้อมภรรยา

ก่อนไปท่านแอบดึงมือเฉินอิ่งมาถามว่าลูกพวกนี้เป็นหมาป่าหรือหมา

ถ้าเป็นหมาป่าก็ช่างเถอะ แต่ถ้าเป็นหมา ท่านอยากเลี้ยงสักตัว!

เรื่องนี้เฉินอิ่งตัดสินไม่ได้ จะจัดสรรและจัดการลูกหมายังไงขึ้นอยู่กับคำสั่งเบื้องบน

ศาสตราจารย์ไป๋ออกจากสถานีพิทักษ์ป่าอย่างมีความสุขพร้อมรูปถ่ายแม่หมาป่ากับลูก ๆ จนลืมคำสั่งฝากของลูกสาวคนเล็กไปสนิท จนกระทั่งออกจากเขตอนุรักษ์ไปแล้ว ท่านถึงตบหน้าผากตัวเอง

“ตายละ ลืมบอกเสี่ยวอิ่งว่าพวกที่ ‘เขตต้นน้ำ’อยากให้เขาไปเป็นที่ปรึกษา”

ภรรยาศาสตราจารย์ไป๋มองค้อนและเบะปาก “กว่าคุณจะจำได้ ตลาดวายไปนานแล้ว ฉันบอกเสี่ยวอิ่งไปแล้ว และเขาก็จะติดต่อลูกสาวเราเอง”

ทั้งสองคนเคยคิดจะเป็นพ่อสื่อแม่สื่อให้คู่นี้ แต่ในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ได้คิดอะไรกัน เรื่องก็เลยตกไป ตอนนี้ก็ดีแล้ว ถ้าไม่ได้เป็นคนรัก ก็ให้เป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน

หลังจากคลอดลูก แม่หมาป่าระวังตัวยิ่งกว่าเดิม ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ห้องพักฟื้นนอกจากตัวตัวและครูฝึกที่ให้อาหาร

เฉินอิ่งต้องดูแลสัตว์ที่สถานีช่วยเหลือ โดยเฉพาะการรับมือกับจิ้งจอกแดงที่จ้องจะงาบไก่ฟ้าแถวนั้น

ทุกวันเฉินอิ่งและเสี่ยวเซินต้องงัดข้อชิงไหวชิงพริบกับจิ้งจอก เล่นเอาผมหงอกขึ้นไปหลายเส้น

ชีวิตของฝูงไก่ฟ้าที่อาศัยอยู่ใกล้สถานีช่วยเหลือช่างยากลำบากจริง ๆ

เมื่อก่อนเจ้าจินน้อย จินหยา และชะมดแผงหางปล้องก็คอยมารังควานบ้างเป็นครั้งคราว บางทีก็จับกินเพื่อเปลี่ยนรสชาติ

หลังจากครอบครัวชะมดแผงหางปล้องถูกส่งไปแล้ว จินหยากับเจ้าจินน้อยก็ชอบกระต่ายอ้วน ๆ เนื้อเยอะ ๆ และสัตว์ฟันแทะต่าง ๆ มากกว่า ไม่ค่อยสนใจนกที่มีแต่ขน เนื้อน้อย

นึกว่าจะหมดเวรหมดกรรมแล้ว ดันมีจิ้งจอกแดงโผล่มาอีก!

ไก่ฟ้าสีทอง : หยุดสักทีได้ไหม? พวกเราไก่ฟ้าไม่มีสิทธิ์อยู่ที่นี่หรือไง?

แต่สำหรับจิ้งจอกแดง ไก่ฟ้าที่เนื้อเหนียวกว่าไก่บ้านทั่วไป คือตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้

ยิ่งไปกว่านั้น จิ้งจอกมีพฤติกรรม “ฆ่าเกินความจำเป็น” ซึ่งหมายความว่ามันอาจฆ่าเหยื่อมากกว่าที่มันจะกินได้

ถ้าเป็นแค่ไก่บ้านของเกษตรกรก็เรื่องหนึ่ง แต่การล่าไก่ฟ้าและนกป่าอย่างไม่เลือกหน้าแบบนี้สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศมากเกินไป

นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ศาสตราจารย์ไป๋และเฉินอิ่งยืนกรานให้ย้ายจิ้งจอกแดงไปที่อื่น

ใครจะรู้ พอจิ้งจอกตัวนี้เริ่มฆ่าไม่ยั้ง มันอาจจะเล็งเป้าไปที่ “ไก่ทิเบต”และ “ไก่ฟ้าหางเขียวรุ้ง” ซึ่งล้ำค่ากว่าจิ้งจอกแดงซะอีก!

เฉินอิ่งกลับมาที่สถานีช่วยเหลือ หิ้วตะกร้าใส่เนื้อไก่มาเต็ม

ถึงจะเป็นเนื้อแช่แข็ง แต่มีกินก็ดีถมไปแล้ว ยังจะมาเรื่องมากอีก สงสัยไม่เคยโดนรุมประชาทัณฑ์

ขากลับเขาบังเอิญเห็นเสี่ยวเซินวิ่งไล่จิ้งจอกไปทั่วลาน ในขณะที่ตัวอื่น ๆ ยืนดูอยู่เฉย ๆ

“พวกนายไม่ช่วยแต่ยืนดูเรื่องสนุกเหรอ? ได้ ตั้งแต่วันนี้ไป เสี่ยวเซินไม่ต้องทำขนมให้พวกมันแล้ว ให้หากินเอง!”

ตอนแรกก็ดีใจอยู่หรอก แต่พอได้ยินคำพูดของเฉินอิ่ง จินหยาก็พุ่งตัวออกไปทันที กระโจนเข้าใส่จิ้งจอกอย่างดุเดือด

เจ้าจินน้อยแอบไปดักทางหนีจิ้งจอกหลังโกดังอยู่แล้ว ดวงตาโตวาวโรจน์จ้องเขม็ง เล็งจุดตาย

ส่วนเลโอกับลิงน้อย ถูกลิงแก่กันตัวออกมาให้ห่างจากจิ้งจอก ตอนนี้ทั้งสามตัวนั่งบนกิ่งไม้ ถือขนมกินอย่างเอร็ดอร่อย

หลังจากเอาไก่ใส่ตู้แช่ใหญ่ เฉินอิ่งก็เอากะละมังออกมาเคาะ

“มาเร็ว มีขนมรสใหม่มาให้ลอง”

นี่ฉกมาจากสถานีพิทักษ์ป่า เสมียนสาว “เสี่ยวหยา” ทำขนมชิ้นใหญ่พิเศษไว้ให้เจ้านายแมวที่บ้าน แล้วแบ่งใส่ห่อให้เฉินอิ่งเอามาฝากพวกสัตว์ เพื่อเสริมวิตามินและสารอาหาร

เจ้าจินน้อยไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่จินหยาชอบมาก เคี้ยวแท่งเนื้อกรุบ ๆ ทีละชิ้น รสชาติไก่เต็มคำ!

สัตว์กินพืชมี “เอเนอร์จี้บาร์” แยกต่างหาก เป็นสูตรที่เฉินอิ่งเคยให้เพื่อนร่วมงานในกลุ่มทำงานไป

ยังไงซะ คนในวงการนี้ส่วนใหญ่ก็มีสัตว์เลี้ยงที่บ้านต้องดูแลกันทั้งนั้น

เลโอกัดไปครึ่งแท่ง แล้วหลังจากกลืนอย่างยากลำบาก ก็ยื่นอีกครึ่งที่เหลือให้ลิงน้อยโดยตรง

ลิงน้อยกินคนเดียวไม่หมดแน่ ๆ มองดูเอเนอร์จี้บาร์ที่ยัดใส่มือ แล้วมองเฉินอิ่งด้วยสายตาน่าสงสาร

ก่อนที่เฉินอิ่งจะพูดอะไร ลิงแก่ก็คว้าครึ่งแท่งนั้นไปและเริ่มแทะอย่างตั้งใจ

ฟันของมันสึกไปเยอะ เคี้ยวของแข็งอย่างอื่นไม่ไหว แต่เอเนอร์จี้บาร์นี้ พอโดนน้ำลายให้ชุ่ม ค่อย ๆ เลียกินทีละนิด รสชาติก็ไม่เลวเลย

จิ้งจอกเห็นสัตว์อื่นมีของกินก็เดินเข้ามา อยากจะกินเนื้อตากแห้งสักชิ้น แต่โดนเจ้าจินน้อยตบขู่จนต้องถอยกรูด

เฉินอิ่งตบหัวเจ้าจินน้อย แล้วโยนเนื้อตากแห้งหน้าตาไม่สวยชิ้นหนึ่งให้จิ้งจอก

จิ้งจอกกระโดดรับ หันหลังวิ่งกลับไปที่คอกสัตว์ นอนบนก้อนหินและแทะเนื้ออย่างทะนุถนอม

ครอบครัวเจ๊เสือดาวออกไปล่าเหยื่อด้วยกันอีกแล้ว เหยื่อตัวเล็กไม่พอกิน และการพึ่งพาอาหารที่มนุษย์ให้ก็ไม่ใช่เรื่องยั่งยืน ดังนั้นรัศมีหากินของพวกมันจึงค่อย ๆ ขยายออกไป อาจไกลถึง “ร่องหมีเฒ่า”เพื่อล่าแอนทีโลป

แอนทีโลปตัวเดียวแค่พอประทังหิวให้ครอบครัวสี่ชีวิตได้แค่ครึ่งท้อง

ลูกเสือดาวสองตัวโตเร็วมาก และความอยากอาหารก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

หลังจากล่าแอนทีโลปได้ พวกมันกินไปแค่หนึ่งในสี่ เหลืออีกสามในสี่ไว้ให้พ่อกับแม่ ส่วนสองพี่น้องวางแผนจะจับคู่กันล่ากวางป่าหรือลูกเก้งอีก

จากตอนแรกที่สำเร็จแค่สองสามครั้งในสิบครั้ง ไม่ถึงสองเดือน ความร่วมมือของสองพี่น้องก็ทำให้พวกมันไม่เคยกลับบ้านมือเปล่าอีกเลย

พูดกันตามตรง พวกมันยังเป็นแค่เสือดาวเด็ก ตอนเฉินอิ่งช่วยครอบครัวนี้ ลูกเสือสองตัวยังอายุไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ

ตอนนี้พวกมันเพิ่งจะหกเดือน เพิ่งหย่านมได้แค่สองเดือนเอง ต้องรอจนถึงเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนปีหน้า พี่ใหญ่และน้องเล็กถึงจะแยกตัวจากแม่ไปใช้ชีวิตอิสระได้

แต่อาจเป็นเพราะยีนที่ยอดเยี่ยมของเจ๊เสือดาวและพี่เสือดาว พี่ใหญ่และน้องเล็กวัยหกเดือนดูไม่ต่างจากเสือดาววัยสิบเดือนเลย และทักษะการล่าก็เริ่มแก่กล้า

จินตนาการได้เลยว่า พอสองพี่น้องแยกย้ายไปสร้างอาณาเขตของตัวเองในอนาคต พวกมันจะดึงดูดใจสาว ๆ เสือดาวได้ขนาดไหน

จบบทที่ ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 140 ตกลงว่าเป็นลูกหมาป่าหรือลูกหมาบ้านกันแน่? 💸

คัดลอกลิงก์แล้ว