- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 135 หมาในบุกหน้าบ้าน 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 135 หมาในบุกหน้าบ้าน 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 135 หมาในบุกหน้าบ้าน 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 135 หมาในบุกหน้าบ้าน
“ถ้าเจ้าจินน้อยกับจินหยาไม่ออกมาช่วย ป่านนี้จิ้งจอกแดงคงกลายเป็นอาหารเย็นของพวกหมาในไปแล้ว”
แม้หมาในจะเป็นสัตว์คุ้มครอง แต่โดยความรู้สึกแล้ว ทุกคนยอมรับแมวใหญ่และสัตว์ตระกูลสุนัขส่วนใหญ่ได้ดีกว่า
แต่สำหรับหมาใน ที่ชื่อเสียงไม่ค่อยดีแถมยังกินไม่เลือก เมื่อก่อนถือเป็นสัตว์ที่คนเจอเป็นต้องฆ่าทิ้งแน่นอน
“สถานีป่าไม้แจ้งเตือนทุกหมู่บ้านให้ระวังตัวแล้ว ตำรวจป่าไม้กำลังตามรอยว่าฝูงหมาในไปไหน พี่นึกถึงนายที่อยู่บนเขา ไม่มีเพื่อนบ้าน กลัวว่าจะไม่รู้สถานการณ์แล้วจะเกิดอันตราย”
“ไม่ต้องห่วงครับ ที่นี่ปลอดภัยดี มีแมวใหญ่หลายตัว ไหนจะหมีดำกับแพนด้ายักษ์อีก สัตว์ป่าหน้าไหนก็ไม่กล้าแหยมหรอกครับ”
สายพี่ไต้ยังไม่ทันวาง เสี่ยวเติ้งกับอาจารย์จ้าวก็มาถึง
“พี่อิ่ง พี่ลี่ พี่ใหญ่เกา พี่ลี่ฝากมาบอกว่าเจอหมาในป้วนเปี้ยนแถวนี้ ให้ทุกคนระวังตัวด้วยครับ”
เพื่อรับมือกับอันตราย การลาดตระเวนในป่าตอนนี้ต้องไปกันเป็นคู่เพื่อความปลอดภัย
ทีมเสี่ยวเติ้งรับภาระหนัก พวกเขาต้องวนรอบพื้นที่นี้ ส่วนป่าลึกต้องใช้โดรน
“ผมกับลุงอี้จะไปทางซ้ายวนขวา อาจารย์ผมพาเด็กใหม่ไปทางขวา วนมาบรรจบกัน แล้วลาดตระเวนแนวทแยงครอบคลุมพื้นที่นี้ก่อนกลับสถานีพิทักษ์ป่า”
เส้นทางลาดตระเวนในป่าตอนนี้กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว และอุปกรณ์จะระบุตำแหน่งอัตโนมัติ
ถ้าระหว่างทางเจอปัญหา แค่ถ่ายรูปแล้วส่ง ระบบหลังบ้านของสถานีพิทักษ์ป่าหรือผู้จัดการป่าไม้จะแจ้งวิธีแก้ปัญหามาทันที
ยิ่งระบบอัจฉริยะทรงพลังเท่าไหร่ ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนป่าก็ยิ่งมากเท่านั้น
ทีมเสี่ยวเติ้งรีบมาแล้วก็รีบไป
ดร.เกาง่วนอยู่พักหนึ่ง ติดตั้งกล้องเพิ่มในป่าหลายตัว โปรเจกต์ของเขาทุนหนา เวลาซื้อกล้องทีก็ซื้อยกโหล
เฉินอิ่งกังวลนิดหน่อย เพราะหมาในเป็นพวกเจ้าคิดเจ้าแค้น และกลิ่นสาบของจิ้งจอกแดงตัวใหญ่ก็ปิดไม่มิด ถ้าพวกมันโผล่มาจริง ๆ เขาคงทำได้แค่ตั้งรับ
ขณะกังวลอยู่นั้น เจ้าขาวใหญ่กับเจียวเจียวก็เดินนวยนาดกลับมา
คู่รักคู่นี้ทิ้งเลโอไปสวีทกันสองต่อสอง เมื่อก่อนกลับมาสองครั้งในสามวัน เดี๋ยวนี้อาทิตย์ละครั้ง
“เจ้าขาวใหญ่ เจียวเจียว สองสามวันนี้อย่าเพิ่งรีบออกไปไหนนะ”
เห็นเจ้าขาวใหญ่ เฉินอิ่งก็อุ่นใจขึ้นมาทันที
แพนด้าไม่กินหมาใน แต่หมีตัวเดียวคงสู้หมาหมู่ไม่ไหว ทว่าเขามีตั้งสองตัว แถมยังมีนักเลงข้างถนนอีก
เลี้ยงหมีพันวัน ใช้งานวันเดียว!
นักเลงข้างถนนสร้างเรื่องกินน้ำผึ้งเขาไปตั้งเยอะ ถึงเวลาต้องชดใช้แล้ว
ตอนเขาไปเจอนักเลงข้างถนน หมีสองตัวกำลังนอนอยู่ในถ้ำหินใกล้สวนหมี
“ช่วยหน่อยสิ ช่วงนี้มีฝูงหมาในวิ่งขึ้นมาแถวนี้ ช่วยไล่พวกมันไปหน่อย เดี๋ยวให้ผลไม้กับแครอทตะกร้าใหญ่เลย”
นักเลงข้างถนนไม่เคยกินแครอท แต่แฟนสาวของมันเคยกินที่สวนหมี
เฉินอิ่งหยิบแครอทล้างสะอาดออกมาสิบหัวจากเป้ ยื่นให้ หมีสาวคว้าไปสองหัวยัดเข้าปากก่อนเลย
เคี้ยวกรุบกรอบ รสหวานอร่อย
แครอทท้องถิ่นสีออกแดงและผอม รสชาติต่างจากแครอทหัวใหญ่สีเหลืองแดงจากที่อื่นมาก
เจียวเจียวและเจ้าขาวใหญ่ชอบแครอทท้องถิ่นมากกว่าเสียอีก
คนในเน็ตบอกว่าแครอทเหลืองจากมณฑลซินเจียงหวานอร่อยมาก ข้าวหมกของที่นั่นต้องใช้แครอทเหลืองนี้ถึงจะรสชาติต้นตำรับ เฉินอิ่งถึงกับสั่งออนไลน์มาห้าสิบกิโล กะว่าจะเอามาปรับปรุงอาหารให้ครอบครัวเจียวเจียว
นักเลงข้างถนนปรึกษากับแฟนสาว แล้วตกลงย้ายมาอยู่บ้านหลังเล็กใกล้ ๆ
หมีสาวช่วงนี้สนใจเจ๊หมีดำมาก มักแอบมาดูเธอ เพื่อเรียนรู้วิธีจัดระเบียบรังของหมีตัวอื่น
ขณะเดินกลับ คนหนึ่งกับหมีสองตัว เฉินอิ่งก็แวะไปเตือนคุณหนูหมีอีกรอบ
หมีดำไม่กลัวหมาใน แต่มันน่ารำคาญ และมากันเป็นฝูง อีกอย่างคุณหนูหมีท้องอยู่ สู้ได้ไม่เต็มที่
หลอกนักเลงข้างถนนมาอยู่ใกล้ ๆ ได้แล้ว เฉินอิ่งก็เบาใจไปเปราะหนึ่ง
สามวันผ่านไปอย่างสงบ เจ้าจินน้อยยังไม่กลับมา จินหยาออกตามหาอยู่สองวันแต่ไม่เจอ วันที่สามเลยไม่ยอมออกไปไหน นอนซึมมองฟ้าอยู่บนต้นไม้ใหญ่ข้างโกดัง
จิ้งจอกแดงหยุดให้น้ำเกลือหลังจากผ่านไปสองวัน แต่ต้องทำแผลทุกวัน แผลน่าจะหายในอีกหนึ่งสัปดาห์ ที่เหลือก็รอเวลาเยียวยา
พอลงเดินได้ จิ้งจอกแดงก็ไม่ยอมให้ป้อนอาหารอีก มันออกล่าเหยื่อเอง และถึงจะทุลักทุเล แต่ก็ได้เหยื่อมาไม่น้อย
กระต่าย สัตว์ฟันแทะ และฝูงไก่ฟ้ากับไก่ป่าแถวนั้น ไม่รอดพ้นคมเขี้ยวจิ้งจอก
แม้จะลำบาก แต่ท้องก็ยังอิ่ม
จิ้งจอกแดงดูเหมือนจะรู้ว่าต้องพึ่งพามนุษย์ มันออกไปทุกเช้าและกลับมาทำแผลตรงเวลา แถมยังกลบอึตัวเองด้วย
ทุกคืนมันจะพักในคอกสัตว์ข้าง ๆ ลิงตัวใหญ่ ทำรังเองด้วยกิ่งไม้อ่อนและก้านหญ้า
เฉินอิ่งและคนอื่น ๆ อึ้งกิมกี่ เพราะไม่เคยได้ยินว่าจิ้งจอกทำรังเอง ปกติจะไปยึดโพรงร้างหรือหน้าด้านไปเบียดคนอื่นอยู่
กล้องในคอกสัตว์บันทึกกระบวนการทำรังของจิ้งจอกแดงไว้ทั้งหมด พอเฉินอิ่งส่งวิดีโอให้ศาสตราจารย์ไป๋ ห้านาทีต่อมา มันก็ถูกแชร์ไปให้อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิ้งจอก
อาจารย์ท่านนั้นไม่รอช้า โทรหาเฉินอิ่ง ขอเข้าถึงกล้องวงจรปิดในคอกสัตว์เพื่อสังเกตการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
เพื่อเป็นการตอบแทน อาจารย์บริจาคเสบียงชุดใหญ่ให้สถานีฉุกเฉินและศูนย์พักพิงส่วนตัวของเฉินอิ่ง รวมถึงเครื่องมือผ่าตัดสัตว์และอาหารเสริมสูตรพิเศษ
ส่วนเรื่องยา เฉินอิ่งเชื่อมั่นในสูตรของตัวเองมากกว่า ยังไงซะ ตำรายาที่ระบบให้มา เขายังวิจัยไม่ถึงเสี้ยวเลย
เฉพาะส่วนนี้ เขาได้จัดระเบียบสูตรยาที่สามารถผลิตขายได้หลายสูตร เพื่อให้ทีมงานของอาจารย์ดำเนินการโดยเฉพาะ
ถ้าไม่มีรายได้ส่วนนี้ เขาคงเลี้ยงสถานีฉุกเฉินและศูนย์พักพิงสัตว์ส่วนตัวไม่ไหวแน่ ๆ
“เหล่าเฉิน เสี่ยวเซิน มาดูเร็ว ไข่นกกินเปี้ยวขาวกำลังจะฟักแล้ว”
เฉินอิ่งและเสี่ยวเซินได้ยินดังนั้นก็ทิ้งงาน วิ่งขึ้นไปชั้นบน
พวกเขาไม่กล้าเข้าไปดูในบ้านนกโดยตรง แต่มายืนมุงหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดูลูกนกฟักตัวผ่านกล้อง
“หึ้ย ลูกเจี๊ยบที่เพิ่งฟักน่าเกลียดชะมัด”
เสี่ยวเซินบ่นอย่างรังเกียจ และดร.เกาก็ตบหลังเขาดังป้าบ
“พูดจาให้มันดี ๆ หน่อย นกพันธุ์นี้สวยจะตาย ตอนนายเกิดมา นายก็เหมือนลิงแดงตัวเล็ก ๆ นั่นแหละ”
เสี่ยวเซินเม้มปาก ไม่กล้าเถียง
แต่จริง ๆ แล้ว เทียบกับลูกนกเค้าแคระลูกนกกินเปี้ยวขาวถือว่าดูดีมีชาติตระกูลกว่าเยอะ
พ่อนกแม่นกรอลูกฟักอย่างอดทน แล้วคาบอาหารมาป้อน
“โอเค ๆ เสร็จแล้ว กลับไปทำงานได้”
หลังจากแบ่งปันฉากลูกนกฟักตัว ดร.เกาก็ไล่ทุกคนไป เพราะเขาต้องเฝ้าดูครอกนกที่เกิดนอกฤดูกาลนี้อย่างใกล้ชิด กันไม่ให้ตายก่อนวัยอันควรเพราะอากาศหนาว และเพราะดร.เกาอยู่ดึกเพื่อดูแลครอบครัวนกกินเปี้ยวขาวนี่เอง เขาถึงได้รับสัญญาณเตือนอินฟราเรดกลางดึก
หมาในบุกหน้าบ้าน!