- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 65 มีหมาป่าตัวไหนอยากเป็นเขยแต่งเข้าบ้านไหม? 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 65 มีหมาป่าตัวไหนอยากเป็นเขยแต่งเข้าบ้านไหม? 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 65 มีหมาป่าตัวไหนอยากเป็นเขยแต่งเข้าบ้านไหม? 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 65 มีหมาป่าตัวไหนอยากเป็นเขยแต่งเข้าบ้านไหม?
“ไก่สองตัว กระต่ายหนึ่งตัว เนื้อวัวสดอีกสี่จิน (ประมาณ 2 กิโลกรัม) น่าจะพอนะ?”
เสี่ยวเซินช่วยจัดของ เงยหน้าถามเฉินอิ่ง “พี่อิ่ง แน่ใจนะว่าไม่ให้ผมช่วย?”
“ไม่ต้องหรอก นายกับต้วนอู้หลินต้องเฝ้าสถานีช่วยเหลือ ส่วนเสี่ยวซ่งก็ต้องดูแลเจ้าจินน้อย ฉันจัดการเองได้ ถ้าสถานการณ์แย่จริง ๆ ฉันยังมีเจ๊หมีดำกับจินหยาช่วยอยู่”
เสี่ยวเซินเหลือบมองขึ้นไปที่ชั้นสองแล้วลดเสียงลง “งั้นเราจะไม่จัดการเรื่องของศาสตราจารย์ซ่งเหรอ?”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ศาสตราจารย์ซ่งจัดการเองได้ แค่ให้ความร่วมมือตามที่เขาต้องการ ถ้าแก้ไม่ได้จริง ๆ ค่อยขอความช่วยเหลือจากผู้อำนวยการไป๋”
“โอเคครับ ผมติดต่อพี่ไต้ไปแล้วด้วย พี่เขาบอกว่าที่ศูนย์กำลังประชุมเรื่องนี้กันอยู่ วันนี้คงมีผู้ใหญ่ขึ้นมาครับ”
ไม่อยากเข้าไปยุ่งเรื่องวุ่นวายพวกนั้น เฉินอิ่งจึงทักทายศาสตราจารย์ซ่ง แล้วแบกเสบียงขึ้นเขาไปพร้อมกับจินหยา
คราวนี้พวกเขามุ่งตรงไปยังจุดที่แม่หมาป่าเคยอยู่ และแน่นอนเธอยังอยู่ที่นั่น
บาดแผลของเธอได้รับการดูแลแบบขอไปที ขนพันกันยุ่งเหยิง และสกปรกมอมแมมไปทั้งตัว
เมื่อแม่หมาป่าเห็นเฉินอิ่งและจินหยาเดินเข้ามา เธอก็ลุกขึ้นยืนและแยกเขี้ยวขู่อย่างดุร้าย
“เรามาทำข้อตกลงและคุยกันดี ๆ ดีไหม?”
เฉินอิ่งโยนไก่เป็น ๆ ตัวหนึ่งที่ถือมาไปทางเธอ
ไก่ : แค่เพราะฉันไม่ใช่สัตว์คุ้มครองของรัฐ ฉันก็ไม่มีสิทธิ์มีชีวิตอยู่เลยเหรอ?
โชคร้ายที่คู่เจรจาทั้งสองฝ่ายไม่มีใครสนใจมันเลย
แม่หมาป่าไม่แม้แต่จะมองไก่ที่กระพือปีกอย่างสิ้นหวัง ดวงตาเย็นชาของเธอจับจ้องอยู่ที่เฉินอิ่ง
ข้างกายเฉินอิ่งจินหยากำลังพยายามอย่างหนักที่จะระงับอารมณ์ไม่ให้พุ่งเข้าไปฟัดกับแม่หมาป่า
เห็นแม่หมาป่าไม่กิน เฉินอิ่งจึงตบหลังจินหยา ส่งเธอไปจัดการไก่
จินหยาพุ่งเข้าไป งับคอไก่หักในคำเดียว ลากมันไปด้านข้างเพื่อโชว์ออฟ พร้อมส่งสายตายั่วยวนกวนประสาท ซึ่งเป็นทักษะติดตัวไปให้แม่หมาป่าเป็นระยะ
แม่หมาป่าอดกลั้นครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแยกเขี้ยวใส่จินหยา
เฉินอิ่งถือโอกาสโยนไก่อีกตัวไปให้เธอ แล้วนั่งลง
แม่หมาป่าสับสนอย่างหนักในสมองอันน้อยนิด
ไอ้สัตว์สองขาตัวนี้บ้าไปแล้วเหรอ? เธอเป็นหมาป่านะ ช่วยให้เกียรติและกลัวกันหน่อยได้ไหม?
ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้กลิ่นเลือดก็ไม่เป็นไร แต่ตอนนี้พอเห็นจินหยากินอย่างเอร็ดอร่อย แม่หมาป่าก็เผลอเลียปากโดยไม่รู้ตัว ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ลังเล และจ้องมองเฉินอิ่งอยู่นาน ก่อนจะค่อย ๆ ฉกแม่ไก่ผู้ซึ่งมีจิตใจสงบเยือกเย็นกว่าเพื่อนร่วมชะตากรรมไป
เธอซ่อนตัวข้างต้นไม้ กินไปพลางจับตาดูเฉินอิ่งและจินหยาไปพลาง
ไก่ตัวเดียวแทบไม่พอยาไส้แม่หมาป่า เฉินอิ่งจึงถือโอกาสโยนกระต่ายไปให้อีกตัว
ไหน ๆ ก็กินไก่ไปแล้ว กินกระต่ายเพิ่มอีกตัวคงไม่ผิดอะไรหรอกมั้ง
คราวนี้แม่หมาป่าไม่ลังเลที่จะเขมือบกระต่ายลงท้อง หลังกินเสร็จสายตาที่เธอมองเฉินอิ่งก็ดูเย็นชาและเป็นศัตรูน้อยลง แม้จะยังห่างไกลจากคำว่าอบอุ่นก็ตาม
“เจ๊หมาป่า เรามานั่งคุยกันได้หรือยัง?” เฉินอิ่งรอให้เธอทำความสะอาดตัวเองเสร็จก่อนจะเอ่ยปาก “ฉันรู้ว่าเผ่าพันธุ์เดียวกับฉันทำร้ายลูกของเธอ ฉันแก้ตัวแทนเขาไม่ได้ แต่ใครก่อกรรมคนนั้นก็ต้องรับผล หวังว่าเธอจะไม่มาลงกับคนอื่นนะ”
แม่หมาป่ายังคงเงียบ หันหน้าหนี
“หรือลองยื่นข้อเสนอมาสิ? ถ้าอยู่ในวิสัยที่ฉันทำได้ ฉันจะตกลงทันที อย่างเช่น . . . หาคู่ให้เธอใหม่?”
แม่หมาป่าหันขวับมาแยกเขี้ยวใส่เขา
“อย่าเพิ่งโกรธสิ ฉันแค่เสนอเล่น ๆ ถ้าเธอกับสามียังรักกันปานจะกลืนกิน ก็ทำเป็นลืม ๆ ที่ฉันพูดไปซะ”
เจ๊หมาป่าเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “ฉันอยากได้ลูก”
“แล้วสามีเธอล่ะ?”
“ตายแล้ว โดนราชาหมาป่าตัวใหม่ฆ่าตาย หมาป่าหนุ่มตัวนั้นมีราชินีของมันเอง ฉันเลยพาลูกหนีออกมา แต่ตอนนี้ฉันเสียลูกไปแล้ว”
เฉินอิ่งรู้สึกสะเทือนใจเมื่อได้ยินคำพูดของเจ๊หมาป่า
การเป็นหมาป่าเดียวดายนั้นยากลำบากมาก โดยเฉพาะสำหรับตัวเมีย ลำดับชั้นในฝูงหมาป่านั้นเข้มงวด ถ้าไม่มีราชินีหมาป่า อดีตราชินีก็ยังพอผสมพันธุ์และสืบพันธุ์ได้ แต่ถ้ามีราชินีตัวใหม่ ตัวเมียตัวอื่นในฝูงจะไม่มีสิทธิ์มีลูกเป็นของตัวเอง
“เรื่องลูก ฉันจะลองถามสวนสัตว์ต่าง ๆ ให้ เผื่อเขามีหมาป่าตัวผู้ที่เหมาะสมให้เธอเลือก”
“จริงสิ เธอเปิดใจรับสุนัขพันธุ์ผสมหมาป่าไหม? ฉันรู้จักผู้จัดการศูนย์ฝึกสุนัขพันธุ์ผสมหมาป่า ที่นั่นมีตัวหล่อ ๆ เก่ง ๆ เพียบเลย เดี๋ยวพาไปดูไหม?”
เจ๊หมาป่าไม่คุ้นเคยกับสุนัขพันธุ์ผสมหมาป่า จึงทำหน้างง ๆ
การสื่อสารกันได้เป็นเรื่องดี และในประเทศก็มีหมาป่าตัวเต็มวัยในสวนสัตว์ไม่น้อย หลายสวนสัตว์จัดโปรแกรมจับคู่ให้หมาป่า แล้วจะผิดอะไรถ้าจะช่วยลัดคิวให้เจ๊หมาป่า? หมาป่าในธรรมชาติไม่มีสิทธิ์มีคู่หรือไง?
คิดแล้วก็ทำเลย!
เฉินอิ่งอยู่ในกลุ่มวิชาชีพสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือสัตวแพทย์ประจำสถานีช่วยเหลือต่างเมือง และอีกกลุ่มคือสัตวแพทย์สวนสัตว์
เขาถ่ายรูปเจ๊หมาป่าแล้วโพสต์ลงในกลุ่มสัตวแพทย์สวนสัตว์ทันที
[ผมไม่ใช่ดรูอิดจริง ๆ นะ : แม่หมาป่าแสนสวย อดีตราชินีจากเขตอนุรักษ์ข้าง ๆ [รูปแม่หมาป่า.jpg] ประกาศหาคู่อย่างเป็นทางการครับ ถ้าใครมีหมาป่าตัวผู้ที่เหมาะสมและสนใจดูตัว ติดต่อสถานีช่วยเหลือหุบเขาเจียมู่ได้เลยครับ]
ทันทีที่ข้อความถูกส่ง กลุ่มก็แทบแตกด้วยความตื่นเต้น
[คนโสดนอนหนาว : คุณพระช่วย พี่อิ่ง เดี๋ยวนี้พี่รับจ็อบเป็นพ่อสื่อสัตว์แล้วเหรอ? ว่าแต่หมาป่าตัวนี้เพิ่งช่วยมาใหม่เหรอครับ?]
[ผมไม่ใช่ดรูอิดจริง ๆ นะ : คู่ของเจ๊แกแพ้ศึกชิงตำแหน่งจ่าฝูง ราชาตัวใหม่ก็พาเมียมาด้วย ด้วยเหตุผลบางอย่าง ลูก ๆ ของเจ๊แกก็ไม่อยู่แล้ว ตอนนี้เจ๊แกดุหน่อย การหาคู่อาจช่วยให้สงบลงได้ครับ]
[เป็ดหล่อขาวตี๋ : พี่อิ่ง ผมได้ยินว่าที่สวนสัตว์เฉิงมีหมาป่าพ่อพันธุ์ที่เหมาะสมอยู่นะ ให้ผมลองถามให้ไหม?
[หล่อที่สุดในปฐพี : จะไปยุ่งกับสวนสัตว์เฉิงทำไม? ศูนย์ฝึกสุนัขตำรวจใกล้ ๆ พี่ไง ได้ข่าวว่าปีนี้มีสุนัขพันธุ์ผสมหมาป่าปลดระวางหลายตัว ลองดูสิ หมาป่าในสวนสัตว์ ผมว่าหมาป่าป่าคงไม่สนใจหรอก
เกิดการถกเถียงกันอย่างดุเดือดในกลุ่ม ต่างฝ่ายต่างยึดมั่นในความคิดของตัวเอง ทำเอาเฉินอิ่งปวดหัว
จู่ ๆ ก็มีข้อความส่วนตัวเด้งเข้ามาสองข้อความ
ข้อความแรกมาจาก เป็ดหล่อขาวตี๋ สาวน้อยที่รับผิดชอบรักษานก
“พี่อิ่ง หมาป่าที่สวนสัตว์เฉิงงานดีนะ ได้ยินว่าเขาอยากแลกเปลี่ยนหมาป่าสองตัวกับทางซีอีเพื่อผสมพันธุ์ อาจารย์หนูอยู่ที่สวนสัตว์เฉิง ให้หนูถามให้ไหมคะ? แต่หนูไม่แน่ใจว่าหมาป่าป่าจะผสมกับหมาป่าสวนสัตว์ได้ไหม หนูรับปากไม่ได้นะคะ”
อีกข้อความมาจากชื่อที่ไม่คุ้นเคยนัก เปิดดูพบว่าเป็นสัตวแพทย์จากสวนสัตว์ท้องถิ่น
“พี่อิ่ง พี่อาจจะไม่คุ้นกับขั้นตอนการเพาะพันธุ์ของสวนสัตว์ ปกติหมาป่าป่าจะผสมพันธุ์โดยตรงไม่ได้ เว้นแต่จะเป็นหมาป่าที่ได้รับการช่วยเหลือและถูกตัดสินว่าปล่อยคืนสู่ธรรมชาติไม่ได้แล้ว”
“อีกอย่างก่อนผสมพันธุ์ต้องกักกันโรคเป็นเวลานาน และการอยู่ร่วมกันอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ ส่วนตัวผมแนะนำให้ติดต่อศูนย์ฝึกสุนัขพันธุ์ผสมหมาป่า หรือลองถามดูว่ามีสวนสัตว์ไหนยินดีส่งพ่อพันธุ์ไปที่สถานีช่วยเหลือของพี่ไหม”
หลังจากไตร่ตรองดู เฉินอิ่งก็รู้สึกว่าความคิดก่อนหน้านี้ของเขาอาจจะบุ่มบ่ามไปหน่อย
หลังจากตอบกลับข้อความส่วนตัวทั้งสอง เขาก็เก็บโทรศัพท์และตัดสินใจถามความเห็นเจ๊หมาป่าก่อน
ถ้าเธอจะไปดูตัวที่สวนสัตว์ เธอต้องยอมรับการถูกกักขังระยะหนึ่ง และลูกที่เกิดมาอาจจะกลับเข้าป่าพร้อมเธอไม่ได้
ถ้าเธอไม่ยอมก็คงต้องประกาศท้าประลอง หาผู้กล้ามาประลองยุทธ์เพื่อแต่งงาน
เจ๊หมาป่าดูเหมือนจะไม่เต็มใจที่จะจากที่นี่ไป เธอคงยอมรับได้แค่ให้ว่าที่คู่ครองมาเจอที่สถานีช่วยเหลือเท่านั้น
ก็แฟร์ดี เจ้าของที่ดินสาวไม่อยากทิ้งสมบัติก็เข้าใจได้ คำถามคือจะมีหมาป่าหรือหมาตัวไหนยอมเป็น “เขยแต่งเข้าบ้าน” บ้างไหมล่ะ
หลังจากปลอบเจ๊หมาป่าและทิ้งเนื้อวัวไว้ให้ เฉินอิ่งก็กลับไปที่สถานีช่วยเหลือพร้อมกับจินหยา
ทันทีที่ก้าวเข้าลาน ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร หลัวเปินก็พุ่งเข้าใส่เขา