- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 49 เกิดอะไรขึ้น ความบ้ามันติดต่อกันได้เหรอ?
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 49 เกิดอะไรขึ้น ความบ้ามันติดต่อกันได้เหรอ?
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 49 เกิดอะไรขึ้น ความบ้ามันติดต่อกันได้เหรอ?
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 49 เกิดอะไรขึ้น ความบ้ามันติดต่อกันได้เหรอ?
“หนึ่ง สอง สาม . . . เจ็ด” ทันทีที่เฉินอิ่งเปิดประตู เขาก็ต้องสะดุ้งโหยง จ้องมองจินหยาที่หมอบทำตัวเรียบร้อยเอียงคออยู่ “จินหยา นี่เธอไปถล่มรังหนูอ้นมาเหรอ?”
หนูอ้นขนาดต่าง ๆ ที่ถูกเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบรวมกันแล้วน่าจะหนักอย่างน้อยห้าหรือหกกิโลกรัม
“โฮก นี่เป็นส่วนที่ฉันจับมาช่วยเจ้าตัวเล็กข้างในนั้นนะ” จินหยาเลียอุ้งเท้า พยายามสะกดกลั้นความอยากอาหาร “เจ้านี่อร่อยจริง ๆ เนื้อนุ่มสุด ๆ”
คุณเลปัสชอบจับเหยื่อที่ตัวใหญ่กว่า แต่นอกเหนือจากกระต่ายที่เป็นของโปรดแล้ว จินหยาชอบหนูอ้นมากที่สุด
เฉินอิ่งหยิบตัวที่เล็กกว่าเพื่อนขึ้นมา ตั้งใจจะเตรียมให้เสือไฟกิน ส่วนที่เหลือก็ยกให้จินหยา
หลังจากวันที่วุ่นวาย เฉินอิ่งให้เสี่ยวซ่งกลับไปนอนที่หอพัก ส่วนเขากางเตียงสนามในห้องข้าง ๆ ห้องฉุกเฉิน
จินหยาเองก็คาบเสื่อหญ้าของตัวเองมาด้วย ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะอยู่เป็นเพื่อนเฉินอิ่งเข้าเวร
อินลี่ก็ไม่ได้กลับไปนอนเช่นกัน เขาทำรายงานและเอกสารแผนงานเสร็จหมดแล้วในช่วงสองวันที่ผ่านมา จึงมีเวลาว่างและอาสารับหน้าที่กะดึกด้วยความสมัครใจ
ห้องเวรยามเดิมของสถานีป่าไม้อยู่ที่ชั้นหนึ่งใกล้ทางเข้า หลังจากการปรับปรุงครั้งล่าสุด ห้องไม้กระดานสองห้องถูกสร้างขึ้นระหว่างตึกสำนักงานสถานีป่าไม้กับประตูเหล็ก ติดตั้งเครื่องทำความร้อน และห้องควบคุมกล้องวงจรปิดของสถานีช่วยเหลือทั้งหมดก็ตั้งอยู่ที่นี่ด้วย
เฉินอิ่งและเสี่ยวซ่งทำงานล่วงเวลาติดต่อกันมาหลายวันจนเหนื่อยล้าเต็มที ทันทีที่หัวถึงหมอน พวกเขาก็หลับไม่รู้เรื่อง
จินหยานอนลงบนพื้นข้างเตียงหลับตาพักผ่อน
ในความเงียบสงัดยามค่ำคืน สิ่งมีชีวิตตัวน้อยตัวหนึ่งแอบลอดรั้วเข้ามาในสถานีช่วยเหลือ
เจ้าลิงซ์น้อยก้มหัวต่ำ ดมกลิ่นที่จินหยาเหลือทิ้งไว้ และเคลื่อนไหวในเงามืดอย่างระมัดระวัง
มันแอบออกมาโดยที่คุณเลปัสไม่รู้
จินหยาไม่ได้กลับไปอีกเลยนับตั้งแต่ทะเลาะกับคุณเลปัส และแม้คุณเลปัสจะไม่ได้พูดอะไร แต่ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง เขาจะเอาแต่จ้องมองไปทางทิศของสถานีช่วยเหลือ
เจ้าลิงซ์น้อยดีใจที่ได้พบคุณเลปัสและจินหยา แต่มันรู้ดีว่ามันเป็นคนนอก และจินหยาก็เป็นน้องสาวของคุณเลปัส
ในช่วงเวลานี้มันได้เรียนรู้ทักษะมากมายจากคุณเลปัส มันน่าจะดูแลตัวเองได้แล้ว . . . มั้ง?
หูของจินหยากระดิก ดวงตาลืมโพลงอย่างตื่นตัวมองไปทางประตู
ผ่านไปครู่หนึ่งเธอก็ลุกขึ้น เดินไปที่ประตูไม่กี่ก้าว หันกลับมามองเฉินอิ่งที่หลับสนิท แล้วผลักประตูที่แง้มอยู่เล็กน้อยให้เปิดออก ก่อนจะสอดตัวออกไปอย่างเงียบเชียบ
อินลี่ที่กำลังเล่นโทรศัพท์พลางดูกล้องวงจรปิด จู่ ๆ ก็เห็นจินหยาแวบผ่านหน้าจอ เขาจึงวางโทรศัพท์ลงและกดดูภาพย้อนหลัง
จินหยาออกมาจากประตูเหล็กของห้องแพทย์ เธอกำลังวางแผนจะไปกินมื้อดึกหรือเปล่า?
ปกติแล้วเธอชอบใช้ต้นไม้ใหญ่ฝั่งป้อมยามกระโดดข้ามรั้ว ทำไมคืนนี้จู่ ๆ ถึงเลือกใช้เส้นทางด้านหลัง?
หรือว่าเธอวางแผนจะหาของกินเล่นแถว ๆ นี้?
ตอนแรกเขาอยากจะออกไปดู แต่พอนึกขึ้นได้ว่าจินหยาคุ้นเคยกับทุกคนและเสือดาวทุกตัว เขาก็เลยนั่งลง ไม่เล่นโทรศัพท์แล้ว แต่จ้องมองการเคลื่อนไหวของจินหยาผ่านจอมอนิเตอร์แทน
ขณะที่เขาดูอยู่ เขาก็สังเกตเห็นสิ่งมีชีวิตตัวน้อยอีกตัวในลาน
หลังจากสังเกตอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็จำได้ว่าเป็นเจ้าลิงซ์น้อยที่เคยได้รับการช่วยเหลือมาก่อน มันดูตัวเล็กและผอมกว่าจินหยามาก
ในภาพจินหยายืนอยู่ห่างจากเจ้าลิงซ์น้อยประมาณสองเมตร ส่งเสียงขู่ฟ่อใส่มัน
เจ้าลิงซ์น้อยก้าวถอยหลัง รอสักพัก แล้วค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้อย่างช้า ๆ ช้ามาก ๆ และดูเหมือนในปากของมันจะคาบอะไรบางอย่างอยู่ด้วย
จินหยามองเจ้าลิงซ์น้อยที่ขยับเข้ามา และเผลอแยกเขี้ยวทำหน้าดุเพื่อขู่ให้กลัว
“จินหยา ฉันจับไอ้นี่มาให้เธอกิน”
กระรอกผอมกะหร่อง มีแต่ขนมากกว่าเนื้อ ใครจะไปอยากกิน!
จินหยาเหยียดอุ้งเท้าออกไปกดมันไว้อย่างเหยียดหยาม แล้วเลียหน้าผากเจ้าลิงซ์น้อยแบบขอไปที
“กลับไปซะ อย่ามาเดินเพ่นพ่านแถวนี้ ไม่งั้นพี่ชายจะโกรธเอานะ”
“งั้นจินหยา เธอหายโกรธหรือยัง? เธอจะไม่กลับไปกับฉันเหรอ?”
“ไม่กลับ ฉันชอบที่นี่ สัตว์สองขาของฉันอยู่ที่ไหน ฉันก็จะอยู่ที่นั่น”
“แต่ว่า แต่ว่า . . .” เจ้าลิงซ์น้อยร้อนรนจนพูดไม่รู้เรื่อง และไม่รู้ไปเอาความกล้ามาจากไหน มันกระโดดงับหางสั้นป้อมของจินหยา
หางของจินหยาถูกโจมตี เธอร้องเสียงหลง กระโดดตัวลอยสูงเป็นเมตรกลางอากาศ
แม้ว่าอินลี่จะไม่ได้ยินเสียง แต่เขาเห็นภาพชัดเจน เขาตะลึงไปชั่วขณะก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมา เขาคงทุบโต๊ะจนเป็นรูไปแล้วถ้าไม่กลัวว่าจะทำเพื่อนร่วมงานตื่น
อย่างไรก็ตามเสียงร้องของจินหยาก็ปลุกคนให้ตื่นขึ้นมาได้ไม่น้อย โดยเฉพาะเฉินอิ่งที่มีความกังวลใจลึก ๆ อยู่แล้ว เขาสะดุ้งตื่นและรีบวิ่งไปดูเสือไฟเป็นอันดับแรก
หลังจากยืนยันว่าเสือไฟน้อยในตู้อบ ICU อาการคงที่ เขาถึงเพิ่งรู้ตัวว่าจินหยาหายไป
เมื่อก้าวออกไปนอกประตู เขาก็เห็นจินหยาวิ่งวนเป็นวงกลมอยู่ในลาน โดยมีอะไรบางอย่างห้อยต่องแต่งอยู่ที่ก้น
“ทำอะไรน่ะ? จินหยา เล่นเกมอะไรอยู่?”
จินหยาแทบจะร้องไห้แล้ว เจ้าลิงซ์น้อยทำบ้าอะไรเนี่ย? ยัยนี่ต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ!
เธอพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของเฉินอิ่ง ร้องโวยวายฟ้องชุดใหญ่
พอเฉินอิ่งเอ่ยปาก เจ้าลิงซ์น้อยก็ยอมปล่อย แต่ปากยังเต็มไปด้วยขน
จินหยาตัวสั่นด้วยความโกรธ โชว์หางให้เฉินอิ่งดู
ขนสวย ๆ ของเธอแหว่งเป็นหย่อม ๆ หมดแล้ว!
เฉินอิ่งเหลือบมองเจ้าลิงซ์น้อยที่หมอบตัวสั่น แล้วเดินเข้าไปหิ้วคอมันขึ้นมา
เจ้าลิงซ์น้อยหดอุ้งเท้าอย่างว่าง่าย มองเฉินอิ่งด้วยดวงตากลมโตคลอเบ้า
ไหน ๆ ก็มาแล้ว จับตรวจร่างกายเลยก็แล้วกัน
หลังจากลูบหัวปลอบใจจินหยา เฉินอิ่งก็ยื่นมือถือให้อินลี่ช่วยดูกล้องวงจรปิดห้อง ICU แทน
เฉินอิ่งอุ้มเจ้าลิงซ์น้อย พาไปที่โซนการแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย
น้ำหนัก ความยาวลำตัว เลือด และอัลตราซาวนด์ ทั้งหมดเป็นรายการตรวจบังคับ
โชคดีที่มีจินหยาเฝ้าอยู่ใกล้ ๆ เจ้าลิงซ์น้อยแม้จะตัวสั่นด้วยความกลัว แต่ก็ไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนรุนแรง
ผลการตรวจออกมาอย่างรวดเร็ว นอกจากพยาธิบางชนิดแล้ว เจ้าลิงซ์น้อยไม่มีปัญหาร้ายแรงอะไร จินหยาบอกว่าจุดบนหัวที่ไปกระแทกมาบวมและถลอกนิดหน่อย แต่กระดูกไม่เป็นอะไร และการเคลื่อนไหวก็ดูไม่เหมือนสมองได้รับความกระทบกระเทือน
หลังจากถ่ายรูปเจ้าลิงซ์น้อยเพื่อลงบันทึก เฉินอิ่งก็เตรียมจะปล่อยมันไป แต่พอหันกลับมา เขาก็แทบช็อกตาย
หน้าของคุณเลปัสแนบชิดติดกระจกหน้าต่างจนหน้าบี้แบน
อะแฮ่ม! ไหน ๆ ก็มากันแล้ว จับตรวจให้หมดเลยละกัน!
ดังนั้นด้วยความงุนงง คุณเลปัสจึงถูกขนาบข้างด้วยสองสาวและเข้ารับการตรวจร่างกายแบบเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก
ข้อมูลของคุณเลปัสนั้นยอดเยี่ยมมาก ถ้าให้เกรด เขาต้องเป็นลิงซ์หนุ่มสุดโหดระดับ 3S แน่นอน!
เมื่อเทียบกันแล้ว ข้อมูลของเจ้าลิงซ์น้อย แม้จะคาบเส้นเกณฑ์สุขภาพดี แต่จริง ๆ แล้วยังด้อยกว่าจินหยาที่บาดเจ็บและขี้โรคเสียอีก
เมื่อพิจารณาว่าจินหยาขี้หึงก็อยู่ตรงนั้นด้วย เฉินอิ่งจึงไม่กล้าพูดอะไรมาก เขาเหลือบมองคุณเลปัสและเจ้าลิงซ์น้อยที่ซ่อนอยู่ข้างหลัง แล้วเปิดประตูอย่างรู้ใจให้คุณเลปัสออกไปก่อน
ผิดคาดคุณเลปัสที่ปกติไม่ชอบอยู่ในถิ่นของมนุษย์ ตัดสินใจไม่จากไป แต่กลับเดินเตร็ดเตร่ไปรอบ ๆ โซนการแพทย์ แล้วมุ่งตรงไปยังสวนเล็ก ๆ ที่เขาเคยพาเจ๊เสือดาวเดินเล่น
เขากระโดดขึ้นไปบนกองหินและส่งเสียงเรียกเจ้าลิงซ์น้อยเบา ๆ
เจ้าลิงซ์น้อยมองจินหยา แล้วมองกลับไปที่คุณเลปัส ก่อนจะเดินตามไปเงียบ ๆ ซ่อนตัวหลังต้นไม้ใหญ่ข้างคุณเลปัส
จินหยานั่งแนบชิดขาเฉินอิ่ง ไม่แสดงเจตนาที่จะจากไป
“เอาล่ะ งั้นเรากลับไปพักผ่อนกันเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาดูคุณเลปัสกับเจ้าลิงซ์น้อยใหม่”
เฉินอิ่งอุ้มจินหยาขึ้นมาเอาแก้มแนบแก้ม บอกลาคุณเลปัส แล้วกลับไปที่หอพักชั่วคราว
เมื่อผลักประตูเหล็กเปิดออก เขาเห็นเสี่ยวซ่งเปลี่ยนชุดแล้วและกำลังดูแลเสือไฟน้อยใน ICU โดยมีต้วนอู้หลินยืนดูจากหน้าต่าง
“เกิดอะไรขึ้น? เสือไฟอาการทรุดอีกเหรอ?”
“เปล่าครับ เปล่า พี่อิ่งใจเย็น ๆ ข่าวดีต่างหาก ให้เสี่ยวซ่งบอกพี่เองดีกว่า”
ต้วนอู้หลินยิ้ม ขยับตัวออกจากหน้าต่างและทำหน้าตลกใส่จินหยา
จินหยา : นายก็บ้าไปอีกคนแล้วเหรอ?