- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 1 ในที่สุดฉันก็มีระบบกับเขาบ้างแล้ว
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 1 ในที่สุดฉันก็มีระบบกับเขาบ้างแล้ว
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 1 ในที่สุดฉันก็มีระบบกับเขาบ้างแล้ว
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 1 ในที่สุดฉันก็มีระบบกับเขาบ้างแล้ว
“พี่อิ่ง พี่แน่ใจนะว่าไม่ต้องให้ฉันช่วย? งั้นฉันลงเขาไปขนอาหารสัตว์นะ?”
เฉินอิ่งเงยหน้าขึ้นมองผ่านหน้าต่างไปยังอินลี่ที่ยืนอยู่ในลานบ้าน แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ
“นายไปเถอะ ฉันจัดการคนเดียวได้ ขนพวกผลไม้กับถั่วกลับมาเยอะหน่อยนะ ช่วงนี้เรามีนกบาดเจ็บเข้ามาหลายตัวเลย พอจัดการทางนี้เสร็จ เราอาจจะต้องเข้าป่าไปตรวจสอบความเรียบร้อยกันหน่อย”
เฉินอิ่งและอินลี่เพื่อนสมัยเด็กของเขา ทำงานอยู่ที่สถานีพิทักษ์ป่าและสถานีช่วยเหลือสัตว์ป่าเมืองเจียมู่
หลังจากจบการศึกษาจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรแห่งมณฑลตะวันตกเฉียงใต้ เขาก็เดินทางกลับมายังบ้านเกิดและสอบบรรจุเป็นข้าราชการของกรมป่าไม้ได้สำเร็จ
อินลี่เรียนจบก่อนเขาหนึ่งปีจากมหาวิทยาลัยเกษตรเช่นกัน แต่จบสาขาการจัดการป่าไม้ และได้เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าประจำบ้านเกิด
สถานีพิทักษ์ป่าและสถานีช่วยเหลือตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน โดยมีอาคารสามชั้นสองหลังตั้งเคียงคู่กันเป็นพื้นที่ทำงาน
ชั้นสามเป็นหอพัก ชั้นสองเป็นสำนักงาน ส่วนชั้นล่างของฝั่งสถานีช่วยเหลือเป็นห้องพยาบาลและโรงเลี้ยงสัตว์ชั่วคราว ในขณะที่ชั้นล่างของฝั่งสถานีพิทักษ์ป่าใช้เป็นโกดังเก็บของและห้องเก็บอุปกรณ์
นอกจากพวกเขาสองคนแล้ว ยังมีเพื่อนร่วมงานอีกห้าหกคน ซึ่งส่วนใหญ่ประจำการอยู่ที่ฐานตีนเขา
เมืองเจียมู่ตั้งอยู่ทางขอบตะวันตกเฉียงใต้ของเขตอนุรักษ์ โอบล้อมด้วยภูเขาและสายน้ำ มีอัตราความหนาแน่นของป่าดงดิบสูงเป็นอันดับสองของประเทศ อีกทั้งยังมีความหลากหลายทางชีวภาพของพืชและสัตว์อย่างอุดมสมบูรณ์ และเป็นหนึ่งในพื้นที่อนุรักษ์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นกลุ่มแรก ๆ ของประเทศ
จุดที่เฉินอิ่งและอินลี่ประจำการอยู่นั้นมีความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,600 เมตร สถานที่แห่งนี้ทำหน้าที่เป็นสถานีปฏิบัติการร่วมของทั้งศูนย์ช่วยเหลือและกรมป่าไม้
ค่ายหลักตั้งอยู่ที่ตีนเขา ซึ่งมีพื้นที่กว่าร้อยไร่ถูกจัดสรรให้เป็นศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า
งานประจำวันของเฉินอิ่งคือการรักษาสัตว์ป่าที่บาดเจ็บ ซึ่งชาวบ้านหรือเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนป่านำส่งมาให้
สำหรับตัวที่บาดเจ็บเล็กน้อย เขาจะทำการรักษาที่สถานีโดยตรงและเฝ้าดูอาการจนกว่าพวกมันจะแข็งแรงพอที่จะถูกปล่อยคืนสู่ป่า
ส่วนสัตว์ที่บาดเจ็บสาหัสหรือไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตในธรรมชาติได้ จะถูกส่งไปยังศูนย์ช่วยเหลือเพื่อรับการรักษาที่ละเอียดกว่านี้ ก่อนจะถูกส่งต่อไปยังสวนสัตว์ที่เหมาะสม หรือใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ที่ศูนย์แห่งนั้น
บนเตียงผ่าตัดตอนนี้ มีแพนด้าแดงตัวหนึ่งที่ยังไม่ฟื้นจากฤทธิ์ยาสลบ
เจ้าตัวเล็กนอนตะแคงอยู่บนเตียง ลิ้นห้อยออกมาเล็กน้อยดูว่าง่ายน่าเอ็นดู ขาหลังข้างขวาของมันถูกโกนขนออก กระดูกที่หักถูกจัดเข้าที่เรียบร้อยแล้ว บาดแผลภายนอกก็ได้รับการฆ่าเชื้อและพันแผลอย่างดี
เฉินอิ่งอมยิ้ม อาศัยจังหวะที่เจ้าแพนด้าแดงยังไม่ได้สติ หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปตอนที่มันถูกถอด ‘กางเกงขน’ ออก แล้วส่งเข้าไปในกลุ่มแชทที่ทำงาน
“ฮ่า ๆ ๆ ก่อนหน้านี้หยวนเซียวก็เคยโดนถอดกางเกงขนไปแล้ว คราวนี้ถึงตาเมิ่งเหยียนของเราโดนบ้างแล้วสินะ”
“กล้ามขาของเมิ่งเหยียนนี่แน่นปึ้กเลยนะเนี่ย”
“รูปพวกนี้ส่งมาให้พวกเราดูเหรอ? ฮ่า ๆ ๆ ไม่ได้การละ ฉันต้องเอาไปอวดในกลุ่มเพื่อนสมัยเรียน ให้ทุกคนได้เปิดหูเปิดตาหน่อย”
บรรยากาศในกลุ่มแชทเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เฉินอิ่งถ่ายคลิปวิดีโอสั้น ๆ ตัดต่ออย่างรวดเร็ว แล้วโพสต์ลงในบัญชีทางการของสถานีช่วยเหลือ
เขาเป็นคนขอเปิดบัญชีทางการของสถานีช่วยเหลือหลังจากที่เข้ามาทำงาน ตอนนี้ในนั้นมีวิดีโออยู่แค่เจ็ดแปดคลิป ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นประวัติศาสตร์อันน่าอับอายของเหล่าสัตว์ตัวน้อยที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้
หลังจากนำตัวเมิ่งเหยียน แพนด้าแดงตัวน้อยไปไว้ในกรงแยก เปิดกล้องวงจรปิด และกำชับเสี่ยวลี่ เพื่อนร่วมงานให้คอยจับตาดูอาการของเมิ่งเหยียนเป็นพิเศษแล้ว เฉินอิ่งก็เก็บสัมภาระเตรียมตัวเข้าป่า
เมื่อไม่กี่วันก่อน พวกเขาพบแมวป่าลิงซ์ตัวหนึ่งได้รับบาดเจ็บอยู่ห่างจากสถานีช่วยเหลือไปทางทิศตะวันออกประมาณหนึ่งกิโลเมตร เขาและรุ่นพี่ได้สังเกตดูแล้วว่าอาการบาดเจ็บของมันไม่สาหัส และน่าจะหายเองได้ตามธรรมชาติ
สถานีช่วยเหลือจะยื่นมือเข้าช่วยเฉพาะสัตว์ที่บาดเจ็บจนขยับตัวไม่ได้ หรือได้รับการประเมินแล้วว่าแผลนั้นไม่สามารถหายเองได้หากไม่ได้รับการแทรกแซง
การปกป้องสัตว์ป่าหมายรวมถึงการรักษาความมีสัญชาตญาณสัตว์ป่าของพวกมันด้วย การสัมผัสกับมนุษย์ควรมีให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลังจากเดินบุกป่าฝ่าดงอย่างยากลำบาก เขาก็มาถึงจุดที่เคยพบแมวป่าลิงซ์ จากร่องรอยสภาพแวดล้อม ดูเหมือนว่าเจ้าเหมียวยักษ์จะไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว
หลังจากติดต่อสอบถามเพื่อนร่วมงานที่รับผิดชอบเฝ้าระวัง และได้รับการยืนยันว่าไม่เห็นวี่แววของแมวป่าลิงซ์มาสามวันแล้ว เฉินอิ่งก็ถอนหายใจเบา ๆ และเตรียมตัวเดินทางกลับ
ขากลับเขาเลือกใช้เส้นทางที่ต่างจากตอนมา โดยวางแผนจะเดินเลียบธารน้ำลงไปสักพัก แล้วค่อยเลี้ยวกลับไปยังสถานีช่วยเหลือที่อยู่เหนือน้ำตก
ต่างจากสมัยก่อนที่ต้องใช้แรงงานคนเดินเท้าลาดตระเวน การนำโดรนเข้ามาใช้ช่วยลดความเสี่ยงในการเดินป่าได้มากโข
หลังจากบังคับโดรนบินสำรวจรอบ ๆ และไม่พบสิ่งผิดปกติ เฉินอิ่งก็หยิบขนมปังก้อนเล็กขึ้นมากินง่าย ๆ ดื่มน้ำไปสองสามอึก ยัดห่อขนมปังใส่ถุงขยะในเป้ แล้วลุกขึ้นปัดฝุ่นดึงหน้ากากขึ้นมาสวม เตรียมตัวเดินทางต่อ
เขาเพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ได้ยินเสียงสวบสาบแผ่วเบา ซึ่งเขาไม่ผลีผลามเข้าไปใกล้ และบังคับโดรนให้บินไปสำรวจบริเวณที่มาของเสียงอย่างละเอียด และนั่นก็ทำให้ใบหน้าของเฉินอิ่งซีดเผือด
“ขอกำลังเสริม ขอกำลังเสริม พบแมวป่าลิงซ์ได้รับบาดเจ็บที่พิกัด xx บริเวณพุ่มไม้ตรงลาดเขาทางธารน้ำ ต้องการการช่วยเหลือด่วน”
โดรนถ่ายภาพแมวป่าลิงซ์ที่ติดอยู่ส่งเข้าไปในกลุ่มทำงาน เจ้าหน้าที่ที่ศูนย์ช่วยเหลือเริ่มเคลื่อนไหวทันที
แต่การเดินทางจากศูนย์มาถึงบนเขาต้องใช้เวลาอย่างน้อยสี่สิบนาที และนั่นคือเวลาที่เร็วที่สุดที่เป็นไปได้
ทว่าแรงดิ้นรนของแมวป่าลิงซ์เริ่มแผ่วลงมากแล้ว หากไม่รีบช่วยเหลือ มันคงทนรอจนเจ้าหน้าที่จากศูนย์มาถึงไม่ไหวแน่
เฉินอิ่งสำรวจพื้นที่รอบตัวทันที เขาเลือกต้นไม้ใหญ่ขนาดสองคนโอบ แล้วผูกเชือกกู้ภัยไว้กับต้นไม้ หลังจากทดสอบการรับน้ำหนักแล้ว เขาก็สวมอุปกรณ์ป้องกันและหมวกนิรภัย เตรียมโรยตัวลงไปยงจุดที่แมวป่าลิงซ์ติดอยู่
ต่อให้ดึงมันขึ้นมาไม่ได้ เขาก็ต้องลงไปยึดตัวมันไว้ก่อน เผื่อว่าพุ่มไม้นั้นจะต้านทานแรงดิ้นของมันไม่ไหวจนร่วงลงไป ข้างล่างนั่นเป็นเหวลึกกว่าสามสิบเมตรเชียวนะ
ถึงตอนนั้นคงไม่ใช่แค่เรื่องช่วยเจ้าเหมียวยักษ์แล้ว แต่ถ้ากู้ซากกลับมาได้ในสภาพแมวแผ่นแป้งก็นับว่าโชคดีถมไป
เขาค่อย ๆ โรยตัวลงไปข้าง ๆ แมวป่าลิงซ์อย่างระมัดระวัง แต่ถึงจะเอื้อมมือจนสุดแขนก็ยังไม่ถึงตัวมัน
เฉินอิ่งสังเกตการณ์อย่างละเอียด แล้วอาศัยพุ่มไม้รอบ ๆ ค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้าไปประชิดเจ้าเหมียวยักษ์อย่างระแวดระวัง
เจ้าตัวโตบาดเจ็บสาหัสกว่าที่คิด มีอาการเสียเลือดและขาดน้ำอย่างชัดเจน
เฉินอิ่งลังเลเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือไปสัมผัสตัวมัน แต่ดูเหมือนสัตว์ป่าตัวนี้จะอ่อนแอเกินกว่าจะขัดขืนแล้ว
เพื่อความปลอดภัย เฉินอิ่งตัดสินใจฉีดยาสลบให้เจ้าเหมียวยักษ์ไปหนึ่งเข็ม
ในขณะที่เฉินอิ่งกำลังพยายามใช้เชือกกู้ภัยอีกเส้นมัดตัวแมวป่าลิงซ์ที่บาดเจ็บ เสียงกระแสไฟฟ้าซ่า ๆ ก็ดังขึ้นในหูของเขา
[ตรวจพบโฮสต์กำลังช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ใกล้ตาย ระบบทำการเชื่อมต่อก่อนกำหนด]
[ชุดของขวัญสำหรับมือใหม่ถูกส่งมอบแล้ว กรุณาตรวจสอบเมื่อสะดวก]
[ภารกิจมือใหม่ถูกตอบรับโดยอัตโนมัติ: ชุบชีวิตแมวป่าลิงซ์ที่ใกล้ตายภายใน 24 ชั่วโมง ภารกิจสำเร็จจะได้รับรางวัล หากล้มเหลวระบบจะยกเลิกการเชื่อมต่ออัตโนมัติและเรียกคืนของขวัญที่มอบให้]
แหม! ก็ถือว่าไม่ขาดทุนเลยนะเนี่ย
หลังจากยึดตัวแมวป่าลิงซ์ได้สำเร็จ เฉินอิ่งก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ระหว่างรอเพื่อนร่วมงานมาสมทบ เขาจึงเริ่มลองใช้ระบบดู
“เปิดไอ้สิ่งที่เรียกว่าชุดของขวัญนั่นเลย ดูซิว่ามีอะไรที่ฉันต้องใช้ตอนนี้บ้างไหม”
ระบบนี้เข้าใจง่าย สั่งปุ๊บก็เปิดปั๊บ
[โฮสต์ได้รับโบนัสความเข้ากันได้กับสัตว์ (ชั่วคราว), ทักษะการรักษาสัตว์ระดับ 100 (ชั่วคราว), สูตรอาหารสัตว์ระดับ 100 (ชั่วคราว) นอกจากนี้ยังมีเครื่องให้น้ำสัตว์หนึ่งเครื่อง, ขนมก้อนเพิ่มพลังงานสำหรับสัตว์หนึ่งถุง และนมผงสำหรับลูกสัตว์ทั่วไปอีกหนึ่งถุง]
“ล้อกันเล่นหรือเปล่าเนี่ย ทำไมมีแต่ของชั่วคราวทั้งนั้นเลย?”
[เมื่อทำภารกิจสำเร็จ โฮสต์สามารถเปลี่ยนสถานะสามทักษะนี้ให้เป็นถาวรได้]
(#‵′)凸 ระบบขี้งกเอ๊ย!