เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10: การกวาดล้างครั้งใหญ่

บทที่ 10: การกวาดล้างครั้งใหญ่

บทที่ 10: การกวาดล้างครั้งใหญ่


🚨 ก่อนอ่าน ฝากทุกคนรีวิวให้หน่อยนะครับ กด☝️รายชื่อตอน☝️ แล้วคอมเม้นให้หน่อยนะครับ 🙏🥺

บทที่ 10 การกวาดล้างครั้งใหญ่

วันแรกที่เดวิดเข้ามานั่งทำงานในสโมสร แผนของเขาคือประกาศรายชื่อนักเตะใหม่ที่จะเข้ามาเสริมทัพในฤดูกาลหน้า แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้นั่งลงแบบสบาย ๆ เลย เลขานุการสาวสุดเซ็กซี่ก็เดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารกองหนึ่ง

ในชาติก่อน เดวิดเป็นแค่หนุ่มติดบ้านที่ไม่ค่อยกล้าสบตาผู้หญิงสวย ๆ ตรง ๆ เขาถนัดแอบมองมากกว่า และถ้าถูกจับได้ เขาจะรีบทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วเบี่ยงเบนสายตาทันที

ตอนนี้ก็เช่นกัน แม้ว่าเลขานุการสาวตรงหน้าจะทั้งมีเสน่ห์และเย้ายวนขนาดไหน เดวิดก็ยังติดนิสัยเดิมอยู่ เขายกถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบอย่างกระหาย เพื่อบดบังความเคอะเขินของตัวเอง

แต่ในใจกลับรู้สึกดีเหลือเกิน เลขานุการสุดสวยแบบนี้ ชาติก่อนเขาไม่มีโอกาสได้สัมผัสแน่นอน!

ยังไม่ทันที่เขาจะคิดเตลิดไปไกล เลขานุการสาวก็ส่งข่าวด่วนเกี่ยวกับทีมให้เขา

“มีนักเตะตัวหลักหลายคนเรียกร้องขอขึ้นค่าเหนื่อยค่ะ พวกเขาบอกว่าถ้าไม่ขึ้นให้ พวกเขาจะขอย้ายทีม”

เดวิดเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ เขามองเลขานุการก่อนจะถามกลับไป “จริงเหรอ?” น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีแววตกใจเลยสักนิด กลับกัน มันฟังดูเหมือนจะมีความสุขเสียด้วยซ้ำ

ใช่แล้ว เดวิดรู้สึกดีใจจริง ๆ ที่ได้ยินข่าวนี้

ฤดูกาลที่แล้ว นักเตะชุดใหญ่ของทีมล้วนเป็นพวกโนเนม แทบไม่มีใครที่เขาเคยได้ยินชื่อเลย นั่นหมายความว่า พวกเขามีศักยภาพแค่ในลีกระดับล่าง และไม่มีอนาคตในแผนการสร้างทีมของเขาอยู่แล้ว

ก่อนหน้านี้เขายังคิดอยู่เลยว่าจะกำจัดนักเตะพวกนี้ออกจากทีมยังไงดี ถึงพวกเขาจะไม่เก่งพอจะพาทีมไปสู่ระดับสูงขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าพวกเขาก็มีส่วนช่วยให้ทีมเดินมาถึงจุดนี้ จะไล่พวกเขาออกไปเฉย ๆ ก็ใจร้ายเกินไป

วิธีที่ดีที่สุดคือขายพวกเขาให้กับทีมอื่นในราคาถูก เพื่อให้พวกเขามีโอกาสได้ค่าจ้างที่สูงขึ้นในต้นสังกัดใหม่ แบบนี้ทั้งสองฝ่ายก็จะได้ประโยชน์

แต่ในเมื่อมีพวกที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง คิดว่าตัวเองสำคัญ แล้วพากันออกมาเรียกร้องค่าเหนื่อยเพิ่มเองแบบนี้ งั้นเขาก็จะไม่ใจดีแล้ว

“ในเมื่อพวกเขาอยากไป ก็ให้ไปซะสิ! ขึ้นค่าเหนื่อย? ไม่มีทาง!” เดวิดหัวเราะเยาะ

เลขานุการสาวถึงกับอึ้งไป เธอคิดว่าเจ้านายของเธอจะต้องทำทุกทางเพื่อรั้งนักเตะตัวหลักไว้ แต่ผลกลับเป็นตรงกันข้ามแบบสุดขั้ว

“แจ้งนักเตะทีมชุดใหญ่ทุกคนว่าพวกเขาสามารถมองหาต้นสังกัดใหม่ได้ สโมสรจะไม่ตั้งค่าตัวแพงเกินไปเพื่อขัดขวางการย้ายทีม ส่วนพวกที่ขู่จะย้ายทีมเพื่อเรียกร้องค่าเหนื่อย ก็บอกพวกเขาว่าถ้าไม่มีทีมไหนยอมจ่ายค่าตัวตามที่สโมสรตั้งไว้ พวกเขาก็จะต้องไปเล่นในทีมสำรอง เพราะฤดูกาลหน้า จะไม่มีที่ว่างให้พวกเขาในทีมชุดใหญ่อีกต่อไป”

เลขานุการสาวอ้าปากค้าง จนแทบจะยัดไข่เข้าไปได้ทั้งฟอง เดวิดแอบชอบความรู้สึกนี้เหมือนกัน การเป็นคนที่มีอำนาจมันรู้สึกดีจริง ๆ

เมื่อเหล่านักเตะชุดใหญ่ของน็อตต์สเคาน์ตี้ได้รับประกาศนี้ พวกเขาก็ช็อกจนพูดไม่ออกกันไปตาม ๆ กัน ไม่มีใครเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ช่วงก่อนหน้านี้ สโมสรมีข่าวใหญ่ไม่หยุด ทั้งเรื่องที่ประธานสโมสรเอาทีมไปจำนองกับธนาคาร นักเตะต่างพากันวิตกกังวล กลัวว่าสโมสรจะมีปัญหาทางการเงิน จนหลายคนเริ่มมองหาทีมใหม่อย่างลับ ๆ

แต่แล้วไม่กี่วันต่อมา ก็มีข่าวว่าประธานสโมสรลงทุนก้อนใหญ่ และจ่ายค่าตัวแพงลิ่วซื้อมิดฟิลด์จากลาลีกามาเสริมทีม ดูยังไงก็น่าจะเป็นสัญญาณว่า ทีมกำลังมุ่งสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

เมื่อแน่ใจว่าทีมมีเงิน พวกนักเตะก็เริ่มคิดกันว่า ไหน ๆ ทีมก็กำลังจะก้าวหน้าแล้ว พวกเขาที่ช่วยพาทีมมาถึงจุดนี้ก็ควรได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม จึงรวมตัวกันเรียกร้องขึ้นค่าเหนื่อย พร้อมขู่จะย้ายทีม

พวกเขามั่นใจมากว่าสโมสรจะต้องตามใจพวกเขาแน่นอน

แต่พวกเขาคิดผิด… คิดผิดอย่างมหันต์!

สโมสรไม่เพียงแต่ไม่ขึ้นค่าเหนื่อยให้ แต่ยังโยนพวกเขาทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ไม่มีแม้แต่โอกาสให้ต่อรอง

นักเตะส่วนใหญ่ไม่ได้จงรักภักดีต่อสโมสรอยู่แล้ว เมื่อได้รับแจ้งว่าพวกเขาสามารถหาทีมใหม่ได้โดยไม่ถูกกีดกัน ก็ไม่มีใครโวยวายอะไรมาก พวกเขายอมรับชะตากรรมและเริ่มหาทีมใหม่ทันที

แต่พวกที่ขู่ย้ายทีมเพื่อเรียกค่าเหนื่อยนี่สิ...

พวกเขาตกที่นั่งลำบาก เพราะพวกเขาไม่ได้เก่งถึงขั้นที่ทีมอื่นจะยอมจ่ายค่าตัวแพง ๆ ให้ หากประธานสโมสรทำจริงอย่างที่พูด พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องไปอยู่ในทีมสำรอง ซึ่งหมายถึงการดับอนาคตในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ

เมื่อคิดได้แบบนี้ พวกเขาก็เริ่มเสียใจและสาปแช่งตัวเองที่หลงคิดแต่เรื่องเงิน

ถึงจะยังมีค่าเหนื่อยจากทีมสำรองอยู่ แต่ถ้าต้องติดแหง็กอยู่ที่นั่นหลายปี อาชีพนักฟุตบอลของพวกเขาก็จบเห่แน่นอน เมื่อหมดสัญญาแล้ว จะไปหาทีมใหม่ก็ยาก เงินที่สะสมมาก็ไม่พอให้ใช้ไปทั้งชีวิต พวกเขาจะเอายังไงต่อดี?

สุดท้ายพวกเขาก็ตัดสินใจหาทางออกด้วยการปลุกปั่นแฟนบอล

การที่สโมสรล้างบางนักเตะทีมชุดใหญ่ขนาดนี้ มันเป็นการกระทำที่บ้าบอโดยสิ้นเชิง ต่อให้มีแผนซื้อนักเตะใหม่เข้ามา แต่ในช่วงเวลานี้มันดูแย่มาก ถ้าพวกเขาปล่อยข่าวให้แฟนบอลรู้ เชื่อว่าแฟนบอลจะต้องลุกฮือขึ้นมาต่อต้านแน่นอน

ถ้าพวกเขากระตุ้นให้แฟนบอลกดดันสโมสรได้ ประธานสโมสรก็อาจต้องยอมอ่อนข้อให้ สุดท้ายพวกเขาอาจได้อยู่ต่อ หรือไม่ก็ถูกขายออกไปในราคาถูก ซึ่งอย่างหลังถือว่าเป็นทางออกที่ดีกว่าการไปเล่นกับเด็ก ๆ ในทีมสำรองแน่ ๆ

ดังนั้น พวกเขาจึงแอบส่งข่าวไปให้ Nottingham Post ซึ่งเป็นสื่อท้องถิ่นที่มักเข้าข้างทีม น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ มากกว่าน็อตต์สเคาน์ตี้

ไม่นาน ข่าวเรื่องการกวาดล้างครั้งใหญ่ของทีมก็ถูกตีพิมพ์ และกลายเป็นหัวข้อข่าวที่ร้อนแรงที่สุดในน็อตติงแฮม

แฟนบอลของฟอเรสต์ต่างพากันหัวเราะเยาะศัตรูร่วมเมือง

“นี่มันเป็นการบริหารทีมที่โง่ที่สุดในโลกแล้ว!”

ต้องเข้าใจก่อนว่า นักเตะทีมชุดใหญ่ของน็อตต์สเคาน์ตี้ยังมีฝีเท้าที่เหมาะสมกับระดับลีกอย่างน้อยก็ในลีกทู เพราะพวกเขาสามารถยืนหยัดอยู่ในลีกนี้ได้อย่างมั่นคง แม้จะไม่สามารถเลื่อนชั้นได้ แต่การจบอันดับที่ 8 สองฤดูกาลติดต่อกันก็คือหลักฐานที่ดีที่สุด

แต่ตอนนี้สโมสรกลับตัดสินใจโละนักเตะที่มีศักยภาพระดับลีกทูออกไปทั้งหมด แล้วฤดูกาลหน้าคิดจะใช้แค่นักเตะหน้าใหม่ไม่กี่คน บวกกับเด็กจากทีมเยาวชนลุยศึกอย่างนั้นเหรอ?

นี่มันโอกาสทองในการหัวเราะเยาะศัตรูร่วมเมืองชัด ๆ! ไม่แน่ว่าหลังจบฤดูกาลหน้า พวกเราอาจจะไม่ได้เห็นพวกเขาในลีกทูอีกเลยก็ได้ เพราะน็อตต์สเคาน์ตี้มีแต่จะตกชั้นเท่านั้น!

(โปรดติดตามตอนต่อไป!)

จบบทที่ บทที่ 10: การกวาดล้างครั้งใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว