- หน้าแรก
- เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ
- เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ ตอนที่ 120 ประกาศิตของแลนน์ 💸
เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ ตอนที่ 120 ประกาศิตของแลนน์ 💸
เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ ตอนที่ 120 ประกาศิตของแลนน์ 💸
เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ ตอนที่ 120 ประกาศิตของแลนน์
“ทุกคน ข้าคือสิงโตแห่งซินทรา เอิร์ล แลนน์ แลนนิสเตอร์ . . .”
ชาวบ้านที่กำลังปั่นป่วนอยู่เบื้องล่างเริ่มสงบลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของแลนน์ ปรากฏว่าเป็นเอิร์ล ไม่ใช่พวกอันธพาลพเนจรที่มาเพื่อปล้นชิงลานประหารซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกโล่งใจเล็กน้อย
แลนน์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและชักดาบแห่งสตรีทะเลสาบออกมา ดาบอักษรรูนปรากฏขึ้นอีกครั้งในโลกหลังจากผ่านไปกี่ปีก็ไม่ทราบได้ อักษรรูนสีทองส่องประกายท่ามกลางแสงแดด ซึ่งยังทำให้ผู้ชมตาพร่ามัวอีกด้วย
จากนั้นเขาก็เพิ่มตำแหน่งของตนเองเข้าไป “ข้ายังเป็นอัศวินแห่งสตรีทะเลสาบด้วย และข้าเพิ่งมาถึงไวท์ ออร์ชาร์ดในวันนี้”
ด้วยเหตุนี้แม้แต่คนนอกก็ยังสงบลง แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถยืนยันความถูกต้องของดาบได้ แต่ความเป็นปรปักษ์ของพวกเขาต่อแลนน์ก็ลดลง นักขับลำนำและนักปราชญ์ที่เคยเห็นภาพประกอบและเคยได้ยินเรื่องราวของดาบแห่งสตรีทะเลสาบต่างก็มีปฏิกิริยาที่รุนแรงกว่า
บางคนไม่อยากจะเชื่อและแสดงความดูถูกบนใบหน้า แต่บางคนกลับจ้องมองไปที่อักษรรูน พวกมันดูไม่เหมือนของปลอม และเมื่อนึกถึงวีรกรรมของแลนน์ที่ถูกขับขานโดยเหล่านักกวีพวกเขาก็เชื่อคำพูดของเขา
“ท่านลอร์ดแห่งซินทรา ท่านต้องการจะทำอะไร?” เสียงนั้นดังมาจากกลุ่มนักเดินทาง พวกเขาไม่ใช่คนท้องถิ่นและเห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการที่จะเข้าไปพัวพันกับหายนะของไวท์ ออร์ชาร์ด
แลนน์มองไปยังทิศทางที่เสียงนั้นดังมาและประหลาดใจที่เห็นยาร์เพนกำลังยิ้มให้เขาอย่างมีเลศนัย
แลนน์เลิกคิ้วและตอบคำถามของยาร์เพนเสียงดัง “ไม่ต้องกังวล นี่เป็นเรื่องระหว่างขุนนางด้วยกัน คนของลอร์ดแห่งไวท์ ออร์ชาร์ดดูหมิ่นศักดิ์ศรีของข้า แต่ข้าไม่ต้องการที่จะลงโทษคนเลี้ยงผึ้งและก็ไม่ต้องการที่จะพาดพิงพวกท่านด้วย มันเหมือนกับเวลาที่ท่านถูกมีดทำให้บาดเจ็บ ท่านจะไม่ทำลายมีด ท่านจะจับเพียงผู้ที่กวัดแกว่งมันเท่านั้น”
แลนน์วางมือลงบนไหล่ของแวร์รีแยร์และผู้คนในไวท์ ออร์ชาร์ดก็โล่งใจอย่างสมบูรณ์หลังจากได้ยินเช่นนี้ ราวกับว่าพวกเขาได้รับคำรับประกัน
แม้ว่าในประสบการณ์ของพวกเขา มันเป็นเรื่องปกติที่เหล่าลอร์ดและขุนนางจะผิดสัญญา แต่พวกเขาก็ยังคงรู้สึกสบายใจได้ทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับคำสัญญาด้วยวาจาเช่นนี้
“สวัสดี ท่านเป็นพี่น้องสถาบันกริฟฟินรึ?” โคลกริมลังเลและก้าวไปข้างหน้า และถูกคนรับใช้และทหารขวางไว้ในทันที
แลนน์โบกมือเพื่อให้พวกเขาแยกย้าย และเป็นฝ่ายก้าวไปข้างหน้าและจับมือกับอีกฝ่าย “ข้าคือ แลนน์ แห่งซินทรา จากสถาบันกริฟฟิน”
“ข้าคือ โคลกริม แห่งนิล์ฟการ์ด ขอบคุณที่ช่วยข้าไว้”
. . .
เทเมเรียเมืองหลวงวิซิมา พระราชวังหลวง
“ถ้าเช่นนั้ แลนนิสเตอร์ผู้นั้นก็ลักพาตัวลอร์ดคนหนึ่งในประเทศของข้า ใกล้กับเมืองหลวงของข้ารึ?”
“เพคะ ฝ่าบาท”
“อะไรเป็นสาเหตุ?”
“ฝ่าบาท ลอร์ดแวร์รีแยร์กำลังพิพากษาวิทเชอร์คนหนึ่งในที่สาธารณะ และดูเหมือนว่าลอร์ดแลนนิสเตอร์จะมีดวงตาของวิทเชอร์ ชาวบ้านแห่งไวท์ ออร์ชาร์ด ได้ล่วงเกินท่านเอิร์ลในเรื่องนี้ และข้าได้ยินมาว่าพวกเขาถ่มน้ำลายใส่ท่าน”
“หืม ถ่มน้ำลายรึ?”
“เพคะ ฝ่าบาท”
“เจ้าโง่แวร์รีแยร์นั่นเป็นคนจัดการไต่สวนเองสินะ?”
“ถูกต้องเพคะ ซึ่งนั่นนำพาให้ชาวบ้านไปดูหมิ่นศักดิ์ศรีของเอิร์ลแลนนิสเตอร์”
“เจ้าโง่”
โฟลเทสต์กษัตริย์แห่งเทเมเรีย กำลังประทับอยู่บนเก้าอี้เท้าแขนเตี้ย ๆ ที่แกะสลักจากไม้สีดำ เท้าของเขาเหยียดออกไปข้างเตาผิงและมีสุนัขสองตัวขดตัวอยู่ที่เท้าเพื่อรับความอบอุ่น
แม้ว่าเขาจะมีอายุสี่สิบปีแล้ว แต่เขาก็ยังมีเสน่ห์ที่น่าทึ่ง เบื้องหน้ากษัตริย์คือสตรีผู้มีผมสีทองอ่อนแต่งกายอย่างหรูหราและมีท่าทางหยิ่งผยองแต่เนื่องจากนางอยู่ต่อหน้ากษัตริย์ ความหยิ่งผยองบนใบหน้าของนางจึงถูกระงับไว้เล็กน้อย
“วิทเชอร์” โฟลเทสต์พึมพำคำนั้นอย่างระมัดระวัง “เจ้าโง่นั่นกำลังพิพากษาวิทเชอร์”
“และดูเหมือนว่าข่าวลือจะเป็นความจริง ที่ว่าแลนนิสเตอร์ผู้นี้ก็เป็นวิทเชอร์ด้วยเช่นกันในตอนนี้”
มุมปากของกษัตริย์เผยรอยยิ้มออกมา ราวกับว่าเขาได้ยินข่าวดีบางอย่าง
“เคียราบอกข้าที แลนนิสเตอร์ผู้นี้สังหารคนไปกี่คนเพราะการล่วงเกินนั้น?”
เคียรา เม็ตซ์ ที่ปรึกษาหลวงที่ประจำอยู่ในเทเมเรีย ส่ายหน้าหลังจากได้ยินคำถามของกษัตริย์ “เขาไม่ได้สังหารผู้ใดเลย ฝ่าบาท ดูเหมือนเขาต้องการให้แวร์รีแยร์ชดใช้แทนประชาชนของเขา เขากล่าวว่า ‘หากพวกเขาทำข้าบาดเจ็บด้วยมีด ข้าจะไม่หักมีดทิ้ง แต่จะยึดผู้ที่ถือมันไว้’”
โฟลเทสต์หันหน้าหนีไป ราวกับว่าเขาประหลาดใจกับสิ่งที่ได้ยิน จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วอย่างกลัดกลุ้ม
“ไวท์ ออร์ชาร์ด คือเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ มีนักเดินทางกี่คนที่ได้เห็นฉากนี้?”
“มากมายเพคะ ฝ่าบาท แวร์รีแยร์เรียกชาวบ้านทั้งหมดของไวท์ ออร์ชาร์ด มาเป็นพยานในการไต่สวน นอกเหนือไปจากพ่อค้าและกวีอีกจำนวนมาก”
“เจ้าโง่” กษัตริย์ไม่รู้ว่าเขาได้เปล่งคำนี้ออกมาเป็นครั้งที่เท่าใดแล้วในวันนี้ “เตือนข้าที เคียรา แวร์รีแยร์ทำเรื่องโง่ ๆ อะไรไปบ้าง?”
“ฝ่าบาท หากไม่นับการไต่สวนครั้งนี้ ก็ยังมีการบีบบังคับให้บุตรชายที่เป็นพวกรักร่วมเพศของเขาต้องตาย เขายังเรียกร้องสิทธิ์ในคืนแรกในงานแต่งงานของไพร่ฟ้าของเขาด้วย นอกจากนี้เขาตัดศีรษะชาวนาคนหนึ่งเพราะถอดหมวกช้าเกินไป และสังหารหมู่หมู่บ้านของเขา”
“ถ้าเช่นนั้นก็ปล่อยให้แลนนิสเตอร์ฆ่ามันเสีย” โฟลเทสต์กล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว “ถ้าแลนนิสเตอร์มีกึ๋นพอ!”
เคียราปล่อยให้โฟลเทสต์ระบายความโกรธของตน และกล่าวหลังจากนั้นครู่หนึ่ง “ฝ่าบาท มีอีกสิ่งหนึ่งที่ท่านอาจจำเป็นต้องทราบ ดูเหมือนว่าแลนนิสเตอร์จะแสดงดาบแห่งสตรีทะเลสาบในที่เกิดเหตุด้วย”
“ดาบแห่งสตรีทะเลสาบรึ?” คราวนี้โฟลเทสต์แสดงความประหลาดใจอย่างแท้จริง “ดาบในตำนานที่สตรีแห่งทะเลสาบมอบให้แก่อัศวินรึ?”
“ถูกต้องเพคะ ฝ่าบาท ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเรียกตนเองว่าเป็นอัศวินแห่งสตรีทะเลสาบด้วย”
โฟลเทสต์ลุกขึ้นจากเก้าอี้และเริ่มเดินไปมาอย่างกระวนกระวาย “ดาบนั้นเป็นของแท้รึ? พวกพ่อค้าและนักกวีที่อยู่ที่นั่นเห็นมันหรือไม่?”
“มันจะเป็นของแท้หรือไม่นั้น ดูเหมือนจะไม่ใช่ประเด็นที่เกี่ยวข้องอีกต่อไปแล้วในตอนนี้ ฝ่าบาท” เคียรากล่าว “อย่างไรก็ตามข้ายังคงแนะนำให้ท่านโปรดรับรองเขาด้วยเขาเอง”
ในตอนนี้นั่นคือคำแนะนำที่ถูกต้อง ทำให้โฟลเทสต์ถอนหายใจลึก “ถ้าเช่นนั้นก็ให้เจ้าเป็นผู้นำเขามาที่นี่ในฐานะทูตก็แล้วกัน”
เคียราจากไปพร้อมกับคำสั่งนั้น เนื่องจากการเปิดประตูมิติในห้องของกษัตริย์อาจสร้างความเสียหายต่อการตกแต่งได้ ดังนั้นนางจึงต้องไปทำข้างนอก
ขณะที่นางจากไป ร่างเพรียวบางร่างหนึ่งก็ติดตามนางมาจากนอกห้องของกษัตริย์
“ท่านหญิงเคียรา”
เมื่อได้ยินชื่อของนาง เคียราก็หันกลับไป เบื้องหน้านางคือหญิงสาวผมแดง
หญิงสาวผมแดงผู้นั้นแต่งกายเกือบจะเหมือนแม่มดโดยปล่อยผมยาวสลวย และสวมชุดที่ท้าทายโดยปราศจากพิธีรีตองที่เป็นแบบฉบับของชนชั้นสูง
เมื่อเห็นเคียราหันกลับมา หญิงสาวผมแดงก็ยิ้ม “ข้าเพิ่งได้ยินนอกประตูห้องของเสด็จพ่อว่าท่านกำลังจะไปตามหาแลนน์ใช่หรือไม่? เขาเป็นวิทเชอร์ด้วยใช่หรือไม่? ให้ข้าไปกับท่านด้วยได้หรือไม่?”
“เจ้าหญิงแอดด้า” เคียราตอบ รับรู้ถึงตัวตนของนางและพยักหน้าให้นาง “เรื่องนี้ต้องได้รับอนุญาตจากฝ่าบาทก่อน แต่ท่านไม่ต้องกังวล ข้าจะนำเขากลับมาได้ในไม่ช้า”
หลังจากพูดจบนางก็ไม่มองปฏิกิริยาของเจ้าหญิงแอดด้าอีกต่อไป นางโบกมือ และลมก็พัดโชย แสงสว่างวาบขึ้น และจากนั้นนางก็หายไปจากสายตาของเจ้าหญิง
. . .
ไวท์ ออร์ชาร์ด คฤหาสน์เจ้าผู้ครองนคร
แวร์รีแยร์กดร่างลงบนเก้าอี้ ดวงตาของเขาสับสน
ครู่ต่อมาเขาก็สะดุ้งเฮือก และคนทั้งคนก็ตื่นขึ้น มองไปที่แลนน์ฝั่งตรงข้ามและอยากจะตะโกน แต่ก่อนที่เขาจะได้ทันพูด แลนน์ก็โบกมือร่าย [ผนึกแอกซี] และเติมพลังเวทมนตร์ลงไปน้อยกว่าครั้งแรกที่เขาใช้มันเล็กน้อย
“นั่งลง” แลนน์กล่าวเบา ๆ แต่คราวนี้แวร์รีแยร์ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งเหมือนเมื่อก่อน แต่กลับเดินเตร็ดเตร่ไปมาราวกับคนไร้วิญญาณวนเวียนห่างจากแลนน์ ราวกับกำลังละเมอ
แลนน์พยักหน้าอย่างเข้าใจ ดูเหมือนว่าหลังจากที่พลังเวทมนตร์ลดลงถึงจุดหนึ่ง ความสามารถ [ลวงตา] จากสายผนึกแอกซีจะไม่ส่งผลในการสะกดจิตอีกต่อไป แต่จะคงไว้เพียงพลังของระดับทักษะของมันเองเท่านั้น
บางทีอาจเป็นเพราะการขาดความมุ่งมั่นในเจตจำนงของลอร์ดผู้นี้ ซึ่งทำให้เขาง่ายต่อการถูกชักจูง แลนน์จึงเริ่มพิจารณาว่าเขาควรจะทำการทดลองอีกสักหน่อยหรือไม่ . . .
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตู
“เข้ามา” แลนน์ตะโกน และเฮาส์ก็ผลักประตูเปิดออก
“นายท่าน วิทเชอร์ที่ชื่อโคลกริมต้องการพบท่าน”
“เขาอยู่ที่ไหน?”
“กำลังรอท่านอยู่ที่นอกประตูขอรับ”
แลนน์พยักหน้า หยิบยาสลบที่เตรียมไว้เนิ่นนานแล้วขึ้นมาจากโต๊ะ ชี้ไปที่แวร์รีแยร์และกล่าวกับเฮาส์ “เอานี่ไปให้ลอร์ดแห่งไวท์ ออร์ชาร์ดของเรา พาเขาไปที่เตียงของเขาเอง และปล่อยให้เขานอนหลับไป ส่งคนไปเฝ้าเขาไว้ด้วย และให้ยาต่อไปเมื่อเขาตื่นขึ้น จำไว้ ไม่มีการใช้ความรุนแรง ไม่มีการผูกมัด ไม่มีการยึดทรัพย์สินใด ๆ ที่นี่ เข้าใจหรือไม่?”
เฮาส์พยักหน้าและลากแวร์รีแยร์ออกไปอย่างไม่ใส่ใจ
ท้ายที่สุดแล้วนี่คือเทเมเรียคำสั่งของแลนน์สามารถถูกตีความได้ว่าเป็นกลยุทธ์ในการเจรจาต่อรองเขากำลังแสวงหาความยุติธรรมในฐานะขุนนางที่ศักดิ์ศรีถูกล่วงเกิน และตราบใดที่ ‘ความยุติธรรม’ นั้นยังไม่ได้รับ เขาก็สามารถแสวงหามันต่อไปได้
แวร์รีแยร์ไม่สามารถให้สิ่งที่แลนน์ต้องการได้ ดังนั้นแลนน์จึงรอการแทรกแซงจากใครบางคนที่มีอำนาจและอิทธิพลมากกว่า ในระหว่างนี้เขาต้องการให้นักเดินทางช่วยแพร่กระจายข่าวออกไป
ขณะที่เขารอเขาก็ไม่สามารถปล่อยให้แวร์รีแยร์ต้องทนทุกข์ทรมานมากเกินไปได้ เกรงว่าพวกเขาจะถือว่าความทุกข์ทรมานของแวร์รีแยร์เป็นการชดเชยให้กับการดูหมิ่นแลนน์แล้ว
อันที่จริงนี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย และไม่มีทางที่จะใช้มันเป็นเครื่องต่อรองบนโต๊ะเจรจาได้ แต่นี่แต่เดิมก็เป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่อยู่นอกแผนอยู่แล้ว แลนน์ทำมันไปอย่างสบาย ๆ ตราบใดที่เขาสามารถเข้าเฝ้ากษัตริย์แห่งเทเมเรียได้ มันก็จะถือว่าประสบความสำเร็จ
แม้ว่าเขาจะพอมีไอเดียเกี่ยวกับท่าทีของอีกฝ่ายอยู่บ้าง แต่เขาก็จะไม่ยอมแพ้โดยไม่พยายามด้วยตนเองและทดสอบท่าทีของเขาก่อน จะเป็นอย่างไรหากมันมีโอกาสซ่อนอยู่?