- หน้าแรก
- เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ
- เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ ตอนที่ 46 เกรอลท์เข้าร่วมสมรภูมิ
เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ ตอนที่ 46 เกรอลท์เข้าร่วมสมรภูมิ
เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ ตอนที่ 46 เกรอลท์เข้าร่วมสมรภูมิ
เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ ตอนที่ 46 เกรอลท์เข้าร่วมสมรภูมิ
หากการโจมตีก่อนหน้านี้ของแลนน์เป็นเหมือนเขาใช้ขวานหนัก ครั้งนี้มันก็เหมือนกับกิโยตินที่กำลังตัดศีรษะนักโทษประหาร แสงดาบนั้นราวกับมีดร้อนที่ตัดผ่านเนย ตัดศีรษะของกริฟฟินออกโดยไม่มีสิ่งใดขัดขวาง และโลหิตก็สาดกระเซ็น
ในขณะเดียวกันอาร์คกริฟฟินก็พุ่งเข้ามาในทิศทางของพวกเขาโดยไม่หยุดยั้ง มันคือการโจมตีทางอากาศที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานของแรงโน้มถ่วง แต่การฟาดฟันดาบซึ่งเด็ดขาดและคมกริบกว่าที่คาดไว้ก็ทำให้แลนน์มีเวลามากขึ้นในการตอบสนองเช่นกัน เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะกลิ้งตัวไปข้างหน้าเพื่อหลบหลีก แต่ก็ยังถูกเฉียดโดยการโจมตีของอาร์คกริฟฟินที่ด้านหลัง
ตูม!
แลนน์กลิ้งตัวและปลิวออกไปราวกับว่าเขาถูกรถม้าที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูงชน และด้วยแรงที่เหลืออยู่ของอาร์คกริฟฟินก็ได้ลากร่างของกริฟฟินไปไกล ในขณะเดียวกันแลนน์ก็กลิ้งตัวกลางอากาศก่อนจะตกลงสู่พื้นอย่างแรง
ในขณะนี้ชุดเกราะของแลนน์บุบยุบเข้าไปในแผ่นหลังของเขา ทำให้เขาต้องดิ้นรนพยายามที่จะตัดสายรัดหนังระหว่างแผ่นเกราะเพื่อถอดมันออก
ไม่นานเหล่าผู้ติดตามก็รีบวิ่งเข้ามาและค่อย ๆ ถอดชุดเกราะของเขาออก ส่วนเหล่าดรายแอดก็มารวมตัวกันใกล้ ๆ แลนน์ และพวกนางก็นำข่าวร้ายมาด้วย ลูกธนูทั้งหมดถูกยิงออกไปจนหมดแล้ว
เหล่าทหารพรานถือหอกชูขึ้น ล้อมรอบสถานที่ที่อาร์คกริฟฟินร่อนลงจอด พวกเขาระแวดระวังแต่ก็หวาดกลัว แม้ว่าศัตรูจะลงสู่พื้นแล้ว แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้
โชคดีที่ในขณะนี้อาร์คกริฟฟินเอาแต่ใช้ศีรษะของมันกระแทกร่างของคู่หู ปล่อยเสียงหอนอันน่าเวทนาออกมา โดยไม่ได้เริ่มการโจมตีโต้กลับ นี่ทำให้แลนน์และคนอื่น ๆ พอมีเวลาตั้งตัวบ้าง
แลนน์เปิดหน้ากาก และบ้วนเลือดคำโตออกมา ตอนนี้เขาเพียงรู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดในอกทุกครั้งที่หายใจ และความเจ็บปวดที่ซี่โครงจนทำให้เขาไม่สามารถขยับตัวได้ แลนน์ถึงกับรู้สึกว่ากระดูกสันหลังของเขาได้รับบาดเจ็บ ทำให้เขาเหลือบมองหน้าต่างระบบของตน
[ค่าประสบการณ์: 1460/1500]
การกำจัดอาร์คกริฟฟินตัวนี้ แม้ว่าภารกิจล่าอสูรจะยังไม่สำเร็จลุล่วงทั้งหมด แต่ค่าประสบการณ์ที่ได้จากการสังหารสิ่งมีชีวิตนี้เพียงอย่างเดียวก็สามารถทำให้เขาเลื่อนระดับได้! หลังจากอัปเกรดแล้วไม่ว่าอาการบาดเจ็บจะรุนแรงเพียงใด มันก็จะถูกฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิม!
ดังนั้นมีเพียงหนทางเดียวที่จะทำให้ร่างกายนี้ที่บาดเจ็บและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ กลับมาขยับได้อีกครั้ง
แลนน์กัดฟัน ยื่นมือออกไปดึงสายรัดเป้สัมภาระปรุงยาของเขา และด้วยการพลิกมือ เขาก็พบขวดยาเวทมนตร์อีกสองขวด หนึ่งในยาขวดนั้นมีสีแดงอมทอง ประกายระยิบระยับราวกับดวงดาว ดุจลมหายใจที่มีชีวิตของฤดูใบไม้ผลิ
[สวอลโลว์ : ยาที่เร่งความเร็วในการรักษาและการฟื้นตัว และจะทำให้เกิดการสะสมของพิษเล็กน้อย]
อีกขวดหนึ่งเป็นสีเขียว และมีสายหมอกสว่างวาบผ่านขวดเป็นครั้งคราว ราวกับสายฟ้า
[ธันเดอร์โบลท์ : เสริมสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ เพิ่มความเสียหายที่ทำต่อคู่ต่อสู้ 100% แต่ลดประสิทธิภาพในการหลบหลีกและการปัดป้องลงอย่างละ 50%]
ยาเพียงสองขวดนี้คือสมบัติชิ้นสุดท้ายที่แลนน์รวบรวมมาจาก จาด คาราดิน นอกเหนือจากเหรียญตราและดาบเงิน เขานำมาเพียงสองขวดนี้เท่านั้น
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แลนน์ก็โยน [ธันเดอร์โบลท์] ทิ้งไป ยาของวิทเชอร์มีผลข้างเคียงและพิษร้ายแรงจำนวนมหาศาล คนธรรมดาอาจตายคาที่หลังจากดื่มพวกมัน และ [ธันเดอร์โบลท์] ก็เป็นหนึ่งในประเภทยาที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในหมู่พวกมัน
ในขณะนี้แลนน์หยิบยาออกมาเพราะเขาจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานการณ์เพื่อสังหารอาร์คกริฟฟิน ซึ่งการดื่ม [ธันเดอร์โบลท์] มีแต่จะฆ่าเขาให้ตาย
แม้ว่ายา [สวอลโลว์] จะมีพิษเพียงเล็กน้อย แลนน์ก็ยังกลัวว่าร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นของเขาจะไม่สามารถทนรับมันได้ เขาไม่เคยลงทุนคะแนนทักษะใด ๆ ในสายทักษะ [การเล่นแร่แปรธาตุ] เพื่อเพิ่มความต้านทานพิษเลย
แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถกังวลอะไรได้มากนัก หากไม่ดื่มยาและสูญเสียพลังสูงสุดไป กลุ่มที่แตกพ่ายของเขาก็จะไม่มีโอกาสต่อกรกับอาร์คกริฟฟินตัวนี้เลย
แลนน์เหลือบมองแถบค่าประสบการณ์ของเขาอีกครั้ง ‘ฆ่ามัน แล้วข้าจะเลื่อนระดับได้!’
แลนน์กัดจุกขี้ผึ้งของขวด เงยหน้าขึ้นและดื่มยาอึกเดียวจนหมด ของเหลวซึ่งเป็นยาที่มีส่วนผสมพื้นฐานจากสุราคนแคระ ไหลผ่านลำคอของเขา ตามมาด้วยความรู้สึกแสบร้อนในทันที
ทันใดนั้นแลนน์ก็รู้สึกราวกับว่ากล้ามเนื้อและกระดูกของเขากลับมามีชีวิต บาดแผลเปิดที่เลือดไหลรินค่อย ๆ หดตัวลงหยุดการเสียเลือด ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสจากกระดูกที่แตกหักของเขาถูกแทนที่ด้วยอาการชาและคันเล็กน้อย เขารู้สึกเหมือนกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง
ในขณะเดียวกันใบหน้าที่หล่อเหลาของแลนน์ก็ซีดเผือดราวกับศพ โดยมีเส้นเลือดบนลำคอและใบหน้าปูดโปนออกมาดุจรากไม้ ดวงตาของเขาแดงก่ำ และขอบตาของเขาก็ดำคล้ำ ดูคล้ายกับอสูรร้าย
นี่คืออาการแสดงของพิษจากยา การใช้ [สวอลโลว์] เพื่อฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บก็เหมือนกับการดื่มยาพิษเพื่อดับกระหาย
สำหรับวิทเชอร์มันเป็นพิษเพียงเล็กน้อย แต่สำหรับมนุษย์มันเป็นสิ่งที่ไม่อาจทนทานได้
แลนน์ดึงหน้ากากของเขาลงมาเพื่อบดบังใบหน้าที่น่าสะพรึงกลัว แม้ว่าตอนนี้เขาจะสามารถกวัดแกว่งดาบได้แล้ว แต่พลังการต่อสู้ของเขาก็ฟื้นกลับมาเพียงหกถึงเจ็ดส่วนเท่านั้น อย่างไรก็ตามเขาต้องสังหารอาร์คกริฟฟินที่อยู่ตรงหน้าให้ได้ ก่อนที่พิษร้ายจะทำลายร่างกายของเขา
ในขณะที่แลนน์กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้อีกครั้ง อสูรร้ายที่น่าสะพรึงกลัวก็เพิ่งเสร็จสิ้นการไว้อาลัยให้กับคู่หูที่ตายไปของมัน มันหันศีรษะมาทางมนุษย์ และความเศร้าโศกทั้งหมดของมันก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวในทันที
ร่างของอสูรร้ายที่ปกคลุมไปด้วยเศษเนื้อ เลือด และลูกธนู กำลังคุกรุ่นไปด้วยพลังงานอันชั่วร้าย ทำให้ทหารพรานที่อยู่แถวหน้าสุดต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว ยกเว้นเลวิน
เพียงแค่ฟังจากชื่อ ท่านก็รู้ได้ว่าอาร์คกริฟฟินนั้นมีขนาดใหญ่กว่ากริฟฟิน และทุกคนที่อยู่เบื้องหน้ามันก็เป็นเหมือนคนแคระที่กำลังเผชิญหน้ากับนักรบผู้แข็งแกร่ง
มันบึกบึนกว่า มีกล้ามเนื้อที่หนากว่า ซึ่งหมายถึงพละกำลังที่มากกว่าและการป้องกันที่มั่นคงกว่า
อาร์คกริฟฟินคำรามลั่นใส่ฝูงชน กระพือปีกอย่างแรง และค่อย ๆ ยกร่างขึ้นจากพื้น ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของทุกคน
ร่างที่เต็มไปด้วยลูกธนูนั้นยังคงบินได้!
ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ในขณะนี้กระบอกธนูทุกอันว่างเปล่า มันจะแตกต่างอะไรกับการเผชิญหน้ากับอาร์คกริฟฟินที่เคลื่อนที่อยู่กลางอากาศ กับการเป็นลูกแกะที่รอวันถูกเชือดเล่า?
ในชั่วขณะนั้นลึกเข้าไปในป่าทึบ เสียงกีบม้าก็ดังขึ้น นี่คือเสียงของศัตรูใหม่ที่กำลังใกล้เข้ามา อาร์คกริฟฟินมีความคล่องตัวน้อยกว่าบนพื้นดินมากเมื่อมันเพิ่งทะยานขึ้น ไม่ทันที่มันจะได้หันกลับมา พลังระเบิดเคลื่อนย้ายวัตถุอันทรงพลังก็ปะทะเข้าใส่มัน ลมอันปั่นป่วนเปลี่ยนแปลงการบินของมันราวกับค้อนที่เหวี่ยงมันจากท้องฟ้ากลับลงสู่พื้นดินอีกครั้ง
วายุทมิฬควบเข้ามาในสนามรบ และบนหลังของมันเกรอลท์ วิทเชอร์สถาบันหมาป่า ผมสีขาวตาเหลืองกำลังหดมือซ้ายกลับ
ผนึกอาร์ดการระเบิดพลังเคลื่อนย้ายวัตถุที่พุ่งตรงเข้าใส่คู่ต่อสู้ทำให้ชะงักงัน และเปิดช่องว่างสำหรับการโจมตีครั้งต่อไป
วิทเชอร์ซีดเผือดและหอบหายใจ หลังจากหลับใหลอยู่หนึ่งวันกับหนึ่งคืนในภาพมายาของน้ำแห่งโบรคิลอน เขาก็อ่อนแอเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด และจิตใจของเขาก็สับสนอลหม่านมาก
เขาไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหน หรือกำลังเผชิญกับอะไร แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ในฐานะวิทเชอร์ เขารู้ว่าการสังหารอาร์คกริฟฟินเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
อาศัยแรงส่งไปข้างหน้าของม้า วิทเชอร์ก็พลิกตัวลงจากหลังม้า และกลิ้งตัวหลายครั้งเพื่อลดแรงกระแทก ในเวลานี้เขาอยู่ห่างจากอาร์คกริฟฟินไม่ถึงห้าหลา
วายุทมิฬหันหลังกลับอย่างใจเย็นและวิ่งเข้าไปในป่าอีกครั้ง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอาร์คกริฟฟิน การบุกเข้ามาในระยะนี้ก็ถือเป็นความกล้าหาญทั้งหมดของมันแล้ว
เกรอลท์ตบมือซ้ายลงบนพื้น และวงเวทสีม่วงก็แผ่ครอบคลุมพื้นที่โดยรอบโดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง ครอบคลุมอาร์คริฟฟินได้อย่างแม่นยำ แสงสีม่วงเกาะกุมร่างของกริฟฟินยักษ์ ทำให้การเคลื่อนไหวอันดุร้ายของมันเชื่องช้าลง