เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 ความแข็งแกร่งที่ไหลริน

บทที่ 37 ความแข็งแกร่งที่ไหลริน

บทที่ 37 ความแข็งแกร่งที่ไหลริน


บทที่ 37

ความแข็งแกร่งที่ไหลริน

“ผู้อาวุโสลำดับสอง”

เมื่อได้ยินเสียงอันเบาแต่ชัดถนัดนี้ทำให้เหล่าศิษย์สำนักยืนขึ้นในทันทีด้วยความเคารพ

สำหรับสำนักเต่าดำแห่งนี้ นอกจากผอ.ผู้ลึกลับและผอ.หน้าฉากแล้ว ก็มีผู้อาวุโสลำดับสองคนนี้ที่มีอำนาจมากที่สุด

จ้าวฮั่นนั้นคือหลานของผู้อาวุโสจ้าวหยางคนนี้ ถึงแม้ว่าระดับการบ่มเพาะของเขาจะไม่ได้สูงอะไรมากมาย แต่ว่าด้วยความสัมพันธ์อันดียิ่ง เมื่อเฉินเฉียงกล้าหาเรื่องจ้าวฮั่นแล้ว เชื่อว่าชีวิตเขาในสำนักย่อมไม่สงบสุขอย่างแน่นอน

เฉินเฉียงที่รู้ก็ไม่ได้สนใจแต่อย่างใด ตอนนี้เขาแค่ต้องการแหวนวงนี้เท่านั้น

หลังจากจ้าวฮั่นได้ยินคำอนุญาตจากปู่ของตน เขาก็ได้มองแหวนอย่างอาวรณ์เล็กน้อยก่อนที่จะนำของข้างในออกมาและโยนแหวนให้เฉินเฉียง

“เฉินเฉียง ใส่แหวนของข้าไว้ตลอดให้ได้แล้วกัน แล้วข้าจะมาทวงคืน”

หลังจากพูดใส่เฉินเฉียงด้วยน้ำเสียงเย็นชาแล้ว จ้าวฮั่นก็ตะเบ๊ะพร้อมยืดอกแล้วเดินจากไป

เฉินเฉียงไม่ใส่ใจกับการกระทำของจ้าวฮั่น เขาในตอนนี้ได้สัมผัสถึงพื้นที่ภายในแหวนที่มีขนาดเกือบร้อยลูกบาศก์เมตร เขาจึงได้เก็บดาบดั้นเมฆของตนใส่ไว้ในแหวนในทันที

เมื่อเห็นฉากนี้แล้วศิษย์ในสำนักคนอื่นๆก็ทยอยออกจากพื้นที่สนามประลองไป

“ไปกันเถอะ พวกเราก็กลับกันได้แล้ว”

“ท่านอาจารย์ ครั้งนี้เรานั้นได้ถือว่ามีเรื่องกับแผนกเล่นแร่เต็มตัวไปแล้ว ศิษย์เกรงว่าอนาคตของแผนกเราคงไม่ง่ายเป็นแน่”

ฮู่ต้าไฮ่พยักหน้ารับ “เฉินเฉียง ศิษย์พี่ของเจ้าพูดถูกต้อง แต่ก็อย่าได้เป็นกังวลไป ยังไงซะที่นี่ก็ยังเป็นสำนักเต่าดำ พวกเจ้าแค่มุ่งเน้นในการบ่มเพาะก็พอ ส่วนเรื่องอื่นนั้นเดี๋ยวให้อาจารย์คนนี้จัดการเอง”

“แผนกวิชายุทธพิเศษของเรานั้นเข้มแข็งที่สุดในสำนัก ต่อให้มีคนอยากจะตัดขาพวกเรา ผอ.ยังไงก็ย่อมไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว”

“อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้การกระทำของเฉินเฉียงนั้นได้สร้างปัญหาไม่ใช่น้อย หากเจ้าไม่สามารถเผชิญหน้าเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเองล่ะก็ ทั้งแผนกเล่นแร่แปรธาตุและผู้อาวุโสสองย่อมไม่รามือ”

“ในช่วงที่พวกนั้นยังไม่ทำอะไรนี้ พวกเจ้าเองก็ควรอย่าพึ่งไปกระตุ้นซะล่ะ อย่างน้อยๆในช่วงเวลาอันสั้น พวกนั้นคงยังไม่กล้าทำอะไร เข้าใจหรือไม่”

เฉินเฉียงและคนอื่นๆต่างพยักหน้ารับ

“เฉินเฉียง อยู่ก่อน คนที่อื่นกลับไปได้”

เมื่อเหลือเพียงแค่เฉินเฉียงและฮู่ต้าไฮ่อยู่ในห้อง ฮู่ต้าไฮ่ก็ได้ถอนหายใจออกมายาวๆ

“เจ้านี่น้า...เป็นตัวก่อปัญหาจริงๆ เฮ้อออออ”

ฮู่ต้าไฮ่นั้นต้องการดุเฉินเฉียงก่อนเป็นอย่างแรก จึงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เฉินเฉียง ถึงแม้เจ้าในตอนนี้จะมีระดับการบ่มเพาะอยู่ในระดับทหารขั้นสูงแล้วก็ตาม แต่สำหรับในสำนักเต่าดำของเรานั้น นี่คือเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นคือตัวเจ้าพึ่งจะเปิดจุดชีพจรได้แค่ห้าจุดเท่านี้น เส้นทางของเจ้ายังอีกยาวไกล”

“แต่ในเมื่อเจ้านั้นทำตามสิ่งที่อาจารย์คนนี้ต้องการได้สำเร็จ อาจารย์ย่อมมีเรื่องที่จะสอนเจ้า”

“เฉินเฉียง เจ้ารู้ระดับขั้นที่เหนือกว่าระดับทหารขั้นสูงหรือไม่”

เฉินเฉียงก้มหัวลงต่ำเพื่อคิดเล็กน้อยก่อนที่จะพูดออกมา “ข้าได้ยินมาว่าถัดจากทหารขั้นสูงไปแล้วจะกลายเป็นระดับนายพลวิญญาณได้หลังจากที่เปิดจุดชีพจรได้ถึงสิบสองจุดไปแล้ว ส่วนเรื่องราวเกี่ยวกับระดับขั้นนายพลวิญญาณนั้นศิษย์ไม่รู้ครับ”

“อื้ม ถ้าอย่างนั้นอาจารย์จะบอกเจ้าในวันนี้”

“จุดชีพจรในร่างของมนุษย์นั้น นอกจากจุดชีพจรหลักทั้งสิบสองแล้วยังมีจุดชีพจรลับอีกสามสิบหกจุด”

“สัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าคนคนนั้นคือนายพลวิญญาณแล้วนั้นก็คือการเปิดจุดชีพจรทั้งสิบสองจุดหลักนี้ให้ได้ สำหรับระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางขึ้นไปนั้นเป็นได้ก็ต่อเมื่อเปิดจุดชีพจรลับได้อีกสิบสามถึงยี่สิบสี่จุด และในระดับสูงนั้นจะต้องเปิดจุดชีพจรลับให้ได้ยี่สิบห้าจุดไปจนถึงการเปิดจุดชีพจรลับให้ได้ทั้งหมดสามสิบหกจุด”

“ในเหล่านักรบสายเลือดระดับนายพลวิญญาณนั้น ความสามารถในการต่อสู้เองก็ยังมีทั้งต่ำและสูง ยกตัวอย่างเช่นศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้า หลู่ฟาง เขานั้นเปิดจุดชีพจรลับได้สิบจุด ถึงแม้ระดับของเขานั้นจะถือว่าต่ำในหมู่นายพลวิญญาณ แต่ความสามารถในด้านการต่อสู้ของเขานั้นกลับสูงล้ำ”

“ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่าในจุดชีพจรของเขานั้นนอกจากจะแข็งแกร่งแล้วก็ยังสามารถบรรจุพลังสายเลือดได้อย่างมากมายนี่จึงทำให้เขานั้นมีความสามารถในการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง จุดนี้เองในอนาคตเราค่อยพูดถึงกัน”

“นอกจากการเปิดจุดชีพจรและความจุของพลังสายเลือดแล้ว ความแข็งแกร่งนั้นก็ยังสามารถได้ด้วยความรู้ สำนักของเรานั้นมีห้องข้อมูลอยู่ เจ้าสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลได้จากที่นั่น”

“หากเจ้าศึกษาดูแล้วมีสิ่งที่ไม่เข้าใจ เจ้าสามารถมาหาอาจารย์และสอบถามได้ทุกเมื่อ”

“เจ้าเข้าใจหรือไม่”

“ศิษย์เข้าใจแล้ว”

หลังจากได้รับคำแนะนำดีๆมาจากฮู่ต้าไฮ่ เฉินเฉียงก็ได้ไปหากัวเหลียงก่อนเลยเป็นคนแรก

วันนี้พวกเขานั้นได้แต้มคะแนนมามากมายนัก

“ฮ่าฮ่าฮ่า ศิษย์น้อง คะแนนกว่าแสนสองหมื่นแต้มนี้มากพอที่จะทำให้เจ้านั้นอยู่ได้นานหลายปีเลยทีเดียว”

สายตาของกัวเหลียงที่ราวกับส่องแสงได้ราวกับเหยี่ยวที่เห็นชิ้นเนื้อนี้ทำให้เฉินเฉียงบังเกิดความกลัวขึ้นมาไม่น้อยเลยจริงๆ

“เอ่อออ ศิษย์พี่ อย่ามองข้าด้วยสายตาแบบนั้นสิ ข้าเห็นแล้วรู้สึกเสียวสันหลังยังไงก็ไม่รู้” “ว่าแต่ พี่ต้องไม่ลืมว่าพี่ยังติดคะแนนข้าไว้นา...” “อ้อ แล้วก็ข้าจะแบ่งแต้มคะแนนให้พี่เป็นค่าดำเนินการให้หมื่นแต้มคะแนนนะ พอใจรึเปล่า”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ศิษย์น้องนี่ใจดีกับศิษย์พี่คนนี้จริงๆ ด้วยแต้มคะแนนนี้ พี่สามารถบ่มเพาะในห้องได้อีกพักใหญ่เลย”

“ถ้าเป็นแบบนี้ก็ถือว่าดีมากเลยจริงๆ ว่าแต่ศิษย์พี่ ข้าขอถามหน่อยสิว่าข้าพอจะซื้อแก่นคริสตัลได้จากไหนบ้าง ท่านบอกข้าหน่อยได้รึเปล่า”

“แก่น.... แก่นคริสตัลเหรอ ศิษย์น้องหมายถึงแก่นคริสตัลที่ได้จากอสูรนั่นอ่ะนะ ศิษย์น้องต้องการมันไปทำไมกัน”

“อ้อใช่สินะ ถ้าศิษย์น้องตั้งเป้าไว้ว่าจะกลับไปยังโลกภายนอกแก่นอสูรย่อมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้”

“เกี่ยวกับเรื่องนี้ ศิษย์น้องสามารถไปที่หอภารกิจ และแลกมันด้วยคะแนนได้  ส่วนหอภารกิจนั้นมีตำแหน่งปรากฏอยู่ในกำไลสื่อสารอยู่แล้ว ตอนนี้ข้าขอไปห้องบ่มเพาะก่อนแล้วกัน ข้าคงไม่ได้ไปส่งเจ้าหรอกนะ”

หลังจากพูดจบ กัวเหลียงวิ่งออกไปด้วยความเปี่ยมสุข

เฉินเฉียงจึงรีบเปิดกำไลสื่อสารดู ไม่นานก็พบกับตำแหน่งของหอภารกิจ

ด้วยการที่หอนี้มีภารกิจให้ศิษย์ในสำนักเลือกรับไปทำมากมาย หอภารกิจย่อมต้องนำทุกสิ่งที่ได้มาจากภารกิจมาใช้ ย่อมรวมถึงสมบัติมากมายอีกด้วย

เฉินเฉียงได้ใช้คะแนนหมื่นแต้มไปกับการแลกเปลี่ยนเป็นแก่นคริสตัลระดับนายพลขั้นต้นมาได้หนึ่งหมื่นก้อน รวมถึงชุดสมุนไพรที่ใช้ในการหลอมยาบ่มเพาะร่างกาย และเตาหลอมยาอีกชุดหนึ่ง

ด้วยสมุนไพรเล่านี้เขานั้นจะสามารถหลอมสร้างยาบ่มเพาะร่างกายด้วยตัวเอง

หลังจากออกจากหอภารกิจแล้ว เฉินเฉียงก็ได้เดินไปยังห้องข้อมูลที่อาจารย์เขาได้แนะนำ

ระหว่างทาง เฉินเฉียงได้ดูดซับแก่นคริสตัลทั้งหมดด้วยระบบทำให้ในตอนนี้เขานั้นได้รับค่าพลังงานไปกว่าเก้าแสนหน่วย อย่างไรก็ตาม ระบบของเขานั้นได้เปิดใช้งานฟังก์ชันหลอมรวมโดยอัตโนมัติ

และด้วยค่าพลังงานที่ได้มากมายนี้ทำให้เขานั้นต้องการจะเพิ่มค่าสถานะของเขาจึงได้เปิดหน้าต่างค่าสถานะของตนขึ้นมา

ชื่อ เฉินเฉียง

ระดับ: นักรบสายเลือดระดับทหารขั้นสูง

การหลอมรวมทักษะ: 1

ค่าพลังงาน:400,000

ค่าการใช้ประโยชน์:100

ค่าความอดทน:75

ค่าความแข็งแกร่ง:98

ค่าความเร็ว:140

ค่าพลังจิต:77

วิธีการบ่มเพาะ: หลอมเลือดทำลายล้างระดับต้น

วิธีการบ่มเพาะ: ภาพวาดแห่งห้วงมหาสมุทร ระดับเริ่มเรียนรู้

วิธีการบ่มเพาะ: เทคนิคฝึกฝนร่างกายขั้นต้น ระดับเริ่มเรียนรู้

วิธีการบ่มเพาะ: เทคนิคการเล่นแร่แปรธาตุแบบดั้งเดิม ระดับต้น

ทักษะ: ไร้ตัวตน

ทักษะ: การตรวจสอบด้วยเสียง

ทักษะ: เพลิงดาบสายฟ้าทำลายวิญญาณระดับต้น

ทักษะ: ก้าวย่างสวรรค์ระดับต้น

ทักษะ: ภาษาสัตว์

ทักษะ: แกะรอยด้วยกลิ่น

ทักษะ: ขุดรูระดับต้น

ทักษะ: สื่อสารไร้สาย

ทักษะ: สะกดจิต ระดับต้น

ทักษะ: แก่นแท้แห่งการเล่นแร่แปรธาตุ ระดับต้น

ทักษะ: รอบรู้สมุนไพร

ทักษะ: เพลงดาบลมเฉือน ระดับเรียนรู้

ทักษะ: การเคลื่อนที่เงา ระดับเรียนรู้

สายเลือด: ทมิฬระดับสูง

สายเลือด: พลังห้าธาตุระดับสูง

สายเลือด: ธาตุไม้ระดับสูง

ค่าสถานะของเขาในตอนนี้เปลี่ยนไปค่อนข้างมาก ทักษะการสะกดจิตของเขาเองก็เพิ่มขึ้นไปอีกเล็กน้อยด้วย

ในขณะเดียวกันนั้น ความสามารถของการบ่มเพาะภาพวาดแห่งห้วงมหาสมุทรก็ได้ประจักษ์ให้เขาเห็นในจิตใต้สำนึกของเขา

ถึงแม้เขานั้นจะไม่ค่อยแน่ใจเกี่ยวกับทักษะการบ่มเพาะนี้สักเท่าไหร่นัก แต่เขานั้นค่อนข้างมั่นใจว่าการบ่มเพาะนี้ช่วยเพิ่มค่าจิตวิญญาณให้เขาได้อย่างมาก นี่เองสมควรจะเป็นการบ่มเพาะที่เหล่าศิษย์ในแผนกจิตวิญญาณใช้กัน

ห้องข้อมูลของสำนักเต่าดำนั้นตั้งอยู่ในหุบเขาที่อยู่ด้านตะวันออกของหอภารกิจ ที่นั่นมีหอเล็กๆสองชั้นตั้งอยู่

ที่หน้าห้องข้อมูลนี้ เฉินเฉียงได้ยื่นบัตรประจำตัวลูกศิษย์ให้กับผู้คุมหอ

“อาจารย์เยว่ ข้าคือศิษย์ของอาจารย์ฮู่ ข้าต้องการเข้าไปยืมข้อมูลบางส่วนครับ”

อาจารย์เยว่ที่ในตอนนี้มีอายุอานามกว่าหกสิบปีและได้เอนกายอยู่บนเก้าอี้ก็ได้ลืมตาขึ้นมา เขามองไปที่บัตรประจำตัวศิษย์ปราดหนึ่งก่อนที่จะพูดออกมาราวกับท่องจำ

“ข้อมูลชั้นหนึ่งเหมาะกับระดับทหาร ข้อมูลชั้นสองเหมาะกับนายพลวิญญาณ หากจะยืมก็ต้องจ่ายหนึ่งแต้มต่อหนึ่งเล่ม และต้องคืนภายในหนึ่งเดือน”

หลังจากพูดจบ เขาก็ได้นอนต่อไปและกรนออกมา

เฉินเฉียงก็ได้เก็บบัตรของตนกลับไปและเดินไปยังชั้นหนึ่ง

จากภายนอกนั้นห้องนี้ดูเหมือนจะมีขนาดอยู่ที่ร้อยตารางเมตรเท่านั้น แต่เมื่อได้เข้ามา เฉินเฉียงก็ได้พบว่าข้างในนั้นมีข้อมูลต่างๆอยู่นับร้อยๆชั้นหนังสืออยู่ข้างใน มีทั้งข้อมูลของแผนกวิชายุทธพิเศษ แผนกวิญญาณ แผนกบ่มเพาะร่างกาย ตลอดไปจนถึงธาติโลหะ ไม้ น้ำ ไฟ ดิน น้ำแข็ง และพิษ มีแม้กระทั่งวิธีการหลอมเม็ดยา ทำอาวุธ และอื่นๆอีกมากมายหลากหลาย

นอกจากข้อมูลเกี่ยวกับแผนกวิชายุทธพิเศษแล้ว          เฉินเฉียงยังให้ความสนใจกับแผนกวิญญาณอีกด้วย

ถึงแม้ว่าเขาในตอนนี้จะมีเพียงทักษะสะกดจิตขั้นต้นเท่านั้น แต่ในเมื่อตัวเขานั้นมีความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณที่เพิ่มขึ้น นี่ทำให้เขาสนใจทักษะที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณมากขึ้นตามไปด้วย หลังจากผ่านไปสามชั่วโมง เฉินเฉียงก็ได้เลือกทักษะการโจมตีที่มีชื่อว่าเคล็ดวิชาสะกดข่มวิญญาณมารสวรรค์

ก่อนที่เฉินเฉียงจะตัดสินใจออกจากห้องข้อมูลไป ตอนนี้เขานึกอะไรบางอย่างได้จึงได้หันหลังกลับและเลือกหนังสือเกี่ยวกับการเล่นแร่แปรธาตุมาอีกจำนวนหนึ่งและเดินออกไป หลังจากจ่ายคะแนนไปสิบคะแนนก็ได้ออกมา

“เป็นศิษย์ของฮู่ต้าไฮ่แต่กลับศึกษาวิชาทางด้านจิตวิญญาณและการเล่นแร่แปรธาตุ หากเรื่องนี้เผยแพร่ออกไปผู้คนคงหัวเราะจนฟันร่วงเป็นแน่”

หลังจากมองหลังของเฉินเฉียงที่ได้จากไปแล้ว อาจารย์เยว่ก็ได้ส่ายหัวไปมาก่อนที่จะนอนหลับต่อจนกรนดังลั่น

หลังจากกลับไปยังบ้านของตนแล้ว เฉินเฉียงได้เก็บตัวอยู่ในห้องก่อนที่จะใช้เวลาไปกว่าสามวันเต็มในการศึกษาทักษะวิชาสะกดข่มวิญญาณมารสวรรค์ไม่เพียงเขานั้นจะบรรลุถึงระดับต้นในสามวันแล้ว ตอนนี้เขานั้นได้จดจำเนื้อหาได้จนหมดสิ้น

ด้วยการที่เทคนิคนี้เป็นทักษะทางด้านจิตวิญญาณจึงถือได้ว่ายากกว่าเทคนิคอื่นๆ จึงไม่มีทางเลยที่เฉินเฉียงจะสำเร็จได้โดยง่าย ในตอนนี้เขาจึงคิดที่จะออกจากบ้านเพื่อไปยังห้องบ่มเพาะ

“อาจารย์จาง ข้าขอใช้ห้องบ่มเพาะที่ห้า สิบวันครับ”

“ห้องบ่มเพาะที่ห้าเหรอ แถมยังสิบวันเนี่ยนะ”

จางฉุนได้มองไปยังเฉินเฉียงพลางส่ายหัวออกมา “เสียของจริงๆ ห้องที่ห้านั้นคนที่ใช้ได้มีเพียงสายเลือดระดับสูงและระดับนายพลเท่านั้น ค่าใช้จ่ายวันละห้าพันแต้ม” “แม้แต่อาจารย์ของเจ้า ฮู่ต้าไฮ่ยังยากที่จะใช้มันเลย”

เฉินเฉียงได้ส่งมอบแต้มคะแนนห้าหมื่นแต้มจากกำไลสื่อสารของตนให้โดยไม่ทัดทานในคำพูดแม้แต่คำเดียว ก่อนที่จะเข้าไปยังห้องบ่มเพาะหมายเลขห้าที่มีชื่อว่าสวรรค์ชั้นที่สิบ

เป็นอย่างที่อาจารย์จางฉุนว่าไว้จริงๆ ห้องหมายเลขห้านี้เป็นห้องบ่มเพาะระดับสูงที่แม้แต่ระดับนายพลก็ยังต้องกริ่งเกรง

แต่เขาเองก็มีเหตุผลที่เขาเลือกห้องนี้เหมือนกัน นั่นก็เพราะว่าเขานั้นต้องใช้พลังงานเหล่านี้ในการบ่มเพาะสายเลือดของเขา และนี่น่าจะช่วยเขาในการเปิดจุดชีพจรให้ได้อีกสักหน่อย อีกอย่างคือเขานั้นต้องการฝึกฝนร่างกายตัวเองที่นี่

ด้วยการที่ว่าแผนกวิชายุทธของเขานั้นจำเป็นต้องมีพื้นฐานทางด้านร่างกายที่สูงล้ำ แต่เขานั้นในตอนนี้ยังทำไม่ได้แม้แต่การฝึกฝนร่างกายระดับต้นที่เป็นการหลอมเลือดและกล้ามเนื้อ

ภายในห้องที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังนี้ เฉินเฉียงได้นำเตาหลอมยาออกมาและใส่ส่วนผสมสมุนไพรลงไป เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เขาหลอมยาหลอมร่างระดับสูงออกมาได้

“ไอ้บ้าเอ๊ย เฟิงไคเหลียงนั่นมันเลวชาติอย่างแท้จริง ข้าใช้เงินร้อยแต้มไปซื้อน้ำยาฮ่วยๆนั้นได้ยังไงกัน” “ไอ้หมอนั่นเลวชาติโดยแท้”

หลังจากกล่าวสาปแช่งจบแล้ว เฉินเฉียงก็ได้จ้องมองไปยังยาหลอมร่างกายที่เขาหลอมขึ้นมาได้ด้วยจิตใจที่ปลื้มปริ่ม

และด้วยสิ่งนี้ ตราบใดที่เขายังมีระบบอยู่ เขาไม่จำเป็นต้องไปยุ่งเกี่ยวหรือเสียเวลาไปกับความโกรธแค้นของพวกเล่นแร่แปรธาตุเมื่อเขาต้องใช้ยาพวกนี้อีกในอนาคต

หนึ่งวันผ่านไป เวลาครึ่งหนึ่งเขาใช้ไปกับการบ่มเพาะร่างกาย อีกครึ่งหนึ่งนั้นเขาใช้ไปกับการเปิดจุดชีพจร

สิบวันผ่านไป เขาใช้พลังสายเลือดที่พวยพุ่งอยู่ในห้องฝึกตนหมายเลขห้าไปทุกหยาดหยด ในตอนนี้เขานั้นเปิดจุดชีพจรได้สิบจุดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นคือเขานั้นสามารถหลอมเลือดและเนื้อได้จนสำเร็จ จนเขานั้นรู้สึกได้ว่า ร่างกายของเขานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่ไม่สิ้นสุด

ในทันทีที่เฉินเฉียงออกมาจากห้องบ่มเพาะแล้ว กำไลสื่อสารของเฉินเฉียงนั้นก็ได้ดังไม่หยุดในทันที

เมื่อลองเปิดดูก็พบว่าเป็นข้อความของกัวเหลียงทั้งหมด

เฉินเฉียงรีบเปิดข้อความล่าสุดในทันที

“ศิษย์น้อง เจ้ายังบ่มเพาะอยู่อีกเหรอ ศิษย์พี่ใหญ่กลับมาแล้วนะ”

จบบทที่ บทที่ 37 ความแข็งแกร่งที่ไหลริน

คัดลอกลิงก์แล้ว