เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 กลับไปอย่างสมเกียรติ

บทที่ 19 กลับไปอย่างสมเกียรติ

บทที่ 19 กลับไปอย่างสมเกียรติ


บทที่ 19

กลับไปอย่างสมเกียรติ

เมื่อได้คิดว่าภัยคุกคามของเขาในตอนนี้ก็น่าจะหมดลงแล้ว เฉินเฉียง ผู้ซึ่งระแวดระวังในทุกสิ่งก็ไม่ประมาทที่จะหลงลืมตรวจสอบโดยใช้การตรวจจับด้วยเสียงกับพื้นที่ภายในถ้ำแห่งนี้

บุคคลเช่นนี้ย่อมไม่ตกตายโดยง่าย

แน่นอนว่าหลังจากตรวจสอบแล้วเขาก็ได้พบว่าในถ้ำนั้นยังมีเม่นเกราะอยู่อีก

อย่างไรก็ตาม จากขนาดตัวของเม่นเกราะที่เขารับรู้ได้นั้นเล็กกว่าเจ้าสองตัวนี้มาก และมันก็ดูเหมือนจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีการต่อสู้เกิดขึ้นที่ด้านนอก โดยตอนนี้มันเหมือนจะทำอะไรบางอย่างอยู่ที่มุมถ้ำก็ไม่รู้

หลังจากโยนร่างของเม่นเกราะสองตัวทิ้งไป เฉินเฉียงก็ได้สวมหนังเม่นเกราะตัวใหญ่อีกครั้งและได้เดินเข้าไปในถ้ำ

ถ้ำนี้มีความลึกเพียงห้าเมตรเท่านั้น แต่พื้นที่ภายในทั้งหมดอยู่ที่ประมาณสิบตารางเมตร

แต่กลับมีกลิ่นที่โชยออกมาทำให้เขานั้นต้องรีบใช้มือบีบจมูกของตน

ด้วยการที่ว่าเม่นเกราะนี้เป็นสัตว์กินเนื้อ ต่อให้ไม่พบเศษซากร่างภายในถ้ำ แต่ภายในนั้นก็ยังมีกลิ่นเนื้อเน่าตลบอบอวล

เม่นเกราะตัวน้อยที่อยู่ตรงมุมถ้ำนี้มีขนาดเท่ากับกระต่ายตัวเล็กๆ มันน่าจะพึ่งเกิดมาได้ไม่นาน หลังจากมันเห็นเฉินเฉียงในร่างของเม่นเกราะแล้ว มันก็ได้ร้องออกมาอย่างมีความสุขพร้อมทั้งทำการตะกุยใส่อย่างใสซื่อ

จะน่ารักเกินไปแล้ว

เจ้าตัวน้อยน่ารักนี่ทำให้เฉินเฉียงต้องจ้องมองอยู่นาน

ความจริงเฉินเฉียงในตอนนี้อยากจะเดินเข้าไปกอดเจ้าตัวน้อยนี้สักทีเหมือนกัน แต่เมื่อได้เห็นสิ่งที่เจ้าตัวน้อยนี้กินอยู่เมื่อครู่ ทำให้เขานั้นต้องเปลี่ยนท่าทีในทันที เขาพูดออกมาอย่างปวดใจ

“ไอ้หนู เลิกกินไอ้นั่นดีกว่านะ มันไม่อร่อยหรอก”

เฉินเฉียงพูดออกมาด้วยสายตาที่ร้อนรนพร้อมทั้งแย่งเศษแก่นคริสตัลที่อยู่ในปากของเจ้าตัวน้อยออกมา เขานั้นปวดใจแบบสุดๆ

แต่เมื่อเขาได้เห็นแก่นคริสตัลนับร้อยหลากสีสันที่กองเรี่ยราดอยู่กับพื้น นี่ทำให้เขานั้นอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้เขารวยแล้ว

ถึงแม้ว่าเจ้าตัวน้อยจะได้รับกลิ่นที่คุ้นเคยมาจาก          เฉินเฉียงจนอยากจะเข้ามาหา แต่เมื่อโดนแย่งขนมออกมาจากปากแบบนี้ทำให้ตัวมันเองนึกได้ว่าขนมของมันต้องโดนขโมยแน่ๆ นี่ทำให้มันกรีดร้องออกมาอย่างไม่มีความสุข

เจ้าตัวน้อยได้รีบคลานต้วมเตี้ยมไปคว้าขนมของมันมาได้สองก้อน

หรือก็คือแก่นคริสตัลสองก้อนที่มีค่าเท่ากับพลังงาน 20 หน่วย

เฉินเฉียงนั้นเมื่อเห็นแล้วก็อดจะเสียดายไม่ได้ เขาจึงได้ทำเรื่องน่าอายออกมาอีกครั้ง

ด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มละไม เฉินเฉียงได้นำแก่นคริสตัลที่เม่นเกราะตัวน้อยกินเหลือเอาไว้ยื่นไปตรงหน้าของมันแล้วแกว่งไปมา

“ฮี่ฮี่ฮี่ เพื่อนตัวน้อย เจ้านี่รสชาติไม่เลวเลยใช่ไหมล่า เรามาแลกกันหน่อยดีกว่า”

เมื่อเห็นว่าเจ้าเม่นเกราะตัวน้อยยังไม่มีท่าทีตอบสนอง เขาก็ได้พูดออกมาอย่างหน้าไม่อายว่า “เพื่อนตัวน้อย นายก็น่าจะรู้นา...ว่าแก่นนี่อร่อยกว่าน่ะ ไม่เสียดายเหรอ”

ในตอนนี้เฉินเฉียงเปรียบได้ดั่งหมาป่าที่กำลังหลอกล่อลูกแกะ

อาจเป็นเพราะว่าเฉินเฉียงนั้นยังคงสวมซากร่างของ         เม่นเกราะอยู่ เจ้าตัวน้อยจึงทำเพียงจมูกฟุตฟิตก่อนที่จะยอมมอบแก่นคริสตัลทั้งสองให้และกัดกินแก่นคริสตัลครึ่งชิ้นที่อยู่ในมือ

นี่เขาควรจะนำมันกลับคืนรึเปล่านะ

เฉินเฉียงรู้สึกอิดออดเล็กน้อย

เขานั้นไม่อยากที่จะฆ่าสิ่งมีชีวิตในขณะที่ยังน่ารักแบบนี้

“ช่างมันแล้วกัน ฉันจะปล่อยจะครึ่งก้อนนี้ให้เจ้าตัวน้อยนี่กินไป”

เฉินเฉียงตัดใจจากแก่นคริสตัลที่มีค่าเท่ากับพลังงาน 10 หน่วยในที่สุด

“อย่างน้อยฉันก็ยังเป็นคนดีอยู่บ้าง ไม่ได้โหดร้ายพอที่จะทำได้ถึงขนาดนั้น”

เฉินเฉียงกล่าวชมตัวเองเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆเดินจากมา

เจ้าตัวน้อยเมื่อเห็นเฉินเฉียงปล่อยคริสตัลครึ่งก้อนที่อยู่ในปากมันไป มันร้องออกมาและมองเฉินเฉียงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

ด้วยการที่เจ้าตัวน้อยตัวนี้ยังมีระดับสติปัญญาที่ต่ำ แม้แต่เฉินเฉียงที่ในตอนนี้มีทักษะภาษาสัตว์อยู่ในระดับเชี่ยวชาญก็ไม่อาจที่จะเข้าใจคำพูดของมันได้

“...อย่าบอกนะว่าเจ้าจะตามข้ามาน่ะ”

เฉินเฉียงจ้องมองไปยังเจ้าตัวน้อยด้วยความรู้สึกผิดที่บังเกิดขึ้นมาในหัวใจ

ตอนนี้เม่นเกราะที่พอจะดูแลมันได้ก็ตกตายไปจนหมดแล้ว หากเจ้าตัวน้อยนี้อยู่ตัวเดียวก็คงจะมีชีวิตอยู่ที่นี่อย่างยากลำบากเป็นแน่

“.....เอาเถอะ ถึงข้าจะพาเจ้าไปได้แต่ข้าไม่มีแก่นคริสตัลให้กินแล้วนะ”

เฉินเฉียงได้เดินเข้าไปหาเม่นเกราะตัวน้อยก่อนที่จะกอดขึ้นมาเอาไว้ในแขนข้างหนึ่ง แล้วจึงเดินออกไปจากถ้ำ

ด้วยการที่เม่นตัวน้อยนี้ยังไม่โตเต็มที่ ขนของมันจึงไม่ได้แหลมอะไร เมื่อเฉินเฉียงนำมันมากอดไว้ในอกก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรเลยแม้แต่น้อย

หลังจากออกมาจากถ้ำ เฉินเฉียงได้พบกับลูกผลไม้เล็กๆหกลูกถูกเสียบไว้ที่หลังของเจ้าตัวน้อย

เขาดึงมันออกมาหนึ่งลูกก่อนที่จะลองกัดกินดู

“แบรร....ห่วยแตกชะมัด”

เฉินเฉียงลองยื่นลูกผลไม้นี้ใส่ไว้ในปากของเจ้าตัวน้อย “นายลองกินดูสิ”

เจ้าตัวน้อยเองที่กินได้แม้แต่แกนคริสตัลที่แข็งมาก ได้อ้าปากงับเข้ามาเคี้ยวได้อย่างสนุกปาก

“เยี่ยมม ต่อแต่นี้นายก็กินผลไม้นี่ก็แล้วกัน ..... แก่นคริสตัลนั่นมันแข็งนา เอามาให้ฉันดีกว่ารึเปล่า”

เฉินเฉียงยังคงหลอกล่อเจ้าตัวน้อยเพื่อแย่งแก่นคริสตัลครึ่งก้อนที่อยู่ในเท้าของมันในขณะที่เดินออกมา

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวน้อยกลับกอดแก่นคริสตัลชิ้นสุดท้ายของมันไว้อย่างเหนียวแน่น ไม่ยอมให้หลุดมือแม้แต่น้อย

เฉินเฉียงในที่สุดก็ยอมแพ้เกี่ยวกับเรื่องนี้

แต่ยังไงซะ แก่นคริสตัลทังหมดที่เขาเก็บเกี่ยวมาได้นั้น ส่วนใหญ่อยู่ในระดับทหาร และมีชิ้นหนึ่งอยู่ในระดับนายพล แต่เมื่อเขาเปลี่ยนทั้งหมดเป็นค่าพลังงานแล้ว นี่ทำให้เขานั้นมีค่าพลังงานอยู่ที่ 2,740 หน่วย

ติ้ง

ค่าพลังงานเพียงพอต่อการรวมทักษะระดับกลาง ระบบทำการรวมทักษะโดยอัตโนมัติ

การรวมทักษะระดับกลางเสร็จสมบูรณ์ สายเลือดของนายท่านหลอมรวมเสร็จสมบูรณ์

ชื่อ เฉินเฉียง

ระดับ: นักรบสายเลือดทหารระดับกลาง

ค่าพลังงาน:1740

ค่าการใช้ประโยชน์:1

ค่าความอดทน:25

ค่าพลังชีวิต:28

ค่าความแข็งแกร่ง:51

ค่าความเร็ว:35

ค่าพลังจิต:24

วิธีการบ่มเพาะ: หลอมเลือดทำลายล้างระดับต้น

ทักษะ: ไร้ตัวตน

ทักษะ: การตรวจสอบด้วยเสียง

ทักษะ: เพลิงดาบสายฟ้าทำลายวิญญาณระดับต้น

ทักษะ: ก้าวย่างสวรรค์ระดับเริ่มเรียนรู้

ทักษะ: ภาษาสัตว์

ทักษะ: แกะรอยด้วยกลิ่น

ทักษะ: ขุดรู

ทักษะ: สื่อสารไร้สาย

สายเลือด ทมิฬระดับกลาง

พลังห้าธาตุระดับสูง

หมายเหตุ : การยกระดับทักษะขั้นสูงใช้พลังงาน 10,000 หน่วย ขอให้นายท่านรีบหาค่าพลังงานให้เพียงพอเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

-ระบบหลอมรวมทักษะได้รวมสายเลือดจากทุกสายเลือดแล้วเปลี่ยนเป็นสายเลือดสองแบบเหรอ-

-ยิ่งไปกว่านั้นคือมันยังเป็นสายเลือดที่เขาไม่เคยได้ยินมากก่อนอีกด้วย-

-อย่าบอกนะว่าสายเลือดพวกนี้เป็นสายเลือดในตำนาน-

อย่างไรก็ตาม หลังจากเฉินเฉียงเห็นว่าสายเลือดมากมายของเขาหลงเหลือเพียงแค่สองก็อดที่จะรู้สึกเสียดายออกมาไม่ได้เหมือนกัน

ต่อพอคิดว่าเขาเสียค่าพลังงานไป 1,000 แต่หลังจากนี้เขามีสายเลือดสองสายเลือดเหมือนๆกับคนอื่น หากคนอื่นรู้เข้าคงไม่เห็นว่าเขาเป็นตัวประหลาดอย่างแน่นอน...ล่ะมั้ง

แต่การที่ต้องเสียค่าพลังงานไปกับการหลอมรวมถึงหนึ่งพันในทันทีแบบนี้ นี่ทำให้เฉินเฉียงรู้สึกปวดหัวไม่น้อยเหมือนกัน

แถมเขานั้นยังต้องหาแก่นคริสตัลให้ได้มากกว่าเดิมอีก

เขาเงยหน้าขึ้นเหม่อมองท้องฟ้าราวกับกำลังทำใจยอมรับก่อนที่จะรีบเร่งฝีเท้าของตนในทันที

วันนี้เป็นเส้นตาย หากเขาไม่รีบกลับไปล่ะก็ ผู้ควบคุมจ้าวและคนอื่นๆจะเก็บของจากไป

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้อะไรเกี่ยวกับผลกระจ่างจิต แต่ในช่วงห้าวันมานี้เขาก็ได้รับอะไรมามากมายแล้ว ทั้งค่าพลังงานกว่าสองพันหน่วย และทักษะที่แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมากมายนัก

ดังคำกล่าวที่ว่า โอกาสและวิกฤตนั้นมักอยู่คู่กันเสมอ และโอกาสแบบนี้ก็ปรากฏได้ยากยิ่ง หากเขานั้นยังคงอยู่ที่เขาหมาง

หากเขาต้องการรอดพ้นที่จะมีอันตรายออกมาเมื่อไหร่ไม่รู้แบบนี้ เฉินเฉียงนั้นทำได้เพียงอย่างเดียวคือการเข้าไปค้นหาอันตรายเหล่านั้น และเติบโตแห่งแกร่งยิ่งกว่าอันตรายเหล่านั้นจะทำอะไรเขาได้

ห้าวันผ่านไป ภายนอกกระโจมสนามนอกเขตรังหมาป่า นักรบสายเลือดระดับทหารและระดับวิญญาณสมควรจะกลับมาได้แล้วในวันนี้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าคนเหล่านี้จะกลับมาก็จริง แต่ไม่มีใครเลยที่ได้ข่าวคราวเกี่ยวกับผลกระจ่างจิตเลยแม้แต่น้อย

นี่ทำให้ผู้ควบคุมจ้าวนั้นเดินวนไปมาอย่างอยู่ไม่สุข ยิ่งเวลาผ่านไป เขาก็ยิ่งมองเหล่านักรบที่กลับมาด้วยความหวังมากขึ้น แต่เมื่อรับรู้ เขาก็ยิ่งผิดหวังมากกว่าเดิม

“เฮ้ออออ พวกเราเหลือเวลาอีกเพียงครึ่งชั่วโมงก็จะถึงเส้นตายแล้ว ดูเหมือนว่าภารกิจนี้จะไม่สำเร็จสินะ”

ผู้ควบคุมจ้าวพร่ำบ่นพลางถอนหายใจยาวออกมา

“ผู้ควบคุมจ้าว ตอนนี้ยังไม่หมดเวลานี่นา พวกเรายังมีหวังครับ ไม่ใช่ว่ายังมีอีกประมาณยี่สิบคนที่ยังไม่ได้กลับมาหรอกเหรอ พวกเขาอาจจะกลับมาพร้อมข่าวดีก็ได้นะ”

ผู้ควบคุมจ้าวมองไปยังทหารเวรที่อยู่ข้างๆพลางส่ายหัว “อย่ามาปลอบกันจะดีกว่า มีใครไม่รู้บ้างว่าในรังหมาป่านั่นอันตรายมากมายขนาดไหน”

“ในครั้งนี้ ทันทีที่พวกเขานั้นเข้าไปรอบนอกข้าก็ได้ยินมาว่ามีคนตกตายตั้งแต่วันแรกแล้ว นี่ก็ผ่านไปห้าวันแล้ว คนเข้าไปกว่าร้อยคนจะกลับมาแบบรอดปลอดภัยสักแปดสิบคนนี่ก็ไม่ได้แย่เลยด้วยซ้ำ แถมเมื่อวันก่อนหมาป่าสีเงินจันทรานั่นยังออกมาในพื้นที่อันตรายนั่นอีกด้วย ดีไม่ดีพวกเขาจะโดนไอ้หมาเวรนั่นกวาดเรียบไปแล้ว”

“ก็ยังไม่แน่นะครับ ผู้ควบคุมจ้าวอย่าลืมสิว่าเรานั้นบอกพวกเขาเกี่ยวกับพื้นอันตรายไปแล้ว ไม่สมควรจะมีใครก้าวเข้าไปในเขตนั้นนะ”

“ฮึ่มมมม เจ้าไม่ได้ยินที่คนที่ออกมาเมื่อสามวันก่อนเหรอว่าไอ้หมาบ้านั่นวิ่งพล่านไปทั่วเขตรังเลยน่ะ”

เมื่อทุกคนได้ยินผู้ควบคุมจ้าวพูดแบบนั้นออกมาก็อดที่จะรู้สึกอับโชคไม่ได้เหมือนกัน คนที่รีบออกมาก่อนนั้นเป็นเพราะพวกเขาได้ยินเสียงร้องของหมาป่าจึงได้รีบหนีออกมาในทันที และเชื่อกันว่าต้องมีใครบางคนก้าวล้ำเข้าไปในพื้นที่อันตรายเป็นแน่

“นายพลจาง ท่านเห็นเฉินเฉียงที่มาจากอาณานิคมเขาหมางกับข้ารึเปล่า”

หลิงเว่ยในตอนนี้มีรอยแผลเป็นสีแดงสดเกิดขึ้นบนใบหน้า แต่สีหน้าของเขาก็ยังร้อนรนเป็นห่วงเฉินเฉียงอยู่ดี เขาเข้ามาจับแขนของนายพลจางเอาไว้

นายพลจางส่ายหน้าไปมาพร้อมกับพูดอย่างเศร้า “เป็นความผิดของข้าเอง ข้าไม่ควรที่จะให้พาเขามาที่นี่เลย น่าละอายชะมัด”

“.....ลืมมันไปดีกว่าครับ อย่าโทษตัวเองเลย ในช่วงสองปีมานี้อาณานิคมที่อยู่ภายใต้ตึกนายพลเหมันต์จันทราเองก็แข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังต้องสูญเสียนักรบสายเลือดไปนับพันทุกปี เป็นไปได้ว่าที่หมาป่าสีเงินแสงจันทร์นั่นหอนออกมาเมื่อสามวันก่อนอาจเป็นเพราะเด็กนั่นก็ได้”

และเป็นจริงดังคำกล่าวที่ว่า พูดถึงไก่ ไก่ก็มา ใจตอนนี้คนที่อยู่ข้างผู้ควบคุมจ้าวได้ชี้ไปที่สิ่งๆหนึ่งที่กำลังเข้ามาใกล้กระโจมภารกิจมากขึ้น “ผู้ควบคุมจ้าว ดูนั่น นั่นมันเม่นเกราะ”

จบบทที่ บทที่ 19 กลับไปอย่างสมเกียรติ

คัดลอกลิงก์แล้ว