- หน้าแรก
- ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย
- ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 189+190 การสอบปากคำอีกครั้ง & สิ่งที่จำเป็นต่อการอยู่รอด 💸
ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 189+190 การสอบปากคำอีกครั้ง & สิ่งที่จำเป็นต่อการอยู่รอด 💸
ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 189+190 การสอบปากคำอีกครั้ง & สิ่งที่จำเป็นต่อการอยู่รอด 💸
ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 189 การสอบปากคำ
[แอนตัน ชาโดว์เบน]
[อาชีพ : เอ็กซอร์ซิสต์]
[พลังศรัทธา : 289,037]
[ความแข็งแกร่งโดยรวม : 200]
[พลังวิญญาณ : 225]
[การป้องกัน : รอยสักแห่งบิชอปผู้พิทักษ์ทั้ง 50,000 คน]
[พรสวรรค์ : 5]
[ทักษะที่โดดเด่น : หัตถ์แห่งพระเจ้า, การควบคุมพลังงานศักดิ์สิทธิ์, ราชาแดงที่สมบูรณ์แบบ, อัมบาคิเนซิส, ความต้านทานความหนาวเย็นสุดขีด . . .]
“เคลียร์พื้นที่ เผาศพให้เป็นเถ้าถ่าน และทำแบบเดียวกันกับตึกทั้งหลัง ห้ามมีอะไรเล็ดลอดออกไปจากที่นี่ได้แม้แต่อย่างเดียว มันจะเป็นหายนะสำหรับทุกคนถ้าเรื่องนั้นเกิดขึ้น” แอนตันตะโกนสั่งทันทีที่เขาเดินออกมาจากอาคาร
ทีมเก็บกวาดพิเศษซึ่งเตรียมพร้อมปฏิบัติการอยู่แล้ว เริ่มเคลื่อนตัวไปยังอาคารพร้อมกับถังแก๊สขนาดใหญ่บนหลัง แนวคิดคือการเผาทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเพิ่มเติม และเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีทั้งคนหรือสัตว์ตัวใดสามารถแพร่เชื้อไปยังพื้นที่อื่นที่ยังไม่ทราบสถานะได้
ในขณะนี้ทั่วทั้งบาร์เซโลนาถูกปิดตาย โดยมีกำลังทหารเฝ้าอยู่ตามท้องถนน ดังนั้นเมื่อมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกจึงไม่มีใครสามารถออกจากบ้านของตนได้ ไม่ต้องพูดถึงการแพร่เชื้อให้ลุกลามต่อไปอีก การแพร่เชื้อของไวรัสที่กระจายผ่านทางน้ำลาย เลือด และการกัด สามารถเกิดขึ้นได้ผ่านการสัมผัสโดยตรงกับของเหลวในร่างกายของผู้ติดเชื้อ เช่น การใช้ภาชนะร่วมกัน การจูบ หรือบาดแผลเปิด
สัตว์บางชนิดอาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อได้ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องแน่ใจว่าได้กำจัดร่องรอยทั้งหมดนี้ทิ้งไปก่อนที่มันจะสายเกินไป
“พวกเขาพบผู้รอดชีวิตบ้างไหม?” กีเยร์โมเดินเข้ามาหาแอนตัน ทันทีที่เขาผ่านการฆ่าเชื้อด้วยของเหลวพิเศษทั่วร่างกายและสระผมจนสะอาดหมดจดก่อนจะมาร่วมกับคนอื่น ๆ
แอนตันเช็ดผมของเขามองไปที่กีเยร์โม และกล่าวว่า “ถ้าหากมีใครรอดชีวิต พวกเราก็คงจะกำจัดพวกเขาไปแล้ว เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงอย่างยิ่งที่พวกเขาจะถูกเข้าสิง”
อเล็กซานเดอร์ก้าวเข้าไปในรถบรรทุกที่ติดตั้งหน้าจอต่าง ๆ และกล่าวขึ้นว่า “ไอ้ตัวพวกนั้นมันเร็วกว่า แข็งแกร่งกว่า และฉลาดกว่าทุกสิ่งที่ผมเคยเผชิญมาเลยครับ เห็นได้ชัดว่ามันเป็นการแทรกแซงจากตัวตนแห่งความมืด ไม่มีอะไรอธิบายสิ่งที่เราเห็นในสถานที่นั้นได้เลย”
“อย่าพูดเว่อร์ไปน่า” ราฟาเอลซึ่งถอดอุปกรณ์ของเขาออกแล้ว เดินเข้าไปในห้องควบคุมเพื่อติดตามสถานะของภารกิจ
เมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น กีเยร์โมผู้ซึ่งก่อนหน้านี้ยังหวังว่าจะมีใครสักคนรอดชีวิตเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของเขาได้บ้างก็ถึงกับนิ่งเงียบไปในที่สุด นี่คือหายนะโดยสมบูรณ์ เพราะกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบที่สูญเสียครอบครัวไปจะต้องออกมาโวยวายกันอย่างหนัก และนั่นจะเป็นเรื่องซับซ้อนที่จะปกปิด แม้แต่สำหรับรัฐบาลเองก็ตาม
“คุณมีแผนที่จะจัดการเรื่องนี้ยังไงบ้าง?” กีเยร์โมมองแอนตัน แสดงความกังวลออกมา
แอนตันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว “ก็ต้องสร้างฉากบังหน้า”
ฉากบังหน้านั้นโดยดั้งเดิมแล้วเกี่ยวข้องกับยุทธวิธีทางการทหารที่ใช้ในยามสงครามเพื่อเข้าใกล้ศัตรูและโจมตี ฉากบังหน้าจะช่วยสร้างความสับสน เบี่ยงเบนความสนใจ และปกปิดการเคลื่อนไหว
“เราจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไรครับ?” อเล็กซานเดอร์ไม่ค่อยเชี่ยวชาญเรื่องการทหารนัก
“ก็ด้วยแนวคิดที่จะเบี่ยงเบนความสนใจออกจากประเด็นที่ละเอียดอ่อนยังไงล่ะ การใช้ฉากบังหน้าเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงการเมืองและวงการสื่อสารมวลชนตลอดช่วงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา” กีเยร์โมกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
แอนตันมองกีเยร์โมและพยักหน้า “ในฐานะนักการเมือง คุณย่อมรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ช่วยไปแจ้งสื่อภายในหนึ่งชั่วโมงด้วย”
ในสถานการณ์เช่นนี้ สมาคมแห่งแสงมีระเบียบปฏิบัติที่เข้มงวด ‘วาระสาธารณะ’ ได้กลายเป็น ‘วาระที่ถูกเผยแพร่’ ไปแล้ว ผลที่ตามมาจากการกระทำของหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ และสื่ออื่น ๆ ก็คือ สาธารณชนจะรับรู้หรือไม่รับรู้ ให้ความสนใจหรือละเลย เน้นย้ำหรือมองข้าม องค์ประกอบเฉพาะของสถานการณ์นั้น ๆ
ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ ‘ฉากบังหน้า’ ซึ่งถูกกำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดไว้แล้ว จะถูกพิจารณาว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในขอบเขตของการเมือง ตราบใดที่มีการรายงานออกไปว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี มนุษย์ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยุ่งวุ่นวายก็จะไม่ให้ความสนใจกับเรื่องนี้มากนัก นอกจากนี้เรื่องนี้จะไม่ถูกนำไปพูดถึงในสื่อต่างประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความสนใจมากไปกว่าเดิม
ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 190 สิ่งที่จำเป็นต่อการอยู่รอด
ในฐานะผู้สังเกตการณ์เพียงผิวเผิน เราอาจคิดว่าการจบชีวิตตัวตนแห่งความมืดตนหนึ่งอาจเป็นเรื่องง่าย ๆ เป็นเพียงการกระทำที่ทำไปเพื่อจุดประสงค์ที่ยิ่งใหญ่กว่า และในแง่หนึ่งพวกเขาก็คิดถูกอยู่เรื่องหนึ่ง แต่การเชื่อมโยงการตายของตัวตนแห่งความมืดเข้ากับการตายของผู้บริสุทธิ์ก็เป็นวิธีคิดที่ถูกต้องเช่นกัน ผู้คนทั้งหมดในอาคารหลังนั้นคือคำตอบของคำถามที่ว่า
แอนตันไม่รู้สึกอะไรเลยในชั่วขณะที่กำจัดตัวตนแห่งความมืด มันไม่มีอะไรอยู่ในหัวของเขาเลยระหว่างปฏิบัติภารกิจ เขาไม่ได้คิดถึงความจำเป็นที่จะต้องมีชีวิตรอดกลับมาจากภารกิจนี้ เพราะในแง่หนึ่งเขารู้ดีว่าไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนหรือเผชิญหน้ากับอะไร เขาก็สามารถกลับมาอย่างมีชีวิตรอดได้ แต่เขากลับไม่สามารถพูดเช่นเดียวกันนั้นกับคนที่ติดตามเขาไปได้
เมื่องานจบลงการต่อสู้ทางจิตใจจึงเริ่มต้นขึ้น แอนตันสามารถทนต่อความรู้สึกเฉยเมยนั้นได้เมื่อต้องฆ่าคน สำหรับเขาภารกิจคือสนามรบ และไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น
แต่ครั้งนี้มันมีเด็กเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย บาทหลวงคนหนึ่งได้ทดลองไวรัสต้องสาปกับเด็ก ๆ ที่ไร้เดียงสา หลายคนอาจไม่ชอบเด็ก แต่พวกเขาต้องรู้ไว้ว่าหากได้รับการศึกษาที่เหมาะสม พวกเขาก็คือเทวดาตัวน้อย ๆ ดี ๆ นี่เอง
“รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนไว้ มันจะเป็นหายนะแน่ถ้าเราไม่มีคำอธิบายที่เป็นจริงเป็นจังว่าทำไมถึงต้องมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกในบาร์เซโลนา”
ขณะที่ทุกคนกำลังทำงาน แอนตันหลังจากฆ่าเชื้อ เผาเสื้อผ้า และอาบน้ำด้วยสารเคมีที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อแล้ว ก็นั่งกินอาหารอย่างเงียบ ๆ อยู่ที่มุมห้องโดยไม่รบกวนใคร มันมีปัญหาทางเทคนิคมากมายที่ต้องแก้ไข แต่เนื่องจากมันไม่ใช่ด้านที่เขาถนัด เขาจึงตัดสินใจที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว
. . .
สุสานโปเบลโน
“ท่านครับ เหยื่อทั้งหมดถูกฝังเรียบร้อยแล้ว ท่านไม่ต้องการเข้าไปสวดภาวนาให้พวกเขาหน่อยเหรอครับ?” อเล็กซานเดอร์เดินเข้ามาหาแอนตัน ซึ่งกำลังยืนอยู่ที่ทางเข้าสุสาน
แอนตันมองอเล็กซานเดอร์และกล่าว “ฉันไม่เข้าใจว่าทำไม พวกเขาเป็นแค่ร่างไร้วิญญาณ ชีวิตของพวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ฉันเห็นผู้คนมากมายมาร้องไห้ในสถานที่แบบนี้ ทำให้มันดูเหมือนว่าความตายเป็นเรื่องเลวร้าย ซึ่งนั่นมันไม่จริงเลย คุณไม่คิดว่ามันดีกว่าสำหรับเด็กพวกนั้นแล้วเหรอที่ได้ตายไป?”
“สิ่งที่ผมคิดมันไม่สำคัญหรอกครับ” อเล็กซานเดอร์ถึงกับพูดไม่ออกกับคำพูดของแอนตัน
“อย่าทำให้ความคิดเห็นของตัวเองไม่สำคัญสิ คุณเป็นเอ็กซอร์ซิสต์นะ คุณมีสิทธิ์ที่จะพูดในสิ่งที่คุณรู้สึกจริง ๆ”
“ความจริงก็คือ ไม่มีใครรู้หรอกครับว่าจะหยุดยั้งความชั่วร้ายที่เรามนุษย์เป็นคนสร้างขึ้นมาได้ยังไง อย่างน้อยในฐานะเอ็กซอร์ซิสต์ เรารู้ว่าตัวตนแห่งความมืดมันอันตรายถึงชีวิตโดยกำเนิดของมันอยู่แล้ว แต่บางครั้งมนุษย์เราก็ยังโหดร้ายป่าเถื่อนยิ่งกว่าตัวตนแห่งความมืดที่เราเผชิญหน้าเสียอีก”
แอนตันมองอเล็กซานเดอร์ ผู้ซึ่งได้ตระหนักถึงความจริงอันโหดร้ายที่เอ็กซอร์ซิสต์ที่ดีทุกคนต้องเผชิญอยู่เสมอ “อย่ากลัวไปเลย”
“ท่านอาร์คบิชอป” อเล็กซานเดอร์กำหมัดแน่น พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ของตนเอง
“คุณกำลังกลัว คนดี ๆ ก็รู้สึกกลัวได้ ถ้าฉันมีแม่หรือพ่อที่เปราะบาง ฉันก็คงจะกลัวแน่ ๆ ว่าพวกเขาจะกลายเป็นเหยื่อของตัวตนแห่งความมืด” แอนตันกล่าวถ้อยคำเหล่านี้ออกมาอย่างจริงใจ เขาคงไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจนักแน่ ๆ หากรู้ว่าพวกเขาอาจได้รับบาดเจ็บ
แอนตันกำลังรู้สึกขัดแย้งในตัวเองเกี่ยวกับทุกสิ่ง ในตอนนี้เขายอมสละชีวิตตัวเองเพื่อหยุดยั้งเหล่าตัวตนแห่งความมืดได้ แต่ส่วนหนึ่งในใจเขาก็บอกว่ามันไม่คุ้มค่าเลย จะปล่อยให้มนุษย์ทนทุกข์ทรมานต่อไปงั้นเหรอ? หลายคนในหมู่พวกเขาก็สมควรได้รับบทลงโทษไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง บางคนก็ต้องการความยุติธรรม และอีกหลายคนก็ต้องการแรงผลักดันเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อที่จะได้ไขว่คว้าทุกสิ่งที่มันควรจะเป็นของพวกเขาอย่างแท้จริงกลับคืนมา
“ความตายคือการพักผ่อนชั่วนิรันดร์ เราจะได้พักผ่อนจากโลกใบนี้เมื่อเราตาย อเล็กซานเดอร์ ทั้งคุณและพวกเรา เราทุกคนจะได้พักผ่อน เราสมควรได้รับมันนะ ฉันเชื่ออย่างนั้น” แอนตันยิ้มขณะที่เขาจุดบุหรี่ขึ้นสูบ
หลังจากพ่นควันบุหรี่ที่ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเพลิดเพลินเลยสักนิด แอนตันก็กล่าวว่า “คุณเป็นคนดีนะ แต่อย่าทำร้ายตัวเองด้วยการพยายามจะช่วยเหลือทุกคนเลย ไม่อย่างนั้นคุณจะตายเร็วเกินไป จำไว้ว่า ถ้าคุณตายเพื่อช่วยชีวิตคนเพียงคนเดียว ชีวิตอีกนับร้อยที่กำลังรอความช่วยเหลือจากคุณก็จะตายไปด้วย ถ้าคุณลองคำนวณดู คุณจะเข้าใจความหมายของคำพูดฉัน”
“ขอบคุณครับ ท่านอาร์คบิชอป” อเล็กซานเดอร์กล่าวขอบคุณ เขารู้สึกดีขึ้นมากและรู้สึกขอบคุณที่ได้ล่วงรู้มากขึ้นว่าแอนตันคิดอย่างไรเกี่ยวกับชีวิตที่พวกเขาต้องเผชิญนี้
“เราจะกลับกันในอีกสองสามวันนี้ ถ้าทุกอย่างที่นี่อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว” แอนตันกล่าวขณะที่เขาเดินจากไปเพื่อพักสมอง
มันไม่มีอะไรให้ทำอีกแล้ว มีการค้นพบการระบาดอื่น ๆ ของตัวตนแห่งความมืดตนเดียวกัน แต่ด้วยคำแนะนำเรื่องการประกาศใช้กฎอัยการศึก ทุกอย่างก็คลี่คลายลงภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่เผชิญเหตุฉับพลันของสมาคมแห่งแสง
เมื่อกำจัดต้นตอการระบาดทั้งหมดได้แล้ว แอนตันก็ไม่มีอะไรต้องทำที่นี่อีก เขาจึงเลือกที่จะจากไป
มันยังมีสถานที่อื่นอีกที่ต้องการเขา ยังมีตัวตนแห่งความมืดอีกนับไม่ถ้วนที่ต้องถูกกำจัด และยังมีครอบครัวอีกมากมายที่ต้องการการไปเยี่ยมเยียนเพื่อบรรเทาปัญหาของพวกเขา
และบัดนี้เมื่อวาติกันกำลังตกที่นั่งลำบาก เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะยอมสละการควบคุมตัวตนแห่งความมืดโดยสิ้นเชิง สเปนก็จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย ที่จะต้องบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรองค์กรนี้อย่างลับ ๆ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นถึงหัวใจของศาสนาอันยิ่งใหญ่ก็ตาม