- หน้าแรก
- รถเมล์สาย 18
- บทที่ 17 คนวงใน
บทที่ 17 คนวงใน
บทที่ 17 คนวงใน
บทที่ 17 คนวงใน
.
“นี่คือสิ่งที่เรารู้จนถึงตอนนี้” เย่ปินอธิบายผลการสอบสวนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ให้ตำรวจทั้งสามคนที่ยังอยู่ฟังอย่างละเอียด
“รถเมล์สาย 18 มันชั่วร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ?” เหล่าสวีขมวดคิ้ว
หลังจากได้ยินสิ่งที่เย่ปินพูดเกี่ยวกับรถเมล์สาย 18 เขาก็รู้สึกเหมือนกำลังฟังเรื่องเหนือธรรมชาติ มันฟังดูไม่เหมือนสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้จริง
“ถ้าเป็นไปตามนี้ เราก็ไม่สามารถตรวจสอบรถเมล์สาย 18 ได้ง่ายๆ แต่มันต้องมีวิธีอื่นในการค้นหาสิ” จ้าวเจิ้นกอดอก ครุ่นคิด
เย่ปินพยักหน้า “อืม ถ้าเราตรวจสอบรถเมล์สาย 18 โดยตรง เราก็จะตกอยู่ในอันตราย”
“คดีหมู่บ้านเฮยสุ่ยที่พูดถึง ได้รับการจัดการโดยเพื่อนเก่าของผม บางทีถ้าไปถามเขาก็อาจค้นพบเบาะแสบางอย่าง” จ้าวเจิ้นครุ่นคิดแล้วพูดออกมา
“หมู่บ้านเฮยสุ่ย?” เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เย่ปินและคนอื่นๆ ก็มุ่งความสนใจไปที่จ้าวเจิน
“อืม จากสิ่งที่เคยได้ยินมา คดีหมู่บ้านเฮยสุ่ยไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา” จ้าวเจิ้นรู้ความลับบางอย่างเกี่ยวกับคดี ‘หมู่บ้านเฮยสุ่ย’ ไม่มากก็น้อย
“นี่เป็นเรื่องจริง เรื่องคดีหมู่บ้านเฮยสุ่ย ผมก็เคยได้ยินบางอย่างมา ว่ากันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดีหมู่บ้านเฮยสุ่ยในปีนั้น ถ้าไม่ลาออก ก็ย้ายไปที่อื่นกันหมด แม้แต่ผู้บังคับบัญชาคนก่อนก็ถูกโอนย้ายมาหลังคดีนี้” เหล่าสวีเห็นด้วยกับคำพูดของจ้าวเจิ้น
คดีหมู่บ้านเฮยสุ่ยในปีนั้น ทำให้เกิดความโกลาหลไปทั่วชุมชนตำรวจ แต่ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบในคดีนี้บ้างก็ลาออก บ้างก็ขอย้าย ซึ่งทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับหมู่บ้านเฮยสุ่ยถูกตัดขาด ความจริงของหมู่บ้านเฮยสุ่ยในปีนั้น จึงไม่ค่อยมีใครรู้มากนัก
“จากการสอบสวนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมพบว่าการปรากฏตัวของรถเมล์ผีสาย 18 ใกล้เคียงกับเวลาที่เกิดคดีหมู่บ้านเฮยสุ่ย มาก”
เย่ปินเคยกำหนดเวลาการปรากฏตัวของรถเมล์ผีสาย 18 บนอินเทอร์เน็ต ในที่สุดก็พบว่า ช่วงเวลาที่รถเมล์ผีสาย 18 ในวิดีโอที่ถูกโพสต์บนอินเทอร์เน็ตนั้น โดยพื้นฐานแล้วจะเป็นเวลาเดียวกับเวลาที่เกิดคดีหมู่บ้านเฮยสุ่ย
“อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรู้ตัวคนที่รู้เรื่องนี้แล้ว เราก็ไปเยี่ยมเขากันดีกว่า ไปดูกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านเฮยสุ่ย บางทีเรื่องรถเมล์ผีสาย 18 อาจชัดเจนขึ้น”
ในที่สุด กลุ่มของเย่ปินก็ตัดสินใจที่จะไปเยี่ยมเพื่อนเก่าของจ้าวเจิ้น เพื่อถามเกี่ยวกับความลับที่ซ่อนอยู่ในคดี ‘หมู่บ้านเฮยสุ่ย’ ในตอนนั้น
เช้าวันรุ่งขึ้น เย่ปิน จางหลาน และจ้าวเจิ้งก็ขับรถไปที่บ้านเพื่อนเก่าของจ้าวเจิ้น
“กัปตันเย่ ไม่น่าจะมีอันตรายใดๆ ในการสืบสวนหมู่บ้านเฮยสุ่ยใช่ไหม?” จ้าวเจิ้นถามเย่ปินอย่างเป็นกังวล เขากลัวว่าเพื่อนเก่าของเขาจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเนื่องจากการสืบสวน
“มันควรจะโอเค เราได้ตรวจสอบหมู่บ้านเฮยสุ่ยหลายครั้งแล้ว แต่ไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น เราจะพบกับอันตรายก็ต่อเมื่อมันเกี่ยวข้องกับรถเมล์สาย 18 เท่านั้น เมื่อเราพบกับเพื่อนของคุณ โปรดบอกกับเขาก่อนว่า อย่าพูดอะไรเกี่ยวกับรถเมล์สาย 18”
จ้าวเจิ้นพยักหน้า และไม่พูดอะไรอีก
บ้านเพื่อนเก่าของจ้าวเจิ้นอยู่ชานเมืองเขตลี่จิน ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์กลางของเมือง X พอสมควร กลุ่มของเย่ปินขับรถมาเกือบสองชั่วโมงก่อนจะถึงบ้านเพื่อนเก่าของจ้าวเจิ้น
“ที่นี่เหรอ? อยู่ไกลพอสมควร!” จางหลานลงจากรถแล้วถอนหายใจ ในขณะที่มองดูอาคารเก่าแก่ไม่กี่หลังที่อยู่ตรงหน้า
“บ้านที่นี่มีอายุเกือบสามสิบปีแล้ว” เหล่าสวี่พึมพำ ขณะที่มองดูอาคารเก่าแก่ไม่กี่หลังตรงหน้า
“ใช่ อาคารเหล่านี้ค่อนข้างเก่า จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ผมมาที่นี่ก็ตอนที่อยู่มัธยมปลาย” จ้าวเจิ้นอดไม่ได้ที่จะคิดถึงอดีต ตอนที่อยู่มัธยมปลายกับเพื่อนเก่า
พวกเขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด แต่เมื่อเติบโตขึ้น พวกเขาก็มีที่อยู่และสถานที่ทำงานที่ต่างกัน การติดต่อระหว่างพวกเขาจึงน้อยลงมาก แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในเมืองเดียวกันก็ตาม
“คุณแน่ใจหรือว่า เขายังคงอยู่ที่นี่?”
หลังจากได้ยินคำพูดของจ้าวเจิ้น จางหลานก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ไม่ต้องห่วง ผมติดต่อเขาแล้วเมื่อคืนนี้ เขายังคงอยู่ที่นี่”
“อืม นั่นเป็นสิ่งที่ดี” จางหลานพยักหน้า และไม่ได้พูดอะไรต่อ
ทั้งสามคนก็เข้าไปในชุมชน และค้นพบบ้านของเพื่อนเก่าในความทรงจำของจ้าวเจิ้นอย่างรวดเร็ว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก! ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
หลังจากเคาะประตู ไม่นาน ชายวัยกลางคนที่สูงประมาณ 1.87 เมตร ก็มาเปิดประตู
หลังจากเห็นจ้าวเจิ้น รอยยิ้มตื่นเต้นเล็กน้อยก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา “โอ้ เล่ยเจิ้นจื่อ นายมาแล้ว”
(ผู้แปล – เล่ยเจิ้นจื่อ หรือ เจิ้นสายฟ้า หมายถึงคนที่ทำอะไรรวดเร็วราวสายฟ้า)
“……”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ฮ่าฮ่าฮ่า!” ทุกคนต่างหัวเราะลั่น ยกเว้นจ้าวเจิ้นกับเย่ปินที่มีสีหน้าครึ้มลง
“ซ่งต้าฉ่า นายจะมากเกินไปแล้ว!” เล่ยเจิ้นจื่อ เป็นชื่อเล่นของจ้าวเจิ้น ในสมัยมัธยม หลังจากไม่ได้พบกันหลายปี คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะไม่แสดงความเมตตาเรียกหาชื่อเล่นนี้ออกมาโดยตรง ในเมื่อถูกอีกฝ่ายเรียกชื่อเล่น จ้าวเจิ้นก็ไม่ยอมแพ้เรียกซ่งเฟยเพื่อนเก่าด้วยชื่อเล่นเช่นกัน
(ผู้แปล – ซ่งต้าฉ่า หรือเจ้าโง่ซ่ง)
ซ่งเฟย มีความสูง 1.87 เมตร แม้ว่าจะสูง แต่ก็ผอมมาก ราวกับต้นอ้อย ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเพียงแค่เป่าใส่เขาก็ล้มลงได้แล้ว
“ฮ่าฮ่า! โอเค เข้ามาเร็วเข้า” เมื่อได้ยินจ้าวเจิ้นเรียกชื่อเล่น ซ่งเฟยก็หัวเราะโดยไม่พูดอะไรอีก และรีบเชิญทุกคนเข้าไปในบ้าน
บ้านของซ่งเฟยไม่ใหญ่นัก มีพื้นที่ประมาณ 70 ตารางเมตร เมื่อกลุ่มคนเข้าไปนั่งที่โซฟา ห้องนั่งเล่นก็ดูค่อนข้างแออัด
“เอ๋ วันนี้เสี่ยวหลิงไม่อยู่บ้านเหรอ?” จ้าวเจิ้นมองไปรอบๆ และพบว่าเจียหลิงภรรยาของซ่งเฟยไม่ได้อยู่บ้าน
“ฉันได้ยินว่าพวกนายจะมา ฉันก็เลยขอให้เธอกลับไปที่บ้านพ่อแม่ของเธอก่อน” ซ่งเฟยพูดในขณะที่เข้าไปในห้องครัว ยกจานอาหารออกมา “กินข้าวกันมาหรือยัง มา ลองชิมฝีมือของฉันหน่อย”
“นาย! เดี๋ยวนี้นายทำอาหารเป็นด้วย!” จ้าวเจิ้นชิมอาหารที่ปรุงโดยซ่งเฟย แล้วพยักหน้าอย่างพอใจ “ไม่เลว! ไม่เลว! กินแล้วไม่ตาย! พวกคุณสามารถกินได้! เชิญ เชิญ!”
จ้าวเจิ้นพูด พร้อมกับโบกมือเชิญชวนให้คนอื่นๆ กินอาหาร
เมื่อเห็นเช่นนั้น ทุกคนก็หยิบตะเกียบขึ้นมา ชิมอาหารของซ่งเฟย
“อร่อย!”
“ใช่ อร่อยจริงๆ!”
หลังจากชิมอาหาร ทุกคนต่างก็ชื่นชมอาหารของซ่งเฟย
“ฮ่าฮ่า ดีมาก! กินเลย! ฉันจะหาอะไรมาให้พวกนายดื่ม!” ซ่งเฟยพูด และเริ่มยุ่งอีกครั้ง
ไม่นาน เขาก็กลับมาพร้อมกับเบียร์หนึ่งลังใหญ่ “เราดื่มไปคุยไปกันเถอะ”
“ต้าฉ่า นายยังดื่มไม่ได้ เรามีงานต้องทำ!” จ้าวเจิ้นปฏิเสธคำเชิญชวนของซ่งเฟยในนามของทุกคน
“อ่า! ฉันลืมไป มา มา! งั้นก็กินข้าวกันก่อน!” ซ่งเฟยวางเบียร์ไว้ข้างๆ แล้วโบกมือเชิญชวนให้ทุกคนกินอาหาร
ทุกคนพูดคุย และกินอาหารร่วมกันอย่างกลมกลืนมาก หลังจากอิ่มกันแล้ว พวกเขาก็มานั่งแผ่บนโซฟา และเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับ ‘หมู่บ้านเฮยสุ่ย’
“ต้าฉ่า เมื่อวานฉันบอกทุกคนว่า นายเป็นผู้รับผิดชอบคดีหมู่บ้านเฮยสุ่ย ตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดีนั้นถึงได้ลาออก หรือไม่ก็ขอย้าย?” จ้าวเจิ้นเริ่มถาม
เมื่อได้ยินคำถามของจ้าวเจิ้น ดวงตาของซ่งเฟยก็หรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังนึกถึงเรื่องน่าเศร้า หลังจากนั้นไม่นานซ่งเฟยก็ฟื้นคืนสติ และพูดขึ้นช้าๆ
“หมู่บ้านเฮยสุ่ย ผ่านไปกี่ปีแล้วนะ ฉันเกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว”