เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

275 (ฟรี)

275 (ฟรี)

275 (ฟรี)


275 (ฟรี)

เมื่อเห็นภาพนั้น หลายคนก็ได้แต่ส่ายหน้าถอนหายใจ

“บริษัทกลุ่มคังเฉิงและบริษัทบันเทิงฮั่นถิงราคาหุ้นร่วงหนักมาก แถมราคาหุ้นของบริษัทรถยนต์ก็ร่วงหนักมากด้วย?”

“นี่มัน…ทั้งสองฝ่ายต่างก็เสียหาย? ไม่มีใครชนะ?”

“หลินเป่ยฝานโชคดีจริงๆที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น! เหมือนกับว่าสวรรค์กำลังช่วยเขาอยู่!”

“เขาเก่งมากที่สามารถเล่นงานบริษัทรถยนต์ทั้งวงการได้ด้วยตัวคนเดียว!”

“ถึงแม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะเสียหาย ต่จริงๆแล้วหลินเป่ยฝานชนะ บริษัทรถยนต์แพ้! พวกมันมีมูลค่าตลาดรวมกันหลายล้านล้านหยวนยังสู้หลินเป่ยฝานคนเดียวไม่ได้!  พระเจ้า! เขานี่คือไอดอลของฉันเลย!”

“แต่ชัยชนะครั้งนี้ก็แลกมาด้วยความเจ็บปวด”

“ใช่ทรัพย์สินของเขาหายไปเป็นแสนล้านหยวนน่าเสียดายจริงๆ”

“แถมต่อไปเขาก็ยังต้องโดนบริษัทรถยนต์พวกนั้นกีดกันขายรถไม่ได้ลำบากแน่ๆ!”

ราชามังกรมองภาพนั้นและปลอบใจตัวเองว่า “ถึงพวกเราจะแพ้แต่หลินเป่ยฝานก็ไม่ได้กำไรอะไรมาก! ที่ผ่านมาฉันสู้กับหลินเป่ยฝานมาหลายครั้งก็แพ้ราบคาบมาตลอดครั้งนี้ก็นับว่าดีกว่าทุกครั้งแล้วล่ะ!”

แต่ทันใดนั้นตลาดหลักทรัพย์ก็ประกาศข่าวหนึ่ง

บริษัทบันเทิงฮั่นถิงและบริษัทกลุ่มคังเฉิงเนื่องจากมีการปรับกลยุทธ์ภายในบริษัทและได้รับมติเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นจึงได้ยื่นคำขอเพิกถอนหุ้นจากตลาดหลักทรัพย์ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา

ทุกคนต่างก็พากันตกตะลึง

“เพิกถอนหุ้น?!”

“บริษัททั้งสองแห่งนี้อยู่ดีๆจะเพิกถอนหุ้นทำไม?”

“ถึงแม้ว่ามูลค่าบริษัทจะลดลงก็ไม่น่าจะถึงขนาดเพิกถอนหุ้นนี่นา! ถ้าไม่ได้ทำผิดร้ายแรงบริษัทก็ยังสามารถอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ได้นี่!”

“หรือว่าหลินเป่ยฝานจะยอมแพ้แล้ว?”

“มันผิดปกติ! ถ้าอยากจะเพิกถอนหุ้นต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นและต้องได้รับมติเห็นชอบมากกว่า 2 ใน 3!”

“รีบไปดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น!”

ทุกคนรีบเข้าไปดูเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์

พวกเขาพบว่าหลินเป่ยฝานถือหุ้นของทั้งสองบริษัทมากกว่า 80%!

บริษัทบันเทิงฮั่นถิง 88% บริษัทกลุ่มคังเฉิง 90%

หลินเป่ยฝานเป็นคนยื่นคำขอเพิกถอนหุ้น

เขาถือหุ้นมากกว่า 2 ใน 3 มีอำนาจตัดสินใจโดยไม่ต้องผ่านมติของผู้ถือหุ้น

เมื่อเห็นแบบนั้นทุกคนก็ยิ่งงง

“หลินเป่ยฝานถือหุ้นเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”

“เขาเป็นคนตัดสินใจเพิกถอนหุ้น?”

“จะเพิกถอนหุ้นทำไม? ถ้าเพิกถอนหุ้นแล้ว หุ้นก็จะไม่สามารถซื้อขายได้อีก!”

“คนอื่นอยากจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แทบตาย แต่นายกลับจะออกจากตลาด?”

“การเพิกถอนหุ้นก็มีข้อดีนะ!”

นักวิเคราะห์คนหนึ่งออกมาอธิบาย

“บริษัทที่ยื่นคำขอเข้าตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ก็เพื่อระดมทุน เพื่อให้บริษัทเติบโต! และเพื่อให้ราคาหุ้นของตัวเองเพิ่มขึ้นแล้วนำไปขายทำกำไร!”

“แต่มันก็มีข้อเสีย!”

“นั่นก็คือต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ต้องบริหารงานอย่างโปร่งใสต้องเปิดเผยงบการเงินเป็นประจำ เรื่องสำคัญต่างๆของบริษัทต้องแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบ! ในขณะเดียวกัน อำนาจของตัวเองก็จะถูกแบ่งไปทำอะไรก็ไม่สะดวก! และอาจจะโดนคนอื่นแย่งชิงตำแหน่งไป! ผู้ก่อตั้งบริษัทหลายคนโดนเตะออกจากบริษัทก็เพราะแบบนี้แหละ!”

“แต่ถ้าเพิกถอนหุ้นแล้วปัญหาพวกนี้ก็จะหมดไป!”

“ไม่ต้องเปิดเผยงบการเงิน ไม่ต้องรายงานอะไรให้ใครรู้! มีอำนาจตัดสินใจทุกอย่างทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ ไม่มีใครมาควบคุมได้!”

“อ๋อ…เข้าใจแล้ว!”

“ฟังคุณพูดแล้วได้ความรู้เยอะเลย!”

“ที่แท้การเพิกถอนหุ้นก็มีข้อดีแบบนี้ เลือกเอาว่าจะเอาเงินหรือจะเอาอำนาจ!”

ทุกคนถึงบางอ้อ

นักวิเคราะห์คนนั้นอธิบายต่อ “สำหรับเจ้าของบริษัทถ้าไม่มีเงินการเข้าตลาดหลักทรัพย์ก็ดี! แต่ถ้ามีเงินแล้วการเพิกถอนหุ้นก็ดีกว่า!”

“แต่ในความเป็นจริง เจ้าของบริษัทส่วนใหญ่ไม่มีเงินทุน จึงเลือกที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์! ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ดีกว่า! จริงๆแล้วบริษัทที่ดีจริงๆไม่มีทางเข้าตลาดหลักทรัพย์หรอก! พวกเขามีทั้งเงินและอำนาจ นอนเฉยๆก็รวยแล้วจะเอาผลประโยชน์ไปแบ่งให้คนอื่นทำไมจริงไหม?”

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

ถ้าเป็นบริษัทที่ดีจริงๆก็คงจะไม่เข้าตลาดหลักทรัพย์ เก็บกำไรไว้กับตัวดีกว่า!

“หลินเป่ยฝานมีเงินเยอะจริงหรือเปล่า?”

“เขาเพิกถอนหุ้นแบบนี้แสดงว่าเขาแพ้หรือชนะ?”

…………

ทุกคนต่างก็อยากรู้คำตอบ

ทันใดนั้นก็มีคนออกมาแฉ

“ถ้าหลินเป่ยฝานยังไม่เรียกว่าคนรวยก็ไม่มีใครบนโลกใบนี้เรียกว่าคนรวยแล้วล่ะ!”

“ในสงครามครั้งนี้มีผู้ชนะเพียงคนเดียวนั่นก็คือหลินเป่ยฝาน!”

…………

“บริษัทรถยนต์แพ้ราบคาบ! ! !”

ทุกคนต่างก็พากันเข้ามาดู

“เกิดอะไรขึ้น?”

“ทำไมถึงบอกว่าหลินเป่ยฝานเป็นผู้ชนะคนเดียว?”

“นายต้องรู้อะไรมาแน่ๆบอกฉันหน่อยสิ!”

คนๆนั้นแฉต่อ

“ฉันเพิ่งได้ข้อมูลมาจากโบรกเกอร์ว่าตั้งแต่เริ่มสงครามจนถึงตอนนี้ หลินเป่ยฝานกู้หุ้นบริษัทรถยนต์มาทุบราคารวมมูลค่าสามแสนล้านหยวน! ตอนนี้ราคาหุ้นของบริษัทรถยนต์ร่วงลงไปมากกว่า 50% หลินเป่ยฝานน่าจะได้กำไรอย่างน้อยๆ 150,000 ล้านหยวน!”

ทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง

“กู้หุ้น 3 แสนล้านหยวนมาทุบราคาได้กำไร 150,000 ล้านหยวน!”

“น่ากลัวจริงๆ!”

…………

“ไม่เพียงแต่เล่นงานบริษัทรถยนต์จนล้มละลาย ยังได้กำไรอีกเป็นแสนล้านหยวน!”

“นี่มันเทพหรือมนุษย์เนี่ย!”

“จริงเหรอ? เขาเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ?”

คนๆนั้นแฉต่อ

“ข่าวนี้เป็นเรื่องจริงแน่นอน! เพราะหลินเป่ยฝานโหดเกินไป บริษัทรถยนต์พวกนั้นสู้ไม่ไหว จึงหันมาเล่นงานบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของหลินเป่ยฝานแทน เทขายหุ้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ!”

“แต่พวกเขาประเมินความร่ำรวยของหลินเป่ยฝานต่ำไป”

“พวกเขาเทขายหุ้นไปเท่าไหร่ หลินเป่ยฝานก็ซื้อเข้ามาเท่านั้น! ดังนั้นหุ้นในมือของหลินเป่ยฝานจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกิน 80%! แถมราคาหุ้นพวกนั้นยังร่วงไป 80% หลินเป่ยฝานจึงได้ซื้อหุ้นในราคาถูกมากสามารถควบคุมบริษัททั้งสองแห่งนี้ได้อย่างง่ายดาย!”

“รู้ไหมว่าบริษัทกลุ่มคังเฉิงกับบริษัทบันเทิงฮั่นถิงมีมูลค่าตลาดที่แท้จริงรวมกันมากกว่า 5 แสนล้านหยวน! ตอนนี้เขาใช้เงินไปแค่หลักหมื่นล้านหยวนก็ได้บริษัททั้งสองแห่งนี้มาครอง นายคิดว่าเขากำไรหรือขาดทุน?”

ทุกคนต่างก็พากันฮือฮา

“กำไรเห็นๆ!”

“แค่สินทรัพย์สุทธิของทั้งสองบริษัทก็หลักแสนนล้านหยวนแล้ว แต่เขาใช้เงินไปแค่หลักหมื่นล้านหยวนก็ได้มาครอง!”

“ถ้าเป็นฉันคงจะฝันหวานไปแล้ว!”

“แถมยังได้กำไรจากบริษัทรถยนต์อีก 150,000 ล้านหยวน!”

“แบบนี้แสดงว่าหลินเป่ยฝานเป็นผู้ชนะในสงครามครั้งนี้!”

“บริษัทรถยนต์แพ้ราบคาบ!”

“เขาคนเดียวปราบบริษัทรถยนต์ทั้งวงการได้!”

“เก่งสุดๆ! ! !”

จบบทที่ 275 (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว