- หน้าแรก
- เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด
- เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 260 ความระแวงของลุค 💸
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 260 ความระแวงของลุค 💸
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 260 ความระแวงของลุค 💸
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 260 ความระแวงของลุค
ลุคเพิ่งปิดบาดแผลเปิดที่สีข้างของเรน่าเสร็จสิ้น ด้วยการเคลื่อนฝ่ามือครั้งสุดท้าย แสงสีเขียวจากออร่าของเขาก็ผสานเนื้อเยื่อและสลายลิ่มเลือด
“ขอบใจ” เรน่ากระซิบ พยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก
ลุคพยักหน้าเล็กน้อย และลุกขึ้นยืน พลางใช้หลังมือเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก
‘บ้าจริง เป็นฮีลเลอร์นี่มันห่วยชะมัด’ เขาคิด การรักษาบาดแผลไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันใช้พลังงานมหาศาล และหลังจากการต่อสู้ที่เขาเพิ่งผ่านมา พลังงานสำรองของเขาก็ห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์
ตอนนั้นเองที่เขาสัมผัสถึงพวกเธอ ไม่สิ ต้องบอกว่าเห็นพวกเธอ
อีนิดและเวนส์เดย์เดินเคียงข้างกัน เป็นการจับคู่ที่เมื่อหลายเดือนก่อนคงดูไร้สาระอย่างที่สุดสำหรับเขา แฟนเก่าของเขาเด็กสาวที่เป็นรักแรกของเขาผมยังเปียกชื้น คราบเลือดจากการต่อสู้บนผิว และผ้าห่มเก่า ๆ คลุมร่าง และข้าง ๆ เธอแฟนคนปัจจุบันของเขา คู่หูและคู่แท้ของเขาในโลกใบนี้ยืนอยู่ข้าง ๆ
เวนส์เดย์เป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาก่อน ตรงไปตรงมาเช่นเคย
“เธอบาดเจ็บ” เธอพูดเรียบ ๆ “รักษาเธอหน่อย”
ดวงตาสีดำของเธอไม่ได้อ้อนวอน แต่ก็ไม่ถึงกับออกคำสั่ง มันมีบางอย่างต่างออกไปในน้ำเสียงของเธอแววความห่วงใยจาง ๆ ที่แทบสังเกตไม่เห็น
ลุคเลิกคิ้วประหลาดใจกับการจับคู่ตรงหน้ามากกว่าตัวคำขอเสียอีก ครั้งสุดท้ายที่เขารู้แน่ ๆ ว่าเวนส์เดย์กับอีนิดต่อสู้ด้วยกันคือที่ซันนี่เวล ตอนที่พวกเขาเผชิญหน้ากับเกเบรียล สเปลล์แมน
อีนิดโผล่ไปที่นั่นเพราะเวนส์เดย์บอกตำแหน่งเธอ ทำไมเธอถึงทำแบบนั้น? เพราะเธอเห็นนิมิตว่าอีนิดจะตายและอยากให้มันเกิดขึ้น แต่สุดท้ายเธอก็ช่วยอีนิดไว้
ลุคไม่เคยได้รับคำอธิบายเต็ม ๆ สำหรับการเปลี่ยนใจครั้งนั้น เวนส์เดย์ไม่เคยบอกเขา ทำให้เขาได้แต่เดาว่าเธอไม่ใช่นักฆ่าเลือดเย็น และตระหนักว่าความหึงหวง หรือข้อเท็จจริงที่ว่าอีนิดยังคงรักเขา ไม่ใช่เหตุผลที่ดีพอที่จะปล่อยให้เธอตาย
อย่างไรก็ตามถ้าอีนิดยังรักเขาอยู่อย่างน้อยจนถึงตอนซันนี่เวล และอยากช่วยเขา แต่ลุคก็ไม่รู้เลยว่าทำไมเธอถึงยังรู้สึกกับเขาได้หลังจากการคุยกันอย่างจริงจังครั้งสุดท้าย ตอนที่เขาบอกเธอว่าเขาจะไม่รักษาสัญญา และเขาเลือกที่จะอยู่กับเวนส์เดย์
วันนั้นอีนิดตบหน้าเขาและเรียกเขาว่าไอ้สารเลวที่ไม่รักษาสัญญา แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังตามเขาไปซันนี่เวล เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเขางั้นเหรอ?
หลังจากนั้นลุคก็ไม่ได้เจอหรือคุยกับอีนิดอีกเลย ราวกับว่าจู่ ๆ เธอก็ล้มเลิกการตามตื๊อเขาไป ทำให้เขาเริ่มการฝึกฝน ส่วนเวนส์เดย์ก็กลับมาเรียนต่อที่เนเวอร์มอร์
ระหว่างที่วิดีโอคอลกับเวนส์เดย์จากเนเวอร์มอร์ เขาเคยได้ยินเสียงเพลงป๊อปดังแว่ว ๆ มา ซึ่งมันสดใสและร่าเริงเกินไป เป็นเพลงที่เวนส์เดย์ไม่น่าจะทนฟังได้เกินห้าวินาที ซึ่งทำให้เขาเดาได้ว่าเธอกลับมาอยู่ห้องเดียวกับอีนิดอีกครั้ง แม้ว่าเธอจะไม่พูด และเขาก็ไม่ได้ถาม
นอกจากนี้เขาก็รู้ว่าเวนส์เดย์ออกทำภารกิจตอนกลางคืนกับพันธมิตรที่ไว้ใจได้ ศาสตราจารย์อย่างชาร์ลส์ เรน่า และนักเรียนที่มีความสามารถอย่างเซเวียร์ เอแจ็กซ์ หรือเวโรนิก้า ซึ่งความภักดีไม่เป็นที่น่าสงสัย
ส่วนอีนิดน่ะเหรอ? มันก็ไม่แปลกถ้าเธอจะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนั้นด้วย เธออยู่กับพวกเขาที่ซันนี่เวล และยอมเสี่ยงชีวิต ถ้าเวนส์เดย์ยอมรับเธอเป็นคู่หูในการต่อสู้ก็หมายความว่าเธอไว้ใจอีนิด และถ้าพวกเธอกลับมาเป็นรูมเมทกันอีก หรือถ้าพวกเธอออกทำภารกิจด้วยกัน มันก็ชัดเจนว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไประหว่างพวกเธอในช่วงหลายเดือนที่เขาขลุกตัวฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งแยกตัวออกจากโลกภายนอก
‘พวกเธอกลับมาเป็นเพื่อนกันเหรอ?’ ลุคสงสัย เมื่อเห็นพวกเธออยู่ด้วยกันตอนนี้ และเวนส์เดย์ก็ขอให้เขารักษาเธอด้วยน้ำเสียงที่มีแววห่วงใย
เขารู้จักเวนส์เดย์ดีกว่าใคร เขารู้ว่าเธอไม่เคยมีเพื่อนแท้ ๆ ไม่ใช่เพื่อนผู้หญิง อย่างน้อยก็ไม่มี
คนเดียวที่พอจะเข้าข่ายคำว่า ‘เพื่อน’ ได้คือยูจีน เด็กหนุ่มออร่าสีฟ้าที่ควบคุมผึ้งได้ แต่นั่นมันเหมือนความสัมพันธ์แบบพี่น้องมากกว่า เธอปกป้องเขาราวกับน้องชาย
ส่วนอีนิดต่างออกไป และถ้าเขาไม่เข้ามาขวาง ถ้าเวนส์เดย์ไม่ตกหลุมรักเขา พวกเธอก็คงจะได้ลงเอยเป็นเพื่อนกัน บางทีพวกเธออาจจะเป็นเพื่อนกันตั้งแต่แรกแล้วก็ได้ ท้ายที่สุดตอนที่เวนส์เดย์มาถึงเนเวอร์มอร์ใหม่ ๆ เขากับเธอก็ไม่ได้เริ่มคบกันทันที
หลายเดือนผ่านไปกว่าที่พวกเขาจะตกหลุมรักกัน และในช่วงเวลานั้นเป็นไปได้ว่าเวนส์เดย์กับอีนิดอาจจะแบ่งปันเรื่องราวกันมากกว่าที่เขาเคยรู้ แต่แล้วความสัมพันธ์ของเขากับเวนส์เดย์ก็ลึกซึ้งขึ้น หลังจากเรื่องจันทร์สีเลือด คดีฆาตกรรม ไฮด์พันธะกับอีนิดก็ขาดสะบั้น ด้วยเหตุผลที่ชัดเจน
“ไง ลุค” อีนิดทักด้วยรอยยิ้มจาง ๆ น้ำเสียงของเธอแทบไม่สั่น คราบเลือดแห้งกรังที่ขมับช่างขัดแย้งกับน้ำเสียงอบอุ่นที่เธอยังคงรักษาไว้ได้
ลุคไม่ตอบทันที เขามองเธอ แล้วก็มองเวนส์เดย์
เธอสบตาเขานิ่งไม่หลบ ราวกับการสบตากันเงียบ ๆ นั้นกำลังบอกว่า ‘ใช่ ฉันเป็นคนขอให้นายทำ’
“ไง อีนิดนั่งลงสิ” ลุคพูด
อีนิดทำตาม ค่อย ๆ ย่อตัวลงนั่งบนพื้นหญ้า แล้วเธอก็ยื่นแขนขวาออกมา โชว์ให้เห็นบาดแผลลึกและรอยฉีกขาดที่ขอบไม่เรียบ
ชั่วขณะหนึ่งคิ้วของลุคก็ขมวดเล็กน้อย
“ยัยพลังจิตนั่นพยายามทุกทางที่จะฆ่าพวกเรา . . .” อีนิดอธิบาย เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของเขา
“อืม พอจะเดาได้” ลุคพึมพำ
“อีนิดเป็นสายต่อสู้ระยะประชิดเลยรับไปเต็ม ๆ แถมยังต้องคอยกันให้ไนร่ามากกว่าหนึ่งครั้งเพราะเธอโจมตีแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง” เวนส์เดย์เสริม
ลุคเหลือบมองเธอ แล้วมองไปทางไนร่าที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร ‘ยัยเด็กนั่น . . .’
เขาวางฝ่ามือเหนือแผลของอีนิดสองสามเซนติเมตรแล้วเริ่มรักษา เมื่อเขาจัดการแขนของเธอเสร็จ อีนิดก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อความเจ็บปวดจางหายไป และลองกำกางนิ้วมือทดสอบว่ามีอาการติดขัดหรือไม่ ซึ่งมันไม่มีเลย
“ขอบคุณ” อีนิดกระซิบ
“ไม่เป็นไร” ลุคตอบ และยังคงมองเธอ “แต่ฉันสงสัยว่านั่นจะไม่ใช่แผลเดียว”
อีนิดเกร็งตัว ราวกับคาดหวังคำพูดนี้อยู่แล้ว
“ฉันมีแผลที่สีข้างด้านขวา . . .” เธอกระซิบ พลางหลบตา “แต่ฉันมีแค่ผ้าห่มผืนนี้คลุมตัวอยู่ นายก็รู้พอกลับร่างคน เสื้อผ้าฉัน . . .”
เธอไม่จำเป็นต้องพูดจนจบ ลุครู้ดีอยู่แล้ว
เวนส์เดย์ที่ยืนอยู่ด้านหลังกอดอก เธอไม่พูดอะไร และไม่เข้ามายุ่ง แต่ลุคเหลือบมองเธอแวบหนึ่งมองหาสัญญาณบางอย่างบนใบหน้าเธอจนเกือบจะเป็นสัญชาตญาณของเขาไปแล้ว นั่นก็คือความหึงหวง คำเตือน หรือสัญญาณเงียบ ๆ ว่า “แตะเธอเมื่อไหร่ฉันฉีกแขนนายแน่”
แต่เขาไม่พบอะไรแบบนั้นเลย มีเพียงความสงบนิ่ง
ลุคละสายตาและถอนหายใจเงียบ ๆ “โอเค ฉันจะหลับตา ฉันจะใช้ตาทิพย์ดูแผลของเธอ มันเหมือนการเอ็กซเรย์น่ะ ถ้าฉันหลับตา ฉันจะไม่เห็นรายละเอียดอะไร เห็นแค่พลังงาน ไม่มีอะไรที่น่าจะทำให้เธออึดอัด”
“โอเค” อีนิดพยักหน้า
ลุคหลับตา และอีนิดก็แง้มผ้าห่มออกเล็กน้อย เขายื่นมือขวาไปหาเธอ เล็งไปที่ตำแหน่งของบาดแผลอย่างแม่นยำ
อีนิดกลั้นหายใจชั่วขณะ แต่การสัมผัสก็ไม่เคยเกิดขึ้น ไม่มีกาแตะต้องตัว มีเพียงความรู้สึกของพลังงานที่ห่อหุ้มตัวเธอ อบอุ่นและเยียวยา
หลังจากนั้นไม่กี่นาทีบาดแผลก็ปิดสนิท ลุคดึงมือกลับ และอีนิดก็รีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัวตามเดิม
“เสร็จแล้ว” ลุคพูดพลางลุกขึ้น
“ขอบคุณอีกครั้งนะ” อีนิดกระซิบ
“ไม่เป็นไรหรอก . . .” ลุคตอบ และพยักหน้าเล็กน้อย
เวนส์เดย์ยังคงอยู่ที่เดิมไม่ไหวติงสงบนิ่ง โดยที่แขนยังคงกอดอก ใบหน้าของเธอคือหน้ากากแห่งการควบคุมที่สมบูรณ์แบบ
ลุคยืดตัวตรงและพยักหน้าให้อีนิดเล็กน้อย เป็นเชิงบอกว่าเธอไปพักได้แล้ว จากนั้นเขาก็เดินไปหาเวนส์เดย์ด้วยฝีเท้าที่สุขุม แต่มีบางอย่างในแววตาเขาเปลี่ยนไป บางอย่างที่เต็มไปด้วยคำถาม
“ทุกอย่างโอเคแน่นะ?” เขาถามเสียงเบาเมื่อมายืนอยู่ตรงหน้าเธอ
“อืม” เวนส์เดย์มองเขาตรง ๆ ไม่ลังเล และตอบด้วยความสงบอย่างที่สุด
แต่ลุครู้จักเธอ คำตอบนั้นไม่เพียงพอ มันมีอะไรมากกว่านั้น เขารู้สึกได้ตั้งแต่วินาทีที่เห็นเธอปรากฏตัวข้างอีนิดแล้ว
ลุคพยักหน้าเล็กน้อย แม้จะไม่หายสงสัย และขยับเข้าไปอีกก้าวแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายขึ้น “โอเคทีนี้ก็เหลือแค่เธอคนเดียวแล้วนะ”
พูดจบเขาก็ไม่เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธ เขาสอดแขนรอบเอวเธอและดึงเธอเข้าหาเบา ๆ ราวกับเป็นเรื่องธรรมชาติที่สุดในโลก
เวนส์เดย์มองเขาอย่างจริงจัง แต่ไม่แปลกใจ มือของเธอยังคงนิ่ง วางพักเบา ๆ บนหน้าอกของเขา
“ไม่” เธอพูดไม่ได้อ่อนโยน แต่ก็ไม่แข็งกร้าว “ไม่จำเป็น”
ลุคเลิกคิ้วยังคงกอดเธอไว้
“แผลฉันถึงจะไม่เล็ก แต่ก็ไม่หนักหนาอะไร นายใช้พลังงานไปเยอะแล้วตอนสู้ แล้วยังมารักษาทุกคนอีก” เวนส์เดย์อธิบายด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดตามปกติ
ลุคขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำท่าเหมือนจะคัดค้าน แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร เวนส์เดย์ก็เสริมว่า “อีกอย่างกำลังเสริมมาถึงแล้ว”
ลุคหันศีรษะเล็กน้อย แล้วเขาก็เห็นพวกเขา อันที่จริงเขาสัมผัสได้ถึงพวกเขาด้วยอาณาเขตของเขาสักพักแล้ว
ลาริสซ่า อาจารย์ใหญ่ของเนเวอร์มอร์นำกลุ่มมา พร้อมด้วยศาสตราจารย์อีกหลายคน โค้ชวลาด, มิสเตอร์ฟิตต์ส, อิซาโดรา คาปรี ผู้ซีดเซียว และนักเรียนเนเวอร์มอร์อีกจำนวนหนึ่ง
เขาจำเซเวียร์กับเอแจ็กซ์ เพื่อนสนิททั้งสองของเขาได้ทันที เวโรนิก้าลูกพี่ลูกน้องของเขาก็อยู่ที่นั่น เดินมาข้าง ๆ แดฟนี่ เพื่อนซี้ของเธอ บิอังก้า, โยโกะ, ดิวิน่า, เคนต์, นาโอะ, ยูจีน หรือแม้แต่พักสลีย์ แอดดัมส์ ซึ่งทำให้เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย
นี่คือกำลังเสริมที่ชาร์ลส์ร้องขอผ่านพลังจิตนั่นเอง
“มาช้าจังนะ” ลุคพูดทั้งที่ยังกอดเอวเวนส์เดย์อยู่
การต่อสู้จบลงไปหลายนาทีแล้ว และชาร์ลส์คงส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปเมื่อสามสิบนาทีก่อนหน้านี้แล้วด้วยซ้ำ แม้ว่าบางทีหลังจากที่ลุคมาถึงและพลิกสถานการณ์ ชาร์ลส์อาจจะบอกพวกเขาว่าไม่ต้องรีบ ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมแล้ว
“ไม่ใช่ทุกคนที่มีความเร็วเหนือเสียง” เวนส์เดย์ตอบ แทบจะไม่หันหน้ามามองเขา
ลุคยิ้มจาง ๆ ก่อนที่เวนส์เดย์จะพยายามจะผละออกอย่างเงียบ ๆ เธอไม่อยากสร้างซีนต่อหน้าทุกคน แต่ลุคไม่ปล่อย
เขาดึงเธอเข้ามาใกล้อีกนิดอย่างใจเย็น และกระซิบว่า “ฉันรักษาทุกคนยกเว้นแฟนตัวเองเนี่ยนะ พ่อเธอจะว่ายังไงถ้าเขารู้เรื่องนี้”
เวนส์เดย์จ้องเขาเขม็งอยู่แวบหนึ่ง แม้ว่ามุมปากที่กระตุกเล็กน้อยจะทรยศความจริงก็ตาม
“เป็นไปได้มากที่สุด” เวนส์เดย์พูดเรียบ ๆ “เขาคงเขียนกลอนเลี่ยน ๆ ให้นาย หรือจดหมายยาวสิบหน้าเกี่ยวกับความสำคัญของการดูแลความรัก”
“ใช่เลย และเขาคงเลิกยอมรับในตัวฉัน ทั้งที่ฉันพยายามแทบตายกว่าเขาจะยอมรับตอนฝึก ฉันทนไม่ได้หรอก” ลุคเสริม ทำหน้าจริงจังจอมปลอม
เวนส์เดย์ถอนหายใจเบา ๆ ผสมปนเปกันระหว่างความรำคาญและการจำยอม “ทำให้มันเร็ว ๆ แล้วก็อย่าทำอะไรไร้สาระ”
“ฉันเคยทำอะไรไร้สาระตอนไหน” ลุคถาม ขณะเริ่มส่งออร่าสีเขียวไปที่ฝ่ามือ
เวนส์เดย์ไม่ตอบ
ขณะที่ลุคกำลังรักษาเวนส์เดย์ อเล็กโต เรน่า และชาร์ลส์ที่เพิ่งกลับมาก็อธิบายสถานการณ์ทั้งหมด กับดัก คนที่เกี่ยวข้อง อาชญากรที่จับกุมได้
ลาริสซ่า เหล่าศาสตราจารย์ และคนอื่น ๆ ต่างประหลาดใจที่เห็นว่าทุกอย่างคลี่คลายแล้ว และพวกเขาก็ชนะจริง ๆ ทั้งที่ต้องสู้กับผู้เฒ่าปีศาจถึงสองคนและมาร์กาเร็ต สเปลล์แมน ผู้ใช้ออร่าคู่
ทุกสายตาจับจ้องไปที่ลุคที่อยู่ไกลออกไปที่ยังคงยืนอยู่หน้าเวนส์เดย์ ใช้พลังรักษาด้วยสัมผัสที่อ่อนโยนผิดปกติ
คนส่วนใหญ่ที่มาถึงไม่ได้เจอลุคมาหลายเดือนแล้ว ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาเห็นเขา เขาก็แข็งแกร่งแล้ว แต่ตอนนี้แค่มองแวบเดียว เขาก็แตกต่างออกไป สูงขึ้น คมเข้มขึ้น ท่าทางมั่นคงขึ้น การเคลื่อนไหวเฉียบคมขึ้น ตัวตนของเขาหนักแน่นขึ้น
“งั้นข่าวลือเรื่องออร่าที่สี่ของเขาก็เป็นเรื่องจริงเหรอ?”
“ดาบที่อยู่ข้างตัวเขานั่น อาวุธวิญญาณของตระกูลโพเหรอ?”
ลาริสซ่าเริ่มจัดแจงกลุ่ม สั่งให้นำตัวนักโทษไปยังที่ปลอดภัยเพื่อที่พวกเขาจะได้เค้นข้อมูลจากฝาแฝดและระบุตัวตนพวกคลุมหน้า
เหล่าศาสตราจารย์และนักเรียนเริ่มเคลื่อนไหวตามคำสั่ง แต่บางคนก็ไม่รอช้าที่จะแตกแถว ในหมู่พวกนั้นมีสองร่างที่ไม่สนใจระเบียบแบบแผนแม้แต่น้อย
“ลุค!” เอแจ็กซ์ตะโกนเดินจ้ำอ้าวมาหาเขา โดยมีเซเวียร์ตามมาติด ๆ
“ในที่สุดก็ได้เจอกันตัวเป็น ๆ สักที เพื่อน!” เซเวียร์เสริมด้วยรอยยิ้มกว้าง “นายต้องฟันปีศาจไปกี่ตัวกว่าเขาจะยอมปล่อยให้ฝึกเสร็จเนี่ย”
ลุคลุกขึ้นยืนยังคงจับมือเวนส์เดย์ไว้อีกวินาทีหนึ่งก่อนจะปล่อย พลางยิ้มจาง ๆ เมื่อเห็นพวกเขา
“เอแจ็กซ์ เซเวียร์” เขาทักทาย ด้วยแววอบอุ่นอย่างแท้จริง ซึ่งหาได้ยากจากเขา “หลายเดือนเลยนะ”
“เจอกันแต่ในเน็ต เล่นเอลโอเอล หรือไม่ก็ คอลล์ ออฟ ดิวตี้” เอแจ็กซ์ตอบพร้อมรอยยิ้ม “แล้วถึงอย่างนั้นนายก็แทบไม่เข้าเกมแล้ว บอกว่าฝึกอยู่ แต่ไม่ได้บอกนี่ว่าจะกลายเป็นรถถังพลังจิตบ้าพลังขนาดนี้!”
เซเวียร์มองสำรวจเขาด้วยคิ้วที่เลิกขึ้น “ออร่าของนายดูหนักแน่นขึ้นนะ ร่างกายด้วย เป็นเพราะออร่าสีเขียวเหรอ?”
ลุคพยักหน้า “ความแข็งแกร่ง การเผาผลาญ การฟื้นตัว โครงสร้างกล้ามเนื้อ มันเหมือนอยู่ในโหมดเสริมพลังถาวรน่ะ”
“มิน่าล่ะแขนถึงได้ใหญ่ขึ้น” เอแจ็กซ์พึมพำ แกล้งทำเป็นอิจฉา
“ขอจับหน่อยได้ปะ” เขาถาม พลางเหลือบมองเวนส์เดย์
“ไม่” เวนส์เดย์ตอบก่อนลุคเสียอีก น้ำเสียงเธอแหบแห้งคมกริบ ราวกับคำถามนั้นเป็นการล่วงละเมิด
เอแจ็กซ์ตัวแข็งคาที่ ยกมือขึ้นเหมือนเพิ่งไปโดนสัญญาณเลเซอร์
“โอ้ โอเค” เขาพูด และถอยหลังไปครึ่งก้าวพร้อมรอยยิ้มแหย ๆ “รับทราบ และขอเคลียร์นะ นี่มันความอยากรู้เชิงวิทยาศาสตร์แบบผู้ชาย ๆ ล้วน ๆ เลย นายก็รู้ใครกล้ามใหญ่กว่ากัน อะไรแบบเนี้ย ไม่ได้คิดอะไรแปลก ๆ”
เซเวียร์หัวเราะหึ ๆ พลางส่ายหน้า
ลุคมองพวกเขาด้วยรอยยิ้มมุมปาก แล้วหันกลับไปมองเวนส์เดย์และเลิกคิ้วเล็กน้อย สีหน้าเธอยังคงเคร่งขรึม ราวกับไม่เห็นว่ามีอะไรน่าขำ
‘หวงกล้ามฉันเหรอ? จากเอแจ็กซ์เพื่อนฉันเนี่ยนะ?’ ลุคคิด
มันก็แค่คำพูดลอย ๆ มุกตลกของพวกผู้ชายบ้ากล้ามที่เล่นกันมาตลอดชีวิต แต่เวนส์เดย์กลับมีปฏิกิริยาราวกับมีคนพยายามจะปลดกระดุมเสื้อเธอในที่สาธารณะ
ในทางกลับกันเมื่อกี้ตอนที่เขารักษาอีนิด ตอนที่เขาต้องเข้าไปใกล้ และเปิดผ้าห่มเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ และเขาสัมผัสเธอ แม้จะเป็นเพียงออร่าของเขาก็ตาม กลับไม่มีคคำพูดสักคำจากเวนส์เดย ไม่มีสายตาคมกริบ ไม่แม้แต่จะเลิกคิ้ว
‘แปลก . . .’ ลุคคิด ความสงสัยเริ่มก่อตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากทักทายทุกคน ยูจีน, พักสลีย์, โยโกะ, เวโรนิก้า ก็ถึงเวลากลับเนเวอร์มอร์
ระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตรสำหรับลุคมันใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีหากบินด้วยความเร็วเหนือเสียง แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำ
เขากลับตัดสินใจไปพร้อมกับกลุ่มคุ้มกันนักโทษ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรไม่คาดฝันระหว่างทาง แต่ก็เพื่อดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้ เพื่ออยู่กับเพื่อน ๆ เพื่อฟังมุกตลกของพวกเขา เพื่อเจอพวกเขาตัวเป็น ๆ หลังจากห่างหายไปหลายเดือน และแน่นอนเพื่อเดินเคียงข้างเวนส์เดย์
หนึ่งชั่วโมงต่อมาพวกเขาก็มาถึงเนเวอร์มอร์ ประตูใหญ่เปิดใช้งานเมื่อตรวจจับออร่าของกลุ่ม และประตูโรงเรียนก็เปิดออกราวกับรอคอยการกลับมาของพวกเขา
เหล่านักโทษถูกนำตัวไปที่คุกใต้ดิน ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้ขังพวกไฮด์ที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ภายใต้การรักษาความปลอดภัยและการคุ้มกันอย่างแน่นหนา ลุคเองก็จะเปิดอาณาเขตของเขาคลุมไว้ด้วย เขาจะไม่ยอมให้พวกมันหนี หาทางหลุดรอด หรือพยายามฆ่าตัวตายได้
“ไปกันเถอะ” เอแจ็กซ์พูดด้วยความตื่นเต้นของคนที่กำลังจะได้กลับไปอยู่ห้องเดียวกับเพื่อนอีกครั้งหลังจากผ่านไปหนึ่งปี
“อืม ไปสิ อยากเห็นห้องเก่าฉันเหมือนกัน” ลุคตอบ และถอนหายใจลึก ๆ
เซเวียร์เดินนำไปสองสามก้าวแล้ว พูดติดตลกอยู่ว่าพวกเขาควรจะเล่นหนังหรือวิดีโอเกมอะไรดี และพวกเขาจะเล่นเกมกันทั้งคืนยังไง แต่ในขณะที่ลุคกำลังจะเดินตามพวกเขาไป เสียงหนึ่งก็รั้งเขาไว้
“ลุค” เวนส์เดย์เรียกจากด้านหลัง ด้วยน้ำเสียงแหบแห้งและเด็ดขาดที่ไม่เปิดโอกาสให้หลีกเลี่ยง “เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
เขาหันกลับมาช้า ๆ มองเธอ ซึ่งเธอสงบนิ่งอย่างสมบูรณ์แบบ แต่มีบางอย่างในดวงตาคู่นั้นที่ไม่ได้เย็นชา และห่างเหิน แต่แม่นยำราวกับคนที่เพิ่งตัดสินใจในเรื่องที่เปลี่ยนกลับไม่ได้
ลุคใช้เวลาวินาทีหนึ่งในการตอบ “ตอนนี้เลย?”
“ตอนนี้” เวนส์เดย์ย้ำ โดยไม่ละสายตา
เอแจ็กซ์กับเซเวียร์ที่เดินนำหน้าไปหยุดฝีเท้าเมื่อได้ยินเธอ พวกเขามองหน้ากัน และเอแจ็กซ์ก็ผิวปากเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มแหย ๆ
“นายไปกับเธอดีกว่า” เซเวียร์พูด ตบไหล่เขา “พวกเราไม่อยากเห็นนายโดนแช่แข็งทั้งเป็นด้วยสายตานะ”
“หรือแย่กว่านั้น โดนแทงหรืออะไรทำนองนั้น” เอแจ็กซ์เสริม พลางหัวเราะ
“โชคดีนะ ฉันจะสวดภาวนาที่หลุมศพนายถ้านายไม่กลับมา” เซเวียร์พูดติดตลก พลางยกนิ้วโป้งให้สองข้าง
“ขอบใจสำหรับกำลังใจนะ” ลุคผ่อนลมหายใจเล็กน้อย และพึมพำ ก่อนจะพยักหน้าและหันไปทางเวนส์เดย์
เธอหันหลังเดินไปตามโถงหินแล้ว โดยไม่หันมามองว่าเขาเดินตามไปหรือไม่