- หน้าแรก
- เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด
- เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 255 การปรากฏตัวของลุคและไนร่า 💸
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 255 การปรากฏตัวของลุคและไนร่า 💸
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 255 การปรากฏตัวของลุคและไนร่า 💸
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 255 การปรากฏตัวของลุคและไนร่า
สายลมเฉือนปะทะโล่พลังจิตของลุคในองศาที่คมกริบ เขากำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่ค่อนข้างช้าสำหรับระดับของเขาในตอนนี้ เพียงแค่สองร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง เขาลอยตัวอยู่เหนือพื้นดินสามร้อยเมตร โดยมีไนร่า เวนดิโก ถูกตรึงไว้ในขอบเขตแรงโน้มถ่วงลอยอยู่ข้าง ๆ
เวนดิโกสาวขดตัวงอเหมือนทารกในครรภ์ ห่อหุ้มด้วยเสื้อคลุมสีดำซึ่งเคยเป็นของมอร์ติเชีย แอดดัมส์ ดวงตาของเธอปิดสนิท ราวกับว่าโลกภายนอกนั้นสว่างจ้าเกินไป และเป็นพัก ๆ เธอก็ส่งเสียงคำรามต่ำ ๆ ในลำคออย่างหงุดหงิดเมื่อกระแสลมปะทะแรงกว่าที่คาดไว้
มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความรังเกียจ
ไนร่าไม่ชอบการบิน ร่างกายของเธอถูกสร้างมาเพื่อล่าเหยื่อในพงไม้ ปีนป่ายต้นไม้ราวกับเงาสีซีดจาง ย่องตามเหยื่อผ่านกิ่งไม้หัก ๆ และโคลนเลน ท้องฟ้าแม้เธอจะพอทนได้ แต่ก็ยังเป็นสภาพแวดล้อมที่เธอไม่เข้าใจอยู่ดี
นั่นคือเหตุผลที่ลุค ‘ลด’ ความเร็วลง เป็นการแสดงความใส่ใจ แม้ว่าเขาจะไม่ยอมรับมันออกมาตรง ๆ ก็ตาม
การฝึกฝนของเขาสิ้นสุดลงแล้ว เขาจะขังตัวเองเหมือนนักบวชที่นั่งสมาธิต่อไปไม่ได้ สงครามได้มาถึงจุดตึงเครียดสูงสุด และลุคก็ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นระดับแนวหน้าเมื่อตอนที่เขาฆ่ามอร์ติเมอร์ สเปลล์แมน เมื่อหลายเดือนก่อน เขาไม่สามารถยืดเวลาการฝึกฝนและไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวได้อีกต่อไป มันถึงเวลาที่ต้องเข้าร่วมแล้ว
เนื่องจากเขาไม่ได้ออกจากคฤหาสน์แอดดัมส์มานาน เขาจึงเดินทางอย่างใจเย็น พลางทอดสายตามองทิวทัศน์เบื้องล่าง
จุดหมายปลายทางของเขา? เนเวอร์มอร์
เวนส์เดย์จะเรียนจบในวันพรุ่งนี้ และลุคก็อยากไปเยี่ยมเธอเพื่อเซอร์ไพรส์
ไนร่า ซึ่งมองพวกเขาเป็นพ่อแม่ไปแล้วก็อยากไปเยี่ยม ‘แม่’ ของเธอหลังจากห่างหายไปนาน ท้ายที่สุดนี่ก็เป็นเวลาสามเดือนแล้วตั้งแต่พวกเขา ‘รับเลี้ยง’ เธอ แม้ว่าคำ ๆ นี้จะเป็นเพียงสัญลักษณ์มากกว่ากฎหมาย แต่เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวนี้กลับยึดถือมันอย่างเถรตรงสุด ๆ
ตอนแรกลุคไม่ได้แก้ไขไนร่า เพราะเขาสนุกที่ได้เห็นสีหน้าของเวนส์เดย์ทุกครั้งที่เจ้าตัวเล็กเรียกเธอว่า ‘แม่’ มันตลกดี และทำให้เขามีเรื่องล้อเลียนเธอ
อย่างไรก็ตามตอนนี้มันสายเกินไปที่จะแก้ไขเจ้าเวนดิโกน้อย และลุคก็ต้องมารับกรรมแทน เขาถูกจัดว่าเป็น ‘พ่อ’ อย่างเป็นทางการไปแล้ว
“ช้าลงหน่อย พ่อ!” ไนร่าตะโกนขึ้นมาทั้งที่ยังหลับตาแน่น ฟันกระทบกันจากการสั่นสะเทือน
ลุคหลับตาลงชั่ววินาทีและถอนหายใจสั้น ๆ คิ้วขวาของเขากระตุก
“นี่เราก็ไปช้ายังกับคุณย่าขับรถแล้วนะ ถ้าช้ากว่านี้ คงใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเนเวอร์มอร์” ลุคตอบ
“หลายชั่วโมงเหรอ? หนูไม่คิดงั้นนะ พ่อ พ่อกำลังคำนวณระยะทางกับความเร็วที่เราใช้อยู่ผิดพลาด” ไนร่าสวนกลับ ในที่สุดก็ลืมตาข้างหนึ่ง ซึ่งส่องแสงสีแดงน่าขนลุก ที่สามารถส่งความเย็นเยียบไปถึงสันหลังของพวกผู้แปลกแยกได้มากมาย
‘นี่เธอกำลังแก้คำพูดฉันเหรอ’ ลุคคิด พลางเหลือบมองเธอ
ไนร่าเปลี่ยนไปแล้ว นับตั้งแต่ถูกปลดปล่อยจากห้องทดลองของพวกนอกคอก เจ้าตัวเล็กก็เป็นเหมือนพายุหมุนที่บ้าคลั่ง ไม่มีภาษา ไม่มีการควบคุม มีแต่ความโหดเหี้ยมตาบอด แต่ตอนนี้ตอนนี้เธอพูดเก่งมาก เธอเรียนรู้เร็ว เป็นส่วนผสมที่แปลกประหลาดระหว่างลูกสัตว์ดุร้ายกับนักเรียนที่ฉลาดเป็นกรด
มอร์ติเชียสอนมารยาทที่ดีให้เธอ
เฟสเตอร์ฝึกเธอเรื่องการแกะรอย ล่าสัตว์ และย่องตาม ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ไนร่ารักสุดหัวใจ
โกเมซเมื่อเขามีเวลาก็พยายามฝึกฟันดาบให้เธอ หรืออย่างน้อยก็แกล้งทำอย่างนั้น ส่วนใหญ่เขาแค่สนุกไปเรื่อยเปื่อย เพราะไนร่าไม่ได้สนใจเรียนรู้เทคนิคดาบเลยแม้แต่น้อย
และลุคใช้เธอเป็นคู่ซ้อม พลังดิบของเธอเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทดสอบโล่พลังจิต ปฏิกิริยาตอบสนอง และเทคนิคใหม่ ๆ เขาไม่เคยทำร้ายเธอจริง ๆ แต่เขาก็ผลักดันเธอจนถึงขีดสุดมากกว่าหนึ่งครั้ง และไนร่าก็ชื่นชอบเขามากสำหรับเรื่องนี้
ช่างเป็นสายสัมพันธ์ที่ประหลาดยากจะอธิบาย แต่เป็นเรื่องจริง
ลุควัยรุ่นอายุสิบหกปี ตอนนี้มีลูกสาวบุญธรรมที่ในทางเทคนิคแล้วอายุมากกว่าเขา แต่ทางจิตใจเธออยู่ราว ๆ สิบสองหรือสิบสามขวบ และแม้แต่ระเบิดพลังจิตก็กำจัดเธอไปให้พ้นไม่ได้
“เลิกขี้ขลาดสักทีน่า” ลุคพูดในที่สุด
“หนูไม่ได้กลัว” ไนร่าสวนกลับอย่างฉุนเฉียว “หนูชอบพื้นดิน หนูชอบที่ได้รู้สึกถึงดินใต้เท้า ได้กลิ่นตามรอย ตามร่องรอย ได้ยินเสียงใบไม้ป่า”
“และก็เชือดคอหอยด้วย” ลุคเสริม
เด็กสาวเวนดิโกยิ้มแสยะด้านข้าง เผยให้เห็นเขี้ยวของเธอ เธอมีสีหน้าที่ซุกซนเหมือนเด็กและเป็นนักล่าอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นการผสมผสานที่เหมือนพวกแอดดัมส์มาก และลุคก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าเธอปรับตัวเข้ากับครอบครัวได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ
“อืม ถ้าจะได้เจอแม่เร็ว ๆ หนูก็จะทน” ไนร่าพูด พลางขยับตัวในขอบเขตแรงโน้มถ่วงด้วยท่าทีจำยอมอย่างไม่เต็มใจ
ลุคอดไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กน้อย ขบขันมากกว่าสิ่งอื่นใด
เขาจำครั้งแรกที่ไนร่าเรียกเวนส์เดย์แบบนั้นได้ เธอพูดออกมาต่อหน้าเวนส์เดย์เลย อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด และแม้ว่าเวนส์เดย์จะแค่เลิกคิ้วด้วยความเฉยชาแบบกอธตามปกติของเธอ ลุคก็สังเกตเห็นการแสดงออกที่เล็กจิ๋วนั่น การกะพริบตาเพียงเสี้ยววินาที กล้ามเนื้อที่เกร็งขึ้นเล็กน้อยใกล้หางปาก ซึ่งมันช่างยอดเยี่ยมอะไรอย่างนี้
แน่นอนหลังจากนั้นเขาก็ต้องทนฟังคำพูดประชดประชันแบบไม่แสดงออกตรง ๆ อยู่หลายวัน ถึงอย่างนั้นแม้แต่เวนส์เดย์ก็ยอมรับไนร่าแล้ว ทุกครั้งที่ไนร่ากระโดดเข้ามาร่วมวงสนทนาทางวิดีโอคอล และเริ่มเล่าให้เธอฟังว่าล่าอะไรมาได้บ้าง กระดูกชิ้นใหม่ที่เธอกำลังทำความสะอาด หรือวิธีที่เธอเอาชนะเฟสเตอร์ในการล่า ไม่ว่าจะด้วยการโกง หรือเพราะเฟสเตอร์ยอมให้เธอชนะก็ตาม เวนส์เดย์ไม่เคยตัดบท และไม่เคยเมินเฉย เธอตอบกลับเสมอ แม้ว่าจะไม่เคยยิ้มก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังตอบ
“ต้องอย่างนั้นสิ เจ้าหนู” ลุคพูดอย่างล้อเลียน “งานรวมญาติกำลังจะมาถึง ทุกคนจะได้เห็นว่าเวนส์เดย์มีลูกสาว ฉันแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นสีหน้าพวกเขา . . .”
เขาเงียบไปครู่หนึ่งจินตนาการถึงฉากนั้น ลานของเนเวอร์มอร์ สีหน้าของเซเวียร์ เอแจ็กซ์ บิอังก้า เหล่าศาสตราจารย์ และเวนส์เดย์ที่พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ฆ่าใครตอนที่ไนร่ากระโดดโห่ร้องว่า “แม่!” ต่อหน้าทุกคน
มันช่างงดงามจริง ๆ!
“พ่อ . . .” ไนร่าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง โดยไม่แม้แต่จะลืมตา “หนูได้กลิ่นว่าพ่อกำลังวางแผนแกล้งแม่”
ลุคหันศีรษะเล็กน้อย “โอ้ จริงเหรอ?”
“ใช่ อุณหภูมิเลือดของพ่อเพิ่งสูงขึ้นครึ่งองศา มันเป็นแบบนี้เสมอเวลาพ่อตื่นเต้นที่ได้จินตนาการอะไรบางอย่าง” ไนร่าระบุอย่างชัดเจน
ลุคถอนหายใจ “ความแม่นยำตามสัญชาตญาณบ้าบอเอ๊ย . . .”
“และพ่อจะต้องชดใช้” เธอเสริมด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “แม่จะโกรธ โกรธมากจริง ๆ”
ลุคเงียบไป เขารู้ว่าเธอไม่ได้พูดเกินจริง
เวนส์เดย์มีความอดทนสูงต่อคำขู่แต่มีความอดทนต่ำมากต่อการล้อเลียน
แน่นอนแทบไม่เคยมีใครกล้าล้อเล่นกับเธอ มีเพียงลุคเท่านั้นที่ทำ และในจังหวะนั้นเอง ก่อนที่ลุคจะได้ตอบอะไร เขาก็ได้รับข้อความทางโทรจิตด้วยเสียงที่ชัดเจนตรงไปตรงมาไร้ร่องรอยอารมณ์ ซึ่งเขาจำได้ทันที เวนส์เดย์
[คฤหาสน์มาร์โลว์ เวอร์มอนต์ เขตป่าตะวันออก บาเรียเสริมแกร่ง เราออกไปไม่ได้และกำลังเสียเปรียบด้านจำนวน ศัตรูเก้าคน ที่อันตรายที่สุดคือผู้เฒ่าปีศาจสเปลล์แมนสองคนและมาร์กาเร็ต สเปลล์แมน เรากำลังต้านไว้แทบไม่ไหว มีอาจารย์สามคน อีนิด และสมาชิกตระกูลมาร์โลว์สองคน ฉันต้องการความช่วยเหลือ’
ลุครู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ ไม่มีแววตื่นตระหนกในน้ำเสียงของเวนส์เดย์ ไม่มีการตีโพยตีพาย มีเพียงข้อเท็จจริง และข้อมูล โดยสิ่งที่ทำให้เขาตื่นตระหนกที่สุดคือการที่เวนส์เดย์ ‘ร้องขอ’ ความช่วยเหลือ ถ้าเธอทำถึงขนาดนั้นนั่นหมายความว่าสถานการณ์มันร้ายแรงมาก
‘ผู้เฒ่าปีศาจสองคน’ ลุคคิด ขมวดคิ้ว
[ฉันจะไปถึงที่นั่นในสิบนาที] เขาตอบกลับ
“พ่อ” ไนร่าถาม สังเกตเห็นคิ้วที่ขมวดมุ่นของเขา
“เตรียมตัวเร่งความเร็วและต่อสู้” ลุคตอบโดยไม่มองเธอ
ไนร่ายืดตัวเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น ‘ต่อสู้งั้นเหรอ? ดีเลย! ส่วนความเร็วเหรอ? อืมไม่เท่าไหร่!’
ลุคยกมือข้างหนึ่งและเสริมความแข็งแกร่งของอาณาเขตรอบตัวเธอทำให้มันแข็งขึ้น จากนั้นเขาก็ยื่นมืออีกข้างไปข้างหน้า เปลี่ยนทิศทางพลังจิตทั้งหมดที่เขาใช้ในการลอยตัวอย่างนุ่มนวลให้กลายเป็นการระเบิดพลังเพียงครั้งเดียว
บูม!
อัตราเร่งนั้นรุนแรงมาก อากาศแตกออกพร้อมเสียงโซนิกบูมที่ดังลั่น ทิวทัศน์พร่าเลือน ลุคทะยานขึ้นไปที่ระดับความสูงกว่า 1,000 เมตรเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางและลดแรงต้านอากาศ ต้นไม้เบื้องล่างกลายเป็นรอยปื้นสีเขียว ภูเขาดูเหมือนแบบจำลองจิ๋ว
ไนร่าคำรามเสียงอู้อี้และตะโกนว่า “นี่มันไม่ใช่ความเร็วคุณย่าแล้ว!”
ลุคไม่ตอบ จิตใจของเขามุ่งเน้นไปที่การไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุดเพื่อช่วยเวนส์เดย์แล้ว
ไม่ใช่ว่าตื่นเต้นกับการต่อสู้ แต่เขากระวนกระวายใจ อยากให้แน่ใจว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเวนส์เดย์
. . .
คฤหาสน์มาร์โลว์
สวนของคฤหาสน์กลายเป็นสมรภูมิ
พื้นดินฉีกขาด ต้นไม้ไหม้เกรียม รอยแตกกว้างพาดผ่านสนามหญ้าราวกับรอยแผลเป็น และท่ามกลางความโกลาหลนั้น เสียงระเบิดพลังงาน เสียงกรีดร้องที่ถูกสะกดกลั้น และเสียงการปะทะก็ดังระงมไปทั่ว
คุณนายมาร์โลว์นอนแน่นิ่งอยู่ใต้รากไม้ที่บิดเบี้ยวของต้นโอ๊กเก่าแก่ไม่ทราบอาการ ร่างที่ไม่ไหวติงของเธอถูกลืมไปท่ามกลางความโกลาหล การล้มลงของเธอทำให้การป้องกันยิ่งยากขึ้นไปอีก ทั้งที่เพิ่งเริ่มการต่อสู้ไปได้เพียงไม่กี่นาที
ลูก ๆ ของเธอ เด็กหนุ่มและเด็กสาวมาร์โลว์ไม่ถอย พวกเขาสู้ด้วยความโกรธดิบเถื่อนของคนที่ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว บาดแผลของพวกเขามีมากมาย กระดูกหัก เนื้อไหม้เกรียม บาดแผลฉีกขาดจนเห็นกล้ามเนื้อ ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ล้มลง ราวกับว่าความเกลียดชังและความสิ้นหวังเป็นสิ่งเดียวที่พยุงพวกเขไว้ ทายาทที่คลุ้มคลั่งจากการสูญเสียพ่อ และตอนนี้ก็แม่ของพวกเขาด้วย
ณ ศูนย์กลางของสนามรบ ศาสตราจารย์ทั้งสามของเนเวอร์มอร์ได้ตั้งขบวนป้องกันรูปสามเหลี่ยม
ชาร์ลส์ เลือดออกจมูกและตาข้างหนึ่ง กำลังใช้พลังของเขารักษาโล่ป้องกันทางจิตรอบกลุ่ม แรงกดดันที่เขาได้รับนั้นมหาศาล หน้าผากชุ่มไปด้วยเหงื่อ ความคิดของเขาวุ่นวาย จิตใจถูกโจมตีทางจิตอย่างต่อเนื่องจากอัลดริก ผู้เฒ่าปีศาจสเปลล์แมนผู้มีใบหน้าอ่อนเยาว์และดวงตาดุจเหล็กกล้าหลอมเหลว
อัลดริกนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก ออร่าพลังจิตของเขาคือมหาสมุทรสีดำที่ซัดกระหน่ำเป็นระลอก ถ้าไม่ใช่เพราะชาร์ลส์ คนอื่น ๆ ที่มีการป้องกันทางจิตที่อ่อนแอกว่า อาจจะตกอยู่ในภาพลวงตาหรือความเจ็บปวดทางจิตจนพิการไปแล้ว
ที่เลวร้ายที่สุดอัลดริกไม่ได้เป็นเพียงผู้มีพลังจิตอ่านใจ ร่างกายของเขาก็ได้รับการเสริมพลังผ่านพันธสัญญากับปีศาจ ในขณะที่ชาร์ลส์มีร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นของพวกผู้แปลกแยกผู้มีพลังจิต มันก็ยังอยู่ในระดับปานกลางตามมาตรฐานทางกายภาพ ถูกมนุษย์หมาป่า แวมไพร์ และคนอื่น ๆ ที่เชี่ยวชาญด้านพละกำลังดิบแซงหน้าได้ง่าย ๆ
แต่อัลดริกไม่มีข้อเสียเปรียบนั้น อันที่จริงความแข็งแกร่งและความเร็วของเขานั้นเหนือกว่าอีนิดในร่างมนุษย์หมาป่าเต็มตัวเสียอีก หนึ่งในหมัดของเขาส่งเธอลอยกระเด็นไปหลายเมตร เกือบทำให้แขนที่แปลงร่างแล้วของเธอหัก
เวสเพอราเป็นผู้ใช้ความมืด เช่นเดียวกับเวนส์เดย์ ลูกบอลพลังมืดทึบหมุนวนรอบมือเธอและด้านหลัง เริงระบำราวกับดาวหางไร้เสียงที่จะระเบิดเมื่อสัมผัสด้วยแรงอัดมรณะ เวนส์เดย์แทบจะหลบการโจมตีไม่ทัน เธอเองก็ใช้ความมืดเช่นกัน แต่ความแตกต่างของพลังนั้นชัดเจน
เวสเพอราควบคุมธาตุของเธอราวกับเกิดมาในเงา มีความงามสง่าที่อันตรายในทุกการเคลื่อนไหว ความสง่างามที่ไร้อารมณ์ และเช่นเดียวกับสหายปีศาจของเธอ เวสเพอราก็มีร่างกายที่ได้รับการเสริมพลังเกินกว่าจะเป็นไปได้สำหรับผู้มีพลังจิตที่ไม่มีออร่าสีเขียว
เธอเหนือกว่าศาสตราจารย์เรน่า มนุษย์หมาป่าที่แปลงร่างเต็มตัวซึ่งมีพละกำลังถึง 30 ตัน แม้ว่าความแตกต่างระหว่างพวกเธอจะไม่โหดร้ายเท่าระหว่างอีนิดกับอัลดริกก็ตาม
มาร์กาเร็ตก็อันตรายไม่แพ้กัน ต่างจากอีกสองคน พลังของเธอในตอนนี้ยังเป็นพลังตามธรรมชาติ มือของเธอลุกไหม้ด้วยเปลวไฟสีส้มสว่าง เสกไฟบริสุทธิ์จากออร่าธาตุสีส้มของเธอ และนั่นไม่ใช่ทั้งหมด เธอเป็นผู้ใช้ออร่าคู่ ออร่าที่สองของเธอคือพลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุ และห่างไกลจากคำว่าอ่อนแอ
เธอไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับมอร์ติเมอร์ สเปลล์แมนที่สามารถยกได้ถึง 70 ตัน แต่เวนส์เดย์ก็ต้องดิ้นรนเพื่อเบี่ยงเบนการโจมตีบางส่วนของเธอ และแม้แต่เธอก็เริ่มจะต้านไม่ไหว
ส่วนฝาแฝดเจนและแอนนาแทบจะตามไม่ทัน พลังของพวกเธอไม่ได้น้อยนิด แต่ในระดับนี้พวกเธอเป็นเพียงหน่วยสนับสนุนเท่านั้น
พวกคลุมหน้าสามคนที่ซ่อนตัวอยู่หลังหน้ากากและการทรยศ คอยกดดันทางยุทธวิธีและให้การสนับสนุน เช่นเดียวกับเจนและแอนนา พวกเขาตามผู้เฒ่าปีศาจสเปลล์แมนทั้งสามไม่ทัน และสองในสามก็บาดเจ็บแล้ว
และสุดท้ายคนรับใช้ของสเปลล์แมนที่สูงสองเมตร กล้ามเนื้อล้วน ใบหน้าผิดรูป ผิวสีเทา และดวงตาที่แทบไม่แสดงอารมณ์ เขาไม่พูด เขาแค่โจมตี จนถึงตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาแสดงออกมาคือพละกำลังดิบ ซึ่งด้อยกว่าอีนิดเล็กน้อย
ชาร์ลส์ต้านได้อีกไม่นาน จิตใจของเขากำลังสั่นสะเทือน ภาพเริ่มพร่ามัว เหงื่อชุ่มคอเสื้อ อัลดริกกำลังข่มเขา ไม่ใช่แค่ทักษะทางจิต แต่ยังรวมถึงตัวตน ความเร็ว และพลังกาย
ชาร์ลส์ส่งข้อความทางโทรจิตไปยังเนเวอร์มอร์แล้วเพื่อขอกำลังเสริมเร่งด่วน หากโชคดีกำลังเสริมจะมาถึงในอีกไม่กี่นาที แต่มันก็มีปัญหานั่นคือบาเรียขั้นสูงที่ล้อมรอบคฤหาสน์ไว้ การพังมันเข้ามาไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ทันที และเมื่อถึงตอนที่พวกเขาทำสำเร็จ พวกเขาทุกคนอาจจะตายไปแล้ว
แม้ว่าพวกเขาจะพังบาเรียได้อย่างรวดเร็วและศาสตราจารย์ทุกคนบุกเข้ามาได้ แต่ชาร์ลส์ก็สงสัยว่าผลลัพธ์อาจจะไม่เปลี่ยนไปมากนัก ใช่ สมดุลการป้องกันจะดีขึ้น พวกเขาอาจจะซื้อเวลาได้ไม่กี่วินาที หรืออาจจะหลายนาที แต่มันไม่เพียงพอที่จะเอาชนะผู้เฒ่าปีศาจสเปลล์แมนสามคนได้
ผู้เฒ่าปีศาจที่น่าชังทั้งสาม พวกมันคือสัตว์ประหลาด สัตว์ประหลาดตัวจริง ถึงอย่างนั้นชาร์ลส์ก็ยังมีความหวัง เพราะเขารู้ว่าเวนส์เดย์ส่งข้อความทางโทรจิตอีกฉบับหนึ่ง และนั่นหมายความได้เพียงสิ่งเดียว
ลุค โพ!
เด็กหนุ่มที่ชาร์ลส์เคยฝึก นักเรียนผู้มีสามออร่า ผู้สังหารมอร์ติเมอร์ สเปลล์แมน ทายาทสายเลือดแห่งโพ
‘ถ้าจะมีใครเปลี่ยนผลลัพธ์ของศึกนี้ได้ก็ต้องเป็นเขา’ ชาร์ลส์คิด พลางสะกดกลั้นอาการกระตุกทางจิตเมื่อคลื่นพลังจิตอีกลูกซัดเข้ากับโล่ของเขา และแล้วนรกก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
“ไลยา!” เสียงกรีดร้องที่แหลมบาดหูดังขึ้น นี่เป็นเสียงของพี่ชายมาร์โลว์ ไลยาเด็กสาวล้มลงแล้ว
มาร์กาเร็ตได้ปลดปล่อยเกลียวเพลิงที่อัดแน่นพุ่งโจมตีหน้าอกของหญิงสาวทำลายการป้องกันของเธอจนแหลกละเอียด ก่อนที่แรงระเบิดจะซัดเธอปลิวไปข้างหลังหลายเมตร ทำให้เธอกระแทกเข้ากับพุ่มกุหลาบอย่างรุนแรง จนร่างของเธอกระตุก ชุ่มโชกไปด้วยควันและเลือด
แนวป้องกันพังทลายอีกครั้ง ตอนนี้พวกเขาเหลือน้อยลงหนึ่งคน ชาร์ลส์หน้าซีด แต่เขาทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้
ทันใดนั้นอัลดริกก็ปรากฏตัวทางด้านขวาของเขา เคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ พร้อมกับการโจมตีเพียงครั้งเดียวที่มุ่งตรงไปที่ศีรษะของเขา
‘บ้าเอ๊ย!’ ชาร์ลส์คิด ถ้าโดนเข้าไปอย่างดีที่สุดเขาก็คงปางตาย
แต่ทันใดนั้นอีนิดก็เข้ามาขวาง ในร่างมนุษย์หมาป่าเต็มตัว เธอยกแขนทั้งสองข้างขึ้นป้องกัน ปล่อยเสียงคำรามดุร้ายก้องลึก
ตูม!!
การปะทะนั้นรุนแรงมาก แรงกระแทกส่งเธอลอยละลิ่วไปในอากาศเหมือนตุ๊กตาผ้าขี้ริ้ว เธอกระดอนกับพื้นกระแทกเข้ากับเสา และทรุดลงด้านข้างหอบหายใจ
อย่างไรก็ตามเธอแทบไม่มีเวลาลุกขึ้นก่อนจะสัมผัสได้ถึงอีกตัวตนหนึ่ง คนรับใช้ของสเปลล์แมนกำปั้นของเขายกขึ้นราวกับค้อน มุ่งตรงมาที่ศีรษะของเธอ
ในเวลาเดียวกันอเล็กโตก็ถูกสกัดด้วยโซ่เพลิงที่มาร์กาเร็ตอัญเชิญออกมาด้วยความแม่นยำและความเร็วถึงตาย ทำให้อเล็กโตสบถออกมาเสียงดังและถูกซัดกระเด็น ร่างของเธอหมุนคว้างราวกับร่างในตำนานที่แตกหัก กระแทกเข้ากับรูปปั้นในสวนจนแตกละเอียด
เวนส์เดย์ยังคงต้านไว้ได้ แต่ตอนนี้เธออยู่ในสถานการณ์วิกฤตโดยไม่มีทั้งอีนิด อเล็กโต หรือไลยาอยู่เคียงข้าง
ลูกบอลพลังมืดของเวสเพอราหมุนวนรอบตัวเธอ ราวกับการร่ายรำแห่งความตาย แต่ละลูกต้องการการหลบหลีกที่แม่นยำ การป้องกันที่สมบูรณ์แบบ แต่เวนส์เดย์ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ แม้เธอจะเหนื่อยล้า และกำลังต่อสู้กับพลังที่เหนือกว่าก็ตาม
ในขณะเดียวกันมาร์กาเร็ตก็มองเธอ พร้อมกับรอยยิ้มเหี่ยวย่นจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า เธอยื่นมือออกไปและร่ายลูกไฟขนาดมหึมาที่ลุกไหม้ด้วยพลังมหาศาล
เมื่อเวนส์เดย์เห็นลูกไฟและความร้อนที่แผ่ออกมา เธอก็อดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบมันกับอินกริด พลังธาตุแบบเดียวกัน แต่ระดับพลังต่างกันลิบลับ เหมือนเทียบเด็กกับผู้ใหญ่
มาร์กาเร็ตขว้างลูกไฟใส่เวนส์เดย์โดยไม่ลังเล ในเวลาเดียวกันเวสเพอราก็ปล่อยลูกบอลพลังมืดสามลูก หนึ่งลูกตรงกลาง สองลูกขนาบข้าง การโจมตีประสานงานที่สมบูรณ์แบบ
เวนส์เดย์ยกแขนซ้ายขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองด้วยโล่แห่งความมืด แต่พละกำลังของเธอใกล้จะหมดแล้ว เธอป้องกันได้หนึ่ง อาจจะสอง แต่ไม่ใช่สี่การโจมตีที่รุนแรงพร้อมกัน
ศาสตราจารย์เรน่าซึ่งแปลงร่างเป็นมนุษย์หมาป่าเต็มตัว เห็นทั้งอีนิดและเวนส์เดย์ตกอยู่ในสภาพวิกฤต แต่พวกคลุมหน้าสามคนและพี่น้องฝาแฝดกำลังโจมตีเธออย่างไม่หยุดยั้งเพื่อขัดขวางไม่ให้เธอไปช่วยสนับสนุน
“พวกขยะเอ๊ย!” เธอคำราม ซัดหนึ่งในผู้โจมตีสวมหน้ากากกระเด็นไป แต่มันสายเกินไปที่จะช่วยเพื่อนร่วมทีมของเธอ
การโจมตีกำลังจะปะทะเวนส์เดย์ และทันใดนั้นพื้นที่ก็บิดเบี้ยว และตรงหน้าเวนส์เดย์ ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ร่างที่เธอจำได้ทันที แผ่นหลังกว้าง ดาบโค้งในมือสั่นสะเทือนด้วยพลังจิต
ลุค!
เขาใช้แชมเบิลส์เพื่อทะลุผ่านบาเรียโดยไม่ต้องทำลายมัน
เวนส์เดย์แทบไม่ทันกะพริบตา ไหล่ของเธอผ่อนคลายลงโดยสัญชาตญาณ
อีกมุมหนึ่งของสวนอีนิดยังคงหอบหายใจ ร่างกายสั่นเทาจากแรงกระแทกอันโหดร้ายของอัลดริกกำลังพยายามลุกขึ้ และตรงหน้าเธอคนรับใช้สเปลล์แมนร่างยักษ์กำปั้นถูกยกขึ้นราวกับค้อน กำลังจะทุบศีรษะเธอเต็มแรง และเธอก็ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้
แต่บางสิ่งที่เร็วกว่าความคิดก็แทรกเข้ามา เสียงคำรามที่ผิดมนุษย์ดังขึ้นก้องลึกอย่างป่าเถื่อน และจากฟากฟ้าไนร่าก็ดิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว
เวนดิโกตัวเล็กแต่ทรงพลัง ดวงตาของเธอเรืองแสงด้วยสีเหนือธรรมชาติ กรงเล็บของเธอกางออก สีหน้าของเธอคือนักล่าดึกดำบรรพ์
ด้วยการกระโจนที่ดุดัน เธอร่อนลงระหว่างอีนิดกับคนรับใช้ และโดยไม่ให้มันทันตั้งตัว เธอก็ซัดหมัดตรงเข้าที่ช่องท้องของมัน
ปัง!
คนรับใช้ปลิวไปเหมือนกระสุน กระแทกเข้ากับกำแพงหินที่พังทลายลงมาราวกับห่าฝน และในขณะเดียวกันลุคก็กำลังเผชิญหน้ากับการโจมตีที่มุ่งตรงมายังแฟนสาวของเขา
เขาถือดาบเอคลิปส์ไว้ในมือ และยกดาบขึ้นอย่างลื่นไหลและตวัดดาบขึ้นไปยังลูกไฟ พลังงานที่ควบแน่นในใบมีดขยายตัวออกพร้อมเสียงฉีกขาด ราวกับมันกำลังตัดผ่านอากาศ พร้อมกับใบมีดพลังจิตปรากฏขึ้นอย่างใสกระจ่าง และคมกริบราวดั่งคำพิพากษาสุดท้าย
ลูกไฟของมาร์กาเร็ตที่ลุกไหม้ราวกับดวงอาทิตย์อัดแน่นถูกผ่าครึ่ง และระเบิดกลางอากาศเป็นเปลวไฟที่สาดกระจาย โดยที่คมดาบพลังจิตยังคงพุ่งต่อไป
ลูกบอลพลังมืดทั้งสามของเวสเพอรามาถึงในวินาทีต่อมา ถูกปล่อยมาเป็นกระบวนท่า การโจมตีแบบล้อมกรอบ หนึ่งลูกตรงกลาง สองลูกด้านข้าง บีบเข้ามาเหมือนกับดัก
แต่ลุครู้อยู่แล้ว การมองเห็นอนาคตของเขาแสดงให้เขาเห็นชัดเจนว่าพวกมันจะโจมตีตรงไหน เท้าของเขาสไลด์ไปบนพื้นอย่างนุ่มนวล เข่าซ้ายย่อลงครึ่งก้าว ลำตัวบิดหมุนด้วยความแม่นยำราวนาฬิกาจักรกล และแขนขวาของเขาที่แข็งแกร่งพอจะยกน้ำหนักได้ห้าตันด้วยการพัฒนาออร่าสีเขียวก็ตวัดดาบสามครั้งติดต่อกัน
ดาบเริงระบำในมือของเขาราวกับมีชีวิต เป็นส่วนต่อขยายที่สมบูรณ์แบบของร่างกาย
ลูกแรก ถูกผ่ากลาง
ลูกที่สอง ถูกฟันเฉียง
ลูกที่สาม ถูกแทงทะลุ
เวนส์เดย์ มองลุคที่ทำลายการโจมตีเหล่านั้น สังเกตเห็นบางอย่างที่แตกต่างในสไตล์ของเขา ฝีมือของเขาขัดเกลามากขึ้น แม่นยำมากขึ้นเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร และเห็นอิทธิพลของพ่อเธอ รูปแบบการฟันดาบที่วิจิตรคลาสสิกและโหดเหี้ยม
ลูกบอลพลังมืดสลายไป สนามรบว่างเปล่าไปชั่วขณะ และลุคก็ค่อย ๆ ลดดาบลง ราวกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการอุ่นเครื่อง