- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 235 ความทะเยอทะยานที่จะหลุมมังกรขึ้นใหม่ 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 235 ความทะเยอทะยานที่จะหลุมมังกรขึ้นใหม่ 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 235 ความทะเยอทะยานที่จะหลุมมังกรขึ้นใหม่ 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 235 ความทะเยอทะยานที่จะหลุมมังกรขึ้นใหม่
หลังจากอ่านคำอธิบายของระบบ ใบหน้าของเรการ์ก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
“เปลวไฟที่ซ่อนอยู่ลึกลงไปใต้ดิน . . . นั่นมันแมกม่าไม่ใช่รึ?” เขาพึมพำ พลางนึกถึงภูเขาไฟบนเกาะดราก้อนสโตนที่เต็มไปด้วยแมกม่า
ตูม!!!
ผืนดินเล็ก ๆ ที่ปะปนไปด้วยเถ้าคาร์บอนพลันระเบิดออก กลายเป็นหลุมกลมขนาดเท่าใบหน้า ทำให้เรการ์รีบถอยห่างออกมาทันที เพราะคิดว่าแมกม่ากำลังจะปะทุขึ้นมา
แต่เขาคิดผิด เกาะแห่งใบหน้าซึ่งอยู่ใจกลางทะเลสาบก็อดส์อายนั้นเป็นเกาะ ไม่ว่าเปลวไฟใต้ดินจะรวมตัวกันมากเพียงใดก็ไม่สามารถทำให้แมกม่าปะทุขึ้นที่นี่ได้ แต่สิ่งอื่นกลับปรากฏขึ้นมาแทน
น้ำ!
แอ่งน้ำเล็ก ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วที่ก้นหลุม เรการ์ยืนเฝ้าระวังอย่างไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่น้ำในแอ่งจะเดือดปุด ๆ และส่งเสียงฟู่
ฟู่ว!
ไอหมอกลอยขึ้นมาจากแอ่งน้ำอบอุ่นและชื้นแฉะ เรการ์สูดอากาศและสัมผัสได้ถึงกลิ่นกำมะถันที่รุนแรง ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปใกล้และจุ่มมือลงไปในน้ำอย่างกล้าหาญ
“ร้อน!” เรการ์พึมพำพลางจุ่มมือทั้งสองข้างลงไปในน้ำ และคำหนึ่งผุดขึ้นมาในใจเข: บ่อน้ำพุร้อน!
ครืน!!
แรงสั่นสะเทือนของเกาะแห่งใบหน้ายังคงดำเนินต่อไป แต่ค่อย ๆ ลดความรุนแรงลง ต้นเวียร์วูดสั่นไหวและสลัดใบไม้สีแดงของมันร่วงหล่น ไม่นานต้นไม้ก็เหลือแต่กิ่งก้านที่ว่างเปล่า และแอ่งน้ำเล็ก ๆ ก็ถูกล้อมรอบไปด้วยใบไม้ที่ร่วงหล่น
เรการ์นั่งลงบนพื้นจ้องมองแอ่งน้ำนั้น ใบไม้สีแดงปกคลุมผมสีเงินและไหล่ของเขา
‘นี่คือผลของ [เพลิงผ่าปฐพี] งั้นรึ? บ่อน้ำพุร้อนเล็ก ๆ เนี่ยนะ?’ เรการ์ครุ่นคิดพลางใช้มือเท้าคาง
เมื่อคิดดูอีกทีบ่อน้ำพุร้อนต้องอาศัยความร้อนใต้พิภพ การมีอยู่ของบ่อน้ำพุร้อนบ่งนี้จึงชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใต้ดินของเกาะอย่างมีนัยสำคัญ
สายตาของเขาจับจ้องไปที่คำอธิบายของระบบอีกครั้ง และสังเกตเห็นวลีที่ว่า ‘เปลี่ยนแปลงผืนดิน’
เรการ์ตักน้ำพุร้อนอุ่น ๆ ขึ้นมาลองชิม ซึ่งรสชาติของกำมะถันนั้นเข้มข้นจนตีขึ้นมาทันที ฉุน และฝาดเฝื่อน
อย่างไรก็ตามรสชาตินั้นก็จุดประกายความคิดมากมาย เหล่าจ้าวมังกรแห่งวาลีเรียอาศัยอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงทั้งสิบสี่ ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบสำหรับมังกรเนื่องจากมีภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ เกาะดราก้อนสโตนเองก็มีภูเขาไฟ ที่ซึ่งเวอร์มิธอร์และซิลเวอร์วิงหลับใหลอยู่
ภูมิประเทศแบบภูเขาไฟเป็นของหายากในเวสเทอรอส สถานที่อีกแห่งเดียวที่รู้จักกันว่ามีบ่อน้ำพุร้อนคือวินเทอร์เฟล ที่มั่นของตระกูลสตาร์ค ซึ่งมีอุณหภูมิใต้พิภพสูงกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อพิจารณาถึงเรื่องนี้ เรการ์ก็คาดเดาว่า “อย่างน้อยที่สุด อุณหภูมิใต้พิภพใต้เกาะแห่งใบหน้าก็สูงพอที่จะทำให้ที่นี่เป็นสถานที่สำหรับมังกรได้ดีกว่าหลุมมังกรในคิงส์แลนดิง”
การค้นพบนี้ได้จุดประกายความคิดเก่าของเขาที่จะหลุมมังกรขึ้นใหม่ เมื่อจ้องมองไปยังบ่อน้ำพุที่เต็มไปด้วยไอน้ำ เรการ์ก็รู้สึกปลาบปลื้มใจอย่างยิ่ง “ช่างเป็นผืนดินที่ล้ำค่า สมกับเป็นโบราณวัตถุระดับตำนานจริง ๆ”
ตอนนี้เขาเริ่มพิจารณาที่จะยึดเกาะแห่งใบหน้ามาเป็นของตนเองแล้ว
“โฮกกก!!!”
เสียงคำรามของมังกรขัดจังหวะความคิดของเขา เรการ์เงยหน้าขึ้นและเห็นเรนีร่าขี่ไซแรกซ์มาในชุดคลุมสีดำ
“เรการ์ เกิดแผ่นดินไหวบนเกาะแห่งใบหน้า มากับข้าเถอะ” เรนีร่าเร่งเร้าด้วยสีหน้ากังวลพลางนำไซแรกซ์ร่อนลง
“โฮกกก!!!”
“โฮกกก!!!”
เสียงคำรามของมังกรสองเสียงดังก้องไปทั่วท้องฟ้า ขณะที่แสงอาทิตย์ถูกบดบังด้วยปีกมังกรขนาดมหึมาสีดำถ่าน แคนนิบาลได้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและกำลังบินวนอยู่ต่ำ ๆ เหนือเกาะแห่งใบหน้า มันหลงใหลในเกาะแห่งนี้อย่างเห็นได้ชัด
ส่วนเฮเลน่าก็กำลังขี่ดรีมไฟร์ที่ตื่นตระหนกเข้ามาจากทางชายหาดของเกาะ มังกรมีประสาทสัมผัสที่เฉียบคมกว่ามนุษย์ และมังกรทั้งสามก็ตื่นตระหนกทันทีที่เกิดแรงสั่นสะเทือนบนเกาะ
เมื่อเห็นไซแรกซ์ลังเลที่จะร่อนลง เรการ์ก็ตะโกนว่า “ข้าไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง!”
เขาไม่เป็นอะไรจริง ๆ เขาคือผู้ที่ก่อเรื่องทั้งหมดและรู้ต้นสายปลายเหตุของมันดี หากจะมีอะไรผิดปกติก็น่าจะเป็นต้นเวียร์วูดไม่กี่ต้นที่ยังหลงเหลืออยู่ เพราะบ่อน้ำพุร้อนปรากฏขึ้นข้าง ๆ พวกมันพอดี ซึ่งเป็นบริเวณที่อุณหภูมิใต้ดินสูงที่สุด และได้แต่หวังว่าพวกมันจะทนความร้อนได้
เมื่อแรงสั่นสะเทือนสงบลงและความสงบกลับคืนมา ไซแรกซ์และดรีมไฟร์ก็ร่อนลงเป็นลำดับแรก ปล่อยให้ผู้ขี่ของพวกมันลงจากหลัง เรการ์ชี้ไปที่แอ่งน้ำเล็ก ๆ บนพื้นและยิ้มกว้าง “ดูสิ บ่อน้ำพุร้อน!”
“หืม?” เรนีร่าดูสับสนขณะก้าวข้ามพรมใบไม้สีแดงหนาทึบ
“พี่ชาย ท่านไม่เป็นไรนะเพคะ?” ดวงตาของเฮเลน่าเต็มไปด้วยความกังวลขณะที่นางวิ่งเหยาะ ๆ มาหาเรการ์
นางกับเรนีร่าตื่นกันแต่เช้า ดรีมไฟร์อยากจะเล่น เฮเลน่าจึงพามันมาที่ชายฝั่งของเกาะ ส่วนเรนีร่ารู้สึกไม่สบายใจจึงเรียกไซแรกซ์มาคอยดูอยู่ห่าง ๆ ซึ่งนางกำลังลังเลว่าจะปลุกเรการ์ดีหรือไม่ ตอนที่แผ่นดินไหวทำให้ทุกคนตกใจ
เมื่อเห็นความกังวลในดวงตาของเฮเลน่า เรการ์ก็ขยี้ผมของนางเบา ๆ และยิ้ม “ข้าไม่เป็นไรจริง ๆ”
เขาได้สำรวจและเปิดใช้งานโบราณวัตถุระดับตำนาน ซึ่งส่งผลให้ได้ของแถมที่ไม่คาดคิดเป็นบ่อน้ำพุร้อน เมื่อเวลาผ่านไปความร้อนใต้พิภพบนเกาะแห่งใบหน้าก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างอาณาเขตของตระกูลทาร์แกเรียนให้แข็งแกร่งขึ้น
“มันเป็นบ่อน้ำพุร้อนจริง ๆ ด้วย” เรนีร่าเอ่ยขึ้นพลางใช้นิ้วกวนน้ำในแอ่ง ความประหลาดใจฉายชัดบนใบหน้าของนาง
นางไม่ได้ใส่ใจเรื่องอุณหภูมิใต้ดินที่สูงนัก ในฐานะเจ้าหญิงแห่งดราก้อนสโตน นางคุ้นเคยกับภูเขาไฟและสภาพแวดล้อมที่จำเป็นต่อการเลี้ยงมังกร สำหรับนางแล้วบ่อน้ำพุร้อนเป็นเพียงเครื่องบ่งชี้ว่าอุณหภูมิใต้ดินสูงเท่านั้น ไม่ใช่สภาพแวดล้อมสุดขั้วที่มังกรต้องการ
เรการ์หัวเราะ “บ่อน้ำพุร้อนปรากฏขึ้นมาจากไหนไม่รู้ และดูเหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย”
เรนีร่าขมวดคิ้วเล็กน้อย ยังคงงุนงงกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของบ่อน้ำพุร้อนบนเกาะแห่งใบหน้า เมื่อคิดไม่ออก นางจึงตัดสินใจไม่กังวลกับมันอีกต่อไป และเมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำพุร้อนอุ่น ๆ ดวงตาของนางก็เป็นประกายด้วยความตื่นเต้น “ถ้าบ่อน้ำพุร้อนใหญ่ขึ้น เราก็สร้างสระแช่น้ำสำหรับราชวงศ์โดยเฉพาะได้เลยนะ”
บ่อน้ำพุร้อนเป็นความหรูหราที่หาได้ยาก ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้
เรการ์เห็นด้วย “ใช่ ข้าจะจัดหาแรงงานให้ ส่วนพี่ก็เป็นคนออกเงินสร้างสระใหญ่ ๆ แล้วกัน”
เขามีทาสหลายพันคนที่อยู่นอกคิงส์แลนดิง ซึ่งเหมาะกับงานนี้อย่างยิ่ง
เรนีร่าพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น “ได้”
ความคิดที่จะได้มีบ่ออาบน้ำพุร้อนส่วนตัวในอนาคตทำให้นางเปี่ยมไปด้วยความสุข
. . .
นครเสรีทางการค้าลิส
ในสวนน้ำหอมที่ทรุดโทรม กลุ่มผู้สมรู้ร่วมคิดกำลังวางแผนการบางอย่างที่สำคัญ ตัวแทนจากไทรอชคือชายหนุ่มร่างผอมผมสีเพลิง กำลังเล่นกับแก้วไวน์รูปหัวกะโหลก
เขาชื่อ บาโรมีย์ สโตรด อาร์คอนคนปัจจุบันของไทรอช ส่วนอาร์คอนคนก่อน ซึ่งเป็นชายชราในชุดผ้าไหม ตอนนี้ได้กลายเป็นศพด้วยน้ำมือของบาโรมีย์ไปแล้ว
ตัวแทนเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่จากเมียร์คือชายอ้วนผิวคล้ำที่มีแส้เหน็บอยู่ที่เอว เขาเป็นคนแรกที่หนีเอาตัวรอดตอนที่เมืองของพวกเขาถูกโจมตี กองกำลังของเมียร์ถูกทำลายล้างจนสิ้นซาก มีเพียงทหารผู้ไร้มลทินห้าร้อยนายที่รอดชีวิตจากการโจมตีของเหล่าทาสและคนรวย
ส่วนในลิสตระกูลโรแกร์ถูกทำลายล้าง นำไปสู่การลุกฮือของทาส ทำให้ท่ามกลางความโกลาหล ชายฉกรรจ์ผมดำหยิกและผิวสีน้ำตาลเข้ม บัมบาร์โร บาซานน์ ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น บัมบาร์โรเคยเป็นนักลักลอบขนของมาก่อน เขาเก็บเงินมานานหลายปีจนสร้างกองเรือของตัวเองได้ และฉวยโอกาสในช่วงที่ลิสกำลังวุ่นวายเพื่อชิงอำนาจและขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่
ชายอ้วนชาวเมียร์เอ่ยขึ้นก่อน “ข่าวเรื่องมังกรโจมตีอาณาจักรแห่งธิดาทั้งสามแพร่กระจายไปทั่วเอสซอสแล้ว กองเรือแห่งบราวอสยอมส่งเพียงจดหมายประณามกษัตริย์บนบัลลังก์เหล็ก แต่ปฏิเสธที่จะส่งทหารมาช่วย”
“ที่ไหน ๆ ก็เหมือนกันนั่นแหละ” บาโรมีย์เยาะเย้ย “นครรัฐอื่น ๆ ก็ถอยเหมือนกัน ได้แต่ส่งจดหมายประณาม”
บาโรมีย์ไต่เต้าขึ้นมาจากทหารรับจ้าง การขึ้นสู่ตำแหน่งอาร์คอนของเขาเป็นผลมาจากความบ้าบิ่นในช่วงที่มังกรบุกโจมตี เขาปล้นสะดมพ่อค้าที่ร่ำรวยที่สุดและจ้างทหารรับจ้างเพิ่ม ซึ่งความกล้าได้กล้าเสียของเขาก็ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า
บัมบาร์โรแห่งลิสหยิบขวดเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋าและกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “ตัวการที่บุกโจมตีกลับไปที่เวสเทอรอสแล้ว เราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อแสดงให้ผู้คนเห็นว่าเรากำลังเคลื่อนไหว”
พวกเขาไม่ใช่พวกโง่เขลาที่สิ้นหวังและยอมเสี่ยงชีวิตเป็นคนสุดท้าย พวกเขาต้องสร้างตัวอย่างให้เหล่ามาเจสเตอร์ระดับสูงและพ่อค้าร่ำรวยที่รู้สึกว่าตนถูกข่มเหงได้เห็น เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพวกเขา ซึ่งขวดเล็ก ๆ นั้นบรรจุน้ำตาแห่งลิส ยาพิษที่สามารถคร่าชีวิตคนได้โดยที่เหยื่อไม่รู้ตัว
“เราควรจะตั้งเป้าไปที่ใครดี?” ตัวแทนชาวเมียร์ถาม
“ยังมีนักขี่มังกรอีกสองคนที่หมู่เกาะสเต็ปสโตน” บาโรมีย์เสนอ
“ข้าเห็นด้วย . . .”
. . .
ไม่กี่วันต่อมา
ชายฝั่งทางเหนือของก็อดส์อาย
ซวบ! ซวบ!
ทหารผู้ไร้มลทินสี่ร้อยนายและกองทหารบุตรชายคนรองห้าร้อยนายเดินทัพเข้ามา จัดแถวอย่างเป็นระเบียบ
“เจ้าชาย!”
เสียงนับพันตะโกนขึ้นพร้อมเพรียงกัน โดยที่เบื้องหน้าพวกเขาคือมังกรดำขนาดมหึมา ตั้งตระหง่านราวกับภูเขาลูกย่อม ๆ
“โฮกกก!!!”
แคนนิบาลคำรามลั่น เท้าของมันเหยียบแน่นอยู่บนพื้นดิน ปีกกางออกกว้าง สร้างลมกระโชกแรง
เรการ์ยืนอยู่ใต้ศีรษะของมัน เหลือบมองกองทัพที่เข้าแถวอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ไม่แยแสต่อกองกำลังนับพันที่อยู่เบื้องหน้า ก่อนที่เขาจะทอดสายตาไปยังฮาร์เรนฮอลที่อยู่ไกลออกไป
ในที่สุดไวลด์ไฟร์สีเขียวก็มอดดับลง หลังจากเพลิงไหม้ ฮาร์เรนฮอลที่แต่เดิมก็เป็นซากปรักหักพังและทรุดโทรมอยู่แล้ว ยิ่งดูรกร้างยิ่งกว่าเดิม ราวกับแสงเทียนที่กำลังจะดับ หอคอยทั้งห้าถูกเผาจนดำเป็นตอตะโก ป่าก็อดส์เกรซกลายเป็นเถ้าถ่าน แม้แต่กำแพงเมืองที่อยู่ใกล้เคียงก็แตกร้าวและไหม้เกรียม ควันไฟที่ลอยขึ้นมาจากซากปรักหักพังก็ทำให้หอคอยที่บิดเบี้ยวดูมืดมนยิ่งขึ้น
ไลโอเนลเองก็ป่วยหนัก ส่วนฮาร์วินก็ออกไปลาดตระเวน ทำให้เรนีร่าเข้ารับตำแหน่งแม่บ้านใหญ่ชั่วคราว คอยสั่งการให้คนรับใช้ทำความสะอาดหอคอยและขนย้ายเสบียง
“ร็อบบ์” เรการ์เรียก
ร็อบบ์ซึ่งสวมหมวกเหล็กหนักอึ้ง ก้าวออกมาทันทีและทำความเคารพ “เจ้าชาย!”
เรการ์เหลือบมองเขาและสั่ง “นำกองทหารบุตรชายคนรองไปยังริเวอร์รัน หากเจ้าพบกองทัพของแบล็กวูดระหว่างทาง เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าต้องทำอย่างไร”
ร็อบบ์ซึ่งเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ตอบกลับอย่างหนักแน่น “ข้ารับรองว่าจะไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัยพ่ะย่ะค่ะ”
เรการ์พยักหน้าและโบกมือให้เขาไปพักผ่อนก่อนออกเดินทาง
ร็อบบ์นำพรรคพวกของเขาไปยังค่ายทหารที่ตระกูลสตรองจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า
หลังจากนั้นดวงตาของเรการ์ก็สั่นไหวขณะที่ความคิดของเขาล่องลอยไป เขาควรจะออกเดินทางไปริเวอร์รันตั้งหลายวันแล้ว แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขากำลังรอให้ร็อบบ์และกองทหารบุตรชายคนรองมาถึง
ทหารส่วนใหญ่ของกองทหารบุตรชายคนรองมาจากริเวอร์แลนด์ มักจะเป็นบุตรชายคนที่สองหรือบุตรนอกสมรสของตระกูลขุนนาง ร็อบบ์เองก็เป็นบุตรนอกสมรสคนโปรดของลอร์ดแบล็กวูด
ดังนั้นกองทหารนี้จึงไม่ได้มีเพียงแสนยานุภาพที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังเป็นสินทรัพย์ทางการเมืองอันล้ำค่าอีกด้วย ทำให้การที่กองทัพของตระกูลสตรองเคลื่อนทัพผ่านที่ตั้งของแบล็กวูด กับการที่กองทหารบุตรชายคนรองทำเช่นเดียวกันนั้นเป็นคนละเรื่องกันเลย
มังกรมีประสิทธิภาพในการรบ แต่คำแนะนำของไลโอเนลที่จะเอาชนะใจคนโดยใช้กลุ่มอำนาจภายในนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ดังนั้นร็อบบ์และกองทหารบุตรชายคนรองจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการปราบกบฏในริเวอร์แลนด์
ขณะที่เรการ์กำลังไตร่ตรองเรื่องนี้ วลีหนึ่งจากความฝันของเขาก็ผุดขึ้นมาในใจ ‘สงครามคือการดำเนินต่อนโยบายทางการเมือง’
สงครามเกิดจากความล้มเหลวทางการเมือง!
ทันใดนั้นความคิดของเขาก็กลับมาอยู่ที่เหล่าทหารผู้ไร้มลทินและสายตาของเขาก็จับจ้องไปที่พวกเขา เรการ์มองไปยังผู้บัญชาการทหารผู้ไร้มลทินที่มีหนามสามแฉกบนหมวกเหล็กและถามว่า “เจ้าชื่ออะไร?”
นายทหารคนนั้นตัวแข็งทื่อและโพล่งออกมาว่า “เกรย์เวิร์ม”
“เกรย์เวิร์ม” เรการ์ทวนคำอย่างสับสน “นั่นเป็นชื่อที่นายทาสแห่งแอสตาพอร์ตั้งให้เจ้าใช่หรือไม่?”
เขารู้เรื่องของทหารผู้ไร้มลทินมาบ้าง ทุกๆ วันจะมีการจับสลากชื่อจากเศษกระดาษที่มีสีและชื่อของสัตว์เลื้อยคลานชนิดต่าง ๆ เขียนไว้ และเมื่อนำมารวมกัน มันก็จะกลายเป็นชื่อประจำวันของพวกเขา