- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 180 สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ทรยศ 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 180 สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ทรยศ 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 180 สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ทรยศ 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 180 สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ทรยศ
เรนีร่าเดินเข้ามาในห้องนอนโดยมีถาดใบใหญ่ในมือ บนถาดนั้นมีขนมปัง ไส้กรอก และแตงโมวางเรียงอย่างแน่น
“ระวังหน่อย ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้” เรการ์เอ่ยเตือนอย่างอ่อนโยน “ว่าแต่สถานการณ์ที่รูนสโตนเป็นอย่างไรบ้าง?”
“เจ้าบาดเจ็บขนาดนี้แล้ว สนใจแต่เรื่องพักฟื้นไปก่อนเถอะ” ดวงตาของเรนีร่าแฝงด้วยความเศร้า นางดูไม่อยากเล่ารายละเอียดใด ๆ เพิ่มเติม
ความจริงคืออาร์โนลด์ผู้ทรยศได้สมรู้ร่วมคิดกับพวกคนเถื่อนภูเขาลอบเข้ารูนสโตนผ่านอุโมงค์ลับที่เคยค้นพบเมื่อหลายปีก่อน และได้สังหารคนเสิร์ฟไวน์ ก่อนจะลงมือวางยาในสุราที่ใช้ในงานเลี้ยง
เหล่าขุนนางแห่งเดอะเวลทุกคนที่ร่วมดื่มสุราล้วนสิ้นใจคาโต๊ะ เลือดที่มีพิษคละคลุ้งไปทั่วห้องโถง งานแต่งงานอันชื่นมื่นกลับกลายเป็นสุสานกลางงานเลี้ยง เรียกได้ว่าไม่มีโศกนาฏกรรมใดหนักหนาไปกว่านี้อีกแล้ว
สีหน้าของเรนีร่าบอกทุกอย่างโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด เรการ์จึงรับรู้ได้ทันทีว่าสถานการณ์ในรูนสโตนเลวร้ายเพียงใด เขานิ่งงันไปชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มรับประทานอาหารบนถาด
แม้แต่ทายาทแห่งเอียรีและเลดี้ของเอียรีเองก็รอดชีวิตจากการลอบสังหารมาได้อย่างหวุดหวิด ส่วนขุนนางไร้อาวุธคนอื่น ๆ นั้นไม่มีโอกาสแม้แต่จะตั้งตัว
หลังจากอิ่มท้อง เรการ์หยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาเช็ดปากอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเอ่ยถามว่า “เมื่อเช้าข้าได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวน มันมาจากคนของคนเถื่อนภูเขาที่ถูกจับไว้ใช่หรือไม่?”
“เป็นอาร์โนลด์” เรนีร่าตอบเบา ๆ ด้วยใบหน้าหลุบต่ำ ซึ่งนางเห็นเขาขณะถูกทรมานตอนที่ออกไปเอาอาหาร
พวกคนเถื่อนภูเขาที่แฝงตัวเข้ามาในรูนสโตน ถูกสังหารทิ้งในทันที มีเพียงอาร์โนลด์เท่านั้นที่ถูกจับเป็น โดยเจอรอลด์ ซึ่งขณะนี้กำลังลงทัณฑ์เขาด้วยตัวเอง
ใบหน้าของเรการ์เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม เขาเข้าใจความร้ายแรงของการทรยศครั้งนี้อย่างถ่องแท้
“เรนีร่า ไปหารถเข็นมาให้ข้า แล้วช่วยเข็นข้าออกไปที” เรการ์เอ่ยเสียงเรียบ เขาต้องการไปเห็นอาร์โนลด์ด้วยตาตนเอง และเฝ้ามองความเจ็บปวดที่อีกฝ่ายสมควรได้รับ
“เจ้าบาดเจ็บหนักนะ! เมสเตอร์บอกว่าต้องพักอย่างน้อยครึ่งเดือน!” เรนีร่าท้วงเสียงแข็ง
บาดแผลจากการแทงที่แผ่นหลังของเรการ์ฉกรรจ์นัก แม้จะพันแผลไว้แล้ว แต่ก็ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรืออักเสบ ซึ่งในเวสเทอรอสยุคที่การแพทย์ยังล้าหลัง การติดเชื้อเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงความตาย
แต่เรการ์เพิกเฉย เขาค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นโดยใช้มือขวาพยุงร่างไว้ อักขระอสรพิษได้สมานแผลบางส่วนแล้ว ทำให้เขาพอทนได้
“เรการ์ เจ้านี่ดื้อจริง ๆ!” เรนีร่าร้องอย่างตกใจ ก่อนจะรีบเข้ามาประคองให้เขาพิงตัวอยู่กับอกของนาง
“ข้าไม่เป็นไร เปลวเพลิงยังหล่อเลี้ยงข้าอยู่” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ พลางสัมผัสถึงความอบอุ่นนุ่มนวลจากแผ่นหลังของนาง
เรนีร่ามองเขาอย่างเคร่งเครียด ก่อนจะเอ่ยถามเบา ๆ ว่า “เมื่อวานนี้เจ้าใช้เวทเพลิงจริงหรือ?”
เรการ์หัวเราะพลางซุกหน้ากับซอกคอของนาง “สายเลือดทาร์แกเรียนมีพลังเวทอยู่แล้ว ข้าแค่เรียกใช้มันเท่านั้นเอง”
ในบรรดา 40 ตระกูลเชื้อสายจ้าวมังกรแห่งวาลีเรีย ทาร์แกเรียนถือเป็นตระกูลลำดับท้าย ๆ พวกเขามีมังกรไม่มาก และรู้เวทมนตร์เพียงน้อยนิด ในขณะที่รุ่นหลังแทบไม่รู้จักเวทเลย มีเพียงการขี่มังกรที่สืบทอดกันมาเท่านั้น แม้แต่เอกอน ผู้พิชิตก็ไม่ได้ทิ้งวิชาความรู้ใดไว้ นอกจาก ‘บทเพลงแห่งน้ำแข็งและไฟ’
เรนีร่าสนใจอย่างเห็นได้ชัด นางลูบไล้ผิวกายของเรการ์อย่างเบามือ “ข้าเรียนได้ไหม?”
“ยาก” เรการ์ตอบตรง ๆ
เดิมทีสายเลือดของเขามีพลังเวทเพียง 5% แม้จะเพิ่มขึ้นตามวัย แต่ก็คงไม่เกิน 10% ส่วนเรนีร่าสามารถทำพันธะกับมังกรได้ตั้งแต่อายุ 7 ปี ซึ่งถือว่าใช้ได้ แต่พรสวรรค์ของนางคงไม่ถึง 40% ดังนั้นการจะเป็นจอมเวทเพลิงได้นั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย
เรนีร่าก้มหน้าด้วยแววตาหม่นเศร้า นางเคยหวังว่าจะมีโอกาสเรียนเวทเช่นกัน
แต่เรการ์เปลี่ยนน้ำเสียงทันที “แต่ข้าเจอเวทแบบใหม่แล้ว ถ้าข้าชำนาญเมื่อไร ข้าจะสอนพี่เอง”
แน่นอนว่าเขาหมายถึงศาสตร์อักขระ การเรียนรู้และใช้พลังอักขระต้องอาศัยสองสิ่ง พลังจิต และพลังเวท ซึ่งตระกูลทาร์แกเรียนมีเวทติดตัวอยู่แล้ว ส่วนพลังจิตนั้นขึ้นกับพรสวรรค์ของแต่ละคน
“จริงหรือ?” ดวงตาของเรนีร่าทอประกายแห่งความหวังทันที
เรการ์ยิ้มพลางถูแก้มกับคอของนาง “จริงสิ”
ในสมัยวาลีเรียเก่าแก่ วิชาเวทของทาร์แกเรียนมีทั้งเวทโลหิตและเวทเพลิง แต่ความรู้นั้นสูญหายไป หรือไม่ก็ไม่เคยตกถึงมือพวกเขาเลย ดังนั้น ‘อักขระ’ จึงอาจกลายเป็นเสาหลักใหม่ของทาร์แกเรียน หลังจากมังกร
. . .
เที่ยงวันนั้นเรนีร่าเข็นเรการ์ออกจากตัวปราสาทด้วยเก้าอี้เลื่อน แสงอาทิตย์สว่างจ้าจนแสบตา ทำให้เรการ์ต้องยกมือขึ้นบัง แล้วกวาดสายตามองรอบ ๆ
กลางลานหน้าปราสาท มีเสาไม้สูงสามเมตรตั้งตระหง่านอยู่ บนเสานั้นผูกมัดร่างเลอะเลือดของชายหนุ่มคนหนึ่งไว้แน่น
“เจ้าชาย!” ในลานมีผู้คนอยู่ไม่น้อย และเจอรอลด์ที่เปื้อนเลือดก็เป็นคนแรกที่เห็นเรการ์ ทำให้เขารีบเดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าห่วงใย “เจ้าชาย บาดแผลของท่านยังไม่หายดี การออกมาแบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัวเลย”
เรการ์โบกมือเป็นเชิงไม่ใส่ใจ “เจอรอลด์ นั่นคืออาร์โนลด์ใช่ไหม?”
บุรุษบนเสาไม้คือวัยรุ่นผมสีน้ำตาลแดง ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลจากแส้ และแทบจะหมดสติแล้ว
“ใช่พ่ะย่ะค่ะ” เจอรอลด์ตอบเสียงต่ำ ดวงตาฉายแววโกรธแค้น
“ไปตามหมอ มารักษาเขาไว้ให้รอด” เรการ์พูดเสียงเรียบ
“หา!? ทำไมต้องช่วยมันด้วยพ่ะย่ะค่ะ!?” เจอรอลด์ตวาดขึ้นทันที
เรการ์สบตาเขาแน่วแน่ “เคยได้ยินตระกูลโบลตันไหม?”
“ตระกูลใหญ่แห่งแดนเหนือ พวกเขาทำสงครามกับสตาร์คบ่อยครั้ง . . .” เจอรอลด์ขมวดคิ้ว
“โบลตันมีธรรมเนียมโหดเหี้ยมประจำตระกูลอยู่” เรการ์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
เจอรอลด์เริ่มเข้าใจถึงสิ่งที่เรการ์ต้องการจะสื่อ
“อาร์โนลด์ทรยศอย่างให้อภัยไม่ได้ อย่าให้มันตายเร็ว” เรการ์เคาะนิ้วกับที่เท้าแขนของเก้าอี้เลื่อน “ถลกหนังมันทีละชั้น”
ใบหน้าของเจอรอลด์แข็งค้าง พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“ข้าให้เวลาเจ้าสามวัน วันแรก ถลกตั้งแต่ใต้เข่าลงไป วันที่สอง ใต้ต้นขา วันที่สาม ใต้คอ” เรการ์สั่งเสียงเรียบ และจ้องไปยังร่างอาร์โนลด์ “อย่าลืมให้มันกินน้ำนมดอกป็อปปี้ด้วย”
ขณะพูดเรการ์ก็ยังไม่แน่ใจนักว่าความรู้สึกในใจตัวเองคืออะไร แต่ความเจ็บแปลบจากแผลที่ท้องและไหล่บอกเขาอย่างชัดเจนว่าอาร์โนลด์สมควรได้รับชะตานี้
เจอรอลด์กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ก่อนจะถอยหลังออกไป เขาเองก็มีแผนจะทรมานก่อนแขวนคออยู่แล้ว แต่แผนของเจ้าชายกลับหนักหนากว่านั้นมาก เขาจึงรีบเดินไปสั่งการเพชฌฆาตทันที
“เรการ์ การถลกหนังมันผิดกฎหมาย” เรนีร่ากระซิบพลางจับเก้าอี้เข็นไว้แน่น แม้แต่ตระกูลโบลตันเองยังเลิกธรรมเนียมนี้ไปแล้ว นางจึงไม่อยากให้เรการ์ถูกจดจำว่าเป็นคนโหดเหี้ยม
“ข้าไม่สน” เขาตอบทันทีโดยไม่เหลียวมอง
กบฏแห่งเดอะเวล และตระกูลบางแห่งในเดอะเวลไม่มีความสำคัญอีกต่อไป เขาเพียงแค่อยากเห็นอาร์โนลด์ทรมานเท่านั้น ส่วนจะกลายเป็น ‘ตัวอย่าง’ หรือไม่นั้น เขาไม่ใส่ใจ
ในตอนที่เผชิญหน้าคนเถื่อนภูเขาเพียงลำพัง เรการ์ไม่เคยคิดว่าจะรอดชีวิต เขาแค่หวังจะต่อสู้ยื้อเวลาไว้จนกว่าแคนนิบาลจะกลับมาเพื่ออย่างน้อยให้เรนีร่ารอดชีวิต แต่เมื่อห่าฝนของลูกธนูและหอกทะลวงร่าง ความปรารถนาจะมีชีวิตของเขาก็เริ่มผลิบาน เขาอยากมีชีวิต และล้างแค้นพวกที่หักหลังเขา
ซึ่งอาร์โนลด์เป็นเพียงคนแรกเท่านั้น แต่ไม่ใช่คนสุดท้าย!
ทันใดนั้นแตรจากป้อมเมืองก็ดังขึ้นทั่วรูนสโตน พร้อมกับเสียงทหารตะโกนว่า “อัศวินแห่งเดอะเวลกลับมาแล้ว! จะให้เปิดประตูหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ!?”