- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 160 ป้อมปราการเอียรี 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 160 ป้อมปราการเอียรี 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 160 ป้อมปราการเอียรี 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 160 ป้อมปราการเอียรี
“โฮกกก!!”
เสียงคำรามของแคนนิบาลกึกก้องไม่หยุด ร่างมหึมาของมันพุ่งทะยานแหวกผ่านยอดเขาหอกยักษ์ พลางพ่นเปลวเพลิงสีเขียวจากปากเป็นครั้งคราว
เมื่อเทียบกับความคับแคบของหลุมมังกรแล้ว เทือกเขากว้างใหญ่เหล่านี้คือดินแดนที่เหมาะแก่การปลดปล่อยพลังของมังกรอย่างแท้จริง
เรการ์ไม่ได้เร่งรัด ปล่อยให้แคนนิบาลบินเล่นตามใจ ในขณะที่เขารอเรนีร่ากับเลเนอร์ที่เพิ่งตามมาทางหลัง ไซแร็กซ์กับซีสโมคเพิ่งเติบโตเต็มที่ ความเร็วและพละกำลังยังห่างไกลจากแคนนิบาลมาก หากเขาไม่ชะลอ คงถึงเอียรีไปตั้งนานแล้ว
สายตาเรการ์ทอดลงไปยังเบื้องล่างของเขาหอกยักษ์ จากยอดเขาจรดตีนเขาแห่งเดอะเวล สายตากวาดไกลสุดลูกหูลูกตา แสงยามสนธยาเคลือบทิวเขาด้วยสีทองส้มอ่อน ๆ
ป้อมปราการเอียรีตั้งอยู่เหนือยอดเขาแห่งเทือกเขามูน ลอยตัวอยู่บนหอกยักษ์ด้วยภูมิประเทศที่สูงชันและอันตราย มีหอคอยหินอ่อนสีขาวเรียวยาวเจ็ดต้นเรียงรายกันอยู่
เสียงคำรามของแคนนิบาลกึกก้องทั่วยอดหอกยักษ์ ทำให้ผู้คนในปราการเอียรีแตกตื่น เหล่าทหารเวรยามกรูกันออกมาเรียงแถวหน้าอย่างเร่งรีบเพื่อคุ้มกันสุภาพสตรีสูงศักดิ์คนหนึ่ง นางมีเรือนผมยาวสง่าและท่วงท่าสง่างาม
“โฮกกก!!”
เสียงคำรามของไซแร็กซ์และซีสโมคดังตามมาติด ๆ สองมังกรบินทะยานข้ามหอกยักษ์ หยุดนิ่งกลางอากาศและร่อนลงลานหน้าป้อมปราการเอียรี
ตูม!
กระแสลมกระแทกกระจายเป็นคลื่นสามระลอก ทหารยามรีบเข้าคุ้มกันสุภาพสตรีผู้มีผมยาวคนนั้นทันที
“เจน!” เรนีร่าตะโกนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น รีบกระโดดลงจากหลังมังกรก่อนใคร
“เรนีร่า!” สุภาพสตรีผู้นั้นโบกมือให้ทหารถอยเมื่อควันจางลง ซึ่งนางเองก็ดูตื่นเต้นไม่น้อยไปกว่ากัน
เรนีร่าสวมชุดขี่ม้าสีดำวิ่งตรงไปข้างหน้า ส่วนสุภาพสตรีในชุดกระโปรงยาวรีบสาวเท้าเร็วเข้าไปหา ก่อนที่ทั้งสองจะโผเข้ากอดกันแน่น
“ไม่ได้เจอกันเสียนานเลยนะ เรนีร่า” เจนเอ่ยอย่างมีชีวิตชีวา ก่อนจะโอบเอวเรนีร่าแล้วหอมแก้มเบา ๆ
เรนีร่ายิ้มบาง ตบหลังเจนเบา ๆ พลางพูดแซว “ครึ่งปีผ่านไป เจ้ายังผอมเพรียวเหมือนเดิม ข้าละอิจฉา”
“หึ เจ้าก็ยังเอาแต่ใจเหมือนเดิม” เจนหัวเราะเบา ๆ แล้วบีบเอวเรนีร่าแซวกลับ
ในขณะที่สองสาวสนทนากันอย่างสนิทสนม เรการ์กับเลเนอร์ก็ก้าวลงจากหลังมังกรและเดินเข้ามาใกล้ เจนเหลือบมองพวกเขาแล้วกระซิบกับเรนีร่า “ปล่อยมือข้าก่อน ข้าต้องทำความเคารพอย่างเป็นทางการ”
เมื่อห่างออกมาสองเมตร เรการ์ก็ประสานมือที่หน้าท้องแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งญาติของข้า เจนแห่งเอียรี”
เจนปล่อยมือจากเรนีร่า จัดชุดให้เรียบร้อยแล้วโค้งกายอย่างงามสง่า “เอียรีขอต้อนรับท่าน เจ้าชาย”
ทั้งสองทักทายกันอย่างสุภาพ แม้จะไม่ค่อยพบกันบ่อย แต่ก็ยังรักษามารยาทไว้เต็มที่
เลเนอร์วางมือขวาบนอกแล้วกล่าวอย่างจริงจัง “เลเนอร์แห่งดริฟต์มาร์ก ยินดีที่ได้พบท่าน เลดี้เจน”
“ขอฝากความระลึกถึงไปยังบิดามารดาของท่านด้วย เซอร์เลเนอร์” เจนยิ้มหวาน ตอบกลับด้วยท่าทีสุภาพ
เรนีร่าเอื้อมมือคว้ามือเจนแล้ววางทับมือเรการ์ พลางกล่าว “ทุกคนก็ทักทายกันครบแล้วนี่ พวกเราก็เป็นญาติกัน ไม่ต้องมากพิธี”
เรการ์เข้าใจเจตนาของพี่สาวที่อยากให้เขากับเจนสนิทสนมกันมากขึ้น เขาจึงกล่าวนำว่า “หากเราเข้ามาโดยมิได้นัดหมาย ต้องขออภัยด้วยนะ ญาติพี่น้อง”
“ไม่ต้องขออภัยเลย อีกาก็ส่งสารมานานแล้ว ข้ารอคอยการมาถึงของพวกเจ้าตลอดหลายวัน” เจนตอบอย่างใจดี รักษาท่วงท่าสตรีสูงศักดิ์ไว้ไม่ขาดตกบกพร่อง “ข้าเตรียมการต้อนรับไว้ให้พวกเจ้าเรียบร้อยแล้ว นี่เป็นการเดินทางไกลไม่ใช่หรือ”
“ขอบคุณมาก” เรนีร่ากล่าวอย่างจริงใจ
ภายใต้การนำของเรนีร่า ทั้งหมดจึงก้าวเข้าสู่ตัวปราสาท บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายและเป็นกันเองมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในห้องโถงใหญ่ของปราสาทซึ่งตั้งอยู่ชั้นล่างสุด โต๊ะยาวตั้งอยู่กลางห้อง เจนสั่งเหล่าสาวใช้ให้จัดสำรับอาหารอย่างรวดเร็ว ไม่นานทุกคนก็นั่งประจำที่
“ยินดีที่ได้พบเพคะ เจ้าชาย” หญิงสาวผมดำหยักศกผู้หนึ่งยกจานสุดท้ายเข้ามาเสิร์ฟ พลางโค้งกายให้อย่างงดงาม
เรการ์เหลือบมอง และเห็นว่านางมีผิวขาวซีด ดวงตาดำขลับสะดุดตา ก่อนที่เจนจะแนะนำว่า “เลดี้เจสซามินแห่งตระกูลเรดฟอร์ต สหายคนสนิทของข้า”
“ยินดีที่ได้พบเลดี้เจสซามิน” เรการ์ยิ้มบาง ตอบรับด้วยมารยาท
“ท่านหล่อเหลายิ่งกว่าคำร่ำลือ แถมยังสง่างามนัก” เจสซามินยกแขนโอบเบา ๆ แล้วจุมพิตที่แก้มเรการ์อย่างมีจริต
สีหน้าเรการ์แข็งเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าตอบรับคำชม
“เจสซามิน เจ้านี่ก็ช่างกระตือรือร้นเกินไปแล้ว” เจนตำหนิเพื่อนอย่างนุ่มนวล จากนั้นก็เชื้อเชิญให้เรการ์นั่งลง
เรนีร่าเห็นภาพตรงหน้าก็อดยิ้มขันไม่ได้ พอเรการ์เหลือบตามอง นางก็ส่งยิ้มรู้ทันกลับไปด้วยสายตา นางได้ยินข่าวลือเรื่องความสนิทสนมของเจนกับเจสซามินมาบ้างจึงโล่งใจที่ทั้งสองให้การต้อนรับเรการ์อย่างดี
ในขณะเดียวกันเลเนอร์ผู้ไม่สนใจสตรีเลย มัวแต่มองหาองครักษ์ที่ประตูเผื่อจะพบใครที่มีรสนิยมคล้ายตน
หลังอาหารเริ่มได้สักพัก เรนีร่าก็วางช้อนลงถามว่า “เจน ทำไมข้าไม่เห็นลอร์ดยอร์เบิร์ตเลยล่ะ?”
ลอร์ดผู้นี้ชื่อเต็มว่ายอร์เบิร์ต รอยซ์ เป็นลอร์ดแห่งรูนสโตนและเป็นผู้สำเร็จราชการของเดอะเวลคนปัจจุบัน อาจารย์ และผู้ปกครองของเจน ซึ่งเขาสละตำแหน่งไปตั้งแต่เจนยังอายุสามขวบเพื่อช่วยนางบริหารเอียรี
เจนชะงักไปเล็กน้อย พร้อมกับสีหน้าเคร่งขรึมขึ้น “เจ้าคงได้ยินเรื่องกบฏของพวกเผ่าคนเถื่อนมาบ้างแล้ว”
“ไม่นานมานี้ พวกเผ่าคนเถื่อนบุกโจมตีตระกูลฮันเตอร์ที่ลองโบว์ฮอลล์” เจนอธิบาย “ทันทีที่ได้รับข่าว ลอร์ดยอร์เบิร์ตก็รวบรวมกองธงแล้วเคลื่อนพลไปสนับสนุนทันที”
เรการ์ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าประหลาดใจที่สถานการณ์รุนแรงถึงเพียงนี้ “อิทธิพลของพวกเผ่าคนเถื่อนรุนแรงขนาดนั้นเชียวหรือ?”
เจนรีบปลอบโยน “ไม่ต้องเป็นห่วง ลอร์ดยอร์เบิร์ตเชี่ยวชาญการขี่ม้าและยิงธนู พวกเผ่าคนเถื่อนก็แค่ทรายปลิวลม น่าจะใช้เวลาไม่นานในการปราบให้ราบคาบ”
เรการ์พยักหน้า รับฟังอย่างเงียบ ๆ เขารับรู้ได้ถึงความกังวลแฝงอยู่ในน้ำเสียงของเจน แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ เพราะเคารพในความตั้งใจของนาง
แต่เรนีร่าไม่คิดเช่นนั้น นางถามตรง ๆ ทันทีว่า “เจน สงครามระหว่างโจรสลัดสาวสามพี่น้องกำลังจะเกิดขึ้น เจ้าคิดว่าจะสามารถส่งอัศวินแห่งเดอะเวลไปสนับสนุนได้กี่คน?”
เจนถอนหายใจ และอธิบายว่ากองกำลังหลักของเดอะเวลถูกระดมไปประจำที่ลองโบว์ฮอลล์หมดแล้ว และหากต้องการแรงสนับสนุนสงครามในสเต็ปสโตนก็ต้องหันไปพึ่งตระกูลใหญ่ในกัลล์ทาวน์แทน
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเรนีร่าก็รู้สึกกังวลถึงขีดความสามารถของเดอะเวลในการเข้าร่วมสงครามทันที
“เจน เช่นนั้นเหตุใดไม่ให้ข้าขี่มังกรไปช่วยลอร์ดยอร์เบิร์ตปราบกบฏให้สิ้นซาก?” เรการ์เสนออย่างกระตือรือร้น
แววตาเจนสว่างวาบ แต่ยังไม่ทันจะตอบ เจสซามินก็แอบเตะขาเพื่อนใต้โต๊ะเบา ๆ ทำให้เจนเงียบลงทันที ราวกับเพิ่งนึกบางสิ่งขึ้นได้ . . .