- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 150 ความปั่นป่วนในเจ็ดราชอาณาจักร 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 150 ความปั่นป่วนในเจ็ดราชอาณาจักร 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 150 ความปั่นป่วนในเจ็ดราชอาณาจักร 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 150 ความปั่นป่วนในเจ็ดราชอาณาจักร
“จินตนาการนั้นงดงาม แต่ความจริงมักไม่เป็นดังที่หวัง”
พอไลโอเนลพูดจบ แจสเปอร์ ผู้ดูแลกฎหมายรีบก็ลุกขึ้นกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
วิเซริสปรายตามองแล้วถาม “เหตุใดเจ้าว่าเช่นนั้น ลอร์ดแจสเปอร์?”
แม้เขาจะไม่ได้มีบารมีเหมือนบิดาเจแฮริส แต่การเกณฑ์เหล่าทหารมาป้องกันราชอาณาจักรก็มิใช่เรื่องลำบาก
“ฝ่าบาท สงครามคือเครื่องจักรอสูรที่สั่นสะเทือนทั้งแผ่นดิน และศัตรูของเราไม่ใช่เพียงโจรสลัดสาวสามพี่น้อง” แจสเปอร์เอ่ยอย่างเคร่งขรึม “ข่าวกรองบ่งชี้ว่า เจ้าชายมาร์เทลแห่งดอร์นมีแนวโน้มจะต่อสัญญาไมตรีกับโจรสลัดสาวสามพี่น้อง และนำกองทัพเข้าร่วมศึก นอกจากนี้ชาวไอรอนบอร์นก็เคลื่อนไหวไม่หยุด ป้วนเปี้ยนรอบแลนนิสพอร์ต หวังขึ้นฝั่งปล้นสะดมพ่ะย่ะค่ะ”
“เป็นไปได้อย่างไร!” วิเซริสสะดุ้ง มองไปยังไลโอเนลกับไทแลนด์
“เป็นความจริงพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” ไลโอเนลรับคำ
“น้องชายของข้าเพิ่งเขียนจดหมายมาบอกว่า พวกหมู่เกาะเหล็กพยายามแฝงตัวขึ้นฝั่งที่แลนนิสพอร์ต เขาจับได้แล้วสั่งประหารทันทีพ่ะย่ะค่ะ” ไทแลนด์พูดด้วยสีหน้าลำบากใจ หมู่เกาะเหล็กเป็นหนามยอกตระกูลแลนนิสเตอร์มาช้านาน
“เช่นนั้นตะวันตกก็ยากจะส่งกำลังมาช่วยหรือ?” วิเซริสขมวดคิ้ว สีหน้าไม่พอใจชัดเจน
“โปรดระงับโทสะก่อนพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” ไทแลนด์รีบอธิบาย “ในเดอะเวลก็มีปัญหา พวกเผ่าคนเถื่อน โดยเฉพาะสโตนครอว์ กำลังสร้างความวุ่นวายทั่ว เลดี้เจนแทบไม่ไหวจะรับมือ”
“ส่วนในริเวอร์แลนด์ ตระกูลแบร็กเคนกับแบล็กวูดก็เข่นฆ่ากันเพราะเสาหินเขตแดน สถานการณ์บานปลายใกล้กลายเป็นสงครามพ่ะย่ะค่ะ” ไลโอเนลเสริมทันที
วิเซริสทรุดนิ่ง “บัดซบ ราชอาณาจักรสงบสุขมานาน แต่พอสงครามมาเยือนกลับปั่นป่วนทุกหัวระแหง!”
ข่าวร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำเขาทรุดหายใจหอบ เริ่มจากดอร์นที่เป็นหนามข้างกาย ต่อด้วยหมู่เกาะเหล็กที่รู้จักแต่เผาและปล้น แล้วบัดนี้เดอะเวลกับริเวอร์แลนด์ก็กำเริบ หากเป็นเช่นนี้พรุ่งนี้เช้ากองกบฏคงมาตั้งค่ายถึงประตูเรดคีป!
“ท่านพ่อ อย่าเพิ่งกังวลเลยเพคะ มันไม่ได้เลวร้ายถึงเพียงนั้น” เรนีร่ารีบเข้ามาลูบหลังปลอบ บิดาของนางเกิดในยุคสันติ ความกดดันจากสงครามทำให้เขารับไม่ไหว และนางกลัวเขาจะสิ้นเรี่ยวแรงไปเสียก่อน
เหล่าที่ปรึกษามองหน้ากันไปมา สีหน้าล้วนเต็มไปด้วยความหนักใจ
เรการ์มองไปรอบห้อง และเห็นบรรยากาศตึงเครียดก็เคาะโต๊ะเรียกความสนใจ “ท่านทั้งหลาย ศึกยังไม่ทันเริ่ม อย่าเพิ่งสิ้นหวังนัก”
“แล้วเจ้าชายคิดเห็นอย่างไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?” ลอร์ดลีแมน บีส์บูรี่ ผู้ดูแลคลังหลวงที่นั่งเงียบมานานเอ่ยขึ้นช้า ๆ เขาเป็นคนซื่อสัตย์ภักดีต่อราชวงศ์ทั้งชีวิต และปรารถนาให้บ้านเมืองสงบที่สุด
เรการ์วางลูกหิน ตั้งท่าตรง พลางกล่าวด้วยเสียงหนักแน่นมั่นใจว่า “เวสเทอรอสมีประวัติศึกยาวนาน สมัยท่านปู่เจแฮริส แผ่นดินก็สงบสุขหลายสิบปี ช่วงเวลานั้นผู้คนรุ่งเรือง แต่ปัญหาที่ซ่อนอยู่ก็ทับถม ดังนั้นการที่ปัญหาโผล่มาในยามศึกไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่มันคือเนื้องอกร้ายที่ต้องผ่าออกต่างหาก”
ถ้อยคำนั้นเต็มไปด้วยเหตุผล ก้องกังวานในห้อง ทำให้ที่ปรึกษาทั้งหมดก้มหน้ารับรู้ความจริงที่ถูกกล่าวออกมา
วิเซริสมองบุตรชายด้วยสายตาคลายกังวล “แล้วเราควรรับมือเช่นไร?”
เรการ์หันไปยังไทแลนด์กับแจสเปอร์ “ครั้งก่อนสู้ศึกที่สเต็ปสโตน ดอร์นก็จับมือกับโจรสลัดสาวสามพี่น้องแสดงเจตนากบฏชัด ครานี้ศัตรูกลับมา ดอร์นย่อมไม่ยืนดูเฉย”
“เราควรส่งทูตไปเจรจากับเจ้าชายมาร์เทลหรือไม่?” ไทแลนด์ลังเล
“ส่งไปได้ แต่อย่าคาดหวัง” เรการ์ตอบ “โจรสลัดสาวสามพี่น้องออกรบไกลโพ้น ส่วนดอร์นอยู่ในเวสเทอรอส หากเจ้าชายมาร์เทลเคลื่อนทัพมาถึงชายแดน เราต้องเตรียมพร้อมล่วงหน้า”
พูดจบเรการ์ก็ให้โคลกางแผนที่ทวีปแล้วชี้ทีละตำแหน่ง
“ดอร์นบุกเข้ามีสามทาง คือ โบนเวย์ พรินซ์พาส และทางทะเล”
“โบนเวย์ภูมิประเทศกันดาร เคลื่อนพลใหญ่ยาก ให้ตระกูลดอนดาร์เรียนแห่งแบล็คเฮเวนส่งทหารไปสกัด”
“พรินซ์พาสคือตัวเลือกหลักของดอร์นเสมอ ให้ตระกูลไทเรลล์แห่งไฮการ์เดนตั้งแนวป้องกันหนัก”
“ส่วนทางทะเลให้ประสานกับสตรอมแลนด์ ขอให้ลอร์ดโบเรมันด์ตั้งกองเรือป้องกัน และมีเรือตรวจการของเวลาเรียนเสริม จะได้ป้องปรามดอร์นไม่ให้บุกผลีผลาม”
“ดอร์นก็เหมือนหมาป่าหิวโหย คอยกัดกินอาณาจักรเสมอ” วิเซริสพยักหน้า และพูดด้วยน้ำเสียงคลายลงเมื่อฟังการวิเคราะห์ที่เป็นระบบ
“การวางกำลังขององค์รัชทายาทรอบคอบ หากเหล่าลอร์ดช่วยกัน ดอร์นย่อมก่อความเดือดร้อนไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ” ไลโอเนลเสริม
ไทแลนด์รีบชี้ไปที่แลนนิสพอร์ต “หมู่เกาะเหล็กปล้นเรามาหลายปี หากส่งกองทัพรักษาท่าเรือหนัก ๆ ข้าเชื่อว่าน้องชายจะรับมือไหวพ่ะย่ะค่ะ”
“ส่วนตระกูลแบล็กวูดกับแบร็กเคนยังไม่ปะทะจริง เราอาจส่งคนไปไกล่เกลี่ยได้พ่ะย่ะค่ะ” ลีแมนกล่าวขึ้น
วิเซริสขมวดคิ้ว “แล้วลอร์ดโกรเวอร์ ทัลลี แห่งริเวอร์รันเล่า? เขาเป็นขุนนางสูงสุดแห่งไทร์เดน เขาควรจัดการปัญหานี้”
ไลโอเนลถอนใจ และอธิบายว่า “ลอร์ดทัลลีแก่ชราแล้ว ผู้กุมอำนาจจริงคือลูกชาย ทว่ากลับไร้ฝีมือ เหล่าขุนนางในริเวอร์แลนด์จึงไม่ยอมเชื่อฟังพ่ะย่ะค่ะ”