- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 145 บดขยี้ด้วยการโจมตีทางอากาศ 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 145 บดขยี้ด้วยการโจมตีทางอากาศ 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 145 บดขยี้ด้วยการโจมตีทางอากาศ 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 145 บดขยี้ด้วยการโจมตีทางอากาศ
คอร์ลิสกับเรการ์ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว คอร์ลิสสั่งกองเรือย่อยออกจากท่า แสร้งทำเป็นการลาดตระเวนไปทางสเต็ปสโตน ขณะที่เรการ์กับเรนิสรีบออกจากปราสาทไปหามังกรของตน
บนดริฟต์มาร์กยังมีมังกรหลายตัวให้เห็น โดยตัวที่โดดเด่นที่สุดคือ คาแร็กซิส ที่คลานขึ้นจากน้ำตื้นมานอนแผ่บนโขดหิน มังกรแดงสมญา หนอนโลหิต นี้บาดเจ็บสาหัส ปีกหัก ขาดเกล็ดไปทั่วร่าง แต่ก็ทนทานพอจะรอดชีวิต ซึ่งตอนนี้มันบินไม่ได้ต้องอาศัยทหารป้อนโคและแกะให้กิน และกว่าจะรักษาได้ก็จะต้องส่งกลับหลุมมังกรหรือเกาะดรากอนสโตน
. . .
ไม่นานนักเรการ์ก็ขี่แคนนิบาลทะยานสู่ชายฝั่งตะวันออกไปสมทบกับเรนิส ที่นั่นคือรังของ เมลิส มังกรแดงที่รวดเร็วดุจสายฟ้า
“โฮกกก” แคนนิบาลคำรามก่อนจะกระโจนขึ้นฟ้า เมลิสก็โผตามติดด้วยปีกมหึมาแหวกอากาศราวฟ้าผ่า เรการ์เห็นแล้วก็ต้องยอมรับว่ามังกรของท่านป้ารวดเร็วจริง ๆ จนแคนนิบาลยังตามไม่ทัน
บินไปได้ชั่วโมงหนึ่ง เมลิสก็ผ่อนความเร็วเปิดทางให้แคนนิบาลตีคู่ โดยที่เหล่ามังกรบินข้ามเกาะหินน้อยใหญ่ที่ดูราวเศษหินเกลื่อนบนผืนผ้าสีน้ำเงิน
“เรการ์ นี่แหละสเต็ปสโตน” เรนิสชี้ลงเบื้องล่าง
เรการ์มองเกาะเล็กเกาะน้อยหนาแน่นเต็มทะเล ครั้งแรกที่เห็นสมรภูมิแย่งชิงในทะเลแคบ เขาก็ครุ่นคิดถึงประวัติศาสตร์ แขนดอร์นที่แตกสลายด้วยเวทของเหล่าเด็กแห่งพงไพร กลายมาเป็นหมู่เกาะโจรสลัดที่เมียร์ ลิส และไทรอชแย่งชิง จนรวมตัวเป็นโจรสลัดสาวสามพี่น้อง แต่กองเรือของพวกมันกลับโหดร้ายยิ่งกว่าโจร คิดค่าผ่านทางมหาศาล ลักพาเด็กหญิงชายไปซ่อง ปล้นสะดมไม่หยุด นี่เองเหตุผลที่อสรพิษทะเลร่วมศึกครั้งแรกกับเดม่อน
“ที่ตั้งยุทธศาสตร์อยู่กึ่งกลางสองทวีป บนเส้นทางการค้า” เรการ์พึมพำ เข้าใจแล้วว่าทำไมที่นี่ถึงสู้รบไม่รู้จบ
ทันใดนั้นแคนนิบาลก็สะบัดหัวไปทางตะวันออกเฉียงใต้
“ได้กลิ่นเลือดหรือ?” เรการ์ขมวดคิ้ว
“โฮกกก” มังกรคำรามตอบก่อนเร่งปีกไป ทำให้เรนิสกับเมลิสรีบบินตาม
เสียงโห่ร้องดังชัดขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงอ่าวลับที่มีเรือเปื้อนเลือดทอดสมออยู่ พร้อมกับพวกโจรสลัดกำลังรุมปล้นเรือใหญ่
“เราจะลงมือไหม ท่านป้า?” เรการ์ถามพลางจ้องเบื้องล่าง
“ระวังลูกธนู! ให้มังกรบินสูงไว้!” เรนิสเตือนก่อนตะโกน “ดราคาริส!”
พริบตาเดียวเมลิสก็พ่นเพลิงแดงเผาฝูงโจรกลายเป็นเถ้าถ่าน จนเสียงกรีดร้องดังระงม
“แคนนิบาล ระวังหน้าไม้ ซัดไฟลงไป!” เรการ์ยิ้มบาง
“โฮกกก” กลิ่นเลือดปลุกสัญชาตญาณนักล่า แคนนิบาลดิ่งฟ้าพ่นไฟเขียวเป็นสาย จนฝูงโจรที่กระโจนลงทะเลกลายเป็นซากไหม้
“แคนนิบาล เผาเรือธงมันซะ!” เรการ์ชี้นำ ซึ่งมังกรดำก็พุ่งเข้าหาเรือใหญ่อย่างรวดเร็ว
“มังกร! ยิง! ยิง!” ฝ่ายโจรสลัดเริ่มโวยวายสาดลูกธนูขึ้นเต็มฟ้า
เมลิสคล่องตัวหักหลบได้อย่างง่ายดาย และพ่นไฟเผาเสากระโดง ในขณะที่แคนนิบาลกลับบินทะลุพายุลูกธนู และตอบโต้ด้วยไฟเขียวมหาศาลที่เผากัดทุกสิ่งเป็นขี้เถ้า
“ถอย! ทิ้งของ! หนีกลับเรือเร็ว!” หัวหน้าโจรตะโกนสั่ง แต่ไม่ทันแล้ว แคนนิบาลกวาดไฟคลอกเรือธงทั้งลำ พริบตาเดียวเปลวไฟโหมกระหน่ำกลางเสียงโหยหวน
วูบ! ฟิ้ว!
ทันใดนั้นลมแรงก็พลันพัดหอบอย่างกะทันหัน พร้อมกับหอกเหล็กขนาดมหึมาพุ่งจากเงามืด
“แคนนิบาล ลดปีกซ้าย!” เรการ์ตะโกน ทำให้แคนนิบาลรีบตอบสนองหลบหอกเฉียดตายได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนที่เรการ์จะเพ่งตาเห็นเรืออีกลำซ่อนอยู่หลังเกาะเล็ก
“แคนนิบาล เผามันให้สิ้น!”
“โฮกกก” มังกรคำรามบินพุ่งใส่ข้าศึก ทำให้พวกโจรรีบชักหน้าไม้แมงป่องยิงซ้ำ แต่แคนนิบาลเอียงหลบอย่างง่ายดาย
“ดราคาริส!” เรการ์สั่งเสียงเย็น แคนนิบาลพ่นเพลิงเขียวโหมท่วมเรือ โจรสลัดทั้งลำถูกเผาเลียจนมอดสิ้นกลางทะเล