- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 120 นักรบแปดร้อยนาย 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 120 นักรบแปดร้อยนาย 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 120 นักรบแปดร้อยนาย 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 120 นักรบแปดร้อยนาย
เมื่อย่างเข้าสู่ยามเที่ยง การประชุมสภาเล็กก็สิ้นสุดลง ที่ประชุมแต่ละคนลุกจากที่นั่ง วางลูกบอลหินกลับลงบนแท่น จากนั้นจึงทยอยกันออกจากห้องโถงที่ประชุม
“สามี . . .” เสียงเรียกแผ่วเบาดังขึ้นเมื่อออกจากประตูใหญ่ อลิเซนท์ในชุดกระโปรงสีเขียวก้าวเข้ามาเคียงข้างสามีอย่างเป็นธรรมชาติ
“เจ้ารอนานหรือเปล่า อลิเซนท์?” วิเซริสถามด้วยรอยยิ้ม เขารู้สึกชื่นชมในความห่วงใยของภรรยา และในยามที่ยังอยู่ในวัยเจริญรุ่งเรือง เขาก็หลงใหลในความอ่อนเยาว์และงดงามของนางไม่น้อย ทั้งสองมักจะแสดงความรักอย่างเปิดเผย
“ข้าจัดเตรียมอาหารกลางวันไว้แล้ว เหลือแค่รอท่านเท่านั้น” อลิเซนท์ยิ้มพราย สายตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
วิเซริสมองไปยังเหล่าที่ปรึกษา ยืดอกขึ้นด้วยความภาคภูมิใจในสายตาแห่งภรรยา ทำให้เหล่าที่ปรึกษาก็พยักหน้ารับและส่งยิ้มก่อนจะแยกย้ายกันไป จากนั้นวิเซริสจึงหันมาทางบุตรของตนและเอ่ยชักชวน “มาร่วมโต๊ะกับเราด้วยกันดีไหม? อลิเซนท์เตรียมอาหารอย่างดีไว้แล้ว”
“ไม่ล่ะ ข้ากินกับเรการ์มาแล้ว” เรนีร่าตอบเสียงเรียบ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่หันกลับมา นับแต่สูญเสียสถานะรัชทายาท นางก็ยิ่งแสดงออกถึงความห่างเหินทั้งต่อบิดาและ ‘พี่สาวคนสนิท’ อย่างอลิเซนท์
เรการ์เพียงยืนมองตามอย่างขบขัน เขาเข้าใจดีว่าเรนีร่านั้นไม่ปิดบังความรู้สึกอีกต่อไปแล้ว
“อะแฮ่ม . . .”
เสียงกระแอมเบา ๆ ดึงความคิดเรการ์กลับมา และหันไปมองก็เห็นไทแลนด์ แลนนิสเตอร์ หนุ่มหล่อผู้มีผมทองกำลังยกมือปิดปากและขยิบตาให้เขา แม้เขาจะดูภูมิฐาน แต่การขยิบตานั้นกลับชวนให้รำคาญไม่น้อย
เรการ์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปฏิเสธบิดาอย่างสุภาพ “ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ คาราวานคนเถื่อนยังรอการตรวจสอบ ข้าต้องไปดูแลด้วยตนเอง”
“ก็แค่กลุ่มคนเถื่อน จะไปจริงจังอะไรนักหนา” วิเซริสถอนหายใจอย่างผิดหวัง แต่ถึงอย่างไรเขาก็เข้าใจในความรับผิดชอบของบุตรชายคนโตจึงไม่ได้ว่าอะไร ก่อนจะจูงมืออลิเซนท์เดินจากไป
เมื่อทั้งสองจากไปแล้ว เรการ์จึงหันมายังไทแลนด์ที่ยังยืนรออยู่ “ท่านลอร์ดไทแลนด์ มีเรื่องจะพูดใช่ไหม?”
“เดินคุยกันดีกว่า”
“ก็ได้”
ทั้งสองเดินไปตามทางเดินในปราสาท ไทแลนด์กุมมือไว้ด้านหลัง พยายามทำตัวให้ดูสบาย ๆ “เจ้าชายทรงรู้หรือไม่ว่าเหตุใดราชินีจึงมาปรากฏตัวที่หน้าห้องสภาในวันนี้?”
“นางได้ทำสิ่งใดหรือ?” เรการ์ยังคงยิ้มถามกลับ
นับตั้งแต่พิธีแต่งตั้งรัชทายาทคนใหม่ อลิเซนท์ก็เงียบงันมาตลอด แม้บางครั้งจะมีเบื้องหลังบ้าง แต่ล้วนเล็กน้อยและไม่เคยสร้างความขัดแย้งกับเขา
ไทแลนด์พยักหน้าเบา ๆ “ครั้งก่อนที่เจ้าชายเสนอให้ปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของเมืองหลวง ราชินีก็เสนอชื่อบิดาของนาง ลอร์ดออตโต้ให้รับตำแหน่งใหม่”
“ช่างวางแผนได้แยบยลนัก” เรการ์ยิ้มมุมปาก “ไม่เพียงแต่ดึงออตโต้กลับมามีอำนาจ แต่ยังยึดตำแหน่งสำคัญไปด้วย”
ในขณะนี้ประชากรในคิงส์แลนดิ้งมีมากถึงห้าแสนคน ถือเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเวสเทอรอส ทว่าเมืองกลับเต็มไปด้วยปัญหา ทั้งความไร้ระเบียบ ความสกปรก
กลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ซึ่งในฤดูร้อนกลิ่นเหม็นนี้จะลอยไกลจนแม้แต่มังกรยังได้กลิ่นจากระยะไกลสิบลี้ และก่อนหน้านี้เรการ์ก็ได้เสนอแผนการฟื้นฟูเมือง โดยเริ่มจากการทำความสะอาดถนนหนทาง
“เจ้าชายควรเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า ควรเลือกผู้รับหน้าที่ด้วยตนเอง ไม่ใช่ปล่อยให้โอกาสตกเป็นของออตโต้เช่นนี้”
“ขอบใจสำหรับข้อมูล ลอร์ดไทแลนด์” เรการ์ตบบ่าเขาเบา ๆ และแยกทางกันตรงหัวบันไดด้วยรอยยิ้ม
แม้จะไม่ได้พูดมาก แต่เรการ์ก็เชื่อว่าข่าวกรองของไทแลนด์นั้นเชื่อถือได้
. . .
ยามค่ำคืน เรการ์กลับมาถึงหลุมมังกร และเมื่อประตูเปิดออก แสงสลัวจากคบไฟก็ส่องให้เห็นภายในอันมืดทึบ พร้อมกับเสียงฝีเท้าเรการ์กระทบพื้นหินดังก้องในความเงียบ
“โฮกกกกก”
จู่ ๆ เสียงคำรามดังกึกก้อง ลำแสงเพลิงสีเขียวพุ่งขึ้นราวกับเสาหลักส่องแสงสว่างสาดไปทั่วทั้งอาคาร แคนนิบาล มังกรสีดำสนิทยืนตระหง่านอยู่บนยอดของหลุมมังกร ราวกับเจ้านครเบื้องล่าง พร้อมกับแสงไฟสว่างไสวเผยให้เห็นเงาร่างผู้คนที่ยืนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบอยู่ภายใน
“เจ้าชาย!” เสียงร้องดังกึกก้องเป็นจังหวะ คล้ายเสียงกลองแห่งการต้อนรับ
พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!
คบเพลิงจุดติดทีละดวง ไล่ความมืดออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ภายในอาคารกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง เผยให้เห็นกลางหลุมมังกรที่มีชายสองกลุ่มยืนตระหง่าน แสดงออกถึงความแข็งแกร่ง
กลุ่มหนึ่งประมาณสามร้อยนาย ใส่เกราะหนัง พกหอกและดาบ นี่คือยามหลุมมังกรเดิม ส่วนอีกกลุ่มมีเกือบพันนาย รูปร่างสูงใหญ่ สวมหนังสัตว์และผ้าหยาบ พวกเขาคือคนเถื่อนจากแครคลอว์พอยต์ที่ติดตามเรการ์มา
ทันใดนั้นตัวแทนจากทั้งสองฝ่ายก็ก้าวออกมาข้างหน้า เมย์นาร์ดในชุดยามหลุมมังกร สีหน้าแลดูซีดเซียวคล้ายคนป่วย และชายหนุ่มผมสีน้ำตาลซีดในชุดผ้าลินินหยาบ มีเหยี่ยวขาวเกาะอยู่บนไหล่
ชายหนุ่มผู้นั้นโค้งคำนับและกล่าวด้วยเสียงนุ่ม “เจ้าชาย นักรบแปดร้อยนายพร้อมรอรับคำสั่งแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เรการ์ตบไหล่เขาเบา ๆ “การเดินทางเป็นอย่างไรบ้าง ทอร์มันด์?”
ทอร์มันด์เหลือบมองเหยี่ยวขาวบนไหล่ พลางยิ้มเขิน ๆ “ไม่ต้องห่วงพ่ะย่ะค่ะ ข้ามีดวงตาเกินหนึ่งคู่”
เหยี่ยวขาวตัวนี้ เป็นสัญลักษณ์จากชนเผ่าของเขา
“ดีมาก” เรการ์พยักหน้า “พรุ่งนี้ให้คนไปรับอาวุธ และเพิ่มจำนวนผู้ดูแลมังกรให้ครบหนึ่งพันนาย”
เขามองดูนักรบคนเถื่อนทั้งแปดร้อยนายในคอกด้วยความภาคภูมิใจ นี่คือนักรบที่เขาฝึกฝนด้วยตนเอง และในยามที่หลุมมังกรต้องการผู้ดูแล พวกเขาก็คือกองกำลังที่พร้อมที่สุด
ในนครหลวงอันกว้างใหญ่เช่นนี้ กองกำลังของราชวงศ์มีเพียงสองพันนาย และมังกรก็ไม่อาจอยู่เคียงข้างเขาได้ตลอดเวลา ดังนั้นถ้าหากไม่มีอาวุธในมือ เขาจะวางใจได้อย่างไร?
. . .
เรการ์จัดการงานเรียบร้อยก็เดินขึ้นไปยังชั้นสองของหลุมมังกร ซึ่งเป็นห้องส่วนตัวของเขา
เอี๊ยด!
ประตูเปิดออก เผยให้เห็นภายในห้องที่มืดสนิท
“กลับมาแล้วหรือ?” เสียงคุ้นเคยดังขึ้น แสงตะเกียงส่องให้เห็นเรนีร่าผู้ยืนอยู่
เรการ์ปิดประตูและจุดเทียนด้วยความประหลาดใจ “เรนีร่า พี่มาทำอะไรที่นี่?”
“รอเจ้าน่ะสิ” เรนีร่าในชุดราตรีสีแดงเว้าบ่าก้าวเข้ามาอย่างยั่วยวน นิ้วเรียวยกปลายคางเขาขึ้น ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “คาราวานคนเถื่อนยาวเป็นหางงูที่เข้าสู่เมืองช่วงบ่าย ข้าเดาได้ไม่ยากว่าเจ้าจะมาอยู่ที่นี่”
“เห็นคนที่ข้าจัดมาแล้ว พี่คิดว่าอย่างไร?” เรการ์ไม่พูดเปล่า นั่งลงที่โต๊ะหน้าเตาผิงอย่างสบายใจ
“ดูแข็งแกร่งดี สมกับเป็นคนเถื่อน น่าจะมีประโยชน์ไม่น้อย” เรนีร่าเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงจริงใจ
เรการ์หยิบขนนกขึ้นมาเริ่มวาดแผนลงบนกระดาษ “กว่าจะแก้ปัญหาปากท้องของคนเถื่อนได้ มันก็ไม่ง่ายเลยเช่นกัน”
“คาราวานคนเถื่อนใช่ไหม? วิธีหาเงินแบบนี้ฉลาดดีจริง ๆ” เรนีร่านึกถึงคาราวานค้าขายที่วิ่งระหว่างคราวน์แลนด์กับริเวอร์แลนด์ น้ำเสียงเจือความอิจฉาเล็กน้อย
ขุนนางในคราวน์แลนด์ส่วนใหญ่มั่งคั่ง และเส้นทางการค้าก็ทำเงินได้ไม่น้อย ขณะที่ริเวอร์แลนด์การค้าซบเซา เพราะแม่น้ำหลายสายตัดกันยุ่งเหยิง และเหล่าขุนนางก็ไม่ค่อยร่วมมือกัน
เรการ์ร่วมมือกับลอร์ดผู้เฒ่าทัลลีจัดตั้งคาราวานเคลื่อนที่เพื่อขนส่งสินค้าและแลกเปลี่ยนระหว่างดินแดนต่าง ๆ ซึ่งแนวคิดนี้สร้างรายได้มหาศาลต่อปี ทั้งสามารถเลี้ยงดูคนเถื่อนภายใต้การควบคุมของเขา และยังเหลือกำไรไว้ใช้จ่ายในโครงการอื่น ๆ อีกด้วย