- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 115 คลื่นใต้น้ำ 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 115 คลื่นใต้น้ำ 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 115 คลื่นใต้น้ำ 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 115 คลื่นใต้น้ำ
ยามเที่ยงคืนค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา แต่งานเลี้ยงยังไม่แผ่วลงแม้แต่น้อย เหล่าขุนนางยังคงเริงร่าท่ามกลางบรรยากาศอันครึกครื้น
เรการ์ซึ่งอยู่ในงานตลอดทั้งคืนเริ่มรู้สึกอ่อนล้า เขาเท้าคางลงกับมืออย่างเหนื่อยล้า ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะดังขึ้นในความเงียบ และทันใดนั้นเดม่อนก็ปรากฏตัวขึ้น จับจ้องมายังเรการ์ที่กำลังมองเขาอย่างไม่ไว้วางใจ
เดม่อนยกมือทั้งสองขึ้นราวกับยอมจำนน แล้วหัวเราะเบา ๆ “หลานชายผู้ยิ่งใหญ่ ข้ายังไม่ได้แสดงความยินดีกับเจ้าที่ได้เป็นทายาทราชบัลลังก์เลย”
เรการ์ขมวดคิ้ว “ท่านมาที่นี่ทำไม?”
“ก็แค่อยากมา ต้องมีเหตุผลด้วยหรือ?” เดม่อนตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“ถ้าเช่นนั้นยินดีต้อนรับทั้งตัวท่านและดาร์กซิสเตอร์ของท่าน” เรการ์เอ่ย พลางเหลือบมองดาบวาเลเรียนที่ประเมินค่าไม่ได้
เดม่อนยิ้มเย้า “เจ้าตัวแค่นี้ จะยกมันไหวหรือ?”
เรการ์ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่รู้จะตอบคำพูดแหลมคมเช่นนั้นอย่างไรดี
ชายผู้นี้กล้าขนาดนี้เลยหรือ?
เขาหยิบแก้วขึ้นแล้วยกให้ “ท่านลุง ข้าขอแสดงความเคารพต่อความกล้าของท่าน และสิ่งที่ท่านได้ช่วยเหลือท่านพ่อไว้ แก้วนี้เพื่อท่าน”
ในใจของเรการ์ เดม่อนเปรียบเสมือนสัตว์ร้ายที่ติดกับแล้ว ไม่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนวาจารุนแรงให้เสียเวลา
เดม่อนมองน้ำผลไม้ในแก้วแล้วส่ายหน้า “เด็กน้อยดื่มกัน ข้าชอบไวน์ชั้นเลิศมากกว่า”
เรการ์ยิ้มบาง “ในฐานะทายาท เมื่อข้ามอบไมตรี ท่านก็ควรรับไว้”
“แล้วถ้าข้าปฏิเสธล่ะ?” เดม่อนแสยะยิ้ม
“ก็คงต้องรู้กันล่ะว่าอะไรจะเกิดขึ้น”
เรการ์ตอบพลางเอียงแก้วให้น้ำผลไม้รินไหลลงพื้น จากนั้นวางแก้วกระแทกลงบนโต๊ะ
ปัง!
เออร์ริคชักดาบยาวออกมาทันที แล้วจ่อปลายดาบไว้ที่ลำคอของเดม่อน
เดม่อนหันมาสบตาเออร์ริค ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ “เจ้าคิดจะฆ่าข้าหรือ?”
“หากจำเป็น ข้าก็จะทำพ่ะย่ะค่ะ” เออร์ริคตอบอย่างหนักแน่น
เรการ์รินน้ำใส่แก้วใหม่ แล้วยื่นให้เดม่อนอีกครั้ง “ดื่มสิ ท่านลุง”
เดม่อนยกมือขึ้นพลิกแก้วให้น้ำหกลงพื้นอีกหน “เจ้าช่างไร้เดียงสานัก เจ้าคิดจริงหรือว่าข้าจะยอมศิโรราบ?”
ปัง!
แก้วถูกวางกระแทกโต๊ะอีกครั้ง สีหน้าของเรการ์เย็นเยียบลงทันใด
ชวิ้ง! ชวิ้ง!
เสียงชักดาบดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับดาบอีกสองเล่มถูกชักออกจากฝัก จ่อเข้าที่ลำคอและแผ่นหลังของเดม่อน
เมื่อเดม่อนหันไปมองก็พบว่าโคลกับแฮร์โรลด์ได้เข้ามายืนข้างหลังอย่างเงียบ ๆ สายตาของทั้งสองแข็งกร้าวไร้ความเมตตา ทั้งสองเป็นคิงการ์ด และย่อมรู้ดีถึงบาปกรรมของเดม่อน จะปล่อยให้คนเช่นนี้เข้าใกล้เจ้าชายได้อย่างไร?
“ท่านลุง ข้ายกจอกให้ท่านเพราะท่านเคยช่วยท่านพ่อของข้า” เรการ์กล่าวพลางยกแก้วขึ้นอีกครั้ง “ข้าเข้าใจความคิดของบิดา เขาเป็นคนมีเมตตา แต่ข้าไม่ใช่คนเช่นนั้น ข้าจะเป็นผู้ตัดสินโทษของท่าน และจะไม่ยอมให้ท่านได้สวมผ้าคลุมดำเพื่อไปยังกำแพง”
เรการ์รู้ดีว่าวิเซริสมักลังเลเสมอแม้จะโกรธแค้นแค่ไหน
เดม่อนสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย “เจ้าคิดจะส่งข้าไปเป็นนักรบเฝ้าราตรี ณ กำแพงหรือ?”
“ดื่มแก้วนี้ แล้วท่านลุงจะรอดชีวิตในคืนนี้” เรการ์ยื่นโอกาสให้ลุงอีกครั้ง เพราะคำกล่าวหาเรื่องฆ่าญาติเป็นบาปใหญ่ และเขาไม่อยากเห็นบิดาต้องเสียสายเลือดไป
“ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเกลียดข้าถึงเพียงนี้”
“จงไปยังกำแพง แล้วชดใช้สิ่งที่ท่านได้ก่อ”
เดม่อนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมา เขาประทับใจในน้ำใจของหลานชาย ที่แม้จะมีอำนาจก็ยังพยายามไว้ชีวิตเขา ทำให้เดม่อนรับแก้วไว้ สูดกลิ่นน้ำผลไม้แล้วแนบริมฝีปาก
วิเซริสลอบมองสถานการณ์ด้วยความพอใจ
เดม่อนจิบเล็กน้อย ก่อนจะเทน้ำในแก้วลงพื้น “น่าเสียดาย . . . รสชาตินี้ไม่ถูกปากข้า”
เพล้ง!
แก้วไวน์ลอยมาตรงหน้าผากของเดม่อนจนเจ้าตัวผงะ
“ไสหัวไปซะ! ไปใช้ช่วงชีวิตที่น่าเวทนาของเจ้าต่อเถอะ เจ้าสัตว์เดรัจฉานไร้หัวใจ!” วิเซริสตัวสั่นด้วยความเดือดดาล กัดฟันแน่น
“เอาเถอะ! ตามใจพวกท่านก็แล้วกัน” เดม่อนสบถ พลางใช้มือปิดแผลที่เลือดไหล แล้วเบียดผ่านโคลที่ขวางทางเข้าไปในหมู่คนเต้นรำ
ขณะเขาเดินจากไป เขากลับยิ้มอย่างพึงพอใจที่ได้เห็นนิสัยแท้จริงของหลานชาย
ที่โต๊ะตระกูลเวลาเรียน เรนิสกำมีดแน่น “เจ้าสร้างหายนะเอง อย่าโทษใคร”
“เดม่อนก็คือเดม่อน” เจนกล่าวเสียงเบา พลางปรายตาไปยังเรการ์ด้วยรอยยิ้ม “ทายาทองค์นี้ดูจะเฉียบแหลมกว่าเรนีร่า”
“เขาเป็นบุตรของราชินีผู้ล่วงลับ เอ็มม่า แอริน จึงนับเป็นพันธมิตรโดยธรรมชาติกับเจ้าและเดอะเวล” ยอร์เบิร์ตวิเคราะห์
“นั่นก็จริง แต่ข้าสนใจเรื่องแต่งงานของเขามากกว่า” เจนหัวเราะเบา ๆ พลางลูบคาง
ยอร์เบิร์ตว่า “เขาเพิ่งอายุหกขวบ และตามธรรมเนียมของตระกูลทาร์แกเรียน เขามีพี่สาวกับน้องสาวสองคนให้เลือก”
“ใครจะไปรู้” เจนยิ้ม
ณ โต๊ะกษัตริย์ วิเซริสหายใจแรง หน้าแดงก่ำด้วยโทสะ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมบุตรชายถึงปฏิเสธที่จะให้อภัยน้องชายทั้งที่เขาเองยังลังเล มันจะต้องให้เขาฆ่าน้องชายของตัวเองด้วยมือของตนเองจริง ๆ หรือ?
“ในเมื่อเจ้าต้องการนัก . . . ข้าจะให้” วิเซริสบ่นผ่านไรฟัน
เรการ์สั่งโคลและแฮร์โรลด์ให้ถอยกลับไปเฝ้าทางเข้า เมื่อสังเกตดี ๆ เขาก็พบว่ามือของตนสั่นน้อย ๆ และหายใจถี่ขึ้น แต่ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความตื่นเต้น
“ท่านลุง . . . ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” เรการ์เอ่ยพึมพำอย่างแผ่วเบา
อีกด้านหนึ่งที่หลุมมังกร เสียงคำรามของมังกรดังกึกก้องไปทั่ว มีมังกรหลายตัวถูกล่ามด้วยโซ่เหล็กในนั้น ไม่ว่าจะเป็นเวการ์ เมลิส ซีสโมค และไซแร็กซ์
ในความคาแร็กซิสของเดม่อนส่งเสียงคำรามก้อง ดวงตามันกวาดมองไปทั่วซากหินด้วยความเกรี้ยวกราด ในขณะที่ ณ ไกลโพ้น มังกรสีดำตัวหนึ่งกำลังไต่กำแพงของหลุมมังกร แววตาของมันสะท้อนอารมณ์ของผู้เป็นเจ้านาย
เรการ์ยกดาร์กซิสเตอร์ขึ้นพาดบ่า ยิ้มบางก่อนกล่าวลา “ท่านพ่อ ข้าขอตัว”
“ไปเถิด งานเลี้ยงยังอีกยาว” วิเซริสตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เรการ์พยักหน้า แล้วกระซิบอะไรบางอย่างกับเออร์ริค
เออร์ริคขมวดคิ้วแน่น ก่อนพยักหน้ารับอย่างจริงจัง
“ลาก่อน” เรการ์กล่าว พร้อมก้าวเดินจากไป
งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อ เหล่าตระกูลทัลลี ไทเรลล์ และชนชั้นสูงอื่น ๆ ต่างแสดงความเสียดายเมื่อทราบว่าองค์รัชทายาทได้เดินทางออกไปแล้ว
ด้านเดม่อนเองก็เดินเตร็ดเตร่ในหมู่คนอย่างไร้จุดหมาย ถูกปฏิเสธจากคู่เต้นรำหลายคน ก่อนที่ทันใดนั้นเสียงหนึ่งจะดังขึ้นเบื้องหลัง
“ยังหาคู่เต้นรำไม่ได้อีกหรือเพคะ?” เลน่าเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม