- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 100 คำเตือน 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 100 คำเตือน 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 100 คำเตือน 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 100 คำเตือน
อลิเซนต์นอนหลับตาแน่น พลางถอนหายใจเบา ๆ ด้วยความปวดศีรษะที่แล่นขึ้นมาอย่างหนักหน่วง นางหวังเพียงจะได้พักผ่อนในความเงียบสงบของค่ำคืนนี้
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ร่างกายนางเหมือนจมอยู่ในภวังค์ครึ่งหลับครึ่งตื่น
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความสงบอย่างกะทันหัน แต่ด้วยอาการปวดหัวที่หนักเกินจะใส่ใจ อลิเซนต์จึงเมินเฉย ปล่อยเสียงนั้นผ่านไปเหมือนเพียงลมผ่าน
ไม่นานนักเสียงก็เงียบหายไป และนางก็เริ่มจะเคลิ้มหลับอีกครั้ง ทว่าก่อนที่สติจะหลุดลอยไป นางกลับรู้สึกถึงความร้อนวาบแผ่ซ่านเข้ามาเหมือนมีเตาผิงจ่ออยู่ใกล้ ๆ เหงื่อซึมขึ้นบนหน้าผากอย่างรวดเร็ว
“ร้อนเหลือเกิน . . . กระหายน้ำจริง ๆ . . .”
ปากแห้งผากของอลิเซนต์โหยหาน้ำราวกับจะขาดใจ นางเอื้อมมือไปคว้าแก้วน้ำบนโต๊ะหัวเตียงอย่างอัตโนมัติ แต่กลับสัมผัสเจอผืนผ้าแทน ทำให้นางแตะมันเบา ๆ ก่อนจะพบว่าภายใต้ผ้านั้นคือความนุ่มของผิวเนื้อ
“ผ้า . . . แล้วก็ผิวหนัง?”
สติของนางพลันกลับคืนมาทันที พร้อมกับฝืนลืมตาขึ้นมองรอบห้องที่มืดสลัว และที่ปลายเตียงมีเงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำกำลังนั่งอยู่ ในมือของเขามีเตาไฟพกพาเล็ก ๆ แสงสีส้มจากถ่านที่ยังร้อนแรงสาดเงาวูบไหวบนกำแพง
“ใครกัน!?”
หัวใจอลิเซนต์แทบหลุดออกมานอกอก นางถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ดึงผ้าห่มมากอดไว้แน่น
“ข้าเอง ท่านแม่” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับที่ชายผู้นั้นถอดฮูดคลุมศีรษะออก และยื่นแก้วน้ำให้ “ท่านกระหายน้ำไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ”
อลิเซนต์เพ่งมองใบหน้าของเขา ก่อนจะพูดอย่างตกตะลึง “เรการ์!? เจ้าเองหรือนี่!”
“ท่านตกใจหรือ?” เด็กหนุ่มในชุดคลุมดำจ้องมองนางด้วยแววตาเยือกเย็น
ใบหน้าของอลิเซนต์ซีดลงทันใด และเอ่ยเสียงเข้มว่า “เจ้าเข้ามาในห้องของข้าทำไม!? เวลานี้เจ้าควรจะหลับไปแล้ว!”
นางเผลอคิดไปว่าอาจมีคนในครอบครัวแอบลอบเข้ามา ความรู้สึกนั้นทำให้นางไม่สบายใจอย่างยิ่ง
เรการ์เอียงคอเล็กน้อย พลางยื่นแก้วน้ำให้ “ท่านไม่กระหายน้ำแล้วหรือ? ดื่มสักหน่อยเถิด”
“ไม่ต้อง! ข้าไม่หิว ไม่กระหาย เจ้าออกไปเดี๋ยวนี้!” อลิเซนต์ตวาดลั่นอย่างไม่ไว้หน้า
“หากเช่นนั้น ข้าจะไม่รบกวน” เรการ์ตอบอย่างสงบ วางแก้วลงข้างเตียง “แต่ก่อนจะไป ข้าขอพูดอะไรสักเล็กน้อยแล้วกัน”
“ไม่มีอะไรให้พูด! แล้วเจ้าเข้ามาในห้องข้าได้อย่างไร!? คนเฝ้าหน้าห้องหายไปไหนหมด!?” อลิเซนต์เสียงแข็ง พยายามจะขับไล่ลูกเลี้ยงออกจากห้องให้เร็วที่สุด
เรการ์หัวเราะเบา ๆ แล้วชี้ไปที่ผนังห้อง “ตรงนั้นมีทางลับมิใช่หรือ? ใครแอบสำรวจดูนิดหน่อยก็หาเจอแล้ว”
หลังจากงานเลี้ยงค่ำวันนั้น เรการ์ได้ไปสอบถามเซอร์โคลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเกาะดราก้อนสโตน และนั่นทำให้เขารู้ว่าภายในปราสาทมีเส้นทางลับอยู่หลายสาย หนึ่งในนั้นพุ่งตรงมายังห้องของราชินี และสิ่งที่เขาเห็นในห้องนี้ก็ยิ่งตอกย้ำความสงสัยที่เขามี
อลิเซนต์หันไปมองตรงทางลับตามที่เขาชี้ ดวงตาเริ่มสั่นไหวด้วยความหวาดวิตก ทำให้นางคว้าผ้าห่มขึ้นมากอดแน่นกว่าเดิม “เจ้าหมายความว่าอะไร? เจ้าเข้ามาทำไมกันแน่?”
เรการ์เฝ้ามองสีหน้านางอย่างแนบเนียน และเริ่มเล่าเรื่องอย่างช้า ๆ “ข้าเริ่มสงสัย ทำไมทุกครั้งที่ข้าพยายามฝึกมังกรให้เชื่อง มักเกิดเหตุผิดพลาดเสมอ ลุงเดม่อนเคยติดสินบนผู้ดูแลมังกรให้ส่งข่าวปลอมล่อข้าไปดราก้อนเมาท์” แต่ก่อนหน้านั้นก็มีคนส่งข่าวให้ข้าไปยังชายฝั่งตะวันออกด้วย”
อลิเซนต์หน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย ก่อนตอบกลับเสียงเรียบ “ข้าเองที่ส่งข้อมูลนั้นให้เรนีร่า และข่าวนั้นก็ไม่ผิดจริง ๆ มังกรสองตัวยังอยู่แถบนั้น ซันไฟร์ก็ถูกพบอย่างรวดเร็ว ข้าไม่ได้โกหก”
“ใช่ ข่าวจากฝั่งตะวันออกนั้นแม่นยำ” เรการ์พยักหน้าเบา ๆ “แต่จากนั้นเกรย์โกสต์ก็ปรากฏตัวที่ดราก้อนเมาท์ มังกรที่ควรอยู่ตรงนั้นไม่ใช่แคนนิบาล แต่เป็นซิลเวอร์วิงที่เพิ่งออกไข่ ดังนั้นถ้ามีใครรู้ว่าข้าไม่เชื่อใจท่าน แล้วจงใจให้ข้อมูลเบี่ยงเบนเพื่อล่อข้าไปที่ดราก้อนเมาท์ล่ะ?”
เสียงของเรการ์เบาลง ขณะที่อลิเซนต์เริ่มขยับตัวอย่างไม่สบายใจในความมืดสลัวของห้อง
“นี่มันแค่จินตนาการของเจ้า เดม่อนต่างหากที่วางกับดักเจ้า” ใบหน้านางแข็งกร้าวขึ้นทันที “ข้าแค่อยากปรับความเข้าใจกับเรนีร่า เราก็เหมือนพี่น้องกัน”
“ก็ได้ ข้ารับฟัง” เรการ์พยักหน้าไม่ปฏิเสธคำพูดของนาง เพราะคืนนี้เขาไม่ได้มาปรักปรำราชินี เพราะเขายังไม่มีหลักฐานชัดเจน มีเพียงความสงสัย
เรการ์ก้มหน้าลง แล้ววางเตาถ่านพกพาบนเตียง พลางเปิดฝาออกอย่างเบามือ ทำให้แสงจากถ่านที่แดงฉานฉายแสงให้เห็นครึ่งหน้าของเขาที่เคยอยู่ในเงามืด
“เจ้าจะทำอะไร?” อลิเซนต์ถามอย่างระแวง ใจนางร้อนรนไปหมด
“ไม่มีอะไร ท่านไม่อยากดื่มน้ำ งั้นก็อุ่นตัวสักหน่อย” เรการ์ตอบเรียบ ๆ ก่อนจะหยิบถ่านขึ้นมาจับไว้ในมือ ทำให้แสงไฟสะท้อนบนใบหน้าของเขา โดยที่เขายังคงมองนางด้วยสายตานิ่งเฉย “ท่านแม่ก็รู้ดีว่าการเดินทางของข้าที่คาบสมุทรไม่ใช่เรื่องสงบสุขเลย หลายคนที่ลบหลู่ข้าจบชีวิตลงด้วยเปลวเพลิงของมังกร”
อลิเซนต์ขยับตัวหนีไปอีกด้านของเตียง สีหน้าหวาดกลัวชัดเจน
แต่เรการ์ไม่เดินเข้าใกล้ เขาเพียงพูดต่อเสียงเรียบ “ข้าไม่รู้ว่าท่านเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่ขอเพียงอย่าเป็นศัตรูกับข้า กับบิดาข้า หรือกับเรนีร่าเลย”
จากนั้นเรการ์ก็สบตานางอย่างแน่วแน่
แกร๊ก!
ทันใดนั้นมือเขาก็กำหมัดแน่นจนถ่านในมือแตกกระจายลงบนผ้าปูเตียงสีขาว ก่อนที่ถ่านที่แตกนั้นจะลุกไหม้ทันที
อลิเซนต์ร้องด้วยความตกใจ รีบใช้หมอนกดไฟไว้ ขณะที่เรการ์หยิบแก้วน้ำมาราดดับไฟลงอย่างใจเย็น
เมื่อควันจางลงใบหน้าของเขายังถูกแสงเงาบดบัง น้ำเสียงแทบไม่ดังไปกว่าเสียงกระซิบ “ข้าหวังว่าท่านยังมีเมตตาหลงเหลืออยู่”
“เจ้ามันบ้าไปแล้ว! ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด! ต้องให้ข้าย้ำอีกกี่ครั้ง!?” อลิเซนต์ระเบิดอารมณ์ ใกล้จะหมดความอดทนเต็มที
เรการ์เบือนหน้าเล็กน้อย “ข้าเชื่อท่าน เพราะท่านคือแม่เลี้ยงของข้า และข้าหวังว่าท่านจะปกป้องลูกของตระกูลทาร์แกเรียน รวมถึงข้าและเรนีร่าด้วย”
“ข้าคือราชินี ภรรยาของกษัตริย์ ซึ่งมาพร้อมกับภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ” อลิเซนต์พูดด้วยสีหน้าแข็งกร้าว และพูดต่อด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดว่า “แต่เจ้ามาข่มขู่ข้าในห้องนอน มันเป็นการล่วงเกินอย่างยิ่ง ข้าจะบอกสามีของข้า ให้ท่านตัดสินว่าเด็กที่ดูหมิ่นมารดาเช่นเจ้า ควรถูกลงโทษอย่างไร!”
“แล้วแต่ท่านเถิด” เรการ์ตอบเสียงเรียบ พลางปิดฝาเตาถ่าน แล้วยกขึ้นเตรียมเดินจากไป แต่ก่อนจะก้าวพ้นประตู เขาก็หยุดกึก แล้วหันกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงเจือความลึกลับ “ข้าขอพูดอีกเรื่อง เอกอนคือน้องชายของข้า และข้าก็ให้ความสำคัญกับสายเลือดพี่น้องนั้น ถึงแม้ข้าจะเอาชีวิตรอดจากการลอบสังหารได้ด้วยฝีมือตัวเอง แต่เขาก็ยังเยาว์วัยนัก . . .”
“พอได้แล้ว!!!” อลิเซนต์ตวาดลั่น เส้นเลือดที่ลำคอเต้นตุบ ดวงตาแดงก่ำ ฟันขบแน่น “ข้าจะดูแลลูกของข้าเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น!”
“เช่นนั้นก็แล้วแต่ . . . ท่านแม่” เรการ์ยิ้มหวาน พลางโค้งศีรษะอย่างอ่อนน้อมราวกับเด็กดี และเดินออกจากห้องไปอย่างช้า ๆ พร้อมกับเตาถ่านในมือหายลับไปในความมืด ผ่านทางลับใต้แววตาเกลียดชังของราชินี