- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 95 การร่ายรำของมังกรอีกครา 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 95 การร่ายรำของมังกรอีกครา 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 95 การร่ายรำของมังกรอีกครา 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 95 การร่ายรำของมังกรอีกครา
เมื่อคู่ปรับเผชิญหน้ากัน ดวงตาของทั้งสองก็เปล่งประกายแห่งไฟแห่งการล้างแค้น มังกรโตทั้งสองทะยานขึ้นสู่เวหา เสียงคำรามกึกก้องสะท้านฟ้า พร้อมเสียงเพลิงมังกรที่แผดเผา ทำให้แคนนิบาลกวาดสายตามองศัตรูตรงหน้า พร้อมกับดวงตาทรงมนุษย์สะท้อนความเย้ยหยันออกมา
ต่างจากแคนนิบาลที่ได้ดอกไม้แห่งชีวิตเพื่อฟื้นฟูบาดแผล ซิลเวอร์วิงยังบาดเจ็บสาหัส มันยังคงนอนสงบนิ่งอยู่ในรัง ใบปีกขยับได้เพียงเล็กน้อยด้วยความทรมาน ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงในการต่อสู้ ดังนั้นศัตรูที่แท้จริงในวันนี้คือ เวอร์มิธอร์ แห่งโทสะสีบรอนซ์
“กรรร!”
เสียงคำรามอีกสองสายแทรกขึ้นมา หนึ่งดังมาจากหน้าผา เบื้องบนที่เรนีร่าที่ขี่ไซแรกซ์ อีกเสียงมาจากเทือกเขาอันห่างไกล มังกรสีน้ำตาลตัวมหึมาคืบคลานออกจากถ้ำ จ้องมองมาทางพวกเขาอย่างระวัง แต่มันยังไม่เคลื่อนตัว และเข้ามาเพียงนั่งเฝ้าดูอยู่บนโขดหินกลางทะเล
เรการ์รู้ทันทีว่ามังกรตัวนี้คือ ชีปสตีลเลอร์ มังกรป่าที่ขึ้นชื่อเรื่องขโมยแพะ อายุอานามพอ ๆ กับ คาแร็กซิส พละกำลังไม่ด้อยไปกว่ากัน ซึ่งชีปสตีลเลอร์คงได้ยินเสียงคำรามของเหล่ามังกรแล้วออกมาดูสถานการณ์จากระยะปลอดภัย และมันคงไม่ใช่ภัยคุกคามในตอนนี้
ขณะเดียวกันไซแรกซ์ก็บินมาขนาบข้างแคนนิบาล เรนีร่าบินเข้ามาเกือบประชิด ชำเลืองมองด้วยใบหน้าไม่พอใจ “เรการ์ เจ้าคิดอะไรอยู่ เจ้าหมกมุ่นจะสู้กับมังกรนักหรือ?!”
“แคนนิบาลคือตัวที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดามังกรป่า มันมีศักดิ์ศรีของมัน ที่ล้มได้ก็ต้องลุกให้ได้” เรการ์ตอบอย่างแน่วแน่
“แต่แค่นั้นไม่ได้ทำให้ควบคุมมันง่ายขึ้นนะ!” เรนีร่าสบตาอย่างไม่เห็นด้วย และมองไปยังเวอร์มิธอร์กับซิลเวอร์วิงด้วยสายตาเป็นกังวล ถึงไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้เรการ์ลุยเดี่ยวได้
“ซิลเวอร์วิงยังไม่ฟื้นดี เราแค่ต้องจัดการเวอร์มิธอร์ให้ได้” เรการ์กล่าว
“ไซแรกซ์ไม่เคยผ่านศึก นางช่วยได้ไม่มากนัก” เรนีร่าตอบพลางกำมือแน่น ถึงแรกเริ่มนางจะมาเพื่อสั่งสอนเรการ์ แต่ในใจลึก ๆ นางก็อดตื่นเต้นไม่ได้กับการได้เข้าสู่สมรภูมิบนหลังมังกร
เรการ์ยิ้มออกมา “พี่เฝ้าดูก็พอ ข้าและแคนนิบาลรับมือได้แน่”
ไม่ทันสิ้นคำเวอร์มิธอร์และซิลเวอร์วิงก็พ่นเพลิงเข้าใส่ทันที
“พี่ ระวัง!” เรการ์ตะโกนเตือน ก่อนที่แคนนิบาลจะพุ่งออกไป ปล่อยเปลวเพลิงสีเขียวมรกตสวนกลับ
ตูมมมม!!
เสียงระเบิดจากการปะทะของเพลิงทั้งสามสายสะเทือนฟ้า ร้อนระอุไปทั่วเวหา เรการ์นอนแนบหลังกับแผ่นหลังแคนนิบาล ดวงตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น
แคนนิบาลยังไม่หยุด มันโฉบอีกครั้งพ่นไฟสายที่สองใส่คอของเวอร์มิธอร์ แต่เวอร์มิธอร์ก็อาศัยลำตัวที่แข็งแรงสะบัดปีกไล่เปลวเพลิง แต่ก็ต้องเผชิญจังหวะสวนกลับ แคนนิบาลพุ่งเข้าหาซิลเวอร์วิงที่ไร้เรี่ยวแรงทันที ขบเข้าที่คอจนเสียงร้องโหยหวนสะท้อนออกมา
“แคนนิบาล ระวัง!” เรการ์ร้องเตือนอีกครั้ง
แคนนิบาลตอบสนองทันที มันเบี่ยงตัวหลบเพลิงสีทองจากเวอร์มิธอร์อย่างเฉียดฉิว
เวอร์มิธอร์เดือดดาลเมื่อเห็นคู่ของตนถูกทำร้าย มันพ่นไฟไล่ตามอย่างบ้าคลั่ง แต่แคนนิบาลเร็วกว่ามาก มันหายวับเข้าไปในหมู่เมฆ
เบื้องล่างซิลเวอร์วิงร่วงตกพื้น เลือดทะลักจากลำคอ ดิ้นทุรนทุราย ทำให้ชีปสตีลเลอร์ที่เฝ้าดูอยู่จากไกล ๆ แสดงความตื่นเต้นออกมา จ้องมองเหยื่อราวกับเตรียมตะครุบ
“หยุดนะ!” เรนีร่าขี่ไซแรกซ์เข้าขวาง พร้อมตวาดเป็นภาษาไฮวาเลเรียน นางโกรธเกรี้ยวอย่างยิ่งที่เวอร์มิธอร์กับซิลเวอร์วิงรุมโจมตีมังกรของเรการ์
แต่อีกมุมหนึ่งเรนีร่าก็เข้าใจสถานะของเวอร์มิธอร์และซิลเวอร์วิง พวกมันคือมังกรคู่บารมีของกษัตริย์เจแฮริสและราชินีอลิแซน ผู้รับใช้ราชวงศ์มายาวนาน ต่อให้นางโกรธแค่ไหนก็ไม่อาจมองข้ามคุณค่าของพวกมันได้
ในทางกลับกันชีปสตีลเลอร์ทั้งแก่และดุร้ายคือภัยร้ายของจริง ตัวมันใหญ่พอ ๆ กับคาแร็กซิส ขณะที่ไซแรกซ์ยังคงเติบโตไม่เต็มที่
เรนีร่านำไซแรกซ์เข้าประจันหน้ากับมันในความตึงเครียด ชีปสตีลเลอร์คำรามขู่ แต่ยังไม่โจมตี ทำให้ไซแรกซ์ที่สัมผัสถึงอารมณ์ของผู้ขี่ก็ขู่ตอบอย่างต่ำเสียง แม้ตัวจะเล็กกว่า แต่วิญญาณแห่งนักรบก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน
สุดท้ายชีปสตีลเลอร์ก็เลือกถอยกลับไปเงียบ ๆ โดยไม่เปิดศึก
. . .
การต่อสู้กลางอากาศยังดำเนินต่อ แคนนิบาลหายเข้าไปในกลุ่มเมฆ เวอร์มิธอร์ตามเข้าไปด้วยความแค้น สายตาของมันถูกบดบังด้วยหมอกหนา และนั่นคือจังหวะที่เงาร่างมหึมาพุ่งออกจากด้านข้าง!
แคนนิบาลโผล่มา กัดลำคอของเวอร์มิธอร์จนเลือดพุ่งทะลัก
“กร๊าซซซ!”
เวอร์มิธอร์ไม่ทันตั้งตัว ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งเพื่อเอาชีวิตรอด แต่มังกรป่าก็ใช้สัญชาตญาณเข้าตะปบ แหวกเนื้อหนังอย่างดุดัน
“แคนนิบาล ปล่อย!” เรการ์สั่งเสียงกร้าว
แคนนิบาลเกือบหลงใหลในกลิ่นเลือด แต่ก็ยอมฟังคำสั่ง มันปล่อยเหยื่อทันที พลางงับเนื้อก้อนหนึ่งติดปาก ก่อนถีบตัวเองลอยกลับขึ้นฟ้า
เวอร์มิธอร์คำรามโหยหวน เลือดไหลทะลัก พยายามประคองตัวกลางอากาศ
แคนนิบาลซ่อนตัวในกลุ่มเมฆอีกครั้ง และเพียงครู่เดียวมันพุ่งกลับขึ้นมาจากด้านล่างอีกหน!
เวอร์มิธอร์ที่ยังไม่ทันฟื้นตัวถูกกัดเข้าที่ไหล่ เสียงกระดูกแตกดังสะเทือนฟ้า ทำให้มันคำรามลั่น พยายามสะบัดคิดจะสวนกลับ
“ดราคาริส!” เสียงของเรการ์ดังก้อง พร้อมดึงบังเหียนแน่น
แคนนิบาลปล่อยคมเขี้ยว แล้วพ่นเพลิงเข้าใส่ปากของเวอร์มิธอร์ในระยะประชิด!
ตูมมมมมมมม!!
เพลิงมังกรระเบิดเข้าใส่ศีรษะของเวอร์มิธอร์ เกิดกลุ่มควันดำทะมึน จนเวอร์มิธอร์ทรุดตัวกลางอากาศ คอห้อยลง เลือดมังกรไหลนอง แต่มันก็ยังไม่ยอมแพ้ แม้จะบาดเจ็บสาหัส แต่เวอร์มิธอร์ก็ยังฝืนพยายามควบคุมร่างอันแหลกสลายของตนอย่างทุรนทุราย . . .