บทที่ 74 (ฟรี)
บทที่ 74 (ฟรี)
บทที่ 74
“แต่ผมอายุน้อยกว่าคุณ ไม่เหมาะสมหรอกถ้าให้เรียกพ่อ”
ต้าชุนโบกมือแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “รองประธานหลินพูดว่า ตราบใดที่มีรักแท้ เพศก็ไม่ใช่ปัญหา ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอายุ”
อู๋เกอ “......”
ทำไมเป็นรองประธานหลินอีกแล้ว นี่แกไปเป่าหูอะไรเขาบ้างเนี่ย?
“แม้ว่าผมจะแก่กว่าคุณ แต่ตราบใดที่คุณชอบแม่ผมจริงๆ ผมก็รับได้!”
อู๋เกอ 'อะไรวะเนี่ยยยย'
'ทนไม่ไหวแล้ว!'
“ดังนั้นผมมาคิดดูแล้ว ในเมื่อเราต่างมีความคิดเป็นของตัวเอง เพราะงั้นหลังจากนี้ไปผมจะเรียกคุณว่าพ่อ ส่วนคุณเรียกผมว่าพี่ชาย และพวกเรา ...” ต้าชุนวางมือข้างหนึ่งบนไหล่ของอู๋เกอและอีกมือหนึ่งบนไหล่ของแม่หลิว “... จะกลายเป็นครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียวกัน!”
อู๋เกอ “...”
ณ ขณะนี้ ต้าชุนอ้าแขนให้อู๋เกอ
อู๋เกอสับสน “คุณทำแบบนั้นทำไม?”
“ก็กอดกันไง!” ต้าชุนพูดอย่างเด็กๆไร้เดียงสา “ให้ผมได้สัมผัสถึงความรักของพ่อที่ห่างหายไปนาน!”
แล้วต้าชุนก็กอดอู๋เกอไว้แน่น
อู๋เกอ “...”
ต้าชุนดูมึนเมาอิ่มเอมเอามากๆ “นี่คือความรู้สึกของความรักจากพ่อใช่ไหม? นี่สินะอ้อมกอดของพ่อ? มันอบอุ่นและชวนให้สบายใจมาก คิดถึงจังเลย! รู้สึกเหมือนได้กอดแฟนยังไงยังไงงั้น! อืม ว่าแต่นี่ก็ชวนให้หลงใหลไม่เบา ...”
อู๋เกอตกใจ “ห้ามหลงใหล! ฉันเป็นผู้ชาย!!”
“ไม่หรอกๆ ไม่ใช่ในทำนองนั้น เพราะคุณคือพ่อของผม” ต้าชุนหัวเราะ
“อีกอย่าง พูดถึงเรื่องแฟน ...”
“พ่อครับ ผมกำลังจะแต่งงานกับแฟนของผม พ่อช่วยจ่ายค่าสินสอดได้ไหม? มันไม่มาก แค่ 500,000 หยวน พร้อมห้องจัดงานแต่งงานและรถ เซ็นผู้รับมอบเป็นผมกับแม่ หลังจบงานแล้วผมจะตั้งใจปั้นหลานน้อยๆให้พ่อซักสองคน!”
อู๋เกอ “พรวดดดด”
“ในเมื่อพ่อไม่พูด ผมขอสรุปว่าพ่อเห็นด้วยนะครับ!”
อู๋เกอ “พรวดดดด”
“พ่อครับ พ่อใจดีมากจริงๆ ฮ่า ฮ่า ...”
ต้าชุนหัวเราะแล้วปล่อยอู๋เกอพร้อมผลักออกไป “ผมรั้งพ่อไว้นานแล้ว พ่อไปหาแม่เถอะ”
ณ ขณะนี้หลินเป่ยฝานวิ่งออกมาพร้อมกับกลุ่มคน ทุกคนปรบมืออย่างตื่นเต้นและตะโกนว่า “กอดกัน! กอดกัน! กอดกัน!”
บรรยากาศภายในเหตุการณ์เข้มข้นเป็นพิเศษ!
อู๋เกออายมาก! ตัวเขาตอนนี้ทั้งอึดอัดใจได้แต่ยิ้มกระอักกระอ่วน!
ตอนนี้เขาอยากใช้มีดคมๆฆ่าตัวตายให้มันจบๆไปจริงๆ!
แต่ก่อนตาย ขอปาดคอไอ้สารเลวหลินเป่ยฝานให้ตายตามไปด้วยกันซะก่อน!
ในที่สุด แม่หลิวผู้ใจดีก็ช่วยอู๋เกอจากสถานการณ์นี้ “ทุกคนอย่าทำแบบนี้ เสี่ยวอู๋เป็นคนขี้อาย เขาจะทำอะไรไม่ถูกถ้าพวกคุณยังทำแบบนี้ต่อไป”
หลินเป่ยฝานโบกมือแล้วพูดว่า “เอาล่ะ งั้นพวกเราไม่กวนแล้ว ทุกคนกลับไปทำงาน แล้วค่อยมางานฉลองกันช่วงค่ำ!”
ทุกคนมองหลินเป่ยฝานด้วยสีหน้าบูดบึ้ง เห็นอยู่ชัดๆว่าเป็นคุณพาพวกเรามาชมละครดีๆ แต่สุดท้ายกลับตำหนิและไล่พวกเรา?
“ไปให้พ้น! กลับไปทำงาน อย่ารบกวนคู่รัก!”
อู๋เกอ “....”
ต้าชุนตะโกน “รองประธานหลินพูดถูก! แม่ครับ ผมกลับบ้านก่อน! พ่อ! ดูแลแม่ของผมให้ดีด้วยนะ!”
อู๋เกอ “......”
ก่อนออกเดิน หลินเป่ยฝานตบไหล่อู๋เกอแล้วพูดว่า “เสี่ยวอู๋ คุณก็ถือเป็นคู่รักกันแล้ว แม่หลิวเป็นผู้หญิงที่ดี ทะนุถนอมเธอด้วย!”
อู๋เกอ “...”
ในวันต่อมา อู๋เกอยังคงทำงานร่วมกับแม่หลิวไปพร้อมๆกับการพัฒนาความรักในที่ทำงาน ทั้งคู่มักไปไหนมาไหนด้วยกัน หวานเยิ้มมดตอมไปทั่วบริษัท ใครเห็นก็อดแซวไม่ได้
แม้แต่หลินเป่ยฝานก็มักใช้เวลาว่างๆมาแซวทั้งสองคน แซวจนพอใจแล้วก็มีกำลังใจกลับไปทำงานต่อ
ในทางกลับกัน ตัวเอกอู๋เกอต้องทนกับการแสร้งหวานซึ้งกับแม่หลิว ขณะเดียวกันก็พยายามหาโอกาสแก้แค้นหลินเป่ยฝาน
เห็นหลินเป่ยฝานมีความสุขมากเท่าไหร่ จิตใจของอู๋เกอก็หม่นหมองมากขึ้นเท่านั้น
“ฉันต้องหาวิธีอื่นเพื่อเอาชนะหลินเป่ยฝาน! ไม่งั้นคงทำใจมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้แน่!”
“ส่วนวิธีแก้แค้นโดยจัดวางฮวงจุ้ย ...”
ปากของอู๋เกอกระตุกอย่างรุนแรงในขณะที่เขาพูด “เอาเป็นว่าไม่ใช้วิธีจัดวางฮวงจุ้ยแล้วล่ะกัน เพราะทุกครั้งที่ทำ กลายเป็นฉันซะเองที่ตกหลุมพราง เอาไว้ค่อยคิดหาวิธีอื่น!”
แต่ในตอนนั้นเอง จู่ๆเขาก็สังเกตเห็นคนบางคนที่ทำตัวผิดปกติ
พนักงานคนนี้คือหนึ่งในเจ้าหน้าที่การเงินที่มักเข้าออกห้องซื้อขายของตลาดทุนอยู่เป็นประจำ แต่ตอนนี้เขามีท่าทีตื่นตระหนกและร้อนรนเล็กน้อย
อีกฝ่ายหยิบมือถือขึ้นมา หันไปมองรอบๆอยู่บ่อยครั้งก่อนส่งข้อความบางอย่างท่าทางเหมือนขโมย
และเมื่อเลิกงาน เจ้าหน้าที่การเงินที่ว่าก็รีบออกจากบริษัททันที ด้วยความอยากรู้อยากเห็น อู๋เกอจึงลอบตามไป
อีกฝ่ายมาที่ร้านกาแฟและนั่งลงตรงข้ามกับคนสองคนที่สวมชุดสูทสีดำ
ก่อนออกมา อู๋เกอเปลี่ยนเสื้อคลุม ปิดหน้าด้วยแมส และนั่งข้างหลังพวกเขา เพื่อลอบฟังการสนทนา
ชายชุดดำคนหนึ่งพูดขึ้นว่า “คุณหลิว พูดตามตรง ข้อมูลที่คุณส่งมาในช่วงนี้แทบไม่มีประโยชน์อะไร เพราะงั้นพวกเราคงให้เงินคุณเต็มจำนวนไม่ได้”
คุณหลิวคือเจ้าหน้าที่การเงินคนนั้น
คุณหลิวยิ้มเจื่อน “ฉันทำดีที่สุดแล้ว! เพราะรองประธานหลินไม่มีแผนการลงทุนอะไรเลย เขามักขอให้คนซื้อและขายหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่เขาต้องการภายในวันเดียวกัน ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรจนกว่าเขาจะบอก!”
“อย่างงั้นเหรอ?”
“และความเร็วในการซื้อขายก็รวดเร็วมาก ช้าสุดซื้อวันนี้ขายพรุ่งนี้ กว่าฉันจะได้ข้อมูลมา ทางห้องซื้อขายก็ขายหุ้นไปแล้ว!”
ชายชุดดำกล่าว“ถ้าอีกฝ่ายต้องการลงทุนก็ต้องมีแผนการลงทุนอยู่แน่ๆ ไม่อย่างนั้นจะทำเงินทุกครั้งได้ยังไง? คุณต้องไปหาข้อมูลการลงทุนล่วงหน้าของเขามา”
เจ้าหน้าที่การเงินหลิว “ฉันเป็นแค่เจ้าหน้าที่การเงินธรรมดาๆคนหนึ่ง ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลขนาดนั้น! คนที่เข้าถึงข้อมูลระดับนั้นได้มีแค่สองคน คนหนึ่งกำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล อีกคนคือเลขาหลิวรู่เหมย แต่เธอปากแข็งมาก!”
ชายชุดดำเงียบไปครู่หนึ่ง
เจ้าหน้าที่การเงินหลิว“ในเมื่อฉันช่วยคุณไม่ได้ ฉันก็ยินดีคืนเงินให้ แต่ขอให้ถือว่าพวกเราไม่เคยร่วมมือกัน!”
ชายชุดดำงง “ทำไมถึงพูดแบบนั้น?”
เจ้าหน้าที่การเงินหลิวพูดด้วยความเจ็บปวด “เพราะฉันรู้สึกผิดต่อรองประธานหลิน! เขาให้พวกเรามากมาย ไม่เคยว่าร้ายหรือทำไม่ดีใส่ แต่ฉันทรยศเขา ... ทุกวันนี้ฉันปวดใจมาก ไม่อยากทำแบบนี้อีกแล้ว!”
ชายชุดดำกล่าว“ไม่มีทาง! ถ้าคุณไม่คิดช่วยเราอีก เราจะส่งคุณให้หลินเป่ยฝาน บอกว่าคุณเป็นคนปล่อยให้ข้อมูลรั่วไหล ผลที่ตามมาคุณก็ลองไปคิดดูเอง”
เจ้าหน้าที่การเงินหลิวอุทาน “ทำแบบนั้นไม่ได้! ฉันยอมร่วมมือกับคุณต่อก็ได้”
นั่นคือทั้งหมด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่การเงินหลิวก็ได้เงินเพิ่มอีกเล็กน้อยแล้วแยกย้ายกันไป
ส่วนอู๋เกอ เขาแอบตามชายชุดดำทั้งสองคนไป
เขาพบว่าจริงๆ แล้วเจ้าหน้าที่การเงินหลิวกำลังร่วมมือกับคนนอกเพื่อขโมยข้อมูลการลงทุนของหลินเป่ยฟาน
อย่างไรก็ตาม ลงมือแค่นี้ยังน้อยไป ไม่อาจสร้างผลกระทบใดๆต่อหลินเป่ยฝานได้
ณ ขณะนี้ ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในใจอู๋เกอ “ในเมื่อฉันไม่สามารถจัดการกับแกได้ งั้นฉันจะช่วยคนนอกจัดการกับแก!”
ดังนั้นในคืนเดียวกัน เขาจึงหยุดชายชุดดำสองคนที่กำลังจะจากไป
“รอก่อน ฉันอยากร่วมมือกับพวกคุณ!”