เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 (ฟรี)

บทที่ 60 (ฟรี)

บทที่ 60 (ฟรี)


บทที่ 60

หลายคนเริ่มตัวสั่น กลุ่มที่ไม่มีออร่าแรงกล้าเริ่มกระซิบกระซาบกัน

“คนพวกนี้ .... ดูจริงจังกันมาก!”

“ฉันได้ยินมาว่ามีคนเก่งๆมาสมัครเยอะมาก ทั้งปริญญาเอกและปริญญาโท!”

“กระทั่งตำแหน่งพนักงานทำความสะอาดก็ยังมีคนจบปริญญาเอกมาสมัครแย่งตำแหน่งนี้กัน!”

“แค่ยืนข้างพวกเขาฉันก็รู้สึกด้อยค่า ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว!”

“นี่พวกเรายังมีโอกาสอยู่ไหมเนี่ย?”

“หรือพวกเรา ... ควรถอนตัวดี?”

....

ณ ขณะนี้ ประตูถูกผลักเปิดออก มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา

และผู้นำของคนกลุ่มนี้คือหลินเป่ยฝานซึ่งเผยรอยยิ้มแย้ม  “ยินดีต้อนรับผู้มีความสามารถทุกคนที่จะสมัครตำแหน่งในบริษัทของเรา! ผมหลินเป่ยฝาน รองประธานบริษัทหลินอินเวสเมนท์จะรับผิดชอบในการสัมภาษณ์งานครั้งนี้ ถ้าคุณได้รับเลือกเข้าบริษัทเรา ขอบอกได้เลยว่ายังไงก็มีอนาคตสดใสเอาล่ะ เพื่อเป็นการไม่ให้เสียเวลา การสัมภาษณ์จะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้!”

หลินเป่ยฝานนั่งลงบนเบาะตำแหน่งประธาน เริ่มเปิดเรซูเม่ดู

“คนแรกซูลี่!”

“ฉันเองค่ะ!”

ผู้หญิงที่ดูธรรมดาคนหนึ่งยกมือขึ้น

“กรุณาออกมาข้างหน้าและเริ่มแนะนำตัวเองสักสองนาที!”

“ค่ะรองประธานหลิน!”

ซูลี่เริ่มพูดว่า “ฉันชื่อซูลี่ อายุ 33 ปี จบเอกบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยเจี้นเฉียวหลังจากสำเร็จการศึกษา ฉันทำงานที่หนานซานอินเวสเมนท์แบ็งค์เป็นเวลาสามปี ผลงานของฉันมีคร่าวๆดังนี้ ...”

บลา บลา บลา อีกฝ่ายพูดยาวเป็นหางว่าว

มีคำศัพท์ทางวิชาการมากมายจนหลายคนไม่สามารถตีความให้เข้าใจได้ชัดเจน

ในที่สุดอีกฝ่ายก็สรุป

“ฉันเลือกบริษัทนี้เพราะเชื่อว่าตำแหน่งที่สมัครสามารถช่วยให้ฉันตระหนักถึงคุณค่าของชีวิต! และฉันหวังว่ารองประธานหลินกับทุกคนที่นี่จะให้โอกาสฉันได้พิสูจน์ตัวเอง!”

หลินเป่ยฝานปรบมือและกล่าวว่า “ยอดเยี่ยม! พูดได้ดีมาก ผมซาบซึ้งในความมั่นใจและทัศนคติที่ดีของคุณ และขอชื่นชมความสามารถกับประวัติการทำงานของคุณ บริษัทของเราต้องการคนที่มีความสามารถเช่นคุณ!”

ซูลี่เชิดหน้ายืดอกขึ้น ก่อนหันไปมองผู้สมัครคนอื่นๆเป็นเชิงคำถาม : เป็นยังไงเล่า ฉันเจ๋งใช่ไหม? พวกนายทำได้เหมือนกันรึเปล่า??

“แต่คุณเลือกสมัครงานในตำแหน่งแผนกต้อนรับของบริษัทเรา ผมไม่เข้าใจว่างานนี้ช่วยให้คุณตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตได้ยังไง? ไหนลองอธิบายให้ผมฟังที” หลินเป่ยฝานถามอย่างไม่เชื่อหู

หลิวรู่เหมยที่นั่งอยู่ข้างๆ ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

ซูลี่ “...”

ทุกคนมองหลิวรู่เหมยพร้อมกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งซูลี่ที่แสดงออกชัดถึงความไม่พอใจ

หลิวรู่เหมยกลั้นยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันขอโทษ! ฉันเพิ่งคิดเรื่องตลกในหัวมันเลยกลั้นหัวเราะไม่ไหว พวกคุณไม่ต้องสนใจฉัน สัมภาษณ์ต่อเลย!”

หลินเป่ยฝานกระซิบเตือนว่า “อย่าหัวเราะ ฉันกำลังสัมภาษณ์อยู่ จริงจังนะ!”

หลิวรู่เหมยพอได้ยินก็กลั้นไม่ไหวอีกต่อไป  “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ...”

ซูลี่ “....”

ทุกคน “...”

หลินเป่ยฝานหันมาสัมภาษณ์ต่อ กล่าวด้วยรอยยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “คุณซูไม่ต้องสนใจเธอ ใส่ใจแค่ตอบคำถามผมก็พอ”

“เหตุผลที่ฉันเลือกมาเป็นแผนกต้อนรับก็เพราะฉันเหนื่อยกับงานเดิม เลยอยากเปลี่ยนวิธีการทำงานและพักผ่อนสักหน่อย  ได้ยินมาว่ารองประธานหลินเป็นคนมีคุณธรรม ตราบใดที่เป็นคนมีพรสวรรค์ คุณก็ยินดีให้ความสำคัญ ฉันจึงมาอยู่ที่นี่”

คู่ควรแล้วที่ซูลี่จบจากมหาลัยอันทรงเกียรติ สมองของเธอแล่นปร๋อ สามารถพลิกแพลงและหาเหตุผลมายกอ้างได้แทบจะในทันที

หลังจากถามคำถามอีกสองข้อ หลินเป่ยฝานก็ก้มหัวแล้วพูดว่า “ผมขอโทษ คุณไม่ตรงตามมาตรฐานการจ้างงานของบริษัทของเรา!”

อีกฝ่ายปฏิเสธที่จะยอมรับ “ทำไมถึงไม่ตรง?”

“เพราะเรากำลังรับสมัครพนักงานต้อนรับ! แผนกต้อนรับคือตัวแทนของหน้าตาบริษัท และการศึกษาไม่ใช่สิ่งสำคัญ ภาพลักษณ์ต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด! คุณอายุเลยเลข 3 แล้ว ไม่เด็กพอที่จะเป็นไปตามมาตรฐานแผนกต้อนรับของเรา!”

ซูหลี่หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วถ่ายรูปตัวเองด้วยท่าทีสับสน  “ดูนี่! ในรูปฉันยังเด็กและสวยมาก!”

หลินเป่ยฝานพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ช่วยปิดโหมดบิวตี้ (ความงาม) ก่อน!”

ซูลี่ “....”

ซูลี่วางโทรศัพท์ของเธอลงอย่างเงียบๆ

“เอาล่ะๆ ทางเราหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกันกับคุณในอนาคต แต่ตอนนี้เชิญเก็บเรซูเม่ของคุณแล้วเปิดทางให้คนต่อไป หลินเป่ยฝานยื่นเรซูเม่ด้วยรอยยิ้ม

ซูลี่รับเรซูเม่ คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่งกลับมา

หลินเป่ยฝานงง “คุณทำแบบนี้หมายความว่ายังไง?”

ซูลี่พูดด้วยความขุ่นเคือง “คุณบอกว่าฉันไม่เด็กพอใช่ไหม? งั้นฉันขอเปลี่ยนตำแหน่งสมัครงาน! ฉันจะสมัครตำแหน่งพนักงานทำความสะอาด ดูสิว่าคุณจะยังไม่รับอีกไหม!”

หลินเป่ยฝาน “....”

จากนั้นหลินเป่ยฝานก็สัมภาษณ์ผู้สมัครคนต่อไป

“สวัสดีรองประธานหลิน ผมชื่อหวังหยิงเทียน อายุ 28 ปี จบเอกภาษาอังกฤษจากมหาวิทยาลัยฟูตั๋น! จากนั้นไปเรียนต่อปริญญาโทที่ฮาร์วาร์ดสองปี พอเรียนจบผมก็ไปทำงานให้กับทางบริษัทเพนกวิ้นกรุ๊ปเป็นเวลาสองปี นอกจากนี้ยังมีงานแปลจากต่างประเทศ ฯลฯ ...”

บลา บลา บลา ประวัติการทำงานของคนๆนี้ก็ดีมากไม่แพ้คนแรกเลย

หลินเป่ยฝานพยักหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ “แต่เรากำลังรับสมัครแผนกต้อนรับ คุณเป็นผู้ชาย มันไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้ ส่งเรซูเม่ผิดรึเปล่า?”

“ผมไม่ได้ส่งเรซูเม่ผิด แต่ผมคิดว่าถ้าได้ทำงานตำแหน่งนี้ ผมจะได้เปรียบกว่าคนอื่นมาก”

“ช่วยเล่ารายระเอียดมากกว่านี้ที”

หวังหยิงเทียนเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ

“ประการแรก วิชาเอกของผมคือภาษาอังกฤษ จากนั้นผมก็ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ทักษะสองภาษาของผมสามารถใช้มันได้อย่างคล่องแคล่ว และการสื่อสารก็ราบรื่น! ซึ่งบริษัทหลินมีศักยภาพที่ยอดเยี่ยมสำหรับการพัฒนาตั้งแต่แรกเห็น ผมเชื่อว่าสุดท้ายบริษัทจะไปถึงระดับโลก ดังนั้นความสามารถของผมจึงเหมาะสมกับความต้องการของบริษัทมาก!”

“ประการที่สอง ผมเป็นผู้ชาย ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบทางเพศที่ยอดเยี่ยม! เพราะผมไม่ท้องหรือต้องแบ่งเวลาไปเลี้ยงลูก ผมสามารถทุ่มเทพลังทั้งหมดให้กับงานได้! อีกอย่างงานอะไรที่ผู้หญิงทำ ผมก็ทำได้ และไม่มีบ่นว่าเหนื่อย!”

“ประการที่สาม ตอนนี้หลายคนเบื่อหน่ายแผนกต้อนรับที่มีแต่สาวๆแล้ว! ถ้าคุณจ้างผม ผมยินดีมอบความสดใหม่ให้แก่ทุกคนเวลาพบหน้า และทำให้พวกเขาเห็นถึงความเป็นมืออาชีพของบริษัทเรา!”

“ประการที่สี่ ภาพลักษณ์และนิสัยที่ดี! ผมสูง 1.78 เมตร แต่หนักไม่ถึง 140 ปอนด์! ใส่เสื้อผ้าแบบเปิดอกก็เท่ เวลาเดินตามถนนมีแต่คนทักสุดหล่อ~ จนผมเกือบกลายเป็นคนหลงตัวเองไปแล้ว”

หลินเป่ยฝาน “....”

“จากที่กล่าวมาข้างต้น ผมจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตำแหน่งแผนกต้อนรับของบริษัทหลินอินเวสเมนท์!”

หวังหยิงเทียนกวาดมองไปทั่ว เหลือบมองทุกอย่างด้วยหางตาอย่างภาคภูมิใจ

คิดแย่งตำแหน่งพนักงานต้อนรับกับฉัน ไปตื่นจากฝันก่อนเถอะ!

หลินเป่ยฝานปรบมือและอุทานว่า “พูดได้ดี!”

หวังหยิงเทียนรู้สึกปิติยินดีอย่างยิ่ง

“แต่คุณตกรอบ!”

จิตใจของหวังหยิงเทียนทรุดลงทันที ถึงกับต้องเอ่ยถาม  “ได้ไงกัน?”

หลินเป่ยฝานชี้ไปที่ตัวเอง “ผมเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง?”

“แน่นอนรองประธานหลินเป็นผู้ชาย!”

“แล้วผู้นำบริษัทส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”

“ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย!”

“ถูกตัอง!” หลินเป่ยฝานตบต้นขาตัวเองแล้วพูดว่า “ในเมื่อพวกเขาเป็นผู้ชาย คุณคิดว่าเราควรเลือกแผนกต้อนรับเป็นสาวสวยที่คุยสนุกเป็นกันเอง หรือเลือกผู้ชายที่มั่นหน้ามาต้อนรับคนอื่นๆดี?”

หวังหยิงเทียน “....”

“คุณยังไม่เข้าใจความคิดของระดับผู้นำด้วยซ้ำ ดังนั้นความฉลาดทางอารมณ์จึงไม่ผ่าน!”

หวังหยิงเทียน “....”

“แต่เรื่องนั้นไม่เท่าไหร่ ประเด็นคือทำไมคุณถึงคิดว่าตัวเองหล่อ! ไอ้พวกที่เรียกคุณสุดหล่อนี่ใช่แม่ค้าแผงลอยที่อยากให้คุณหันมาช่วยซื้อของรึเปล่า?”

หวังหยิงเทียน “....”

หลินเป่ยฝานส่ายหัวและถอนหายใจ “คุณเป็นคนไม่มีความฉลาดทางอารมณ์ และไม่สำเหนียกในตัวเอง!  นั่นเป็นเหตุผลที่เราจะไม่ให้งานสำคัญเช่นแผนกต้อนรับแก่คุณ ดังนั้นโปรดกลับไป!”

หวังหยิงเทียนยกมือขึ้นกุมหัวใจที่รวดร้าว รับเอาเรซูเม่ตัวเองกลับมาอย่างเงียบๆ แต่ซักพักก็ส่งคืนมา

หลินเป่ยฝานสับสนและพูดว่า “คุณทำแบบนี้หมายความว่ายังไง?”

“ในเมื่อผมสมัครตำแหน่งพนักงานต้อนรับไม่ได้ งั้นก็ขอสมัครตำแหน่งพนักงานทำความสะอาด! ตำแหน่งนี้ไม่น่าจะใส่ใจเรื่องความฉลาดทางอารมณ์กับความสำเหนียกตนเอง ถูกไหม?”

หลินเป่ยฝาน “....”

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง หวังหยิงเทียนก็เสริมว่า “แล้วในแง่เรื่องเพศ ตำแหน่งนี้ไม่น่ามีข้อกำหนด ถูกไหม?”

หลินเป่ยฝาน “....”

จบบทที่ บทที่ 60 (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว