เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(ฟรีตามปกติ) Dual Cultivation บทที่ 980 ทำไมเขาถึงล้มเหลวในการเป็นนักวิชาการ

(ฟรีตามปกติ) Dual Cultivation บทที่ 980 ทำไมเขาถึงล้มเหลวในการเป็นนักวิชาการ

(ฟรีตามปกติ) Dual Cultivation บทที่ 980 ทำไมเขาถึงล้มเหลวในการเป็นนักวิชาการ


หลังจากใช้เวลาสองสามนาทีในการเทของเหลวติดไฟได้ไปทั่วร้านนวดของซูหยางแล้ว กลุ่มบุคคลเหล่านั้นก็ก้าวถอยหลังเตรียมจะเผาทั้งอาคาร

ในขณะเดียวกัน ผู้พบเห็นก็ทำได้เพียงรวมตัวกันข้างนอกและเฝ้าดูอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ สำหรับบรรดาเจ้าของร้านบนถนนสายนั้น พวกเขาล้วนมีความสุขและแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นไฟ

“เรามากำจัดสถานที่แห่งนี้และออกไปจากที่นี่กันเถอะ” อันธพาลคนหนึ่งกล่าว

"ใช่" อีกคนหยิบไม้ขีดออกมาและเตรียมจุดไฟ

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เขาจุดไม้ขีด เขาก็พลันรู้สึกได้ถึงตัวตนที่น่าหวาดกลัวปรากฏขึ้นข้างหลังเขา ทำให้เขาหันกลับไปด้วยหน้าผากที่มีเหงื่อไหลโดยไม่รู้ตัว

“เอ๋” อันธพาลเลิกคิ้วเมื่อไม่เห็นมีใครยืนอยู่ข้างหลังเขา ยกเว้นผู้ชมที่อยู่ห่างไกล

'หรือว่าข้ากำลังจินตนาการไป' เขาแอบสงสัยในใจ

“ด-ดูนั่นสิ นั่นคือเซี่ยวหยาง”

ใครบางคนที่นั่นพลันตะโกนออกมาดังๆ ทำให้ทุกคนหันมามอง และที่น่าแปลกใจคือ ชายหนุ่มธรรมดาสวมชุดคลุมสีขาวเรียบๆ ซึ่งมองเห็นได้ว่ากำลังตรงเข้าไปใกล้ตำแหน่งของพวกเขาด้วยใบหน้าที่สงบ

อันที่จริง แม้กระทั่งการก้าวของเขาก็ยังผ่อนคลายและมั่นคงอย่างผิดปกติ ซึ่งทำให้ผู้ชมงุนงงอย่างมาก

ใครกันจะเยือกเย็นได้ขนาดนี้เมื่อพวกเขากำลังจะเห็นธุรกิจของตัวเองลุกเป็นไฟ เขาทำตัวเหมือนกับว่าธุรกิจที่กำลังจะถูกเผาไม่ใช่ของเขาด้วยซ้ำไป เขาเป็นเจ้าของร้านแบบไหนกัน

“ห-หยุดอยู่ตรงนั้นถ้าเจ้าไม่ต้องการให้ข้าเผาอาคาร” อันธพาลที่ถือไม้ขีดพูดกับเขาอย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงขู่เข็ญ กระทั่งแสดงให้เขาเห็นไฟดวงเล็กๆ ที่ปลายไม้ขีด

ซูหยางหยุดห่างจากพวกเขาเพียงสองสามเมตรแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นว่า “ข้าไม่รู้จักพวกเจ้าเลย ทำไมพวกเจ้าถึงทำแบบนี้”

“เราทำเช่นนี้แน่นอนว่าเพราะเจ้าได้ทำให้ใครสักคนขุ่นเคือง” หนึ่งในพวกเขาหัวเราะ

ซูหยางเลิกคิ้วและพูดว่า “ทำไมเจ้าไม่บอกข้าว่าคนที่บอกเจ้าให้ทำเช่นนี้เป็นใคร เพื่อที่ข้าจะแก้ไขข้อผิดพลาดได้ เรายังต่อรองกันได้”

ซูหยางรู้ว่าพวกอันธพาลเหล่านี้ได้รับการว่าจ้างให้ทำลายร้านของเขาโดยไม่ต้องถาม

พวกอันธพาลแปลกใจมากที่ซูหยางรู้ว่าพวกเขาถูกว่าจ้าง และพวกเขาก็สงสัยว่าเขารู้ได้อย่างไร

'บางทีเขาอาจจะแค่เดา'

“ฮึ่ม ใครบอกว่าเราถูกจ้างมา” หนึ่งในพวกเขาพลันกล่าวขึ้น

“โอ เช่นนั้นเจ้ากำลังทำสิ่งเหล่านี้ด้วยความต้องการของตัวเองงั้นสินะ บอกข้าที ข้าทำอะไรให้เจ้าขุ่นเคือง”

“ข้าปฏิเสธ” หนึ่งในพวกนั้นตอบอย่างรวดเร็ว

“อย่างงั้นรึ… ถ้าเช่นนั้นให้ข้าเดา…”

ซูหยางทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะพูด “พวกเจ้าอิจฉาที่ข้าให้บริการแต่ผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชายใช่หรือไม่ โชคร้าย ไม่มีอะไรที่ข้าสามารถทำได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ หากเจ้าไม่พอใจกับผลลัพธ์นี้ เจ้าเผาตึกต่อไปได้เลย”

“จ-เจ้าบ้า ใครจะอิจฉากัน”

“ใครบอกว่าเราต้องการนวดบ้าบอนี้จากเจ้า ข้ายอมตายดีกว่าปล่อยให้เจ้าแตะต้องตัวข้า”

พวกอันธพาลปฏิเสธข้ออ้างที่ว่าพวกเขากำลังทำลายทรัพย์สินของเขาด้วยความอิจฉาริษยา…

“ข้าเดาว่าเราคิดเหมือนกัน เพราะข้าก็ยอมตายดีกว่าที่จะนวดตัวให้กับผู้ชาย” ซูหยางพูด กระทั่งทำตัวสั่นในขณะที่เขาพูดประโยคนั้น

จากนั้นเขาก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ในเมื่อเนื่องจากเจ้าจะไม่บอกข้าว่าทำไมเจ้าถึงทำลายร้านข้า ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะทำให้พวกเจ้าทั้งหมดมีชีวิตอยู่อีกต่อไป”

“อะ—”

พวกอันธพาลตกตะลึงกับคำพูดของเขา แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ตอบสนอง ซูหยางก็หยิบกระบี่ธรรมดาขึ้นมาจากความว่างเปล่าแล้วก็เหวี่ยงมัน สังหารอันธพาลคนหนึ่งก่อนที่พวกเขาจะทันได้รู้ตัว

ส่วนที่ว่าเขาตัดสินใจฆ่าใครก่อนนั้น ย่อมเป็นอันธพาลที่ถือไม้ขีดไฟ และเขาก็ได้ดับไฟจากไม้ขีดควบคู่ไปกับชีวิตของชายผู้นั้น

อันธพาลคนอื่นๆ ยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นจนกระทั่งหัวของเพื่อนของพวกเขาตกลงบนพื้น และทำให้เกิดเสียงแปลกๆ

“อ-ไอ้สารเลว”

อีกสี่คนรีบนำอาวุธออกมาทันทีเมื่อพวกเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ในเมื่อซูหยางได้ฆ่าอีกคนไปอย่างง่ายดายด้วยการเหวี่ยงกระบี่ของเขา

พวกอันธพาลทั้งหมดล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ แต่พวกเขาอยู่ในระดับแรกของเขตราชันวิญญาณเท่านั้น

พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อกรกับซูหยางถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้กำลังทั้งหมดของเขาก็ตาม

และก่อนที่พวกเขาจะทันได้รู้ตัว ซูหยางก็ได้ลดจำนวนของพวกเขาลงกว่าครึ่ง

อย่างไรก็ตาม ซูหยางหยุดฆ่าพวกเขาเมื่อเหลือเพียงแค่สองคน และเขามองดูพวกเขาด้วยสีหน้าเยือกเย็น “คนแรกที่บอกข้าเกี่ยวกับผู้จ้างจะรอดชีวิต”

“พ-พล่าม เจ้าคงจะฆ่าพวกเราหลังจากนี้” หนึ่งในพวกนั้นกล่าว

ซูหยางส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าเป็นนักวิชาการ ข้าจะไม่ทำสิ่งที่น่าอับอายเช่นการกลับคำพูดของตัวเอง”

ได้ยินคำพูดของเขา หนึ่งในพวกนั้นก็พูดอย่างรวดเร็ว “ข-ข้าจะบอกเจ้า ข้าจะบอกเจ้าทุกอย่าง ได้โปรด แค่ปล่อยข้า”

อันธพาลอีกคนหันมามองเพื่อนที่อยู่ด้วยกันมาหลายปีด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ

“ก-กล้าดีอย่างไรเจ้าคนทรยศ—”

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่อันธพาลคนนั้นจะทันได้พูดจบประโยค ซูหยางก็สะบัดข้อมืออย่างไม่ตั้งใจ ฆ่าอันธพาลนั้นในทันที

ฝูงชนตกใจกับการเข่นฆ่าอย่างโหดเหี้ยมของซูหยางในที่สาธารณะ

แม้ว่าพวกอันธพาลจะทำผิดสำหรับการกระทำของพวกเขา แต่เขาต้องเข่นฆ่าพวกเขาในลักษณะนี้จริงๆ ดัวยงั้นหรือ และทำที่ด้านนอกอาคารที่เขาประกอบธุรกิจอีกด้วย

พวกเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงล้มเหลวในการเป็นนักวิชาการ บางทีเหตุผลที่เขาล้มเหลวอาจไม่ใช่เพราะเขาขาดความรู้ แต่เป็นเพราะบุคลิกที่ไม่เหมาะสมของเขา

ผู้คนที่นั่นรู้สึกเหมือนว่าพวกเขาเข้าใจซูหยางมากขึ้นหลังจากที่ได้เห็นการกระทำของเขาในวันนี้ และพวกเขาก็ไม่กล้าที่จะดูถูกเขาอีกต่อไป

หลังจากฆ่าอันธพาลแล้ว ซูหยางก็เก็บกระบี่กลับเข้าไปในแหวนมิติของเขาก่อนจะหันไปมองยังอันธพาลคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่

“ถ้าเจ้ายังไม่เริ่มพูด ข้าจะพิจารณาถึงการปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่อีกครั้ง” เขาพูด

“ด-ได้เดี๋ยวนี้” อันธพาลรีบพูด

จบบทที่ (ฟรีตามปกติ) Dual Cultivation บทที่ 980 ทำไมเขาถึงล้มเหลวในการเป็นนักวิชาการ

คัดลอกลิงก์แล้ว