เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Dual Cultivation บทที่ 510: สังเวย (ฟรี)

Dual Cultivation บทที่ 510: สังเวย (ฟรี)

Dual Cultivation บทที่ 510: สังเวย (ฟรี)


Dual Cultivation บทที่ 510: สังเวย

“สัตว์อัญเชิญมีระดับเหนือกว่าเขตอัมพรวิญญาณงั้นรึ เป็นไปได้ไหมว่ามันอยู่ในระดับเดียวกับปู่ของข้า เขตราชันย์วิญญาณ” ซีซิงฟางร่างกายสั่นสะท้านไปกับความคิดที่ว่ามีสัตว์อสูรเช่นนั้นเตร็ดเตร่ไปมาบนโลกนี้

“ถ้านั่นเป็นจริง ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นไปได้มากในเมื่อข้าเองก็มิสามารถเห็นพลังการฝึกปรือของมันได้ เช่นนั้นข้าเกรงว่าคงมีแต่ท่านปรมาจารย์ที่มีความสามารถที่จะฆ่าสัตว์ร้ายนี้ได้…” ผู้อาวุโสจงกล่าวพร้อมกับคิ้วมุ่นลึก

“พวกเราควรทำอะไรดี ซูหยาง”

ผู้คนที่นั่นต่างพากันมองดูเขา ในเมื่อเขามักจะดูเหมือนมีคำตอบในทุกสถานการณ์ไม่ว่ามันจะเลวร้ายมากน้อยเพียงใด

“อืมมมม…” ซูหยางลูบคางของเขาด้วยสีหน้าสงบและกล่าวว่า “สัตว์อัญเชิญนั่นมิเพียงอยู่ในเขตราชันย์วิญญาณ แต่มันก็ยังอยู่ในระดับสูงสุดของเขตราชันย์วิญญาณอีกด้วย ข้าเกรงว่ามิมีใครในหมู่พวกเจ้าที่นี่จะสามารถเอาชนะมันได้ และก็ยังเป็นเช่นนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นผู้เฒ่านั่นที่อยู่ในเขตราชันย์วิญญาณ”

“อ-อะไรกัน เช่นนั้นพวกเราควรจะทำบ้าอะไรกันต่อไป ถึงแม้ว่าพวกเราจะมิสามารถเอาชนะมัน พวกเราก็มิสามารถเพียงแค่นั่งดูโดยมิทำอะไรทั้งสิ้น” ไป่ลี่ฮัวกล่าว

จากนั้นเธอก็ชี้ไปยังเขาแล้วกล่าวต่อว่า “แล้วทำไมเจ้าจึงผ่อนคลายบ้าอะไรในสถานการณ์เช่นนี้”

ซูหยางยักไหล่และกล่าวว่า “ทำไมข้าจักต้องกระวนกระวายด้วยเล่า แม้ว่ามิมีใครสักคนในหมู่พวกเจ้าสามารถฆ่ามัน ข้ามีวิธีมากมายที่สามารถกำจัดมันได้”

“ทำไมเจ้าจึงมิพูดออกมาเสียแต่ต้น”

หลังจากนั้นชั่วขณะ อสรพิษโลหิตปีศาจก็หยุดเคลื่อนไหวเมื่ออยู่ห่างออกไปสองสามกิโลเมตรจากนิกายกุสุมาลย์พ้นพิสัย ราวกับว่ามันไม่ได้เร่งรีบในการทำลายทุกสิ่งในเส้นทางของมัน

“ซูหยาง เจ้ามีคำสั่งเสียอะไรก่อนที่ข้าจะเหยียบย่ำนิกายของเจ้าจมธรณีจนสิ้นซากในขณะที่เจ้าได้แต่ดูอย่างสิ้นหวัง” ฟูกวางหัวเราะเสียงดัง

สองสามอึดใจให้หลัง ซูหยางก็ใช้พลังวิญญาณของตนเองยกตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าและลอยไปอยู่ต่อหน้าอสรพิษโลหิตปีศาจ

“ให้ข้าไปกับเจ้าด้วย ซูหยาง” ซีซิงฟางก็ติดตามเขาขึ้นสู่อากาศไปด้วยเช่นกัน

“อ-องค์หญิง”

ในเมื่อเขามีภาระต้องปกป้องซีซิงฟาง ผู้อาวุโสจงก็ติดตามพวกเขาไปด้วยเช่นกัน

“...”

ไป่ลี่ฮัวถอนหายใจ ถึงแม้ว่านี่จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสำนักหงส์สวรรค์ เธอก็ยังมีภาระที่จะต้องปกป้องตระกูลซีในฐานะผู้นำสำนักระดับสูง

ส่วนสำหรับคนอื่นๆนั้น ในเมื่อพวกเขาไม่ได้อยู่ในเขตอัมพรวิญญาณ พวกเขาจึงไม่มีความสามารถที่จะทะยานสู่ท้องฟ้า บีบให้พวกเขาได้แต่มองดูจากพื้นดิน

“โชคดี ซูหยาง”

“รักษาตัวให้ปลอดภัย ทุกคน”

คนอื่นๆต่างพากันส่งเสียงให้กำลังใจพวกเขา

“ต่อให้พวกเจ้าทั้งสี่คนโจมตีพร้อมกัน เจ้าก็จักมิสามารถที่จะเอาชนะสัตว์อัญเชิญของข้าได้” ฟูกวางยืนอยู่ต่อหน้าพวกเขาด้วยสีหน้าหลงลำพอง

“...”

ซูหยางจ้องมองไปยังอสรพิษโลหิตปีศาจเป็นเวลาชั่วขณะก่อนที่จะพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า “ข้ามิอาจจะนึกออกว่านิกายล้านอสรพิษทรัพยากรพอที่จะอัญเชิญสัตว์ร้ายระดับนี้ได้ คนกี่คนที่เจ้าสังเวยเพื่ออัญเชิญมัน 1,000 คน 10,000 คน”

“โอ เจ้ารู้ด้วยรึ” รอยยิ้มฉีกกว้างน่าหวาดกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฟูกวางขณะที่เขากล่าว “จริงแล้ว มิได้มากมายนัก ข้าเพียงแค่สังเวยไปประมาณ 90% ของจำนวนศิษย์ในนิกายในการที่จะอัญเชิญมัน”

“อ-อะไรกัน เจ้าสังเวยศิษย์ของเจ้าเอง และเป็นจำนวนถึง 90% ของนิกาย เพียงเพื่อที่จะแก้แค้นกับนิกายกุสุมาลย์พ้นพิสัยนะรึ เจ้ามันบ้าไปแล้ว” ซีซิงฟางปิดปากด้วยมือที่สั่นสะท้านของเธออย่างตระหนก

นิกายกุสุมาลย์พ้นพิสัยมีศิษย์อยู่ประมาณ 40,000 คน และถ้าฟูกวางได้สังเวย 90% ของศิษย์ของตนเอง นั่นย่อมตกประมาณ 36,000 ชีวิตที่ถูกสังเวย

“ฟูกวาง… เจ้ามันบ้า…” กระทั่งผู้อาวุโสจงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าท้องไส้ของตนเองปั่นป่วนหลังจากที่เรียนรู้ว่า มีชีวิตกว่า 36,000 ชีวิตได้ถูกสังเวยไปเพื่ออัญเชิญอสรพิษโลหิตปีศาจนี้

“ข้าคิดสงสัยว่าศิษย์เหล่านี้ยินดีที่จะสละตัวเองด้วยรึ เจ้าทำอะไรกับพวกเขา” ไป่ลี่ฮัวถามเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ

“จริงแล้วข้ามิได้ทำอะไรมาก ข้าเพียงแค่เรียกพวกเขามารวมตัวกันในที่แห่งหนึ่งก่อนที่จะทำให้พวกเขาหลับไปด้วยยา พวกเขาทั้งหมดล้วนตายอย่างสงบและไม่รู้อะไรทั้งสิ้น ส่วนศิษย์ที่เหลืออีกประมาณ 10% นั้น ข้าจักใช้ชีวิตพวกเขาเพื่อเติมความแข็งแกร่งให้กับอสรพิษโลหิตปีศาจก่อนที่ข้าจะทำลายตระกูลซีหลังจากนี้”

“สวรรค์ย่อมมิให้อภัยแก่เจ้าเรื่องนี้แน่ ทัณฑ์สวรรค์ย่อมจักมาถึงมิช้าก็เร็วเพื่อลงโทษเจ้า” ซีซิงฟางอุทานออกมาด้วยน้ำตาคลอเบ้า ในเมื่อเธอไม่สามารถแม้กระทั่งจะเริ่มจินตนาการถึงฉากนองเลือดที่นิกายล้านอสรพิษในตอนนี้ได้

ซูหยางถอนหายใจยาวและกล่าวด้วยเสียงเชื่องช้าแต่ชัดเจนว่า “ถ้าข้ารู้ว่าสิ่งนี้จักเกิดขึ้น ข้าก็ควรทำลายนิกายล้านอสรพิษตั้งแต่วันที่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น อย่างน้อยศิษย์เหล่านั้นก็จักมิต้องตายอย่างอนาถ”

“แต่เจ้ารู้ไหม ฟูกวาง...สิ่งที่เจ้าทำลงไปในตอนนี้นั้นค่อนข้างจะไร้จุดหมาย”

“ไร้จุดหมาย เจ้าพูดอย่างงั้นรึ หรือว่านี่เป็นทุกสิ่งที่เจ้าต้องการพูดในตอนนี้เมื่อข้าได้ต้อนเจ้าจนมุม ซูหยาง เจ้าช่างน่าสงสารเหลือเกิน” ฟูกวางมองดูเขาพร้อมกับขมวดคิ้ว

ซูหยางส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “เจ้าได้สังเวยคนนับหมื่นชีวิต ต่างล้วนเป็นศิษย์ของเจ้า ทำลายนิกายของเจ้าเองในกระบวนการนี้… ทั้งหมดนี้เพื่ออะไร เพียงเพื่อแค่ฆ่าข้างั้นรึ”

“เจ้าต้องมีความมั่นใจอยู่บ้างว่าเจ้าอาจจะสามารถฆ่าข้าได้เช่นนี้ แต่ความมั่นใจของเจ้ามาจากไหน ข้าสงสัย”

“ฮ่า หรือว่าเจ้ากลายเป็นโง่จากความหวาดกลัวไปแล้ว เจ้าอาจจะเป็นอัจฉริยะ แต่เจ้ายังคงเป็นมนุษย์ เจ้าอาจจะมีความสามารถบางอย่าง แต่พลังของเจ้านั้นมีจำกัด เจ้าเพียงแค่อยู่ในเขตอัมพรวิญญาณ แต่อสรพิษโลหิตปีศาจของข้านั้นอยู่ในระดับสูงสุดของเขตราชันย์วิญญาณ แม้แต่เซียนก็มิอาจจะเพิกเฉยกับความแตกต่างอย่างมากในระดับของพลังการฝึกปรือได้ไ

ซูหยางเพียงแค่ยักไหล่และกล่าวว่า “ข้าคงจักเพียงแค่เสียน้ำลายถ้าข้าจะพยายามอธิบายให้เจ้าฟัง ดังนั้นข้าจักแสดงให้เจ้าเห็นว่าช่างไร้จุดหมายเพียงใดกับการกระทำและความเสียสละของเจ้าด้วยการฆ่าสัตว์ร้ายที่เจ้ามั่นใจมากว่าจักสามารถฆ่าข้าได้นี้เสีย”

ในเวลาถัดไป ซูหยางก็นำเอากระบี่ที่สวยงามซึ่งตัวกระบี่นั้นกึ่งโปร่งใสทั้งยังปลดปล่อยกระแสพลังที่กดดันออกมาจากแหวนมิติของเขา จนทำให้บรรยากาศนั้นเปลี่ยนไปในทันที ราวกับว่าตัวตนอันศักดิ์สิทธิ์ได้ปรากฏกายขึ้น

จบบทที่ Dual Cultivation บทที่ 510: สังเวย (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว