เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Dual Cultivation บทที่ 400: พวกขี้ขลาดตาขาว(ฟรี)

Dual Cultivation บทที่ 400: พวกขี้ขลาดตาขาว(ฟรี)

Dual Cultivation บทที่ 400: พวกขี้ขลาดตาขาว(ฟรี)


Dual Cultivation บทที่ 400: พวกขี้ขลาดตาขาว

เช้าวันรุ่งขึ้น นิกายกุสุมาลย์พ้นพิสัยรวมตัวกันที่ห้องโถงของโรงเตี๊ยม

“ไปกับซูหยางเมื่อวานนี้เป็นอย่างไรบ้าง พี่ฟาง ท่านจัดการธุระได้เรียบร้อยดีไหม” ซุนจิงจิงตรงเข้าไปหาเธอแล้วก็ถาม

ฟางซีหลานพยักหน้าด้วยรอยยิ้มสดใสและกล่าวว่า “ดี ยอดเยี่ยมที่สุด”

เธอพลันกล่าวต่อว่า “น้องสาว ถ้าเจ้าต้องการ เจ้าสามารถร่วมห้องกับเขาสองต่อสองคืนนี้ ข้าจักนอนที่อีกห้อง”

“เอ๋ จริงแล้วนั่นมิจำเป็นหรอก” ซุนจิงจิงส่ายหน้าอย่างเยือกเย็น

“ถึงแม้ว่าเจ้าจะพูดแบบนั้น แต่ร่างกายของข้าก็ต้องการพักอย่างน้อยสองสามวันหลังจากฝึกร่วมกับเขาตลอดทั้งคืน” ฟางซีหลานกล่าวพร้อมกับหน้าแดงเล็กน้อย “กระทั่งตอนนี้ ข้ายังยากที่จะยืนให้มั่นคง”

“พวกท่านอยู่กันทั้งคืนรึ” ซุนจิงจิงมองดูเธอด้วยดวงตาเบิกกว้าง เธออดไม่ได้ที่จะคิดว่าธุระประเภทไหนที่อีกฝ่ายมีกับซูหยางที่จบลงด้วยการฝึกร่วมกันตลอดทั้งคืน

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยไม่นอนข้ามคืนในการฝึกร่วมกับซูหยางมาก่อน แล้วอะไรที่เป็นสิ่งที่แตกต่างกับการฝึกวิชาในครั้งนี้

น่าเสียดายที่ซุนจิงจิงไม่กล้าถามเธอ

หลังจากที่ทุกคนรวมตัวกันที่ห้องโถงแล้วพวกเขาก็ออกเดินทางไปโคลีเซียม

ระหว่างทางไปยังโคลีเซียมพวกเขาต่างดึงดูดสายตาของคนผ่านทาง ราวกับว่าพวกเขากลายเป็นคนดังเหมือนกับสำนักระดับสูง

“ดู นั่นนิกายกุสุมาลย์พ้นพิสัย แม้ว่าจะเป็นสำนักระดับต่ำ พวกเขาสามารถที่จะอยู่รอดในการแข่งขันจวบจนบัดนี้”

“ข้าได้ยินว่ามีอัจฉริยะที่โดดเด่นที่เข้าถึงเขตปฐพีวิญญาณในสำนักของพวกเขาและหนึ่งในพวกนั้นมีพรสวรรค์เป็นพิเศษไปถึงระดับที่เจ็ด”

“มิมีใครเชื่อข้าตอนที่ข้าพูดว่าพวกเขาคาบเส้นตายเมื่อครึ่งปีก่อน”

“ต่อให้พวกเขาพ่ายแพ้ในวันนี้ แน่นอนว่าพวกเขาต้องดึงดูดศิษย์จำนวนมากในอนาคต”

“ข้ามิมั่นใจในเรื่องนั้นนัก อย่างไรก็ตามการฝึกฝนของพวกเขาค่อนข้างจะ…”

“เจ้าประมาทพวกลามกในโลกนี้มากเกินไป ถ้าข้ามีหน้าตาดีกว่านี้ ข้ามิลังเลเลยที่จะสมัครเข้าร่วมกับพวกเขา”

เมื่อศิษย์ของนิกายกุสุมาลย์พ้นพิสัยได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของคนผ่านทาง ปากของพวกเขาก็โค้งเป็นรอยยิ้มน้อยๆ เห็นชัดว่าดีใจที่เห็นว่าชื่อเสียงของพวกเขาค่อนกลับคืนเข้าสู่ความรุ่งเรืองในอดีตอย่างช้าๆ

เวลาถัดไป เมื่อนิกายกุสุมาลย์พ้นพิสัยไปถึงโคลีเซียม พวกเขาก็ได้รับการทักทายจากสำนักหงส์สวรรค์

“เฮ้ พวกเราจักชมการแสดงความสามารถของพวกท่านในวันนี้” ไป่ลี่ฮัวกล่าว

“ในเมื่อพวกเราแพ้ไปแล้ว ก็จึงมิมีอะไรที่จักให้ทำอีก” ซูหยินยักไหล่

“...”

ไป่ลี่ฮัวเหล่ตามองดูอีกฝ่าย

“อย่างไรก็ตาม ใครที่พวกท่านจักต่อสู้ด้วยในวันนี้” จากนั้นเธอก็ถาม

“โถงเก้าสัตว์ร้าย” โหลวหลานจีกล่าว

“เช่นนั้นพวกท่านก็โชคดีสินะ”

“ท่านหมายความว่าอะไรเช่นนั้น” โหลวหลานจีเลิกคิ้ว

“ท่านโชคดีที่หลีกเลี่ยงสำนักเมฆม่วงได้ในที่สุด”

“ข้าว่าท่านพูดถูกหากว่าเป็นเช่นนั้น…”

นิกายกุสุมาลย์พ้นพิสัยและสำนักหงส์สวรรค์เข้าสู่โคลีเซียมหลังจากนั้นไม่นาน

หลังจากที่รอเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง สุดท้ายซื่อตงก็ปรากฏตัวขึ้นบนเวที

“ยินดีต้อนรับเข้าสู่การแข่งขันระดับภูมิภาควันที่ห้า เรามีเพียงแค่หกคู่ของการแข่งขันในวันนี้ระหว่างการต่อสู้ของสิบสองสำนัก”

ซื่อตงดำเนินการอธิบายกฏอีกครั้งสำหรับผู้ที่มาใหม่

“จากที่กล่าวไปแล้วต่อไปให้ข้าแนะนำผู้เข้าแข่งขันคู่แรกของวันนี้ สำนักเมฆม่วงและ---”

ซื่อตงพลันหยุดพูดก่อนที่เขาจะทันได้จบประโยค

“เอ๋ สำนักสุสานโบราณอยู่ไหน”

เขาตระหนักว่าคู่ต่อสู้ของสำนักเมฆม่วง สำนักสุสานโบราณ ไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้

“สำนักสุสานโบราณมีเวลาสิบห้านาทีที่จะแสดงตัวก่อนที่พวกเขาจะถูกปรับแพ้การแข่งขันนี้โดยอัตโนมัติ” ซื่อตงประกาศเสียงดัง

“....”

ผู้ชมไร้คำพูด

“สำนักสุสานโบราณต้องตั้งใจไม่มาโดยเจตนาใช่ไหม”

“นั่นเป็นอย่างอื่นไปมิได้ พวกเขารู้ว่าพวกตนมิอาจจะเอาชนะสำนักเมฆม่วงได้และตัดสินใจหนีไป”

“แน่นอนว่าพวกเขาต้องกลายเป็นตัวตลกหลังจากนี้”

“จริงแล้วพวกเราก็มิอาจที่จะกล่าวโทษพวกเขา สำนักเมฆม่วงหงอวี้เอ๋อร์แข็งแกร่งเกินไป เธอทำให้คู่แข่งทั้งหมดของเธอหวาดกลัว”

หลังจากที่รออยู่ประมาณสิบนาที ก็มีคนตรงเข้าไปหาซื่อตงและกระซิบบางอย่างที่หูของเขา

เมื่อซื่อตงได้ยินเช่นนั้น เขาก็ส่ายหน้า

“ข้าเพิ่งได้รับข่าวว่ามีผู้พบว่าสำนักสุสานโบราณออกจากเมืองไปเมื่อคืน ดังนั้นพวกเขาจึงมิได้อยู่ในเมืองอีกต่อไป หากเป็นเช่นนี้เนื่องจากว่าสำนักสุสานโบราณไม่มา พวกเขาจึงถูกปรับแพ้ในการแข่งขันนี้โดยอัตโนมัติ และสำนักเมฆม่วงได้รับชัยชนะในการแข่งขันนี้โดยปริยาย”

“สำนักระดับสูงหนีไปหางจุกตูด ช่างเป็นเรื่องที่น่าขายหน้ากับตำแหน่งของพวกเขาและเป็นเรื่องน่าอับอายสำหรับตระกูลซี” ไป่ลี่ฮัวถอนหายใจอย่างเหยียดหยาม

ขณะที่ไป่ลี่ฮัวกล่าวถ้อยคำเหล่านั้น เจ้าซีก็ลุกขึ้นและตะโกนดังลั่น “ข้ามิเคยคาดคิดว่าสำนักสุสานโบราณจะเป็นพวกขี้ขลาดตาขาว นับแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเขาจักมิเป็นสำนักระดับสูงอีกต่อไป กลับกันข้าจักมอบตำแหน่งนี้ให้กับสำนักเมฆม่วง”

เมื่อได้ยินว่าเจ้าซีริบตำแหน่งสำนักระดับสูงของสำนักสุสานโบราณ ผู้ชมต่างพากันส่งเสียงแสดงความยินดีกับสำนักเมฆม่วง

“ขอบคุณท่านเจ้า กับการมอบตำแหน่งที่ทรงเกียรตินี้ให้กับสำนักเมฆม่วง พวกเราจักมิสร้างความผิดหวังให้กับตระกูลซี” กูกว่านถิงพลันคุกเข่าลงบนพื้นพร้อมกับน้ำตาไหลนองหน้า

เขาไม่เคยคาดคิดว่าวันหนึ่งสำนักเมฆม่วงจะกลายเป็นสำนักระดับสูง และทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะคนเพียงคนเดียว หงอวี้เอ๋อร์

“ไม่น่าเชื่อ…” โหลวหลานจีไร้คำพูด

“อย่างไรก็ตามหากพิจารณาจากตำแหน่งที่สำนักเมฆม่วงยืนอยู่ในตอนนี้ มิแปลกที่พวกเขาจักได้รับตำแหน่งสำนักระดับสูง” ไป่ลี่ฮัวกล่าว “จริงแล้วข้าประหลาดใจมากกว่าที่พวกเขามิได้ทำเช่นนี้เร็วกว่านี้”

จากนั้นเธอก็หันไปมองดูนิกายกุสุมาลย์พ้นพิสัยและคิดในใจ “พวกเจ้าอาจจะเป็นรายถัดไปที่จักกลายเป็นสำนักระดับสูง…”

หลังจากนั้น สำนักเมฆม่วงก็ออกไปจากโคลีเซียมเพื่อไปฉลองตำแหน่งใหม่ และการแข่งขันก็ดำเนินต่อไป

จบบทที่ Dual Cultivation บทที่ 400: พวกขี้ขลาดตาขาว(ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว