เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DC บทที่ 102: เอามันเลย (ฟรี)

DC บทที่ 102: เอามันเลย (ฟรี)

DC บทที่ 102: เอามันเลย (ฟรี)


DC บทที่ 102: เอามันเลย

“ซูหยาง เจ้าคงต้องได้แต่กล่าวโทษตัวเจ้าสำหรับเรื่องวันนี้”

“เอามันเลย”

เมื่อกู่เว่ยออกคำสั่งขณะโบกมือ ศิษย์ในทั้งห้าต่างพากันหายไปจากตำแหน่งที่ตนเองอยู่และพากันมาล้อมกรอบซูหยาง ใบหน้าของพวกเขาต่างพากันฉีกยิ้มกว้าง

“เหลือเกิน… ช่างโง่เง่าจริง…” ซูหยางหลับตาลง และในทันใดนั้น ศิษย์ทั้งห้ารอบตัวเขาต่างพากันใช้ทั้งมือและเท้าชกต่อยมาทางเขา

“รับหมัดข้าซะ”

พลันนั้นเองภายในดวงตาของซูหยางก็เกิดประกายลึกล้ำ ร่างของเขาหายไปจากตำแหน่งที่เขายืนอยู่ราวกับวิญญาณ สร้างความตื่นตระหนกให้กับเหล่าผู้จู่โจม

“ข-เขาหายไปไหน”

พวกเขาต่างพากันมองไปรอบๆลุกลี้ลุกลน

“กู่เว่ย เขาอยู่หลังเจ้า” ศิษย์คนหนึ่งร่ำร้องขึ้น

“อะไรนะ” กู่เว่ยหันตัวกลับไปอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่เขาจะทันได้หันตัวเต็มที่ เขารู้สึกว่ามีบางสิ่งจับเข้าที่คอแน่น

“แค่ก--”

กู่เว่ยดิ้นรนขณะที่เขาพยายามต่อต้านการจับคอของซูหยาง แต่อนิจจามันจับคอเขาแน่น ราวกับเป็นคีมโลหะ

“เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังทำอะไรกับเขา ซูหยาง”

“ปล่อยเขาเร็ว”

เหล่าศิษย์ตะโกนลั่น แต่ซูหยางแค่ไม่สนใจพวกเขาและจ้องมองตรงไปยังดวงตากู่เว่ย กระทั่งยกทั้งตัวเขาพ้นพื้น

“เกิดอะไรขึ้น เจ้าดูไม่สมกับเป็น”ศิษย์พี่“ของข้าเลย” เขากล่าวกับกู่เว่ย

“เจ้า--แค่ก”

ขณะที่กู่เว่ยพยายามจะพูด มือที่จับรอบของเขาก็บีบแน่นขึ้น บีบคำพูดของเขากลืนกลับลงคอไป

“แม้ว่าตัวข้าจะมีอายุน้อยกว่าพวกเจ้า ข้าคงมิต้องเตือนพวกเจ้ากระมังว่า ต่อหน้าความแข็งแกร่ง อายุหามีความหมายใดไม่” ซูหยางกล่าว เสียงของเขานิ่งเรียบ

“ซูหยาง ข้าจักไม่กล่าวซ้ำ ปล่อยกู่เว่ยเดี๋ยวนี้”

หนึ่งในศิษย์ดึงเอามีดสั้นที่ซ่อนอยู่ออกมาจากชุดคลุม และคนที่เหลืออีกสี่ต่างทำตามต่างพากันแสดงอาวุธ

ซูหยางเหลือบมองทั้งห้าด้วยท่าทางนิ่งเฉย สายตาของเขาดูเหมือนไม่สนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“คอยอยู่ตรงนั้นไปก่อน ข้าจักเล่นกับพวกเจ้าไปทีเดียวพร้อมกัน” เขากล่าวหลังจากนั้น ทำเหมือนกับว่าพวกเขาเป็นฝูงลูกไก่ใจร้อนเที่ยวหาที่เล่น

“ไอ้ส้นตีน”

“เอามันเลย”

เหล่าศิษย์ตรงเข้าไปหาเขาด้วยท่าทางบ้าเลือด

ซูหยางยิ้ม และกำมือที่จับแน่นขึ้นอีกเล็กน้อย

“แค่ก” กู่เว่ยพลันดิ้นรนหนักขึ้น ใบหน้าแดงก่ำของเขาปูดโปนไปด้วยเส้นเลือด จนทำให้เหล่าศิษย์ต่างพากันหยุดยั้ง

“ซูหยาง เจ้าช่างหน้าด้านตาขาวที่ใช้เขาเป็นตัวประกัน”

“ปล่อยเขาลงแล้วสู้กับข้าถ้าเจ้ากล้าพอ”

แม้ว่าเหล่าศิษย์ต้องการจู่โจมซูหยาง พวกเขาก็กลัวสิ่งเขาจะทำกับกู่เว่ยถ้าพวกเขาเข้าไปใกล้กว่านี้ เพราะว่าในใจพวกเขาคิดว่าซูหยางกลัวพวกเขา ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้เขาหันไปทำบางสิ่งไร้ยางอายด้วยการจับกู่เว่ยไว้เป็นตัวประกัน

ได้ยินคำกล่าวของพวกเขา ซูหยางยิ้ม “ตัวประกันรึ เจ้าคิดว่าข้าต้องการตัวประกันเพื่อต่อรองกับพวกโง่อย่างเจ้ารี” เขาเยาะเย้ย

“การกระทำและคำพูดของเจ้ามิสอดคล้อง ปล่อยเขาไปถ้าสิ่งที่เจ้าพูดถูกต้อง”

“งั้นก็ดี ในเมื่อเจ้าพวกโง่พากันร้อนรนต้องการเล่นกับข้า ข้าจักดูแลเขาให้เร็วขึ้น…”

ซูหยางบีบมือที่คอกู่เว่ยแน่นขึ้นกว่าเดิมเมื่อเขากล่าวจบ ปิดทางเดินหายใจที่เหลืออยู่น้อยนิด

“อาาา”

กู่เว่ยเริ่มเตะขาวุ่นวายจากแรงบีบที่รอบคอของเขา เมื่อไม่สามารถหายใจ กู่เว่ยเชื่อว่าซูหยางมีเจตนาฆ่าเขาวันนี้ เป็นเหตุให้น้ำตาคลอเบ้า

“ซูหยาง เจ้าต้องการพยายามฆ่าเขาจริงๆรึ แม้ว่าพวกเราต้องการทุบตีเจ้า กระทั่งพวกเรายังมิกล้าไปไกลเกินถึงขั้นฆ่าศิษย์ร่วมสำนัก”

“แม้ว่าเจ้าเป็นศิษย์ใน นิกายจักต้องลงโทษเจ้ารุนแรงสำหรับการฆ่าศิษย์ร่วมสำนัก”

“ใช่แล้ว เจ้าอาจจะต้องถูกทำลายพลังการฝึกปรือก่อนที่จะถูกขับออกจากนิกาย” เหล่าศิษย์ต่างพากันเกลี้ยกล่อมเขา แต่อนิจจา ซูหยางไม่มีปฏิกิริยาใดกับถ้อยคำพวกเขา

เมื่อเห็นว่าซูหยางไม่มีเจตนาหยุด เหล่าศิษย์ต่างพากันตื่นตระหนก

“เชี่ย ฆ่าเขา ถ้าพวกเรามิฆ่าเขา เขาต้องฆ่ากู่เว่ยแน่นอน”

“แต่--”

“เราสามารถอธิบายเรื่องนี้ต่อนิกายภายหลัง พวกเขาต้องเข้าใจแน่นอนว่านี่เป็นการป้องกันตัว”

ได้ยินคำพูดของศิษย์คนนี้และมองเห็นกู่เว่ยผู้ที่กำลังจะตายจากการขาดอากาศหายใจ ศิษย์อีกสี่คนต่างตัดสินใจในฉับพลัน

พวกเขาพากันเคลื่อนไหวสอดคล้อง เข้าประชิดซูหยางอย่างรวดเร็ว

“ตาย เจ้าคนบ้าสารเลว”

ศิษย์ที่มีมีดสั้นในมือปรากฏตัวด้านหลังซูหยาง มือของเขาอยู่ในท่าแทง

ซูหยางยิ้มเล็กน้อย เขาพลันตวัดแขน เหวี่ยงกู่เว่ยไปอีกด้าน ก่อนจะหันไปจับมีดสั้นที่อยู่ห่างจากผิวของเขาเพียงแค่เส้นผม ด้วยมือเปล่า

“นั่นอะไร--”

ศิษย์ที่มีมีดสั้นตกตะลึกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทันหัน และเมื่อเขาพยายามที่จะถอยห่างออกจากซูหยาง เขาต้องตกใจเมื่อพบว่าไม่สามารถขยับได้แม้แต่น้อย รู้สึกเหมือนว่ามือที่เขาถือมีดสั้นฝังติดอยู่ในคอนกรีต

“เกิดอะไรขึ้นรึ ขยับไม่ได้รึ” ซูหยางกล่าวเสียงเย็นเยียบ “เช่นนั้นให้ข้าช่วยเจ้า…”

ซูหยางพลันขยี้มือของเขา บีบมีดโลหะแตกเป็นหลายเสี่ยงไปพร้อมกับมือที่ถือมีด

“อาาาาา” ศิษย์คนนั้นกรีดร้องด้วยความปวดร้าว มือของเขาทั้งข้างรวมไปถืงกระดูกล้วนแหลกละเอียด พร้อมทั้งเลือดที่ไหลนอง

เมื่อบรรดาศิษย์คนอื่นเห็นศิษย์ที่มือแหลกละเอียดจนเหมือนเนื้อบด พวกเขาต่างพากันสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

“ข้าควรกังวลกับตัวเองมากกว่าถ้าข้าเป็นเจ้า” ซูหยางกล่าว เขาปรากฏตัวด้านหลังศิษย์อีกคนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

“เดี๋ยว--”

ก่อนที่ศิษย์จะสามารถอ้าปากพูด ใบหน้าเขาพลันได้รับการต้อนรับอันอบอุ่นจากกำปั้นแกร่งของซูหยาง

วืด… ศิษย์คนนั้นปลิวออกไปราวกับตุ๊กตาผ้าขี้ริ้วจากแรงกระแทก กระทั่งฟันของเขาสองสามซึ่ยังปลิวออกจากปากของเขาขณะที่กำลังบินถลา

หลังจากที่เขาร่วงลงสู่พื้นสองสามเมตรห่างออกไป ตัวเขานิ่งเงียบไปแม้ว่าเวลาจะผ่านไปได้ชั่วขณะ เห็นได้ชัดว่าเขาสลบหรือไม่ก็สิ้นชีวิตแล้ว

“ใครคนต่อไป”

ก่อนที่คนต่อไปจะมีปฏิกิริยาตอบโต้กับคำของซูหยาง เขารู้สึกเหมือนกับว่าโลกของเขาพลันพลิกกลับ ก่อนจะสิ้นสติไปอย่างรวดเร็ว

แม้ว่าศิษย์ที่สลบไสลจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ศิษย์คนอื่นเห็นอย่างชัดเจนว่าซูหยางตบเขาอย่างแรงจนเขาหมุนครึ่งรอบกลางอากาศก่อนที่จะหัวฟาดพื้นและสิ้นสติไป

“ป-ปีศาจ” หนึ่งในสองศิษย์ที่ยังไม่ได้รับบาดเจ็บพลันหันกายวิ่งจากไปด้วยท่าทางหวาดกลัวหน้าซีด ดังคนขี้ขลาดตาขาววิ่งหนีจากสัตว์ร้าย

ซูหยางหันหน้ามองไปยังศิษย์ที่กำลังหลบหนีอย่างช้าๆ เขาพลันไล่ตามอีกฝ่ายไป

วินาทีถัดไป ซูหยางปรากฏตัวด้านหน้าของศิษย์คนนั้นปิดทางหลบหนีของเขา

“ด-เดี๋ยว โปรดละเว้นข้า ข้าจักทำทุกสิ่งที่เจ้าต้องการให้ข้า--”

“ข้าต้องการให้เจ้าปล่อยข้าไปตามลำพัง แต่เห็นได้ชัดว่ามันสายเกินไปสำหรับเรื่องนั้น…” กำปั้นซูหยางขยับขณะที่เขาพูด กระแทกเข้าไปที่ท้องของอีกฝ่ายเวลเดียวกับที่เขาพูดจบ

“อ้วก”

ศิษย์คนนั้นกระอักเลือดออกมาเต็มคำจากแรงกระแทก รู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายของเขาถูกกระแทกด้วยวัวกระทิงที่วิ่งมาเต็มที่ เขาล้มในท่าคุกเข่าและสิ้นสติลงไปในวินาทีถัดไป

เหลือเพียงศิษย์สองคนที่ยังคงมีสติอยู่ในเวลานั้น หนึ่งในนั้นคือศิษย์ที่มือพิการ ในขณะที่อีกคนยังไม่ได้รับบาดเจ็บใด

ซูหยางหันกายไปมองคนที่ยังไม่ได้รับอันตรายใดด้วยรอยยิ้มหล่อเหลา กล่าวว่า “เจ้าควรจะทำอะไรต่อไปในเมื่อเพื่อนเจ้าล้วนหลับสบาย”

เมื่อศิษย์เห็นรอยยิ้มปีศาจของซูหยาง ขาของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้

“อัยยะ.. มิใช่ว่าเจ้าค่อนข้างจะอายุเยอะเกินจะฉี่ราดแล้วรึ” ซูหยางส่ายหน้าขณะที่เขาตรงไปหาศิษย์คนนั้น

“อ-อ-ออกไปให้พ้น เจ้าปีศาจ” ศิษย์คนนั้นก้าวถอยหลังตามก้าวที่ซูหยางเดินทุกก้าว

“มีอะไรผิดไปรึ มิใช่ว่าพวกเจ้าล้วนกระตือรือล้นในการทุบตีข้าจนเละเมื่อไม่กี่นาทีก่อน”

“น-นั่นล้วนเป็นความคิดของกู่เว่ย เขาเป็นคนที่เริ่มเรื่องนี้ทั้งหมด” ศิษย์คนนั้นกล่าว พยายามโยนความผิดทั้งหมดไปยังกู่เว่ย

“ให้ข้าพูดบางอย่างให้เจ้าฟังเกี่ยวกับเรื่องตัวข้า…” ซูหยางกล่าว ยังคงตรงเข้าไปหาศิษย์คนนั้นด้วยท่าทางเยือกเย็น “ข้าเกลียดคนที่ทำให้ข้าเสียเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่คอยสร้างปัญหา ข้ามิได้ใส่ใจแม้ทั้งโลกเกลียดข้า ตราบเท่าที่เจ้ามิได้ล่วงเกินข้า ข้าเพียงสนใจแต่เรื่องของข้า แต่อนิจจา… ยุทธภพเต็มไปด้วยผู้คนที่เกิดมาคันตูดซึ่งจักฆ่าพวกเขาถ้าพวกเขามิได้หาเรื่องล่วงเกินผู้คน”

“เป็นโชคของเจ้า พวกเรายังเป็นศิษย์ และพวกเรามิได้อยู่บนเวทีเพื่อตัดสินเป็นตาย มิฉะนั้นมิมีใครในหมู่พวกเจ้าจักรอดชีวิตมาจนถึงตอนนี้…” เขากล่าว

“เพาะว่าเจ้าได้ล่วงเกินข้า ทำให้ข้าต้องเสียเวลา ข้าจึงต้องทุบตีเจ้าให้เหมาะๆ…”

สีทุกสีจางหายไปจากใบหน้าของศิษย์คนนี้ เขาเริ่มกรีดร้องด้วยความกลัว “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ข้ากำลังจะถูกทำร้ายจากคนบ้าสารเลว”

เสียงของเขาดังไปไกลภายในเขตศิษย์ใน เป็นเหตุให้สองสามคนแง้มหน้าต่างออกมาด้วยความอยากรู้

“นั่นมิใช่กู่เว่ยกับกลุ่มอันธพาลน้อยของเขาตรงนั้นรึ เหตุใดพวกเขาจึงนอนอยู่บนพื้น”

“ดูมือเปื้อนเลือดของหลีเจียสิ นั่นเกิดขึ้นได้อย่างไร”

“ช่วยด้วย ช่วยด้วย เจ้าคนสารเลวซูหยางกล้าฆ่าศิษย์ร่วมสำนัก”

เมื่อศิษย์ในได้ยินถ้อยคำกรีดร้องของเหล่าศิษย์ พวกเขาต่างพากันขมวดคิ้วแนบแน่น

ใครเป็นคนสร้างเรื่องครึกโครมเช่นนี้ กระทั่งกล้าฆ่าศิษย์ร่วมสำนักในเขตศิษย์ใน

“เกิดบ้าอะไรขึ้นที่นี่” เสียงอีกเสียงพลันระเบิดออก และชายวัยกลางคนปรากฏตัวตามมา

เมื่อศิษย์ที่กรีดร้องสังเกตเห็นชายวัยกลางคน ดวงตาเขามีประกายความหวัง เขาเริ่มร้องไห้ด้วยความดีใจ

“ผู้อาวุโสซุน” เขาร้องหา “ศิษย์น้อยคนนี้และอีกหลายคนถูกทำร้ายโดยปีศาจไร้ใจที่อยู่ตรงนั้น”

“อะไรนะ” ผู้อาวุโสซุนขมวดคิ้ว เขาหันกายไปมองดูซูหยาง

“เป็นเจ้า” เขาพลันจำใบหน้าหล่อเหลาของซูหยางได้จากการต่อสู้เป็นตายที่ไม่ได้รับอนุญาตกับเอียนหมิง

อย่างไรก็ตาม นั่นก็เพียงไม่กี่อาทิตย์ก่อน และซูหยางก็เพียงเป็นศิษย์นอกเขตปฐมวิญญาณระดับสามในเวลานั้น

ทันใดนั้น ผู้อาวุโสซุนสังเกตเห็นชุดเขียวบนร่างของเขา

“อะไรกัน เจ้าเป็นศิษย์ในไปแล้วได้อย่างไร” เขาอุทานด้วยเสียงแตกตื่น กระทั่งลืมสถานการณ์เบื้องหน้าไปชั่วขณะ

“หืม ท่านคือ…” ซูหยางยังคงจำผู้อาวุโสซุนได้ ผู้อาวุโสนิกายผู้ที่ไปหยุดการต่อสู้เป็นตายกับเอียนหมิงไว้ ขณะที่เขาเพิ่งมาถึงโลกนี้

 

 

จบบทที่ DC บทที่ 102: เอามันเลย (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว