เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DC บทที่ 11: หันบั้นท้ายมาทางข้า

DC บทที่ 11: หันบั้นท้ายมาทางข้า

DC บทที่ 11: หันบั้นท้ายมาทางข้า


“ข้าจะพูดให้ตรงจุด ศิษย์ซูหยาง เจ้ามีความสามารถหรือไม่ที่จะรักษา..อาการบาดเจ็บของข้า”

ภายในห้อง ซูหยางนั่งอยู่บนเตียงขณะที่ผู้อาวุโสหลานยืนค้ำหัวจ้องมองเขม็งไปยังเขา

“หืมม บาดเจ็บ เจ้ามิได้บาดเจ็บ...”

“เจ้า...” ผู้อาวุโสหลานแข็งทื่อจากคำพูดของเขา หมายความว่าอย่างไร เธอบาดเจ็บชัดๆ และเขารู้ดี

“เจ้าหมายความว่าเช่นไร” เธอถาม

“ความปวดบนหลังเจ้ามิใช่การบาดเจ็บแต่เป็นอาการป่วยแบบหนึ่ง” ซูหยางพูดเสียงเรียบไร้อารมณ์

“เจ้าพูดว่าอะไร ป่วย เป็นไปได้เช่นไร ข้ามิเคยป่วยสักครั้งในชีวิต เจ้ากลับบอกว่าข้าป่วย”

“ผู้อาวุโสหลาน คนเช่นเจ้าในนิกายนี้ถือว่าหายาก… ข้าเกือบมิเชื่อเมื่อได้เห็นครั้งแรก”

“เจ้าหมายความว่าเช่นไร” ผู้อาวุโสหลานขมวดคิ้ว

ซูหยางลุกขึ้นจากเตียงเข้าประชิดเธอ ผู้อาวุโสหลานไม่ขยับและมองกลับด้วยใบหน้าเคร่งเครียด สงสัยว่าเขาจะทำอะไร

ทันใดซูหยางยื่นหน้าเข้าใกล้สูดกลิ่นกายสาวเข้าจมูกคล้ายกับสุนัขดมกลิ่น

“เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังทำอะไร” ผู้อาวุโสหลานถอยกลับอย่างลนลาน ใบหน้าแดงจากพฤติกรรมที่ไม่คาดคิด “เจ้าหาที่ตาย”

“เหมือนที่ข้าคิด เจ้ายังคงบริสุทธิ์พรหมจรรย์มิบุบสลาย สาวพรหมจรรย์” ซูหยางยิ้ม

“อะไร.. ทำไมเจ้าจึง...”

คำพูดของเขาเป็นเหตุให้ผู้อาวุโสหลานสะท้านดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ ทำไมเขาถึงรู้ว่าเธอเป็นหญิงพรหมจารี หรือชีเยวี่ยเผลอหลุดปาก

“ยากที่จะหาใครในนิกายนี้ที่อายุเท่าข้ายังบริสุทธ์ นับประสาอะไรกับผู้อาวุโสนิกายเช่นเจ้า ผู้อาวุโสหลาน” ซูหยางนั่งลงบนเตียงสายตาคมกล้า “เจ้าฝึกวิชาปราณคู่ แต่เจ้ากลับยังบริสุทธิ์จนถึงป่านนี้ เจ้ากำลังหาเรื่องตาย...”

ผู้อาวุโสหลานเคร่งเครียดเมื่อได้ยินคำพูด “บอกข้ามากกว่านี้” เธอกล่าว

“เคล็ดวิชาฝึกคู่คือวิชาที่ชายและหญิงมีเพศสัมพันธ์กันโดยใช้พลังหยินในร่างหญิงและพลังหยางในร่างชายร่วมฝึกฝน ข้ามั่นใจว่าเจ้าต้องคุ้นเคยอยู่แล้ว แต่เจ้ากลับฝึกแบบปกติโดยใช้เคล็ดวิชาสำหรับฝึกคู่ แน่นอนว่ามันต้องมีผลข้างเคียง พลังหยินในร่างเจ้าตอนนี้ไม่เสถียร ถ้าเจ้ายังเดินหน้าต่อไปเช่นนี้ เจ้าจะพบเพียงความเจ็บปวดแสนสาหัสร่างแตกสลายตกตายตั้งแต่ยังสาว...”

ยิ่งได้ยินคำอธิบายมากขึ้นยิ่งทำให้คิ้วของเธอขมวดขึ้น หรือว่าวิธีฝึกที่เธอใช้เป็นเหตุให้เธอเจ็บปวดเช่นนี้จริง

“และเจ้ากลับเป็นผู้อาวุโสนิกายที่ทำหน้าที่แนะนำศิษย์ น่าขำ” ซูหยางแค่นเสียงเย็นชา

“เจ้า...” ความโกรธวาบขึ้นบนดวงตาเธอ แต่เธอไม่พูดเพราะเธอไม่อาจพูด ถ้าสิ่งที่เขาพูดเป็นจริงเธอได้แต่โทษตัวเองที่ทะนงตัวเกินไป

“ถ้าสิ่งที่เจ้าพูดมาจริงแล้วเจ้ามีคำแนะนำเช่นไร หรือข้าต้องรีบไปถ่างขาหาผู้ชาย”

ซูหยางจ้องไปยังดวงตาที่มีแววพริ้วไหวชั่วครู่ เขาส่ายศีรษะและกล่าวว่า “แม้ว่านั่นจะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและเร็วที่สุดในการปรับสมดุลพลังหยินในร่างเจ้า… ข้ามีวิธีอื่นที่มิต้องการให้เจ้าถ่างอะไรทั้งสิ้น ข้ายินดีทำให้ถ้าเจ้ายอมรับเงื่อนไขสามข้อ”

ผู้อาวุโสหลานนิ่งเงียบ สายตายังคงกระวนกระวาย

“เงื่อนไขอะไร” เธอกล่าว

ซูหยางยกนิ้วนับทีละนิ้วขณะพูด “ข้อหนึ่งเจ้าจะต้องมาที่นี่อาทิตย์ละครั้งเป็นเวลาสามเดือนเพื่อรักษา ข้อสองเจ้าจะต้องมิพูดเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องนี้กับใครแม้กระทั่งกับพี่นิกาย สุดท้ายเจ้าจะต้องเป็นผู้อุปถัมป์สำหรับการบริการนี้และช่วยโฆษณาให้ข้า”

“อะไร เจ้าต้องการข้าโฆษณาให้เจ้า ศิษย์นอก เจ้าคงวิกลจริตไปแล้ว ข้าเป็นผู้อาวุโสนิกาย ข้ายังเด็กเกินที่จะออกหน้า ข้าปฏิเสธ” ผู้อาวุโสหลานกอดอกยืนกรานความคิดตนเอง

“งั้นรึ งั้นก็ขอให้โชคดี ผู้อาวุโสหลานข้าได้ให้คำตอบสำหรับการรักษาแล้ว ถ้ามิมีสิ่งใดที่เจ้าต้องการเพิ่มก็กลับไปได้… อ้อ อย่าลืมปิดประตูหลังออกไปด้วย”

ซูหยางเอนกายลงบนเตียงและปิดเปลือกตาราวกับว่าเขาต้องการหลับ

"..."

"....."

"...."

ผู้อาวุโสหลานได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าสับสน ร่างสั่นสะท้านด้วยความโกรธ ไม่มีสักครั้งตั้งแต่เธอเป็นผู้อาวุโสนิกายตั้งแต่สิบปีก่อนที่จะประสบกับการเมินเฉยและทำให้เสียหน้าจากใครสักคน นับประสาอะไรกับศิษย์นอก ไม่มีสักครั้งจนกระทั่งเธอพบกับซูหยาง

“ซูหยาง ทำไมเจ้ากล้าพูดกับผู้อาวุโสนิกายด้วยน้ำเสียงมิเคารพ ข้าทนต่อพฤติกรรมของเจ้ามานานแล้ว ข้าจะให้เจ้าถูกไล่ออกจากนิกายพรุ่งนี้”

อย่างไรก็ตามแม้เสียงของเธอจะดังด้วยความโกรธ แม้จะถูกข่มขู่ไล่ออกจากนิกาย ซูหยางยังคงไม่ขยับตัวจากเตียงด้วยสีหน้าสงบเฉย ราวกับว่าเสียงของเธอไม่ได้เข้าหูแม้แต่น้อย

“ซูหยาง...” ผู้อาวุโสหลานคำรามชื่อเขาด้วยเสียงต่ำ “ข้าจะจำเรื่องนี้ไว้”

ขณะที่เธอกำลังจะกระทืบเท้าก้าวออกจากห้อง ความเจ็บปวดรวดร้าวก็โถมเข้าใส่บั้นท้ายของเธอ ทำให้เธอล้มเข่ากระแทกพื้น “ทำไมต้องตอนนี้” เธอสาปแช่งในใจ

เวลานั้นเอง ซูหยางก็ลืมตา สิ่งแรกและสิ่งเดียวที่เขาเห็นก็คือบั้นท้ายที่กลมมนหายากของผู้อาวุโสหลาน

หลังจากดิ้นรนอยู่บนพื้นนานครึ่งนาที ผู้อาวุโสหลานก็ยอมแพ้

“ซ..ซู.. หยาง… ข.. ข้ายอมรับ… เงื่อนไขเจ้า ได้โปรด… ช่วยข้า… ด้วย” เธอพูดด้วยเสียงร้องไห้ หลับตาปล่อยน้ำตาไหลจากหางตาเป็นทาง

ซูหยางถอนใจขณะที่ม้วนชายแขนเสื้อ “เอาเถอะ… หันบั้นท้ายมาทางข้าแล้วอยู่นิ่งๆ...”

จบบทที่ DC บทที่ 11: หันบั้นท้ายมาทางข้า

คัดลอกลิงก์แล้ว